สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


วิธีดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอำเภอโพนทราย

 แบบจัดเก็บความรู้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน

ความรู้ในการปฏิบัติงานเรื่อง      วิธีดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอำเภอโพนทรายครัวเรือน

เจ้าของความรู้ชื่อ                     นายอิษฎาวุฒิ  ศรีสุข

ตำแหน่ง                                นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด                                    อำเภอโพนทราย   จังหวัดร้อยเอ็ด

วันที่บันทึกความรู้                    20  กรกฎาคม  2555

วัตถุประสงค์ของความรู้            เพื่อใช้การดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ฯเป็นแนวทางในการลดหนี้ครัวเรือนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จัดตั้งขึ้นเพื่อให้สมาชิกในชุมชนรู้จักประหยัด อดออม สะสมเงินด้วยสัจจะ นำเงินมารวมกันเป็นกองทุนในรูปกลุ่มออมทรัพย์ฯมีเงินทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพและสวัสดิการของสมาชิก รู้จักการบริหารจัดการการเงินที่เป็นรูปธรรม รู้จักผลึกกำลัง รวมน้ำใจ สามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในการจัดการทุน จัดการธุรกิจเพื่อการออม ลดรายจ่าย ลดหนี้ สร้างจริยธรรมและวินัยในการใช้เงิน โดยใช้คุณธรรม 5 ประการที่เป็นหลักในการจัดตั้งและดำเนินกิจกรรมกลุ่ม ได้แก่ ซื่อสัตย์ เสียสละ รับผิดชอบ เห็นอกเห็นใจกัน และไว้วางใจกัน

     ซึ่งมีแนวทางดังนี้

1.หาสาเหตุปัญหาการเกิดหนี้สินของครัวเรือน มีหลายประการ เช่น มีรายได้น้อยกว่ารายจ่าย, ไม่ประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพ, ไม่มีทุนของตนเองต้องกู้ยืม, มีรายจ่ายที่จำเป็นเร่งด่วน

2.กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของกลุ่มเพื่อนำไปสู่การลดหนี้ครัวเรือน โดย

- ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

   - สร้างการเรียนรู้การบริหารจัดการกลุ่มให้แก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง

   - พัฒนาวินัย จริยธรรมการออม การใช้จ่าย การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายครัวเรือน เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ของครัวเรือน

3.การใช้ประโยชน์จากกลุ่มออมทรัพย์ฯของสมาชิก ได้แก่ ให้สมาชิกู้ยืมเพื่อการลงทุน, ขยายวงเงินกู้ให้มากขึ้นเพื่อให้เพียงพอและเป็นการขยายการลงทุน,กำหนดข้อบังคับกลุ่มโดยคำนึงถึงความสะดวกและสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในชุมชน,สมาชิกและคณะกรรมการต้องยึดคุณธรรม 5 ประการรวมทั้งมีวินัยในการใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด,เมื่อกลุ่มเข้มแข็งพอ ควรมีค่าตอบแทนคณะกรรมการเพื่อให้ทำงานได้เต็มที่,จัดสวัสดิการให้กับสมาชิก อยู่ดี กินดี มีสุข ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย

4.การบริหารเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ฯเพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ได้แก่

สนับสนุนเงินเพื่อการประกอบอาชีพเบื้องต้นและขยายกิจการ,ช่วยเหลือสมาชิกที่มีที่ดินทำกินจำนองกับสถาบันการเงินที่อยู่นอกชุมชนโดยการไถ่ถอนมาจำนองกับกลุ่มฯเพื่อเป็นการลดดอกเบี้ย,สนับสนุนสวัสดิการเงินกู้เพื่อการซื้อที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ของสมาชิก 

5.กำหนดแนวทางการบริหารกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ

-รูปแบบการบริหารจัดการกลุ่มให้มีลักษณะยืดหยุ่น,สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน,   ระเบียบปฏิบัติเป็นที่ยอมรับ,มีการให้ความรู้ความเข้าใจแก่สมาชิกทั้งเก่าและใหม่อย่างสม่ำเสมอ

-คณะกรรมการอำนวยการมอบหมายงานอย่างชัดเจนและคณะกรรมการแต่ละฝ่ายปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่

-คณะกรรมการและสมาชิกต้องซื่อสัตย์  มีวินัย  ดังที่ให้สัจจะกันไว้เริ่มต้น  โปร่งใส  ดูแลผลประโยชน์ให้สมาชิกอย่างเหมาะสม

-ระบบบัญชีต้องโปร่งใส  สมาชิกต้องตรวจสอบได้

-ต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ  แบบปากต่อปาก  เล่าสู่กันฟัง  และทำกิจกรรมร่วมกัน

 

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (257)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:25 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:25


ความสำเร็จเกี่ยวกับ การจัดสวัสดิการสำหรับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน

 ชื่อสกุล นายจีระศักดิ์  ไสยสุข

ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

สังกัด สานักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย

โทรศัพท์ 043595124

ความสำเร็จเกี่ยวกับ การจัดสวัสดิการสำหรับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 1 มกราคม  2555

สถานที่เกิดเหตุการณ์  อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด

เนื้อเรื่อง ในปี พ.. 2544 รัฐบาลมีนโยบายกระจายรายได้และความเจริญไปสู่ชนบทรวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ได้เกณฑ์ความจาเป็นพื้นฐาน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของชาวชนบทให้เป็นรูปธรรมให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยการประกอบอาชีพที่เหมาะสม มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ รัฐบาลได้จัดสรรเงินทุนให้หมู่บ้าน ๆ ละ 1,000,000 บาท ซึ่งเรียกว่าเงินกองทุนหมู่บ้านโดยให้มีคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านรับผิดชอบบริหารเงินกองทุนดังกล่าว โดยให้สมาชิกของกองทุนหมู่บ้านกู้เงินกองทุนไปประกอบอาชีพได้รายละไม่เกิน 20,000 บาท และให้มีสมาชิกกองทุนด้วยกันค้าประกัน 2 คน การดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านฯ ในตำบลสามขา ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 8 หมู่บ้าน คณะกรรมการกองทุนแต่ละหมู่บ้านก็ได้ดาเนินการเป็นปกติเรื่อยมา คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านฯ ตำบลสามขา พัฒนากรผู้ประสานงานตำบลสามขา ได้ประชุมร่วมกัน ในเรื่องบทบาทหน้าที่ของเครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน หัวข้อ ส่งเสริม พัฒนา และเชื่อมโยงการบริหารจัดการด้านเงินทุน สวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ ระบบสวัสดิภาพ สวัสดิการของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและประชาชนในหมู่บ้าน และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทุนชุมชน เพื่อการจัดสวัสดิการชุมชน มติที่ประชุมในวันนั้น มีมติเห็นควรให้จัดสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์

โดยใช้ชื่อว่าชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านของตำบลสามขา โดยมีวัตถุประสงค์

1. เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนสมาชิกผู้ค้าประกัน เมื่อสมาชิกผู้กู้เงินกองทุนหมู่บ้านเสียชีวิตลง (ชมรมจะหักเงินสงเคราะห์ที่จะจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์จ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยให้กองทุนเจ้าหนี้ก่อน)

2. เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวของสมาชิกผู้เสียชีวิต ในการใช้จ่ายในงานปลงศพ

3. สร้างความรัก เอื้ออาทร แก่มวลสมาชิกด้วยกัน 2

การจัดสวัสดิการกองทุนหมู่บ้านตำบลสามขา ได้ก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม 2550 โดยเก็บเงินจากสมาชิกเมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต รายละ 50 บาท เพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิต ในครั้งแรกมีสมาชิกที่ให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกเข้าร่วม จำนวน 836 คน สาหรับปัจจุบันสมาชิก ของตำบลสามขา มีจำนวนสมาชิก 1,235 ราย และคณะกรรมการเครือข่ายตำบลกำลังดำเนินการเพื่อขอจดทะเบียนให้ถูกต้อง

ขุมความรู้ (Knowledge Assets)

1. ปรึกษาหารือ

2. ชี้แจงทาความเข้าใจกับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ในการสร้างหลักประกันให้ครอบครัว

3. การนานโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

4. การนาระเบียบมาใช้ในการปฏิบัติ ร่วมกับประสบการณ์การทางานของคณะกรรมการเพื่อช่วยเหลือสมาชิก จนทาให้การทางานประสบผลสำเร็จ

5. การปฏิบัติงานมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เพราะคณะกรรมการ มีความเสียสละ ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน โดยดูจากการเพิ่มขึ้นของสมาชิก

แก่นความรู้ (Core Competency)

1. การมีระเบียบวินัยของสมาชิก และปฏิบัติตามระเบียบของชมรมฯ

2. สมาชิกมีความเอื้ออาทร เต็มใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

3. การทางานเป็นทีมด้วยความเสียสละ

3. สมาชิกเห็น ความสำคัญในสร้างหลักประกันให้ชีวิต และครอบครัว

กลยุทธ์ในการทางาน

1. ต้องสมัครเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่ตนมีภูมิลาเนาอยู่ภายตำบลสามขา

2. ผู้สมัครต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 65 ปี นับ ปี พ..

3. ผู้สมัครต้องประกอบอาชีพเป็นหลักฐาน และไม่เจ็บป่วยขณะยื่นใบสมัคร ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ

4. เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ให้ความคุ้มครองทันที และเสียชีวิตปกติ หลังจากรับใบสมัครแล้วไม่น้อยกว่า 60 วัน

5. ชมรมสารองจ่ายเงินให้ทายาทที่เดือดร้อนวันแรกของการจัดงาน 2-3 หมื่นบาท 3

กฎระเบียบ/แนวคิด

1. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ว่าด้วย เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พ.. 2549 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2549

2. แนวคิดของคณะกรรมการเครือข่ายตำบลสามขาร่วมกันเพื่อช่วยเหลือสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและครอบครัวในตำบลสามขาให้มีความเป็นอยู่ที่ไม่เดือดร้อนเกินไปเมื่อสมาชิกเสียชีวิต

ชื่อผู้บันทึกความรู้ : นายจีระศักดิ์  ไสยสุข  เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (1147)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:22 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:22


เทคนิคการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

 เทคนิคการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

          การพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง  โดยการที่จะให้ประชาชนดำเนินวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ค่อย ๆซึมลึก   ลงไปสู่วิถีชีวิตของชาวบ้าน และต้องอดทนอย่างมุ่งมั่นที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดทั้งของผู้นำชุมชนและประชาชนในหมู่บ้าน/ตำบลไปในทางที่ดี  ให้เกิดความตระหนักและสำนึกในความพอเพียงด้วยความพอประมาณ  มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน ที่ดี  ด้วยความรู้คู่คุณธรรม ทั้งนี้เราต้องมีความรู้และเข้าใจ ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และในมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับผู้นำและประชาชนที่จะเดินเคียงคู่ไปกับเรา  ด้วย ความอดทน  อดกลั่นและพยายาม ของนักพัฒนา   ที่ต้องมีศิลปะในการพูดโน้มน้าวที่ดี    นำหลักจิตวิทยาสังคมมาปรับใช้  มีการเสียสละ สร้างศรัทธาให้เกิดขึ้น

          จากประสบการณ์ ในการทำงานที่ผ่านมา เคยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชน ในหมู่บ้าน/ตำบล ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากกระแสนิยม ที่มีการฟุ้งเฟ้อ ไม่รู้จักพอประมาณ  ไม่มีเหตุผลในการ      ใช้จ่าย   ไม่มีหลักคิดในการประกอบอาชีพ  การสร้างงานสร้างอาชีพและการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์  ด้วยเหตุผลของการเป็นนักพัฒนาชุมชน  จึงนำหลักการทำงานพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วมมาประยุกต์ใช้กับบ้านดอนสำราญ หมู่ที่ 4 ตำบลยางคำ  ซึ่งต้องทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน  ประชาชน และหน่วยงานภาคีการพัฒนา  โดยการเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับกลุ่มย่อย     พอมีความเข้าใจตรงกัน เรียกว่ามีแนวร่วมหรือเพื่อนเดินทาง  ขยายผลสู่การเข้าเยี่ยมเยียนตามบ้าน เข้าสู่เวทีการเสวนากลุ่มย่อย ด้วยการยกย่อง ให้เกียรติแก่บุคคลและครอบครัวที่ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้  สร้างแกนนำในการทำกิจกรรม  นำข้อมูลมาแสดงต่อสาธารณะ ทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจ และเป็นแบบอย่างในการดำเนินวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง  เป็นขั้นแรก

          ในขั้นที่สอง  ดำเนินการประชาคมเพื่อแลกเปลี่ยนในเวทีระดับหมู่บ้าน โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นหลักการทำงานพัฒนาชุมชนอย่างอย่างหนึ่ง เป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้นำชุมชน ประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ครอบครัว หมู่บ้าน/ชุมชนของตนเอง  โดยภาคีการพัฒนาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานราชการ  กลุ่มองค์กรที่มีในหมู่บ้าน  ทำให้เกิดกระบวนการวางแผนและการนำไปสู่การแก้ปัญหาหลาย ๆ ปัญหา ทั้งด้านสังคม  เศรษฐกิจ  ซึ่งในอดีตจะถูกมองข้ามไป  จึงเกิดกระบวนการเรียนรู้จากการแลกเปลี่ยนความรู้  ประสบการณ์ นำไปสู่กลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นอย่างมากมาย โดยการนำแนวการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง   ๖x๒ ของกรมการพัฒนาชุมชน มาเป็นแนวทาง

          ขั้นตอนที่สาม ผู้นำชุมชน  ผู้นำกลุ่ม ร่วมกันดำเนินกิจกรรม จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในขั้นที่สอง  ทำให้เกิดกลุ่มและกิจกรรมที่นำไปสู่การทำงานร่วมกันด้วยหลักประชาธิปไตย การสร้างสรรค์ และสามัคคี  ด้วยกิจกรรม ดังนี้

 

-          การปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมในชุมชนและครัวเรือน

-          การส่งเสริมกิจกรรมการปลูกชะอมปลอดสารพิษ  จนเป็นกลุ่มที่สามารถผลิตชะอม     

ส่งอออกต่างประเทศได้

-          ส่งเสริมการอออมทรัพย์เพื่อการผลิต  เพื่อให้สมาชิกได้ออมเงิน  ได้ช่วยเหลือซึ่งกันและ

กัน  สามารถกู้ยืมปลงทุนประกอบอาชีพ และขยาย/ต่อยอดกิจกรรมของครอบครัวได้

-          ส่งเสริมอาชีพการประดิษฐ์ดอกไม้จากวัสดุธรรมชาติ  การแปรรูปอาหาร การทำปุ๋ย

ชีวภาพ ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

-          การจัดทำสถิติข้อมูลกิจกรรม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน

 

ขั้นตอนที่สี่  สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำงานของนักพัฒนาชุมชน คือการประเมินผล

กิจกรรม  ซึ่งกิจกรรมแต่ละกิจกรรมที่ได้ดำเนินงานในหมู่บ้าน จะถูกประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงาน  รวมทั้งปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการจากปัญหาที่เกิดขึ้น  และนำไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ จนเป็นที่ยอมรับ  เช่นการทำขนมก็จะปรับปรุงจนได้สูตรที่มาตรฐานเป็นของตนเอง หรือการทำปุ๋ยชีวภาพ ก็จำถูกนำไปทดสอบกับแปลงนา/สวน จนเป็นที่ยอมรับในคุณภาพ และสามารถผลิตออกจำหน่ายและได้รับการสนับสนุนงบประมาณต่อยอดการลงทุนของประชาชน

          จะเห็นว่า  การเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี ต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ  สติปัญญา  เข้าใจ และเข้าหา  เข้าถึง ผู้นำและประชาชน หรือกล่าวได้ว่า   เข้าใจ  เข้าถึงและพัฒนา อย่างจริงใจ  ทั้งผู้นำชุมชน  ประชาชน ก็พร้อมที่จะก้าวเดินไปพร้อม ๆกันเรา และยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีการพัฒนาอีกด้วย

          ข้อเสนอแนะ

๑.      นักพัฒนาต้องต้องรู้เขา  รู้เราและเข้าใจ เข้าถึงผู้นำและประชาชน

๒.      นักพัฒนาต้อง ต้องรู้ รอบครอบ  รอบตัว  ทันเหตุการณ์  ทันความคิดของผู้นำและประชาชน

๓.      นักพัฒนาต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ กับผู้นำและประชาชน

 

 

 

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (402)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:20 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:20


การจัดทำบัญชีกองทุนหมู่บ้าน

 ชื่อสกุล นายจีระศักดิ์  ไสยสุ

ตำแหน่ง เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

สังกัด สานักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย

โทรศัพท์ 089-840-3874

การจัดการความรู้ : การจัดทำบัญชีกองทุนหมู่บ้าน

          การดำเนินงานกองทุนชุมชนในสถานการณ์ของภูมิสังคมที่แตกต่าง วัฒนธรรมที่หลากหลายในพื้นที่พิเศษนั้นเป็นเรื่องยากมากๆ ในการขับเคลื่อนส่งเสริม ประสานงานและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการกองทุนชุมชน แม้วัตถุประสงค์ให้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ลดรายจ่ายและบรรเทาเหตุฉุกเฉินกรณีจำเป็นเร่งด่วน  ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นของสมาชิกและสังคมชุมชน จะได้รับทางตรงก็ตาม โดยการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองในชุมชนตามนโยบายรัฐบาลผ่านยุคสมัยมาหลายช่วงแล้วนั้น

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมากองทุนหมู่บ้านของอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด ระบบการบริหารจัดการแบบพึ่งตนเองได้อยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ และจากการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านฯ  คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง มีความต้องการให้เจ้าหน้าที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือแนะนำการจัดทำบัญชี เอกสาร หลักฐานต่างๆ ตลอดจนการสรุปงบทางการเงินของกองทุนหมู่บ้าน ส่วนผู้ตรวจสอบบัญชีที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านแต่งตั้งให้ตรวจสอบตามระเบียบฯ ไม่มีความรู้ที่จะตรวจสอบบัญชี ประกอบกับการติดตามนิเทศ การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่สามารถช่วยเหลือสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านมีจำกัด จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารงาน การเงินและบัญชี การพัฒนาเครือข่ายเสริมสร้างความเข้มแข็งกองทุนชุมชนและผู้นำชุมชน เพื่อฝึกอบรมพัฒนาและยกระดับให้กรรมการกองทุนหมู่บ้าน ให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริการจัดการกองทุนได้เพิ่มขึ้น และพัฒนาทบทวนผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความถนัด ให้มีความรู้เพิ่มขึ้น เพื่อให้การตรวจสอบช่วยเหลือเกื้อกูลในระดับหมู่บ้าน/ตำบล และเพื่อยกระดับสนับสนุนพัฒนาศักยภาพเครือข่าย  ตลอดจนการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ประสานนโยบายด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน และนโยบายอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

 

 

 

 

          กระบวนการดำเนินงาน จัดฝึกอบรมทบทวนและให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารงาน ด้านการเงินและระบบบัญชีกองทุนหมู่บ้าน  แนะนำคณะกรรมการฯ จัดทำเอกสาร หลักฐานการเงิน การบัญชี และการจัดทำงบทางการเงินให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน โปร่งใส ตรวจสอบได้  เสริมสร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แก่กองทุนหมู่บ้านและสร้างเครือข่ายคนเก่งการตรวจสอบบัญชีกองทุนหมู่บ้าน/ตำบล ให้สามารถพึ่งตนเองได้  โดยให้คนเก่งที่ได้รับการยอมรับช่วยตรวจเพื่อแนะนำ แบบเพื่อนสอนเพื่อน พี่สอนน้องการคัดสรรคนเก่ง ดำเนินการโดยการสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ดูภาวะผู้นำ การยอมรับจากผู้อื่น ดูผลการทำแบบฝึกหัด ระหว่างการฝึกอบรม พูดคุยสอบถามและตามไปดูเอกสารหลักฐานที่ทำจริงในระดับหมู่บ้าน นิเทศติดตามให้ความรู้จนมีความมั่นใจ ตลอดจนถามความสมัครใจพร้อมกับการเชิญชวนให้เป็นเครือข่ายก่อนแต่งตั้งให้เป็นทีมงาน ตำบลละ 2-3 คน ตามสภาพและความสมัครใจ แต่งตั้งเป็นเครือข่ายระดับตำบล อำเภอ ตามลำดับ หลังจากการสร้างทีมงานเสร็จ ดำเนินการตรวจงบการเงินกองทุนหมู่บ้านที่สมัครใจให้ตรวจก่อน และตรวจงบการเงินโดยเครือข่ายตำบล- อำเภอ ก่อนเบิกจ่ายเงินจัดสรรผลประโยชน์หลังสิ้นปีบัญชี การตรวจนั้นไม่ใช่ตรวจเพื่อจับผิด แต่ ตรวจเพื่อแนะนำ ทำให้ดู แต่ไม่ใช่ทำให้ สร้างความเข้าใจ จัดระบบทบทวนให้ความรู้ไปในตัวตลอดจนแนะนำแนวทางใหม่ไปพร้อมกัน จนได้รับการยอมรับแบบเพื่อนสอนเพื่อน พี่สอนน้อง คนเก่งจะเพิ่มขึ้นตามมา เครือข่ายอำเภอและเจ้าหน้าที่คอยติดตามประเมินผล ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ภายใต้การกำกับของพัฒนาการอำเภอทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมงาน และพัฒนาทีมงานไปในตัวด้วย

       

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (675)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:19 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:19


การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย กทบ.

 แบบจัดเก็บความรู้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน

ความรู้ในการปฏิบัติงาน   เรื่อง    การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย กทบ.

 เจ้าของความรู้                    นายอิษฎาวุฒิ  ศรีสุข

ตำแหน่ง                           นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด                         สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย

วันที่บันทึกความรู้             20  กรกฎาคม  2555

วัตถุประสงค์ของความรู้    เพื่อกำหนดแนวทางในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย

กระบวนการ/ขั้นตอน/วิธีปฏิบัติ              

เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนผู้รับผิดชอบงานกองทุนหมู่บ้านต้องทำงานร่วมกับเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอ  ทั้งนี้ ก็เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านทุกระดับให้มีความเข้มแข็งพบว่าความเข้มแข็งขององค์กรมีปัจจัยหลายองค์ประกอบ  พอสรุปได้ว่า

     1. สนับสนุนเครือข่ายมีการประชุมพูดคุยพบปะ มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ

     2. มีการกำหนดแผนปฏิบัติงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน

    3. มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล  และนำข้อมูลที่จำเป็นไปสู่ระดับล่างเป็นแนวทางเดียวกัน

     4. การประสานการทำงานระหว่างกัน ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง 

     5. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนงานเช่น จนท.พช. มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในระดับพื้นที่อย่างจริงจัง

     6. มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน

ข้อแนะนำ/ข้อควรระวัง

1. ควรเข้าร่วมการประชุม  วางแผนกับเครือข่ายและให้คำแนะนำ ปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ

2. ควรสนับสนุนการวางแผนการทำงานร่วมกัน

3. ควรมีการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูล

4. ควรนำผลประชุมและข้อมูลต่าง ๆ ไปถ่ายทอดสู่  เครือข่ายระดับตำบลให้เข้าใจตรงกัน 

5. เจ้าหน้าที่ พช. ควรศึกษาระเบียบให้ชัดเจนเพื่อสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้อง

6. ควรเข้าร่วมประชุม  แก้ไขปัญหา  ข้อขัดแย้งในพื้นที่อย่างจริงจัง

7. สนับสนุนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เช่น การจัดเก็บข้อมูลและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ไม่ให้สับสน

8.ควรสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในโอกาสต่างๆ

9. ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ผลงานของเครือข่ายในวาระต่าง ๆ


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (388)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:17 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:17


ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

  

ข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โดยนายอิษฎาวุฒิ  ศรีสุข

นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด

1.สภาพปัญหา

  1.1 ผลกระทบจากจากนโยบายของการทำงานที่ผ่านมาทุกสมัยทำให้เกิดความเคยชินกับการ รับ มากกว่าการ แก้ไข

  1.2 ผลกระทบจากการเปลี่ยนทางการเมือง เปลี่ยนแปลงนโยบาย

  1.3 ผลกระทบจากความเจริญทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวดเร็ว ทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้ที่แท้จริง

  1.4 มีความเชื่อและมีวัฒนธรรมในการแข่งขันเพื่อให้เกิดความยอมรับในทางที่ผิด เช่น คนมีเงินสังคมให้การยอมรับ

2.แนวทางการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

   ข้อเสนอแนะแนวทางสร้างความยั่งยื่น

         2.1 สร้างความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้าใจอย่างถ่องแท้

         2.2 ส่งเสริม สร้างแกนนำ องค์กรชุมชน

         2.3 ให้การยอมรับ มอบบทบาทในการบริหารจัดการ การทำธุรกรรมโดยชุมชนเอง

         2.4 สร้างกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนเพื่อให้เกิดความตระหนัก ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขบนฐานข้อมูลที่เป็นจริง

         2.5 ภาคีทุกภาคส่วน  เช่น ข้าราชการ บ้าน วัด โรงเรียน (ข-บ-ว-ร) มีส่วนร่วมในกระบวนการ สนับสนุนงบประมาณตามความจำเป็น

         2.6 ส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลาย

 

3.ปัจจัยที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จ

   3.1 องค์กรขับเคลื่อน

         (1) บทบาทคณะกรรมการหมู่บ้าน  ให้มาจากตัวแทนที่หลากหลายในชุมชน มอบบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน ให้การยอมรับถือเป็นศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนหลักในหมู่บ้าน

         (2) บทบาทของอำเภอ  ควบคุม ดูแล เป็นศูนย์ประสานงานในการบูรณาการการทำงานร่วมกันของภาคี

         (3) บทบาทของหน่วยงานอื่นๆ  สนับสนุน ส่งเสริม ประสานงาน

         (4) บทบาทของภาคเอกชน  เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน ส่งเสริม ในฐานะส่วนหนึ่งของภาคีการพัฒนา

   3.2 การบริหารจัดการ

         หน่วยงาน ภาคีที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจ ให้ความรู้แก่องค์กรชุมชนจนสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง เพื่อก่อให้เกิดความรับผิดชอบ โปร่งใส มั่นใจศรัทธา ในตัวผู้นำ/องค์กรชุมชน

   3.3 อื่นๆ

         การสร้างระบบสารสนเทศชุมชน (ระบบข้อมูล)ที่ถูกต้อง เป็นจริงและเป็นกลาง  เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ไปในทางที่ถูกต้อง

4.ปัญหา/อุปสรรค

         การกำหนดตัวชี้วัดสภาพปัญหา การใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการกำหนด นโยบาย แผนงาน โครงการ พื้นที่เป้าหมายการทำงานของแต่ละหน่วยงานยังไม่สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ยังยึดถือข้อมูลเฉพาะของหน่วยงานเป็นหลัก รวมถึงการดำเนินงานยังมีความเหลื่อมล้ำของรายละเอียดของแนวทางดำเนินการ โดยเฉพาะด้านงบประมาณ

5.ข้อเสนอแนะอื่นๆ

        หัวใจของการสร้างความยั่งยืนในการขับเคลื่อนอยู่ที่ องค์กร  ความรู้ กระบวนการเรียนรู้

        องค์กรชุมชน เป็นสถาบันท้องถิ่นอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญควรส่งเสริมการจัดตั้ง ให้ความรู้ กระจายอำนาจหน้าที่ให้สมบูรณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

  

       

         

 

     

       

         

       

  

 

  

  

         

 

        

         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (338)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:16 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:16


การแก้ไขปัญหา...โครงการ กข.คจ.

 การแก้ไขปัญหา...โครงการ กข.คจ.

                   พัฒนาช่วยตามเรื่อง โครงการ กข.คจ. ให้หน่อย ไม่รู้ว่าเงินอยู่ตรงไหน เงินยังอยู่ครบหรือเปล่า ชาวบ้านเขาถามผม ผมเพิ่งมาเป็นผู้ใหญ่ฯ..... คำถามมากมายพรั่งพรูจากผู้ใหญ่บ้านที่มาสอบถามถึงโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน หรือที่เรียกโดยย่อว่า กข.คจ. และที่ชาวบ้านหลาย ๆ คนเรียกกันสั้นๆ ว่า เงินกองทุน กอไก่ ขอไข่ ด้วยหน้าตาท่าทางวิตกกังวล เป็นเหตุให้...พัฒนากรเช่นเราต้องหาคำตอบ ให้กับชุมชน

                        การดำเนินงานค้นหาคำตอบเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะในทุกชุมชนมีความเปราะบางเกิดความขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลา พัฒนากรต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานรอยร้าวของชุมชน ร่วมรับฟังปัญหา ให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหา ขจัดความสงสัย และข้อขัดข้องใจ ให้ชุมชนเกิดความไว้วางใจและเชื่อมั่นว่า..เราสามารถเป็นเพื่อนคู่คิด เป็นมิตรแท้ที่แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้เขาได้ ดังในอดีตที่ฅนพัฒนาชุมชนเช่นเรามีความภาคภูมิใจกับคำพูดที่ชาวบ้านมักจะบอกกล่าวกับผู้อื่น  (หน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าไปในชุมชน) เสมอ ๆ ว่า เรื่องนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ ต้องถามพัฒนากรก่อน

                        การหาข้อมูลเชิงลึกเบื้องต้นเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ชุมชน เริ่มต้นต้องดำเนินการคลุกวงใน...ในอำเภอนั่นแหละ อย่างน้อย ๆ ฐานข้อมูลของหมู่บ้าน การบริหารจัดการหมู่บ้านของผู้นำชุมชนและพัฒนากรผู้ประสานงานในอดีตที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปประจำในพื้นที่ หัวหน้า (พัฒนาการอำเภอ) ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่สามารถให้ข้อมูลในด้านการบริหาร รวมถึงพี่ ๆ พัฒนากรทุกคนที่เป็นแหล่งข้อมูลชั้นยอดในระดับการทำงานของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหน่วยงานอื่น ๆ ในระดับตำบลเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดเช่นกัน ทำให้เราสามารถได้รับทราบถึงการดำเนินงานแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร จากนั้นต้องเกาะติดพื้นที่จัดช่วงเวลาและโอกาสที่เหมาะสมลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลภายในหมู่บ้าน พูดคุยซักถามความเป็นมาเป็นไปของสถานการณ์ของการดำเนินงานโครงการ กข.คจ.ในหมู่บ้าน จากผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในอดีตตลอดจนคณะกรรมการบริหารเงินกองทุนโครงการฯ และคนในชุมชน ทั้งนี้ในระหว่างการหาข้อมูลต้องสร้างความสัมพันธ์เป็นมิตรก่อให้เกิดความไว้วางใจ ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีรับฟังในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าเรื่องนั้นจะไม่เกี่ยวกับโครงการ กข.คจ. ก็ตาม ที่สำคัญคือ บุคคลเป้าหมายที่เป็นแกนในการก่อเกิดความสงสัยสร้างความไม่เข้าใจให้กับคนในชุมชน และบุคคลที่มุ่งผลประโยชน์ตนเพียงฝ่ายเดียว ไม่ควรละเลยในการที่จะสร้างความมั่นใจให้เขารู้สึกว่าเรา ไม่ได้มาจับผิดเขา ไม่ได้มุ่งหมายตัดสินให้เขาได้อับอายขายหน้าต่อคนในชุมชน ทั้งสองคนนี้เราในฐานะนักพัฒนาต้องมีความอดทน รอคอย มุ่งมั่นพยายามประสานรอยร้าว และสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นในชุมชน เป็นคนกลางให้คนในชุมชนเห็นภาพของการประนีประนอม เกิดการยอมรับระหว่างการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจทุก ครั้ง อย่างมีหลักการและเหตุผล

                   เงินกองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ไม่เป็นแค่เพียงเงินตรา แต่หวังจะให้ เงินตรา...เพื่อพัฒนาคน เพื่อให้ทุกคนในชุมชนรู้และเข้าใจว่า เราเป็นเจ้าของเงินกองทุนโครงการ กข.คจ. ร่วมกัน

 เจ้าของความรู้ : นางสำเนียง  สร้อยเสนา


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (321)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:13 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:13


กองทุนกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

 แบบจัดเก็บความรู้ในการปฏิบัติงาน

ความรู้ในการปฏิบัติงานเรื่อง       กองทุนกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

โดย  นายจีระศักดิ์  ไสยสุข  ตำแหน่ง       เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย

วันที่บันทึกความรู้                   30  กรกฎาคม  2555

วัตถุประสงค์ของความรู้   เพื่อกระตุ้นให้เกิดแนวคิดในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

กระบวนการ/ขั้นตอน/วิธีปฎิบัติ

                   การทำงานในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล หลักการพัฒนาชุมชนยังคงเป็นหลักการที่เป็นอมตะ  สามารถทำงานให้บังเกิดผลได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการแต่อย่างใด  ขอเพียงใช้หัวใจ และความจริงใจ ในการทำงานกับผู้นำชุมชน สิ่งที่ได้รับกลับคืนมานั้น คือประสบการณ์เรียนรู้ที่หาซื้อด้วยเงินไม่ได้ ขอเพียงแต่เราเข้าใจและตั้งใจที่จะดึงภูมิปัญญาของคนในชุมชนออกมาบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้คนอื่นที่ไม่มีโอกาสได้ไปเจอประสบการณ์ด้วยตนเอง ได้มีโอกาสรับรู้ผ่านตัวหนังสือ และนำไปปรับใช้กับตนเองได้

                   การบันทึกผ่านคำบอกเล่า และการเรียนรู้ลองผิดลองถูก จนสามารถแปรผลออกมาเป็นความสำเร็จได้จากการลงมือปฎิบัติของผู้นำชุมชนนั้น เป็นประสบการณ์เรียนรู้ที่ยังไม่มีตำราใด บันทึกไว้  นอกจากคนที่มีโอกาสได้รับรู้พบเห็นมาด้วยตนเอง  เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่มีการจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ปล่อยให้สูญหายไปกับกาลเวลา เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

                   จากการที่กรมการพัฒนาชุมชนให้โอกาสไปร่วมทำงานกับชุมชนในหลาย ๆ พื้นที่  ได้เรียนรู้หลัก วิธีการคิด วิธีการ ทำงานของผู้นำในแต่ละพื้นที่ ทำให้รู้ว่า หลักและวิธีการแก้ปัญหาของชุมชนแตกต่างกันออกไป ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ แต่สามารถนำมาปรับใช้ให้ บังเกิดผลตามปัจจัยองค์ประกอบและต้นทุนที่มีอยู่ในชุมชน นั้น ๆ 

                   ข้อเสนอแนะในการบันทึกความรู้

๑) การลงพื้นที่พบปะพุดคุยกับกลุ่มผู้นำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ชุมชนมีกิจกรรมในเรื่องนั้น ๆ จะทำ

ให้ชุมชนเกิดความมั่นใจ และเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน

๒) วิธีการ ดำเนินงานจะถูกถ่ายทอดผ่านคำบอกเล่า ซึ่งผู้บอกเล่าจะบอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจ 

๓) เป็นโอกาสที่เรา จะเก็บบันทึกไว้ในหน่วยความจำของสมอง หรือการบันทึกเป็นตัวหนังสือ

หรือ บันทึกเป็นเสียง ตามความทันสมัยของเทคโนโลยี  บทสุดท้าย จะจบลงด้วยผลงานที่เห็นในปัจจุบัน

๓) เมื่อเสร็จภารกิจ ต้องไม่ลืมที่จะทบทวนนำออกมาบันทึกเป็นตัวหนังสือให้ได้  เก็บไว้ เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ ที่จะได้นำไปเล่าสู่ให้ชุมชนอื่น

                   ๔) ที่สำคัญ มีโอกาสต้องหมั่นแวะไปเยี่ยมเยียนบ่อย ๆ  โดยเฉพาะในวัน เวลา ที่กลุ่มทำกิจกรรม จะได้ความรู้วิธีการและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อตอกลิ่มให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

                   ประสบการณ์และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากชุมชน นั้น เป็นทรัพย์สินทางปัญญา ที่ไม่ต้องลงทุนด้วยเงิน    เมื่อเอ่ยถึงกองทุนชุมชน  น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก   เพราะทุกชุมชน/หมู่บ้าน  รัฐบาลได้สนับสนุนเป้นกองทุนให้ชุมชนบริหารจัดการกันเอง   บ้างก็สามารถบริหารจัดการให้สามารถเติบโตงอกเงยเกิดประโยชน์แก่คนในชุมชน แต่ก็มีหลายกองทุน ที่ประสบความล้มเหลวในการบริหารจัดการกองทุน เงินกองทุนหาย คนในชุมชนมีหนี้สินพอกพูน

                   จากแนวคิดการบริหารเงิน   สู่การบริหารคน  ทำให้หลาย ๆ ชุมชนสามารถพัฒนาคน ให้เป็นคนมีคุณภาพ เป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับ  โดยสามารถพัฒนาคนได้ตามหลักคุณธรรม 5 ประการของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

                   ในสังคมปัจจุบัน เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กระแสบริโภควัตถุนิยม ได้แพร่กระจายลงไปสู่ชุมชนทุกชุมชน ส่งเสริมค่านิยมของความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย  ใช้จ่ายเกินตัว  ไม่มีหลักคิดของความพอเพียง  แม้ในท้องถิ่นห่างไกล การให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ก็ไม่สามารถยับยั้งความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยของคนได้ จึงเกิดปัญหาที่ต้องให้รัฐบาลแก้ไขไม่รู้จบสิ้น  จะเห็นได้จากนโยบายของรัฐบาลทุกยุค สมัย แต่มุ่งแก้ปัญหาความยากจน ของคน  แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หนี้สินต่อหัวของประชากรในประเทศ กลับมีอัตราที่สูงขึ้นเป็นทวี  ซึ่งตราบใดที่เรายังไม่เข้าใจลึกซึ้งคำและความหมายของคำว่า พอเพียง  ก็จะเป็นลูกโซ่ที่จะถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป

                   ภายใต้การบริหารจัดการกองทุนในชุมชนที่มีอยู่หลาย ๆกองทุนนี่เอง  คนในชุมชน  มี

สวัสดิการที่ดี มีการขยายผล ของกิจกรรม  ออกไปมากมาย เป็นต้นว่า กลุ่มทอเสื่อกก กลุ่มทำลวดหนาม  กลุ่มทำน้ำเต้าหู้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ชุมชนสามารถคิดหาทองออก แก้ไขปัญหาให้กับชุมชนได้เอง และเป็นวิธีการที่ยั่งยืน   ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถส่งเสริม ให้ชุมชนเกิดความเข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน นี้เป็นคำถามที่รอคำตอบ  ปัญหาหนี้นอกระบบจะสามารถแก้ได้เองโดยชุมชน และจะค่อย ๆ หมดไปจากสังคมในที่สุด


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (433)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:12 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:12


วิธีการติดตามผู้ค้างชำระหนี้โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน(กข.คจ.)

 เรื่อง       วิธีการติดตามผู้ค้างชำระหนี้โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน(กข.คจ.)

สำหรับการปฏิบัติงานด้าน    เศรษฐกิจฐานราก

โดย         นายจีระศักดิ์  ไสยสุข            ตำแหน่ง   เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

ที่อยู่        สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย  จังหวัดร้อยเอ็ด

วันที่บันทึก             30  กรกฎาคม   2555

จุดประสงค์/ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

ข้อแนะนำ/ข้อพึงระวัง

สถานการณ์นั้น ๆ สามารถให้เหตุผลหรือกำชับให้คืนเงินตามกำหนด

1.  เข้าไปพูดคุยกับครับเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินและค้างชำระทุกราย โดยไปที่บ้านเพื่อดูว่าข้อมูลที่ได้จากคณะกรรมการกองทุนแก้ไขปัญหาความยากจน(กข.คจ.)ตรงกับข้อมูลที่ได้มาหรือไม่ เป็นการหาข้อมูลด้วยตนเองเพื่อทราบข้อเท็จจริงล่วงหน้า  

2.  ให้พัฒนากรเตรียมสัญญาสัญญาการยอมรับสภาพหนี้กำหนดการคืนเงินเป็นงวดการคืนเงินตามข้อตกลง

3.  ในวันประชุมต้องมีการจดบันทึกการประชุมลงลายมือชื่อเพื่อสร้างความขลัง การให้บรรยากาศพูดคุยปัญหา เหตุผลการไม่คืนเงินในที่ประชุม และให้พูดคุยกำหนดห้วงเวลาการคืนเงินตามกำหนด แต่ละรายให้ระยะเวลาการคืนเงินเร็วที่สุด

4.  ทำหนังสือเชิญประชุม ออกโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเพื่อให้ครัวเรือนยืมเงินที่ค้างชำระเกิดความกลัว และยำเกรงเมื่อเข้าร่วมประชุม ไม่กล้าหนีหนี้ ควรใช้สถานที่ประชุมภายในหมู่บ้านโดยเฉพาะบริเวณวัด โบสถ์ หรือศาสนสถานที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เงียบ ศักดิ์สิทธิ์ น่าเกรงขามใช้เป็นสถานที่ประชุมที่เหมาะสม

ข้อพึงระวัง

1. อย่าพูดกับครัวเรือนที่ค้างชำระด้วยถ้อยคำ

ที่รุนแรง  และพูดทวงเงินยืมต่อหน้าสาธารณชน

หรือคนที่เป็นคู่อริ  เพราะอาจเกิดปัญหาถกเถียงกัน

รุนแรงและเป็นที่ยุติได้ยาก

 

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (265)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:11 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:11


การทำงานกับกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP

 แบบจัดเก็บความรู้การทำงานกับกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP ตามโครงการหนึ่งตำบล 

หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

ความรู้ในการปฏิบัติงาน  เรื่อง การประสานงานกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ OTOP

เจ้าของความรู้  นางสำเนียง  สร้อยเสนา

ตำแหน่ง  เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย    วันที่ บันทึกความรู้  20 กรกฎาคม  2555

วัตถุประสงค์ของความรู้  เพื่อปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพทันตามระยะเวลาที่กำหนด

กระบวนการ/ขั้นตอน/วิธีปฏิบัติ         

ปัจจุบันการทำงานในบางเรื่องเป็นงานที่เร่งด่วน ไม่สามารถที่จะทำการประชุมตามขั้นตอนของทางราชการได้ จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยการสื่อสารที่ทันสมัย คือ โทรศัพท์ ในการประสานงานทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะการทำงาน OTOP  สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือเรื่องการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ซึ่งโดยภาพรวมแล้วผู้ผลิต/ผู้ประกอบการทุกคนต้องการนำสินค้าของกลุ่มตนเองออกจำหน่ายแน่นอน  

ดังนั้นผู้รับผิดชอบจะต้องดำเนินการอย่างไรในเมื่อความต้องการมีมาก แต่จำนวนพื้นที่ให้จำหน่ายมีจำกัด และที่สำคัญที่สุดไม่มีวัน เวลา ในการประชุมกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ ตามขั้นตอนของทางราชการ จะทำอย่างไรในการคัดเลือกกลุ่มเข้าร่วมกิจกรรมตามแผนได้สำเร็จและไม่เกิดปัญหาการร้องเรียนจากกลุ่มเป้าหมาย จากประสบการณ์ พอสรุปขั้นตอนในการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้า ดังนี้

1.ผู้รับผิดชอบจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดของการจัดงานไม่ว่าจะเป็นวันเวลา สถานที่ ฯ และจำนวน

พื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรฯ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การคัดเลือกของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เข้าร่วมงานฯ ให้ชัดเจน

2.ผู้รับผิดชอบต้องตั้งเป้าหมายของกลุ่มที่จะเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในใจแล้วในเบื้องต้น และต้องตั้งสติ

ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดไว้ล่วงหน้าได้

     3.ประสานงานกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มที่อยู่ในเกณฑ์ที่กลุ่มมีโอกาส มีสิทธิการเข้าร่วมกิจกรรมตามแผนการจัดสรรบูธแต่ละประเภทสินค้า

      4.ผู้ประสานงานกลุ่มเป้าหมายต้องมีฐานข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายที่จะประสานงานด้วย

      5.ประสานงานกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าไม่ต้องการไปร่วมจำหน่ายสินค้าก่อนแล้วจึงประสานกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะเข้าร่วมการจำหน่ายสินค้า

      6.ตรวจสอบความถูกต้องกลุ่มเป้าหมายตามแนวทางคัดเลือกฯและการจัดสรรบูธแต่ละประเภทที่ได้รับ ส่งรายชื่อให้ทันตามกำหนด

      7.ประสานงานเครือข่ายOTOP แจ้งขั้นตอนการประสานงานกลุ่มเป้าหมายให้ทราบ และผลการประสานงาน พร้อมทำหนังสือถึงอำเภอให้เตรียมความพร้อมของกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP 

ข้อเสนอแนะ/ข้อพึงระวัง

1. ผู้รับผิดชอบ หรือผู้ประสานงาน ต้องมีใจเป็นกลางทำตามหลักเกณฑ์/แนวทางที่กำหนด โดยไม่ลำเอียง

2. ผู้ประสานงานต้องระวังคำพูด พูดจาด้วยการใช้ภาษาที่เป็นกันเองมากที่สุด แต่เป็นคำพูดที่ไพเราะ เหมาะสม และสุภาพ

3. ยิ้มก่อน ไหว้ก่อน ทักก่อน โดยไม่ต้องรอให้ใครแนะนำ  ให้ทำ

4. การประสานงาน(โทร.)ต้องยอมรับความคิดเห็นของคู่สนทนาด้วย และจำเป็นต้องประสานกับประธานกลุ่ม หรือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในกลุ่ม

5. การใช้คำพูดต้องเข้าใจง่ายกระชับ มีเหตุมีผลในการพูดผู้ฟังสามารถรับรู้ได้ และพร้อมจะตัดสินใจยอมรับในเหตุและผลของการพูดคุยของผู้ประสานงาน

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทราย ความคิดเห็น (0) | ดู (340)
สร้าง: 06 ส.ค. 2555 15:09 แก้ไข: 06 ส.ค. 2555 15:09
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION