สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเชิงคุณภาพ (ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหนำควาย)
คำสำคัญ:บ้านหนำควาย

 

ชื่อ-นามสกุล       นายชนะ  พรศิริวงค์

ตำแหน่ง                         นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ

สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง

ชื่อเรื่อง                 ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเชิงคุณภาพ (ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหนำควาย)

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ   เศรษฐกิจครัวเรือน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ        ปี พ.ศ.  2530

สถานที่เกิดเหตุการณ์          จำเป็นต้องผลิตพืชผัก,เลี้ยงสัตว์ไว้บริโภค

 

                   โครงการชีววิถีการพัฒนาแบบยั่งยืน หมู่ที่ 12 ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

เริ่มดำเนินงานในบริเวณครัวเรือน นายวิวัตน์ นางจำเนียร กาญจนพรหม เมื่อปี 2530

                        ด้วย นายวิวัตน์ นางจำเนียร กาญจนพรหม คู่สามีภรรยาของครอบครัว ได้เล็งเห็นถึงการดำเนินครอบครัวให้มีกินมีใช้ซึ่ง นายวิวัตน์   กาญจนพรหม เป็นหัวหน้าครอบครัว ซึ่งมีอาชีพเป็นอาจารย์ สอนในวิทยาลัยการเกษตร แต่ นางจำเนียร กาญจนพรหม ซึ่งเป็นภรรยา และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ต้องทำหน้าที่เป็นแม่บ้านเพื่อต้องการให้ครอบครัวมีความอบอุ่น จึงมีความคิด ที่จะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเพิ่มเริ่มรายได้ให้กับครัวเรือน จึงได้คิดริเริ่มทำพืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ไว้บริโภค

                        และด้วยสามี ซึ่งเป็นอาจารย์ ด้านเกษตร จึงได้ให้ความรู้ภรรยาซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ ให้ใช้การผลิต พืชผัก และเลี้ยงสัตว์ แบบชีววิถี หรือการเกษตรอินทรีย์ แบบครบวงจร จนประสบความสำเร็จ และมีประสบการณ์ ดังนี้

                  1. การเลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ ในบ่อพลาสติก

                  2. การปลูกพืชผักสวนครัว (ซุปเปอร์มาเก็ตในครัวเรือน)

                  3. เลี้ยงสัตว

                          การเลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ ในบ่อพลาสติก

                 การเลี้ยงปลาดุก และเลี้ยงกบ  ในบ่อพลาสติก ในบริเวณบ้าน ที่ปลูกพืชผักสวนครัว โดยขุดบ่อดิน ให้มีขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร ลึกไม่เกิน  1 เมตร แล้วนำแผ่นพลาสติก ขนาดใหญ่ รองไว้ในบ่อก่อนจะใส่น้ำลงในบ่อ เพื่อป้องกันน้ำแห้ง ซึ่งสามารถเลี้ยงได้ทุกฤดูกาลและปรับสภาพน้ำโดยใช้

จุลลินทรีย์  ทำให้น้ำไม่เสีย และปลา หรือกบ เจริญเติบโตได้ดี และทนทานต่อโรค

                              การปลูกพืชผักสวนครัว

                    การปลูกพืชผักสวนครัว เน้นปลูกพืชผักที่สมาชิกในครัวเรือนนิยมบริโภค และเพื่อเป็นไม้ประดับให้ความร่มรื่นในบริเวณบ้าน เช่น  เสาวรส  ฟักเขียว  ฟักทอง  ชะพลู  ตะไคร้  ขิง  ข่า  พริกขี้หนู  บวบ  กระชาย  กะทือ ฯลฯ ซึงสามารถใช้เป็นอาหาร และยาสมุนไพร 

    การเลี้ยงสัตว์

                 การลี้ยงสัตว์ในครัวเรือน เน้นเลี้ยงสัตว์พื้นเมือง เพื่อไว้บริโภค เช่น ไก่ วัว แพะ หมู ห่าน การเลี้ยงสัตว์ผลิตอาหารในการเลี้ยงสัตว์เอง

-                    การเลี้ยงไก่ โดย นำเศษอาหาร และมด แมง เป็นอาหารในการเลี้ยงไก่

-                    การลี้ยงวัว โดย ให้กินหญ้า และเศษพืชผัก

-                    การเลี้ยงแพะ โดย ให้กินหญ้า

-                    การลี้ยงหมู โดย ต้มพืชผักให้กิน

-                    การเลี้ยงห่าน โดย ปล่อยให้กินเองตามธรรมชาติ

             การดำเนินงานในครัวเรือนตั้งแต่ปี 2530 จนถึง ปี 2548 สามารถเป็นตัวอย่าง ให้กับครัวเรือนในหมู่บ้าน และทั่วไป เข้ามาศึกษาและเรียนรู้ จนกระทั่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมการอาชีวศึกษา เข้ามาสนับสนุน ให้ศูนย์เรียนรู้โครงการอาชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุน

                           1. หนังสือความรู้เกี่ยวกับการเกษตรอินทรีย์

                           2. อุปกรณ์ในการเลี้ยงปลา

                 3. จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ และกากน้ำตาล

                      การได้รับการสนับสนุนดังกล่าว ทำให้ สามารถพัฒนาผลิตน้ำหมักชีวภาพในการปลูกพืช-เลี้ยงสัตว์ ทำยาเอนกประสงค์ จนปัจจุบันเป็นที่ศึกษาดูงาน และฝึกอบรมอยู่เป็นประจำ

                    จากการที่ข้าพเจ้า ได้เข้าไปศึกษา ศูนย์เรียนรู้ดังกล่าวและได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ในการส่งเสริมกิจกรรมของศูนย์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและความยั่งยืน ดังนี้

                     สิ่งที่เอื้อให้ศูนย์การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ

                          1. กิจกรรมเกิดจากความพร้อมของสมาชิกครอบครัว

                          2. การเลือกกิจกกรมที่จะทำ ต้องเหมะสมกับพื้นที่ และผู้ที่จะปฏิบัติ

                         3. กิจกรรมต้องเกิดประโยชน์ต่อผู้ปฎิบัติ

                         4. การดำเนินต้องไม่ยุ่งยากและมากเกินไป

                         5. ต้องเหมาะสมกับสภาวะดินฟ้าอากาศ และสิ่งแวดล้อม

                         6. ต้องสอดคล้องสภาพสิ่งแวดล้อม

                    การเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ยั่งยืน

                          1. ทำให้เกิดการเรียนรู้โดยเห็นของจริง ปฏิบัติจริง

                          2. มีข้อมูลทางวิชาการ เอกสาร พร้อมที่จะเผยแพร่ แก่ผู้ที่สนใจ

                          3. มีบุคลากรที่อยู่และปฏิบัติหน้าที่ศูนย์เรียนรู้ด้วยใจรัก

                          4. มีความพร้อมในการต้อนรับผู้มาศึกษาดูงาน และรับฝึกอบรม

 ศูนย์เรียนรู้ ต้องมีประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติ และผู้ที่มาเรียนรู้


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง ความคิดเห็น (0) | ดู (970)
สร้าง: 19 ก.ค. 2554 11:10 แก้ไข: 19 ก.ค. 2554 11:10


การเพิ่มประสิทธิภาพทุนชุมชนเพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
คำสำคัญ:หนี้นอกระบบ

 

ชื่อ-นามสกุล       นายมังกร  จิตรแห่ง

ตำแหน่ง                         นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ

สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก    085-8881005

ชื่อเรื่อง                 การเพิ่มประสิทธิภาพทุนชุมชนเพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ   ปัญหาหนี้นอกระบบ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ          ปี 2553

สถานที่เกิดเหตุการณ์          บ้านโคกโดน หมู่ที่ 8 ตำบลนาโยงใต้  อำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง

              เนื้อเรื่อง

                  รัฐบาลกำหนดให้มีนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 โดยให้ลูกหนี้นอกระบบได้ลงทะเบียนกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1-30 ธันวาคม 2552 และหลังจากนั้นจะได้มีการดำเนินงานตามขั้นตอนกระบวนการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวประกอบกับ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กับกรมการพัฒนาชุมชนเป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหาตามความยากจนตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนให้เกิดเป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมายของรัฐบาลโดยการยกระดับ ความเป็นอยู่ของครัวเรือนยากจนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป

                        ข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นพัฒนากรผู้ประสานงานประจำตำบลคนหนึ่ง จึงได้เกิดแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาของราษฎรภายในหมู่บ้านที่กำลังประสบอยู่เพื่อที่จะเชื่อมโยงผสมประสานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ให้เกิดการต่อเนื่องซึ่งกันและกัน ระหว่างปัญหาหนี้นอกระบบกับปัญหาความยากจนของครัวเรือนที่มีรายได้น้อมต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ในด้านเรื่องของรายได้

                         หลังจากนั้น ข้าพเจ้าได้ศึกษาข้อมูลวิธีการและขั้นตอนต่างๆจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสุ่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการเป็นพื้นที่เป้าหมายของบ้านโคกโดน หมู่ที่ 8 ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นจุดนำร่องจากนั้นข้าพเจ้าก็ได้สู่พื้นที่ดังกล่าว ไปปรึกษากับแกนนำหมู่บ้าน/กลุ่มและองค์กรต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาหมู่บ้าน ช่วยกันตรวจสอบและดัดกรองข้อมูลการเป้นหนี้ของลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านหากลูกหนี้และเจ้าหนี้ในหมู่บ้านมีความพร้อม ให้คณะกรรมการหมู่บ้านทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย ประนีประนอม และจัดทำสัญญา ยินยอมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับประชาสัมพันธ์ กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้ราษฎรภายในหมู่บ้านได้รับทราบข้อมูลอย่างถูกต้องและทั่วถึง ต่อมาจากนั้นลูกหนี้นอกระบบภายในหมู่บ้านได้ไปขึ้นขอจดทะเบียนเพื่อขอ

                           โดยเฉพาะในหมู่บ้านโคกโดนหมู่ที่  8 ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นหมู่บ้านที่มีครัวเรือนยากจน มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. เรื่องรายได้อยู่จำนวน 8 ครัวเรือน และมีผู้ที่มีหนี้สินนอกระบบอยู่จำนวน 5 ราย ประกอบกับบางครัวเรือนที่มีรายได้น้อมก็เป็นหนี้นอกระบบอยู่อีกด้วย จากหมู่บ้านจึงหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับครัวเรือนมาก่อน โดยการให้เข้าเป้นสมาชิกของกองทุนต่างๆที่มีอยู่ในหมู่บ้าน เช่น กองทุนหมู่บ้าน/กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต/กองทุนโครงการ กข.คจ และอื่นๆ เพื่อที่จะได้ขอกู้ยืมเงินจากกองทุนต่างๆที่มีอยู่ นำไปใช้จ่าย แก้ไขปัญหาภายในครอบครัว เพื่อให้ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคต

                        บันทึกขุมความรู้

                                 -  การเป็นหนี้สินนอกระบบนำไปสู่รายได้เฉลี่ยตกเกณฑ์ จปฐ.

                                 -  การไม่เข้าใจในการดำรงชีพของตนเอง

                                 -  ปรึกษาหารือผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว

                        แก่นความรู้

-  ศึกษาข้อมูล และขั้นตอนการดำเนินงาน

-  ปรึกษาหารือกับทุกๆฝ่าย

                                   -   หาข้อตกลงในการดำเนินงาน

                                   -  ชี้แจง สร้างความเข้าใจ

                                   -  ทุกฝ่ายมีความพึงพอใจ

                                   -  งานบรรลุผล เกิดเป็นรูปธรรม

                           กลยุทธ์ในการทำงาน

                                   - ร่วมตรวจสอบ และดัดกลอง ข้อมูลการเป็นหนี้ของลูกหนี้นอกระบบที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน

                                      หมู่บ้าน

                                   - ให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ในหมู่บ้านที่มีความพร้อมให้คณะกรรมการหมู่บ้านทำหน้าที่ไกล่

  เกลี่ยประณีประนอม แล้วจัดทำสัญญายินยอมไว้เป็นหลักฐาน

 -ร่วมกันประชาสัมพันธ์กระบวนการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้ราษฎรในหมู่บ้านได้รับ

   ทราบข้อข้อมูลอย่างถูกต้อง และทั่วถึง

 - ดำเนินการอื่นๆร่วมกับทุกฝ่ายที่ลงไปดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในหมู่บ้าน


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง ความคิดเห็น (0) | ดู (286)
สร้าง: 19 ก.ค. 2554 11:08 แก้ไข: 19 ก.ค. 2554 11:08


การบริหารจัดการข้อมูล จปฐ. เพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชน
คำสำคัญ:จปฐ.

 

ชื่อ-นามสกุล       นางดารุณี     ทองชัย

ตำแหน่ง                         นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ

สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง

ชื่อเรื่อง                 การบริหารจัดการข้อมูล จปฐ. เพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชน

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ   การจัดเก็บ และการยอมรับความถูกต้องข้อมูล จปฐ.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ          ปี 2553

สถานที่เกิดเหตุการณ์          ตำบลนาโต๊ะหมิง  อำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง

           

เนื้อเรื่อง

                        ในการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ข้าพเจ้าในฐานะเลขานุการระดับตำบล และรับผิดชอบในตำบลที่จัดเก็บคือ ตำบลนาโต๊ะหมิง ซึ่งมีหมู่บ้านจำนวน 6  หมู่บ้าน ครัวเรือนทั้งหมด 1,124    ครัวเรือน จากการจัดเก็บในปีที่ผ่านมามีอุปสรรคในการจัดเก็บข้อมูล การได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเสร็จไม่ทันตามเวลาที่กำหนด ซึ่งพอจะสรุปปัญหาไดดังนี้

1.       อาสาสมัครในการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ไม่เพียงพอ

2.       อาสาสมัครเข้าใจ ในตัวชี้วัดไม่ละเอียด ในการจัดเก็บข้อมูล

3.       ครัวเรือนที่จัดเก็บไม่เห็นถึงประโยชน์ของข้อมูล

4.       คณะทำงานติดตามระดับตำบลไม่มีเวลาเพียงพอที่จะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

จากอุปสรรคดังกล่าว ทำให้การจัดเก็บข้อมูลแต่ละปี ข้าพเจ้าในฐานะเลขานุการในการ

ติดตาม และบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ให้ได้สำเร็จ ต้องเป็นไปด้วยความยากลำบากทางสมควร

       

บันทึกขุมความรู้

                                 ข้าพเจ้าได้คิดหาแนวทางแก้ไขปัญหากล่าว เพื่อใช้ในดำเนินการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2553 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยจับประเด็นปัญหา และหาแนวทางแก้ไขเป็นดังนี้

 

ประเด็นปัญหาอุปสรรคที่ผ่านมา

แนวทางแก้ไข

1. อาสาสมัครในการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ไม่เพียงพอ

 

 

2. อาสาสมัครเข้าใจตัวชี้วัดไม่ละเอียดในการจัดเก็บข้อมูล

 

 

3. ครัวเรือนที่จัดเก็บไม่เห็นถึงประโยชน์ของข้อมูล หรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เห็นความสำคัญของข้อมูล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4. คณะทำงานติดตามในการจัดเก็บระดับตำบลมีเวลาไม่เพียงพอที่จะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

 

 

5. ผู้บันทึกข้อมูลไม่เพียงพอเพื่อบันทึกข้อมูลให้แล้วเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด

1.ประสานหาแกนนำที่จะจัดเก็บข้อมูลให้เพียงพอไว้ล่วงหน้า และจัดทำทะเบียนอาสาสมัครที่จัดเก็บและจัดเก็บครัวเรือนได้บันทึกภายในหมู่บ้าน ตามความเหมาะสมและให้ได้รับค่าตอบแทน

2. จัดประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจในการติดตามผลการจัดเก็บข้อมูล ของแต่ละตัวชี้วัด และการตอบข้อมูลให้ตรงประเด็น ของแต่ละตัวชี้วัด และให้ทดลองจัดเก็บข้อมูล แล้วนำมาวิเคราะห์ก่อนปฏิบัติจัดเก็บข้อมูล

3. เข้าร่วมประชุมหมู่บ้าน เพื่อชี้แจงให้เห็นถึงประโยชน์ของข้อมูล จปฐ. ว่ามีประโยชน์ต่อครัวเรือน หมู่บ้าน ตำบล จนถึงการแผนการแก้ปัญหาและการพัฒนาประเทศ เช่น

มีประโยชน์ต่อครัวเรือน

-          ทำให้ครัวเรือนได้รู้ว่า ต้องแก้ปัญหาด้านใดบ้างในครัวเรือนของตนเอง

-          ผ่านตัวชี้วัดด้านใดบ้างแล้ว

มีประโยชน์ต่อหมู่บ้าน/ตำบล

-          เป็นข้อมูลใช้ในการจัดทำแผนชุมชนระดับ

      หมู่บ้าน/ตำบล

-          เป็นตัวชี้วัดระดับการพัฒนาหมู่บ้าน/ตำบล

มีประโยชน์ในระดับประเทศ

-          เป็นข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

4. เนื่องจากคณะทำงานระดับตำบล ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการที่มีหน้าที่ประจำ จึงไม่มีเวลาในการติดตาม หรือช่วยตรวจสอบความถูกต้องในการจัดเก็บข้อมูล  

5. ประสานหาผู้บันทึกข้อมูล และฝึกอบรมการใช้โปรแกรมบันทึกข้อมูล ไว้ให้เพียงพอ ไว้ล่วงหน้า

 

 

แก่นความรู้

          1.ก่อนที่จะได้รับความร่วมมือต้องเกิดการยอมรับก่อน

          2.การประสานและเตรียมการล่วงหน้าหาแนวร่วม การดำเนินงานเป็นไปได้ดี และทันเวลา     กำหนด

          3.การสื่อภาษาและความเข้าใจต้องระมัดระวังในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อป้องกันการไม่ตรงประเด็นตัวชี้วัดของข้อมูล

         4. การวางแผนในการปฏิบัติงาน และกำหนดปฏิทินในการจัดเก็บทำให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด

กลยุทธ์ในการทำงาน

          1. สร้างบรรยากาศให้เกิดกระแสการปฏิบัติงานของแต่ละหมู่บ้าน

2. ให้มีหัวหน้าอาสาสมัคร ช่วยประสานและรายงานผลการจัดเก็บต่อเลขานุการคณะทำงาน

ติดตามระดับตำบล

          3. ให้รู้ว่ามีการแข็งขันในการจัดเก็บข้อมูล ของอาสาสมัครในการจัดเก็บภายในหมู่บ้าน หรือระหว่างในหมู่บ้าน

          4. ให้มีการแลกเปลี่ยนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ของอาสาสมัครในการจัดเก็บ

          5. ประชาสัมพันธ์การจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ก่อนการจัดเก็บและระหว่างดำเนินการจัดเก็บ ภายในหมู่บ้าน/ตำบล ตามโอกาสที่มีการประชุมหมู่บ้าน หรือประชุมกลุ่ม/องค์กร

            จากการนำความรู้ แกนความรู้ และกลยุทธ์ มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2553 ทำให้การจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2553 ของตำบลนาโต๊ะหมิง เสร็จไปด้วยความเรียบร้อย และมีความถูกต้อง ชัดเจน มากขึ้น และเป็นที่ยอมรับ ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นไปด้วยดี


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง ความคิดเห็น (0) | ดู (397)
สร้าง: 19 ก.ค. 2554 11:06 แก้ไข: 19 ก.ค. 2554 11:06


การส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและเครือข่ายผู้ประกอบการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)
คำสำคัญ:OTOP

 

ชื่อ                                          นางสุณี   กรุณกิจ

ตำแหน่ง                               เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน  ชำนาญงาน

สังกัด                                     สำนักงานพัฒนาชุมชน  อำเภอเมือง  จังหวัดตรัง

เบอร์ที่ติดต่อได้สะดวก   0 7521 1165   หรือ  08 1272 9726

ชื่อเรื่อง  การส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและเครือข่ายผู้ประกอบการ  หนึ่งตำบล  หนึ่งผลิตภัณฑ์  (OTOP)

เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ  ทำให้สินค้ามีคุณภาพและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

สถานที่เกิดเหตุการณ์         2553

สถานที่  อำเภอเมือง  จังหวัดตรัง

เนื้อเรื่อง

                ข้าพเจ้าได้ย้ายจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอห้วยยอด มาปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมือง เมื่อ  วันที่  22  เมษายน  2552 และได้มารับผิดชอบงาน  หนึ่งตำบล  หนึ่งผลิตภัณฑ์ ของอำเภอ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม  2552  เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคนเก่าย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ต่างอำเภอ เป็นโอกาสดีที่เป็นการรับงานต้นปีงบประมาณใหม่ จึงไม่ยากนักกับการที่จะดำเนินการต่อไป

                หลังจากได้มารับผิดชอบงาน  OTOP ระดับอำเภอจึงได้ทราบว่ากลุ่มผู้ผลิต / ผู้ประกอบการของอำเภอเมืองตรังมี จำนวน  81  ราย โดยแยกเป็นกลุ่มผู้ผลิต จำนวน  32  ราย  ผู้ประกอบการรายเดียว  จำนวน  47  รายและ SME  จำนวน   2  ราย  และมีผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าคัดสรรสุดยอด  หนึ่งตำบล  หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี  2552จำนวน   12  ราย โดยได้รับการคัดสรรระดับดาว  ระดับ 5 ดาว    จำนวน   2    ผลิตภัณฑ์ ระดับ  4  ดาว จำนวน

3  ผลิตภัณฑ์  ระดับ 3 ดาว จำนวน  4  ผลิตภัณฑ์  ระดับ 2 ดาว จำนวน  3  ผลิตภัณฑ์  และระดับ 1 ดาว จำนวน.....  -  .....ผลิตภัณฑ์

                สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้ระดับ 3 5 ดาว   ส่วนใหญ่จะได้รับการคัดเลือกให้ออกจำหน่ายในงานต่าง 

 ที่ทางราชการจัดขึ้นทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ส่วนผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนแต่ไม่ส่งเข้าคัดสรรส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเล็ก ๆ จำหน่ายอยู่ภายในจังหวัด

                สำหรับใน ปีงบประมาณ  2553 ได้มีการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านการจัดทำแผนธุรกิจ จำนวน  10  กลุ่ม   พัฒนาตัวผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์  จำนวน  6  ผลิตภัณฑ์ และได้มีการจัดเวทีเพื่อสรรหา

ภูมิปัญญา ดำเนินการลงทะเบียนกลุ่มผู้ผลิต / ผู้ประกอบการใหม่  ซึ่งอำเภอเมืองตรังมีผู้ผลิต / ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและใหม่ได้ลงทะเบียน  จำนวน 134  ราย

 

บันทึกขุมความรู้

-                   จัดเวทีสรรหาภูมิปัญญา

-                   จัดทำทะเบียนภูมิปัญญา

-                   ประชุมกลุ่ม / ผู้ประกอบการ เพื่อสร้างเครือข่ายในการดำเนินงาน

-                   ประชุมกลุ่มผู้ผลิต / ผู้ประกอบการ ทุก 4 เดือน เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหา/อุปสรรค และความต้องการ

-                   ประเมินผลเพื่อรับทราบความต้องการของกลุ่ม

-                   จัดทำแบบรายงานผลการจำหน่ายเป็นรายเดือน

-                   สร้างความพึงให้กับกลุ่มผู้ผลิต / ผู้ประกอบการ และลูกค้า

-                   มีความสุขที่กลุ่มผู้ลิต / ผู้ประกอบการ มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น

แก่นความรู้

-                   ได้รับทราบถึงปัญหาความต้องการของผู้ประกอบการ

-                   ร่วมกันปรึกษาหารือระหว่างกลุ่มผู้ผลิต / ผู้ประกอบการ

-                   ฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

-                   สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ประกอบการและลูกค้า

-                   ผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนา มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นผู้ประกอบการมีผลกำไรสูงขึ้น รู้สึกภูมิใจและเป็นสุข

กลยุทธ์ในการทำงาน

ก่อนที่จะดำเนินการ ต้องร่วมประชุมกับเครือข่ายเพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และความต้องการของผู้ประกอบการ  เมื่อรับทราบปัญหาความต้องการจึงได้ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนในด้านการให้ความรู้ด้านการพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์  เพื่อให้กลุ่มผู้ผลิตได้เล็งเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับ รวมทั้งเชิญกลุ่มผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมาให้ความรู้และนำไปดูงานกลุ่มที่มีพัฒนาสินค้าจำหน่ายจนประสบผลสำเร็จในการคัดสรรและยอดจำหน่ายสูงขึ้น  จนสามารถนำมาพัฒนาสินค้าของตนเองจนทำให้สินค้ามีคุณภาพและยอดจำหน่ายสูงขึ้น

สร้างความพึงพอใจให้ผู้ประกอบการที่สามารถส่งผลิตภัณฑ์เข้าคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล  หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย  จนได้ระดับดาวมากขึ้น

งานสัมฤทธิ์ผล  รู้สึกภูมิใจและเป็นสุข เมื่อเห็นผู้ประกอบการ มีความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จนมีคุณภาพและเพิ่มมูลค้าให้กับสินค้าจนมียอดจำหน่ายสูงขึ้น  ลูกค้ามีความสุขและพึงพอใจกับผลิตภัณฑ์


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง ความคิดเห็น (0) | ดู (370)
สร้าง: 19 ก.ค. 2554 11:04 แก้ไข: 19 ก.ค. 2554 11:04


การพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อเสริมสร้างพลังชุมชน
คำสำคัญ:เสริมสร้างพลังชุมชน

 

ชื่อ – สกุล      นายจุมพจพงค์  ห่อหุ้ม

ตำแหน่ง           นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก      089-2917548

ชื่อเรื่อง           การพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อเสริมสร้างพลังชุมชน

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ    การขาดผู้นำการเสริมสร้างพลังชุมชนในการพัฒนาหมู่บ้าน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ      ปี พ.ศ.  2549

 

เนื้อเรื่อง 

                      ในปี พ.ศ. 2549 ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกันตัง รับผิดชอบเขตพัฒนาตำบลบางสัก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

                      ในปีนี้ ตำบลบางสักได้รับการคัดเลือกจากอำเภอให้เป็นตัวแทนของอำเภอในการส่งตำบลเข้าประกวด “ตำบลพัฒนาดีเด่นระดับจังหวัด” ซึ่งจากการประชุมได้ลงความเห็นว่าตำบลบางสักมีความพร้อมในทุก  ด้าน ทั้งผู้นำ กลุ่มองค์กรต่างๆ เมื่อได้รับมอบหมายจากอำเภอให้เป็นตัวแทนของอำเภอในการเข้าประกวดในครั้งนี้ข้าพเจ้าพร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอได้เข้าร่วมประชุมกับกำนันผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในตำบลเพื่อแบ่งกิจกรรมต่างๆ ในตำบลนำเสนอให้คณะกรรมการชุดแรกคัดเลือก แต่หมู่บ้านที่มีกิจกรรมเด่นที่สามารถให้คณะกรรมการดูได้ ทั้งผู้ใหญ่บ้านและประธานกลุ่มไม่รับโดยให้เหตุผลว่ากิจกรรมในหมู่บ้านนั้นยังไม่สามารถประกวดได้ ทั้งที่จริงกิจกรรมนั้นถ้าเทียบกับหมู่บ้านอื่นดีและเด่นกว่าหมู่บ้านอื่น  เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านควนตุ่งกู หมู่บ้านเขียวขจีบ้านเขาพลู  และกิจกรรมอื่นในหมู่บ้าน ดังนั้นเพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านและประธานกลุ่มองค์การต่าง ๆ ยอมรับ  จึงได้พยายามอธิบายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำโดยสร้างแรงจูงใจเพื่อจะได้นำแนวคิดไปแนะนำและวางแผนการพัฒนาดำเนินการเตรียมความพร้อมในการรับการคัดเลือกในรอบแรก

                      จากการตัดสินในรอบแรก ตำบลบางสักได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบ1ใน3 ตำบลเข้าประกวดระดับจังหวัด  จากการได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบที่สอง ผู้นำเริ่มมีความมั่นใจว่าตำบลบางสักมีกิจกรรมสามารถนำเสนอแก่บุคคลอื่นได้ และมีความชื่อมั่นว่ากิจกรรมในตำบลหมู่บ้านที่ดำเนินการอยู่มีคนในชุมชนให้ความร่วมมือด้วยดีสามารถประสบความสำเร็จถ้าผู้นำมีความรู้ความสามารถในการสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนในชุมชนให้ความร่วมมือและจากการตัดสินในรอบสุดท้าย ตำบลบางสักได้รับการคัดเลือกให้เป็นตำบลพัฒนาดีเด่นระดับจังหวัดในปีนั้น 

                      จากเหตุการณ์ในครั้งนี้แนวคิดในการสร้างภาวะผู้นำนั้น

                        ผู้นำต้องกระตือรือร้น มีความหวัง เข้าใจการเปลี่ยนแปลง มีจุดประสงค์ มีความรู้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และเชื่อมั่นในศักยภาพของตำบลและหมู่บ้านว่าสามารถพัฒนาได้ถ้าทุกคนมีความตั้งใจอย่างแนวแน่ว่าจะสามรถบรรลุเป้าหมายได้

 

บันทึกขุมความรู้ ( Knowledge Assets)

              -การพัฒนาหมู่บ้าน

              - การขาดความเชื่อมั่นในศักยภาพของชุมชน

              -การขาดแนวคิดในการปรับปรุงกิจกรรมให้เป็นระบบ

              -การประชุมเพื่อวางแผนการดำเนินงานและสร้างความมั่นใจ

 

แก่นความรู้ (Core Competencies)

             -ปรึกษาหารือ

             -หาข้อยุติ

             -สร้างความหวัง

             -สร้างพลังการพัฒนา

             -ผลสัมฤทธิ์ และความพอใจ

 

กลยุทธ์ในการทำงาน

                      ศึกษาข้อมูลของตำบลก่อนเข้าประชุมเตรียมความพร้อมในการทำงาน  สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้นำและให้แนวคิดเพื่อให้เกิดความภูมใจในกิจกรรมต่าง ๆที่ชุมชนสามารถดำเนินการด้วยตัวเองและเป็นที่ยอมรับแก่คนทั่วไป

 

กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

                      กระตุ้นความคิด-สร้างจิตสำนึก ให้ประชาชนรวมพลังชุมชน ต่อสู้ปัญหา ตัดสินชะตาชีวิตด้วนตนเอง บนหลักการมีส่วนร่วม-พึ่งตนเอง อันเป็นรากเหง้า  (หนังสือกถาพัฒนากร)


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง ความคิดเห็น (0) | ดู (409)
สร้าง: 19 ก.ค. 2554 11:03 แก้ไข: 19 ก.ค. 2554 11:03


การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
คำสำคัญ:เศรษฐกิจพอเพียง

 

ชื่อ-นามสกุล       นายโกวิท นวลขาว

ตำแหน่ง            นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ

สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง

เบอร์โทรศัพท์   087-6221023

ชื่อเรื่อง  การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ    การแก้ไขปัญหาการดำรงชีวิตโดยใช้แนวทางการขับเคลื่อนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ        พ.ศ.  2548-2553

สถานที่เกิดเหตุการณ์          อำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง

เนื้อเรื่อง

การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

            อำเภอเมืองตรัง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่ปี  2548  โดยดำเนินการในลักษณะของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตัวอย่าง ซึ่งที่ทำการปกครองอำเภอ เป็นผู้รับผิดชอบ โดยใช้เกณฑ์ชี้วัด 6 ด้าน ประกอบด้วย การลดรายจ่าย การเพิ่มรายได้  การออม       การดำรงชีวิต การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการเอื้ออาทร ในส่วนของอำเภอ ดำเนินการ ณ บ้านบ้านด่าน หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำผุด และเป็นหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียง  ตัวอย่าง ในระดับจังหวัดในปี 2548

          ในปี พ.ศ. 2549 การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ตามโครงการ การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อขจัดความยากจน กระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการหมู่บ้านเป้าหมายให้ได้ 5,000 หมู่บ้านทั้งประเทศ อำเภอเมืองตรัง ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกโดยคณะทำงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอเมืองตรังได้คัดเลือกหมู่บ้านขยายผล จำนวน 6 หมู่บ้าน รวมหมู่บ้านต้นแบบ จำนวน 7 หมู่บ้าน

                 ในปี 2550 กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดเป้าหมายหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงขยายผลให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 50 ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด  อำเภอโดยคณะทำงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอเมืองตรัง ที่ได้ปรับโครงสร้างให้พัฒนาการอำเภอเป็นเลขานุการ ได้ดำเนินการพิจารณาหมู่บ้านขยายผล จำนวน 54 หมู่บ้าน รวมหมู่บ้านต้นแบบ หมู่บ้านเป้าหมาย อำเภอเมืองตรัง ได้กำหนดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงที่ต้องดำเนินการในปี 2550 จำนวน 61 หมู่บ้าน จากจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 121 หมู่บ้าน

   การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในระดับอำเภอ มีกระบวนการและแนวทางโดยการปรับโครงสร้างคณะกรรมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามคำสั่งอำเภอเมืองตรัง ที่ 42/2550 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550 และแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระดับตำบล ที่ 43/2550 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์  2550 และคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระดับหมู่บ้าน 57/2550 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์  2550 เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทุกระดับของอำเภอเมืองตรัง

                 ตามนโยบายที่ให้มีการคัดเลือกพิจารณาให้มีหมู่บ้านต้นแบบหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านและหนึ่งอำเภอหนึ่งหมู่บ้านนั้น อำเภอได้พิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านดังกล่าว โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอ ได้พิจารณาคัดเลือก หมู่บ้านต้นแบบหนึ่งตำบลหนึ่งหมู่บ้านและหนึ่งอำเภอหนึ่งหมู่บ้าน รวมหมู่บ้านต้นแบบ จำนวน 14 หมู่บ้าน

     แนวทางการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          ได้น้อมนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจตามทางสายกลาง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ ในการพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ ภายใต้เงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขความรู้ (รอบรู้รอบคอบระมัดระวัง) เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขคุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน) เพื่อนำไปสู่ ชีวิต/เศรษฐกิจ/สังคม/สิ่งแวดล้อมสมดุล/มั่นคงและยั่งยืน

              ในปัจจุบันการดำเนินงานการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้แบบประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงมหาดไทย ปี 2552 นำมาใช้ในการประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงโดยมี มี 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด เพื่อจัดระดับ 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับ “พออยู่ พอกิน” “อยู่ดี กินดี”และ”มั่งมี ศรีสุข” โดยประเมินจากหมู่บ้านที่ผ่านเกณฑ์ 6 x 2 ด้วยชี้วัดประกอบด้วย

1) ด้านจิตใจและสังคม (มี 7 ตัวชี้วัด) ได้แก่

(1) มีความสามัคคีและความร่วมมือของคนในหมู่บ้าน

(2) มีข้อปฏิบัติของหมู่บ้าน

(3) มีกองทุนในรูปแบบสวัสดิการแก่สมาชิก

(4) ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย

(5) มีคุณธรรม/จริยธรรม

(6) คนในหมู่บ้าน/ชุมชน ปลอดอบายมุข

(7) มีความเชื่อมั่นในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2) ด้านเศรษฐกิจ (มี 5 ตัวชี้วัด) ได้แก่

            (8) มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน

            (9) มีกิจกรรมลดรายจ่ายและสร้างรายได้

            (10) มีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาอาชีพหลักของหมู่บ้าน

            (11) มีกิจกรรมการออมที่หลากหลาย

            (12) มีการดำเนินงานในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มที่มีการดำเนินงาน

                   3) ด้านการเรียนรู้ (มี 7 ตัวชี้วัด) ได้แก่

            (13) มีข้อมูลของชุมชน

            (14) มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุมชน และแผนชุมชน

            (15) มีการค้นหาและใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างคุณค่า

            (16) มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน

            (17) มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับศักยภาพของหมู่บ้าน/ชุมชน

            (18) มีการสร้างเครือข่ายภาคีการพัฒนา

            (19) มีการปฏิบัติตามหลักการพึ่งตนเอง

            4) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มี 4 ตัวชี้วัด) ได้แก่

            (20) มีจิตสำนึกของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

            (21) มีกลุ่มองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม

            (22) มีการใช้พลังงานทดแทนที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของชุมชน

   (23) มีการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด                                     

       ระดับ “พออยู่ พอกิน” ตัวชี้วัด ผ่าน 10-16 ตัว ตัวชี้วัดหลัก 10 ตัวชี้วัดประกอบด้วยตัวชี้วัดที่1,2,4,8,10,13,16,17,20,21         

       ระดับ “อยู่ดี กินดี”     ตัวชี้วัด ผ่าน 17-22 ตัวชี้วัดหลัก 17 ตัวชี้วัดประกอบด้วยตัวชี้วัดที่  1,2,3,4,5,8,9,10,11,13,14,16,17,19,20,21,22 

          ระดับ “มั่งมี ศรีสุข”ต้องผ่านตัวชี้วัด 23 ตัวชี้วัด

บันทึกความรู้

         1. แนวทางการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

       2.การประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตามตัวชี้วัด 6x2             

         3. การประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงมหาดไทย 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด กำหนดหมู่บ้านต้นแบบ 3 ระดับ “พออยู่ พอกิน” อยู่ดี กินดี”  “มั่งมี ศรีสุข”

         4.แผนการแก้ปัญหาของครัวเรือนด้านเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล สร้างภูมิคุ้มกัน  ความรู้และการเรียนรู้

         5.แผนปฏิบัติการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ตามเกณฑ์การประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงมหาดไทย ปี 2552 

แก่นความรู้

         1.การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปี 2548-ปัจจุบัน

          2.หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับ “พออยู่ พอกิน” “อยู่ดี กินดี” “มั่งมี ศรีสุข”และหมู่บ้านที่ผ่านการประตัวชี้วัด 6X2

         3.การแก้ไขปัญหาของครัวเรือนด้านเศรษฐกิจพอเพียง

         4.การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบตามเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัดกระทรวงมหาดไทย ปี 2552

กลยุทธ์ในการทำงาน

        1.ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

        2.จัดเก็บข้อมูลเอกสารอย่างเป็นระบบและปัจจุบัน

        3.ประสานการดำเนินงานการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

   4.ติดตาม/ประเมินผล/สรุปผลการดำเนินงานเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับ


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง ความคิดเห็น (0) | ดู (585)
สร้าง: 19 ก.ค. 2554 11:00 แก้ไข: 19 ก.ค. 2554 11:00


การพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อเสริมสร้างพลังชุมชน
คำสำคัญ:ภาวะผู้นำ

 

ชื่อ-นามสกุล       นายสุวัฒน์ วจีรวัฒน์

ตำแหน่ง            นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง

ชื่อเรื่อง การพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อเสริมสร้างพลังชุมชน

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ    การพัฒนาศักยภาพผู้นำเพื่อเป็นแกนหลักในการพัฒนา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ        พ.ศ. 2550 - 2553

สถานที่เกิดเหตุการณ์          อำเภอเมืองตรังจังหวัดตรัง

            เนื้อเรื่อง การพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อเสริมสร้างพลังชุมชน เป็นยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชนในประเด็นของยุทธศาสตร์ที่ 3 การเพิ่มความสามารถผู้นำชุมชนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้นำในการบริหารแบบมืออาชีพและเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมผู้นำ ข้าพเจ้าได้เสริมสร้างภาวะผู้นำชุมชนในประเด็นของ    นางจำเนียร    กาญจนพรหม   บ้านเลขที่ 107/1 หมู่ที่ 12 ตำบลนาท่ามเหนือ   อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง   โดยมีตำแหน่ง เป็นผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน(ผู้นำ อช.) ประธานสตรีพัฒนาหมู่บ้าน (กพสม.) คณะกรรมการสตรีพัฒนาระดับอำเภอ(กพสอ.) คณะกรรมการเครือข่ายทุนชุมชนระดับอำเภอ คณะกรรมการศูนย์บริการเศรษฐกิจครบวงจรระดับอำเภอ  คณะกรรมการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงระดับหมู่บ้าน  ตำบล  และอำเภอ  นอกจากนี้แล้วเกียรติประวัติเบื้องต้นแล้ว ข้าพเจ้าและอำเภอได้ประสาน   นางจำเนียร กาญจนพรหม     เป็นวิทยากรการฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อเสริมสร้างพลังชุมชน การที่ข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในการเสริมสร้างพัฒนา นางจำเนียร กาญจนพรหม  ให้เป็นผู้นำชุมชนในองค์กรของกรมการพัฒนาชุมชน  จะเห็นได้ว่าเป็นการพัฒนาที่บรรลุผลเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นบุคคลที่มีองค์ความรุ้ที่หลากหลาย  เป็นปราชญ์ชาวบ้าน สามารถนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงนระดับอำเภอและจังหวัด ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายพลังชุมชนที่ยั่งยืนและมั่นคง

เกียรติประวัติผู้นำชุมชนที่เป็นแกนหลักในการพัฒนา

* ราษฏรที่นำความรู้จากวิทยาลัยไปใช้อย่างต่อเนื่องและพัฒนาผลงานดีเด่นประจำปี 2549

*ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำสตรีดีเด่นด้านเศรษฐกิจพอเพียงและรู้รักสามัคคี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550

*ได้รับการยกย่องให้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน โดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551

 * ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำสตรีดีเด่นด้านเศรษฐกิจพอเพียงและรู้รักสามัคคีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552

 * ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวเหรียงห้อง

    เรือนจำจังหวัดตรัง กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม

 * คณะกรรมการเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดตรัง

 * ได้รับการส่งเสริมให้เป็นศูนย์ต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียง ฉบับครัวเรือน จังหวัดตรัง

 * ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง

 * ได้รับการนำเสนอเป็นฟาร์มสาธิตเลี้ยงไก่พื้นเมือง โครงการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงและการ 

     จัดการที่ลดความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดนกและโรคระบาดอื่นๆในไก่พื้นเมือง ปีงบประมาณ 2552  สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง กรมปศุสัตว์

 * ได้รับการนำเสนอจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรังให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของต้นกล้าอาชีพ

 *ได้รับการนำเสนอให้เป็นศูนย์เรียนรู้ของผู้ถูกควบคุมความประพฤติ  สำนักงานคุมประพฤติ


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง ความคิดเห็น (0) | ดู (530)
สร้าง: 19 ก.ค. 2554 10:56 แก้ไข: 19 ก.ค. 2554 10:56


การเพิ่มประสิทธิภาพทุนชุมชนเพื่อการจัดสวัสดิการชุมชน
คำสำคัญ:ออมวันละบาท

ชื่อ นามสกุล                 นางจิรารัตน์  ปรีชาหาญ

ตำแหน่ง                        นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ

สังกัด                             สำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก       0815977964

ชื่อเรื่อง                          การเพิ่มประสิทธิภาพทุนชุมชนเพื่อการจัดสวัสดิการชุมชน

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ ทุนและสวัสดิการในชุมชน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ       พฤษภาคม 2553

สถานที่เกิดเหตุการณ์        หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

 

                        ข้าพเจ้าได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2553 และอำเภอได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้รับผิดชอบตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ข้าพเจ้าได้เข้าศึกษาพื้นที่ และพบว่า ในตำบลบ้านโพธิ์ มีกองทุนหมู่บ้านที่ดำเนินการ ทั้งสิ้น 10 กองทุน มีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำนวน  6  กองทุน แต่ละกองทุนมีกิจกรรมที่ดำเนินการให้สมาชิกในกองทุนได้รับสวัสดิการไม่ว่าจะเป็นการให้ทุนการศึกษาบุตรสมาชิก การร่วมกิจกรรมฌาปนกิจศพ การร่วมกิจกรรมการกุศลต่าง ๆ นอกจากกองทุนที่กล่าวข้างต้นแล้ว ตำบลบ้านโพธิ์ มีกองทุนที่เป็นการรวมตัวของชาวบ้าน ด้วยความสมัครใจ คือ กองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลบ้านโพธิ์ (วันละ 1 บาท) ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2552 ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 530 คน เงินกองทุนวันละบาท จำนวน 170,000 บาท ทางกองทุนได้มีการจัดสวัสดิการให้สมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น สวัสดิการการคลอดบุตร ค่ารักษาพยาบาล ค่าเบี้ยยังชีพ ค่าจัดงานศพ ทุนการศึกษา กิจกรรมการกุศลต่าง ๆ กองทุนกำหนดเก็บเงินสัจจะวันละบาท ทุกวันสิ้นเดือน

                        การดำเนินการจัดสวัสดิการให้สมาชิกของกองทุน มีหลักเกณฑ์ กติกาที่สมาชิกร่วมกันกำหนด โดยมีคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการ (ที่ชาวบ้านเลือกขึ้นมา) เป็นผู้บริหาร เพื่อจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย  การออมวันละบาท เป็นการระดมทุนในลักษณะการออมรายวันวันละบาท เพื่อสร้างกองทุนในการจัดสวัสดิการในชุมชน เน้นการส่งเสริมด้านสัจจะและวินัยการออม การพึ่งตนเอง ให้มีการสมทบดอกผล/กำไรจากกลุ่มออมทรัพย์ / กองทุนหมู่บ้านมาจัดเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน สมทบจากองค์การบริหารส่วนตำบล เงินบริจาค และการระดมทุนในรูปแบบอื่นๆ

  

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)

-         กองทุนสวัสดิการชุมชน

-         การบูรณาการทุนในชุมชน

-         การบริหารกองทุน

 

แก่นความรู้ (Core Competency)

-         ศึกษาข้อมูล วิธีการดำเนินงาน

-         ร่วมกิจกรรม

-         ผลสำเร็จของการดำเนินงาน

 

กลยุทธ์ในการทำงาน

1.       ศึกษาข้อมูล วิธีการดำเนินงาน

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านโพธิ์ (วันละ 1 บาท) เป็นการรวมตัวของสมาชิกในตำบล

บ้านโพธิ์ ด้วยความสมัครใจ มีการร่วมบริหารจัดการและร่วมรับผลประโยชน์ เป็นกองทุนที่ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ โดยสมาชิกได้รับสวัสดิการ ดังนี้

1.1    สวัสดิการผู้สูงอายุ (เบี้ยยังชีพ)

1.2    สวัสดิการการเกิด ช่วยค่าคลอดบุตร

1.3    สวัสดิการการเจ็บป่วย ช่วยค่ารักษาพยาบาล

1.4    สวัสดิการการเสียชีวิต พวงหรีด

1.5    สวัสดิการการศึกษาและกีฬา เช่น ทุนการศึกษา

1.6    สวัสดิการพัฒนาวัฒนธรรม เช่น สมทบกองทุนเพื่อจัดกิจกรรมในชุมชน

1.7    สวัสดิการคนพิการ คนด้อยโอกาสและผู้ถูกทอดทิ้ง

                  มีการบูรณาการทุนในชุมชน

-         การออมวันละบาท เป็นการระดมทุนในลักษณะการออมรายวันวันละบาท เพื่อสร้างกองทุนในการจัดสวัสดิการในชุมชน เน้นการส่งเสริมด้านสัจจะและวินัยการออม การพึ่งตนเอง

-         ดอกผล/กำไร จากการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

-         ผลกำไรเกิดจากการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้าน

-         สมทบจากองค์การบริหารส่วนตำบล

-      เงินบริจาค

 

วิธีการดำเนินงาน

-         เริ่มจากแกนนำที่สนใจ (ชมรมผู้สูงอายุ ตำบลบ้านโพธิ์) ชักชวนแกนนำคนอื่น ๆ มา

พูดคุยปรึกษาหารือถึงแนวทางการจัดสวัสดิการชาวบ้านให้กว้างขวาง  มีการกระตุ้นให้ชาวบ้านเข้าใจว่าการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการจะทำให้สมาชิกได้รับการดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย ทำให้สามารถดูแลทุกข์สุขซึ่งกันและกันไม่ว่าจะยากดีมีจน  และยังช่วยกันดูแลเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

-  แกนนำร่วมค้นหาศักยภาพและทุนในชุมชน  เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุน

หมู่บ้าน กลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรี กลุ่มอสม. แต่ละกลุ่มมีการทำงานอย่างไร มีสมาชิกกี่คน เป็นใครบ้าน มีทุนการจัดสวัสดิการหรือไม่อย่างไร หลังจากได้ข้อมูลครบถ้วน ร่วมกันสังเคราะห์ จัดเวทีประชาคม นำไปสู่การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวบ้าน

-  ขยายผลรับสมัครสมาชิก ประชาสัมพันธ์โครงการ ให้ครอบคลุมพื้นที่ในตำบลบ้านโพธิ์

-  ประสานขอความร่วมมือ อบต. พมจ.

-  จัดตั้งกองทุนสวัสดิการ

-  บริหารกองทุน โดยคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนจากเวทีประชาคม

 

2.       ร่วมกิจกรรม

กองทุนสวัสดิการ มีการจัดเก็บสัจจะเงินออมวันละ 1 บาท ทุกวันสิ้นเดือน ณ ที่ทำการกองทุน หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง

3.       ผลสำเร็จของการดำเนินงาน

สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลบ้านโพธิ์ (วันละ 1 บาท) จะได้รับสวัสดิการตามหลักเกณฑ์ กติกาที่สมาชิกร่วมกันกำหนด โดยมีคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชาวบ้าน (สมาชิกเลือก) เป็นผู้บริหาร เพื่อจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย

 

กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง

1.       แนวคิดสวัสดิการชุมชน

2.       แนวคิดในการบูรณาการกองทุนชุมชน

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองตรัง ความคิดเห็น (0) | ดู (457)
สร้าง: 19 ก.ค. 2554 10:46 แก้ไข: 19 ก.ค. 2554 10:46
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION