สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงด้วยผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน


การจัดการความรู้เรื่อง :การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยผู้นำอาสาพัฒนา    

                                  บ้านหนองยาง หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองยาง   

จัดทำโดย   : นางเอมอร  นพหิรัญ

ตำแหน่ง : นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ   

สังกัด : สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จังหวัดนครราชสีมา

สถานการณ์ :

                บ้านหนองยาง  หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองยาง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จังหวัดนครราชสีมา ได้รับงบประมาณในการสนับสนุนการดำเนินโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ในระดับพออยู่ พอกิน ประจำปี ๒๕๕๔ ซึ่งหมู่บ้านนี้ได้มีการดำเนินชีวิตตามแบบชนบททั่ว ๆ ไป มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รักใคร่สามัคคี และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเป็นอย่างดี โดยมีผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร เป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาหมู่บ้านตลอดมา และมีผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน เป็นผู้ประสานงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอย่างดียิ่ง โดยได้ประสานงาน ติดตาม และให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมในทุก ๆ ด้าน มีความรับผิดชอบ เสียสละ และได้รับความไว้วางใจจากผู้นำหมู่บ้าน และคนในชุมชนให้เป็นแกนหลักในการทำงานในหมู่บ้าน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ได้สมัครเข้าเป็นครอบครัวพัฒนา และเป็นวิทยากรในการสาธิตกิจกรรมการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยการสาธิตการทำน้ำยาเอนกประสงค์  เป็นจุดเรียนรู้ในการดำเนินกิจกรรมให้กับครัวเรือนพัฒนา และประชาชนในหมู่บ้านที่สนใจ  และยังได้ขยายผลสู่หมู่บ้านใกล้เคียง หรือบุคคลที่สนใจจากตำบลอื่น ๆ อีก ซึ่งปัจจุบันนี้ ประชาชนในหมู่บ้านหันมาทำน้ำยาเอนกประสงค์ใช้เอง คิดเป็นร้อยละ ๖๐ ของประชาชนในหมู่บ้าน ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จในดับที่พอใจ และเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอาจจะเป็นเพียงการเริ่มต้นแต่ก็นับว่าชุมชนเริ่มมองเห็นความสำคัญของการลดรายจ่าย ในครัวเรือนการลดรายจ่าย ในครัวเรือน

แก่นความรู้ :

                ๑.การสร้างการเรียนรู้ และกระตุ้นให้คนในชุมชน ขยายผลในการลดรายจ่าย ไปสู่ผู้ที่สนใจมากขึ้น

             ๒.การติดตาม/สนับสนุน ครอบครัวพัฒนาและประชาชนที่ทำน้ำยาอเนกประสงค์เพื่อให้ดำเนิน

                 กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์ :

                สร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติในการทำงานที่ดีให้ผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร เพื่อให้คิดหาแนวทางในการพัฒนารูปแบบและวิธีการอื่นๆ ในการพัฒนาหมู่บ้าน

แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง  : หลักการมีส่วนร่วม และการบูรณาการการทำงาน

                           

 



โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ความคิดเห็น (0) | ดู (355)
สร้าง: 16 ส.ค. 2554 10:30 แก้ไข: 16 ส.ค. 2554 10:30


การสร้างเครือข่ายหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับตำบล

ความรู้เรื่อง : การสร้างเครือข่ายหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตำบลหนองงูเหลือม

                   อำเภอเฉลิมพระเกียรติ    จังหวัดนครราชสีมา

เจ้าของความรู้  : นายสุรพร   เกษโกมล

ตำแหน่ง : นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด : สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จังหวัดนครราชสีมา

แก้ปัญหาเกี่ยวกับ : การดำเนินชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของหมู่บ้านต้นแบบและหมู่บ้านขยายผลในตำบลหนองงูเหลือม

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น :

 ปี พ.ศ. ๒๕๕๓  ตำบลหนองงูเหลือม  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จังหวัดนครราชสีมา  ได้รับงบประมาณโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ บ้านโนนกราด  หมู่ที่ ๑  ตำบลหนองงูเหลือม  และโครงการหมู่บ้าน/ชุมชน คุณภาพชีวิตดี ด้วยวิถีพอเพียง ซึ่งเป็นโครงการขยายผลจากหมู่บ้านต้นแบบ จำนวน ๓ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านรวง หมู่ที่ ๓  , บ้านประกายปรง  หมู่ที่ ๗  และบ้านสลักได  หมู่ที่ ๑๔ ,งบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านโนนกราด จากอบต.หนองงูเหลือม

 ปี พ.ศ. ๒๕๕๔  ได้รับงบประมาณ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา บ้านสลักได หมู่ที่ ๑๔ และโครงการรักษามาตรฐานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ  บ้านโนนกราด  หมู่ที่ ๑

จากการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ ข้าพเจ้าได้ติดตามการดำเนินงานของครัวเรือนต้นแบบของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ และหมู่บ้านขยายผลอีก ๓ หมู่บ้าน พบว่าการดำเนินงานของครัวเรือนยังไม่ชัดเจน ทำกิจกรรมไม่จริงจัง สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงผู้นำ ครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่มีความพร้อมน้อย ยังไม่มีแรงบันดาลใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ไม่มีคนคอยมากระตุ้น และการทำงานของหน่วยงานภาคีส่วนใหญ่ต่างคนต่างทำ 

ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าร่วมเวทีประชาคมโครงการชุมชนพอเพียง และการประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน  การพบปะ พูดคุยกับผู้นำชุมชน  ภาคีพัฒนาระดับตำบล  ได้นำเสนอแนวคิดในการเชื่อมโยงกิจกรรมของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบและหมู่บ้านขยายผล  การต่อยอดกิจกรรมจากโครงการชุมชนพอเพียง และประสานการบูรณาการกิจกรรมในแต่ละหมู่บ้าน ของภาคีระดับตำบลซึ่งใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวและการทำงานร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ  ไม่เป็นทางการ  โดยเน้นให้ผู้นำ/กลุ่ม /องค์กรในหมู่บ้าน ได้แก่ อช./ผู้นำ อช. /กลุ่มสตรี/อสม./เกษตรหมู่บ้านและกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มเดียวกัน ร่วมเป็นแกนนำขับเคลื่อนและติดตามกิจกรรมในหมู่บ้าน  มอบหมายให้แกนนำและครัวเรือนต้นแบบรับผิดชอบการขยายผล   การประสานงานกับ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองงูเหลือม และ กศน. เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจัดทำกิจกรรมเพื่อต่อยอดครัวเรือนต้นแบบและครัวเรือนขยายผล

นอกจากนั้นได้ร่วมกับทีมงานระดับตำบลและผู้นำทั้ง ๔ หมู่บ้าน จัดตั้งเครือข่ายหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับตำบล และเลือกกิจกรรมเด่นเพื่อกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของหมู่บ้านเครือข่ายฯ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี

จากการรวมกันเป็นเครือข่ายหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตำบลหนองงูเหลือม ทำให้เกิดมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นำและครัวเรือน มีวิทยากรสอนการเผาถ่านทำน้ำส้มควันไม้  การทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ  การทำน้ำยาล้างจาน ผู้นำมีการนำแผนชุมชนในแต่ละหมู่บ้านมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาหมู่บ้าน, เกิดความพึงพอใจของคนในหมู่บ้าน และ คณะทำงานระดับตำบล อำเภอ , เกิดเครือข่ายแบบธรรมชาติ, สามารถเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษาระดับอำเภอ (โครงการIPA) และทีมงานระดับตำบลได้รับการประเมินเป็นชุดปฏิบัติการประจำตำบลดีเด่นประจำปี ๒๕๕๔ ของอำเภอ

ขุมความรู้ :

๑.      ผู้ติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของครัวเรือนต้นแบบ ต้องรู้ต้นทุนของครัวเรือนที่มีอยู่ กับปัจจัยที่นำเข้าในแต่ละโครงการ เพื่อจะรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นคุ้มค่าหรือไม่

๒.     ผู้นำต้องมีความพร้อมและมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงหรือให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหมู่บ้าน

๓.     การมีส่วนร่วมของภาคี ทุกฝ่ายจะต้องได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน

๔.     การคัดเลือกครัวเรือนต้นแบบ  เป็นตัวอย่าง เป็นจุดเรียนรู้ จะต้องได้รับการยกย่องชมเชยเพื่อให้ครัวเรือนนั้นเกิดการยอมรับ และเป็นการกระตุ้นให้เขาเกิดการพัฒนาตนเองมากขึ้นและแสวงหาความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติม

แก่นความรู้ :

๑.      การติดตาม วิเคราะห์ความคุ้มค่า

๒.     การสร้างทีมงานอย่างไม่เป็นทางการ เป็นแบบธรรมชาติ

๓.     การบูรณาการการทำงาน

กลยุทธ์ :   การทำงานแบบมีส่วนร่วม และการบูรณาการ

แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง :

๑.      การทำงานเครือข่าย

๒.     ความสามัคคี และการมีส่วนร่วม

๓.     การบูรณาการ

ข้อพึงระวัง :

๑.      เครือข่ายฯที่เกิดขึ้นเป็นเครือข่ายแบบธรรมชาติ ไม่มีแผนที่ชัดเจน ใช้ความสัมพันธ์เป็นเครื่องมือ ดังนั้น เวลาจึงเป็นตัวแปรที่สำคัญ ต้องใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำงานร่วมกัน

๒.     เครือข่ายฯไม่มีงบประมาณ ไม่มีเงินในการสนับสนุนการทำงาน

 

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ความคิดเห็น (0) | ดู (539)
สร้าง: 15 ส.ค. 2554 15:54 แก้ไข: 15 ส.ค. 2554 15:59


ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านสลักได

การจัดการความรู้เรื่อง : ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านสลักได

ชื่อผู้จัดทำ :นางสุกัญญา  อินต๊ะกัน

ตำแหน่ง: เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

สังกัด : สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น : บ้านสลักได  หมู่ที่  ๑๔  ตำบลหนองงูเหลือม   อำเภอเฉลิมพระเกียรติ   จังหวัดนครราชสีมา  มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับบ้านพระวังหาร  หมู่ ๔    ทิศใต้ติดต่อกับบ้านด่านท่าแดง      ทิศตะวันออกติดต่อกับบ้านโนนมันเทศ  ทิศตะวันตกติดต่อกับเขตอำเภอเมือง นครราชสีมา  ระยะทางห่างจากอำเภอเฉลิมพระเกียรติประมาร  ๖  กิโลเมตร  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่ม  มีแหล่งน้ำโดยรอบ  ดินส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวเหมาะสำหรับทำการเกษตร  ส่วนคำว่าศูนย์เรียนรู้บ้านสลัดได ยังไม่เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยนัก  สำหรับคนในชุมชนและนอกชุมชน    ซึ่งสภาพเดิมก่อนที่จะมีการขับเคลื่อนกิจกรรมและโครงการฯ นั้น   การประกอบอาชีพของคนในชุมชน  และการดำเนินชีวิต ไม่ต่างจากชุมชนอื่นๆ  คือ ต่างคนต่างทำมาหากิน  การพบปะพูดคุยกันเป็นเรื่องทั่วๆไป  กิจกรรมต่างๆในหมู่บ้าน ก็เป็นไปตามกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ ของชุมชน    จนกระทั้ง  บ้านสลักไดได้ถูกคัดเลือกเป็นหมู่บ้านเป้าหมาย  ตามโครงการขยายผลการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  โครงการพัฒนาจังหวัด  ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.๒๕๕๔   ซึ่งดิฉันก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมตามโครงการฯ  เป็นวิทยากรร่วมกับทีมงานพัฒนาชุมชน  แต่ขาดเสียมิได้คือ  ผู้นำชุมชน ประกอบด้วย  นายบุญเชิด  แยกงูเหลือม  ผู้ใหญ่บ้าน    อาจารย์กีฬาชัย  เชื้อพงษ์  กรรมการศูนย์เรียนรู้ คณะกรรมการพัฒนาสตรี  ซึ่งเป็นทีมงานที่สำคัญได้ค่อยปรึกษาหารือร่วมกับขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆตามโครงการ

                      เนื่องจากในพื้นที่ที่รับผิดชอบของดิฉันไม่มีหมู่บ้านพื้นที่เป้าหมาย  ท่านพัฒนาการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จึงได้แบ่งพื้นที่ประสานการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านสลักได  หมู่ที่ ๑๔  ตำบลหนองงูเหลือม ให้รับผิดชอบ   เนื่องจากไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ  ทำให้ต้องเริ่มสร้างความคุ้นเคยกับผู้นำและกลุ่มเป้าหมายใหม่  ซึ่งดิฉันเริ่มจากการเข้าร่วมเป็นวิทยากรตามโครงการขยายผลการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง  จนได้รับการยอมรับจากผู้นำและครัวเรือนเป้าหมาย  และที่สำคัญบ้านสลักไดเป็นหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางผ่านจากบ้านไปที่ทำงาน  ดังนั้นเมื่อพัฒนากรเจ้าของพื้นที่ต้องการแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้กับชุมชนทราบ  ดิฉันจึงได้เข้าไปประสานงานบ่อยขึ้น    ส่วนการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้บ้านสลักได  ดำเนินการไปตามกิจกรรมของทางราชการที่ลงมาเป็นครั้ง เป็นคราวไป  ถ้าส่วนราชการไม่ลงมา  ก็ยังเป็นศูนย์ที่ขาดชีวิตชีวา   องค์ความรู้ต่างๆในชุมชนก็ยังไม่มีการรวบรวม  ซึ่งคนในชุมชนรู้บ้างไม่รู้บ้าง  ก็เหมือนคนในชุมชนก็ยังไม่รู้จักตัวเองนั้นเอง  

         กิจกรรมที่ดิฉันและทีมงานพัฒนาชุมชนลงไปขับเคลื่อนเริ่มตั้งแต่การให้ความรู้การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้ในชีวิต  และขั้นตอนการศึกษาดูงานที่จังหวัดสกลนคร    จุดนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน หรือสร้างประกายความคิดให้กับครัวเรือนเป้าหมายได้คิด  จากการได้อยู่รวมกันในจุดศึกษาดูงาน  ได้มีโอกาสพูดคุย   เขามองว่า  บ้านเรามีดีกว่านี้ทำไมต้องมาดูงานบ้านคนอื่น   จุดนี้เองทำให้ครัวเรือนเป้าหมายได้มองตัวเอง  ว่าตัวเองมีดีอะไรบ้าง  ขาดอะไรบ้าง  มองหาข้อแตกต่าง  ซึ่งได้พุดคุยถึงเรื่องการบริหารจัดการของชุมชน  ณ ที่จุดดูงานมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ  จึงใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ได้  หลังกลับมาจากการดูงาน  ดิฉันและทีมงาน   จึงได้ร่วมกันจัดเวทีให้ความรู้และความสำคัญในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้แก่ครัวเรือนเป้าหมาย  จัดตั้งคณะกรรมการบริหารศูนย์ โดยมี นายบุญเชิด  แยกงูเหลือม  ผู้ใหญ่บ้านสลักได  เป็นประธานศูนย์ฯ   และได้แบ่งภารกิจหน้าที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  องค์ความรู้ต่างๆในชุมชน  ร่วมวิเคราะห์จุดอ่อน  จุดแข็ง  มองหาจุดเด่นของชุมชน    มองหาโอกาสในการพัฒนาชุมชน  และปัญหาอุปสรรคร่วมกับครัวเรือนเป้าหมาย    โดยครัวเรือนเริ่มคิดที่จะรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชนแต่ละด้านๆ ไว้  แต่เนื่องจากทุกคนต้องมาทำหากิน  อาชีพหลักคือการทำนา  ทำสวน  ช่วงว่างงานมีน้อย  การที่จะเก็บรวบรวมองค์ความรู้จึงเป็นเรื่องยาก  ดิฉันจึงได้พูดคุยกับท่านผู้ใหญ่บ้านและทางอาจารย์กีฬาชัย เชื้อพงษ์ ซึ่งเป็นทั้งสองเป็นแกนหลักสำคัญและมีใจที่จะพัฒนาชุมชน  ดิฉันจึงปรึกษาที่จะให้เด็ก และเยาวชนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน  ได้นัดเด็กๆมาร่วมทำกิจกรรมต่างๆอาทิตย์ละครั้ง  ได้พบปะได้พูดคุยปัญหา  และได้สอดแทรกความคิดให้เด็กได้ร่วมศึกษาชุมชนด้วยกัน  โดยได้ทำแบบสอบถามง่ายๆ และแบ่งกิจกรรมทำตามความถนัด  ความเหมาะแก่วัย  ตามความสนใจของเด็ก  จากการให้ความสำคัญแก่เด็กการจัดเก็บข้อมูลหรือการทำกิจกรรมหลายๆอย่าง  เขาสามารถแบ่งเบาได้  และเกิดประโยชน์ในมิติด้านสังคม  สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในชุมชน   มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาระหว่างรับข้อมูลและผู้ให้ข้อมูล 

            นอกจากการรวบรวมข้อมูลและการถ่ายทอดภูมิปัญหาแล้ว  ศูนย์เรียนรู้ถ้าสามารถตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนได้น่าจะเป็นสิ่งที่ดี  ซึ่งคนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา  ดั้งนั้น เรื่องของการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร  และการลดรายจ่าย น่าจะเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนได้อีกอย่าง  ดิฉันและทีมงานได้ประสานการสนับสนุนวิทยากรเรื่องของการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และลดรายจ่าย  คือนายอารี  เจียบเกาะ ครัวเรือนต้นแบบบ้านโนนกราด ซึ่งเป็นเครือข่ายหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับตำบลได้สอนการทำปุ๋ยหมักจากหอยเชอรี่ การทำน้ำส้มควันไม้ ซึ่งครัวเรือนเป้าหมายได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก  จึงได้มีการแบ่งงานทำตามความถนัดของครัวเรือนเป้าหมาย   แต่ครัวเรือนเป้าหมายบางรายไม่มีความชอบและถนัดด้านนี้  ได้พูดคุยกันและมีความสนใจต้องการทำอาชีพเสริม เช่น  อยากทำไข่เค็มบ้าง  ทำขนมบ้าง  ซึ่งดิฉันได้สนับสนุนเอกสารสูตรการทำอาหารต่างๆ  การทำน้ำยาเอนกประสงค์  แก่ครัวเรือนที่สนใจ  แต่ที่สำคัญเมื่อมีกิจกรรมลดรายจ่ายเพิ่มรายได้แล้ว  ชุมชนนี้ยังไม่มีการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนในแง่ของการออมเงิน  พอได้จุดประกายให้ผู้นำได้คิดถึงเรื่องของการออมเงิน  ผู้นำได้ให้ความสนใจ  แต่ยังไม่มีความเข้าใจ  จึงได้เข้าไปปรึกษาท่านพัฒนาการอำเภอ  ซึ่งท่านได้ให้คำแนะนำแนวทางในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  ดิฉันในฐานะผู้รับผิดชอบงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตได้ทำงานร่วมกับพัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบล  ได้สนับสนุนการจัดตั้ง  ให้ความรู้ด้านวิชาการ  เอกสารแนวทางการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ฯ  ใบสมัคร  ระเบียบต่างๆ  และมีผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกประมาณ  ๕๐ คน

            จากการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆของชุมชน  กิจกรรมของศูนย์เรียนรู้บ้านสลักได  ที่สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ได้สำหรับคนในชุมชน และนอกชุมชน  ได้แก่  จุดเรียนรู้เกษตรปรานีตของอาจารย์กีฬาชัย  เชื้อพงษ์    จุดเรียนรู้ของกลุ่มทอเสื่อกกซึ่งทำและสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น   จุดเรียนรู้ด้านการจัดสวัสดิการชุมชน  จุดเรียนรู้ด้านกิจกรรมลดรายจ่ายเพิ่มรายได้  ได้แก่  กิจกรรมเผ่าถ่านและน้ำส้มควันไม้   กิจกรรมทำปุ๋ยหมักชีวภาพ   กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่   กิจกรรมการเลี้ยงปลาในกระชัง    อีกอาชีพหนึ่งซึ่งครัวเรือนเป้าหมายสนใจจากเรียนรู้ทางการตลาด คือสนใจจัดตั้งกลุ่มเลี้ยงปูนาขาย แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ  อีกอย่างที่สำคัญ  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  ได้จัดตั้งเครือข่ายหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอขึ้น  ซึ่งบ้านสลักไดร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายด้วย  ได้ร่วมกิจกรรมเครือข่ายได้ศึกษาดูงานกิจกรรมการออมบาตรบ้านโคกวังวน  มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิกเครือข่ายด้วยกัน  ทำให้คณะกรรมการศูนย์เรียนรู้บ้านสลักไดได้รับองค์ความรู้จากนอกชุมชนเพื่อมาเติมเต็มให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นอีก

            จากการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้บ้านสลักได  ที่ผ่านมาศูนย์ได้ให้บริการเป็นแหล่งเรียนรู้แก่บุคคลภายนอกชุมชน ได้แก่ จากโรงเรียน  ส่งมาดูงาน    จุดเรียนรู้เกษตรปรานีตบ้านอาจารย์กีฬาชัย  เชื้อพงษ์  อยู่บ่อยครั้ง 

ปัจจัยที่มีผลทำให้การขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้บ้านสลักไดดำเนินไปได้  หลักใหญ่ๆ  ได้แก่  การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้นำ และครัวเรือนเป้าหมาย  ให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของศูนย์เรียนรู้    ผู้นำชุมชนที่มีใจพัฒนา   ภาคีพัฒนา   การบูรณาการทุกภาคส่วน    การดำเนินกิจรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนได้   การนำไปศึกษาดูงานเป็นการจุดประกายความคิด   และการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้    

ปัญหาของการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ก็มี  เช่น  ในเรื่องของการจัดศูนย์  บ้านสลักไดยังเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ยังใหม่  งบประมาณยังไม่มี  การรวบรวม  การปรับปรุงศูนย์ยังค่อยเป็นค่อยไป  จะให้จัดสวยหรูน่าดูเลยคงยังไม่ได้  ทำได้พอประมาณซึ่งทางผู้นำและทีมงานพัฒนาชุมชนเองคงค่อยเป็นค่อยไป  ปัจจุบันภาคีพัฒนาได้ให้ความสนใจและร่วมให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  เช่น  ทางสาธารณสุขได้เห็นความสำคัญเรื่องของการคัดแยกขยะในชุมชน  ทางศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนฯ  ได้สนับสนุนการพันธุ์ปลาแก่ครัวเรือนเป้าหมาย  ทางองค์การบริหารส่วนตำบลได้สนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนกิจกรรมของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มเติม 

            แผนการดำเนินงานต่อไปจากนี้  ดิฉันและคณะกรรมการบริหารศูนย์เรียนรู้จะร่วมกันปรับปรุงศูนย์เรียนรู้  และรวบรวมกิจกรรมเด่นของชุมชน จัดทำเป็นเอกสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนกับชุมชนอื่นๆ 

 

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ความคิดเห็น (0) | ดู (506)
สร้าง: 15 ส.ค. 2554 15:49 แก้ไข: 16 ส.ค. 2554 10:39


การขับเคลื่อนแผนชุมชนในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

 

การจัดการความรู้เรื่อง   การขับเคลื่อนแผนชุมชนในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
                                  บ้านโคกวังวน หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองยาง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ  
ผู้จัดทำ                     นางอุไร   แตงอยู่
ตำแหน่ง                   นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
วัตถุประสงค์              ชุมชนมีขีดความสามารถในการบริหารจัดการแบบบูรณาการ
ความเป็นมา                 กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดยุทธศาสตร์เสริมสร้างขีดความสามารถการบริหารงานชุมชน สนับสนุนให้ชุมชนชน/หมู่บ้านมีขีดความสามารถในการบริหารจัดการแบบบูรณาการ โดยขับเคลื่อนแผนชุมชนสู่การปฏิบัติ        
                                     บ้านโคกวังวน หมู่ที่ ๔ ตำบลหนองยาง เป็นหนึ่งในสิบเจ็ดหมู่บ้านเป้าหมายของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ  เพื่อประเมินมาตรฐานแผนชุมชน ปี ๒๕๕๔   ซึ่งหมู่บ้านได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับอำเภอ และหมู่บ้านขยายผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งบพัฒนาจังหวัด เนื่องจากหมู่บ้านนี้มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดี   ชุมชนมีความสามารถในการบริหารจัดการ ในลักษณะของการพึ่งตนเองช่วยเหลือกันเอง ในการแก้ปัญหาทั้งปัญหาส่วนตัวและปัญหาส่วนรวมเพื่อแบ่งปันประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นให้ได้มีความสุขในการอยู่ร่วมกันจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างที่ปรารถนาเริ่มจาก “ประชาชน”   ด้วยการที่ประชาชนได้สร้างโอกาสการมีส่วนร่วมและเข้าไปมีบทบาทในการบริหารจัดการ การเรียนรู้เพื่อการแก้ปัญหาทุกปัญหาของชุมชน ดังนั้น โครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาต่างๆ จึงต้องเป็นการกระทำที่เกิดจากความคิดริเริ่มของประชาชนจากความประสงค์ที่คิดจะแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการของประชาชนเอง โดย   ชุมชนได้ตระหนักถึงการพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน                                   
 การเพิ่มความสามารถของชุมชนด้วยกระบวนการแผนชุมชน
                       เริ่มจากข้าพเจ้าได้พบปะ พูดคุยกับผู้นำหมู่บ้าน คือ นายช่วย นิ่งกระโทก ผู้ใหญ่บ้าน และนางสุภาพ ดีอาษา กรรมการกลุ่มออมทรัพย์ นางสมพงษ์ แน่นกระโทก อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ได้เล่าให้ฟังว่าแผนชุมชนของหมู่บ้านมีเป็นรูปเล่ม ได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ก็ได้ปรับปรุงบ้างแต่โครงการที่อยู่ในแผนก็ยังไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์เท่าไร   สำหรับโครงการที่นำไปปฏิบัติจะเป็นโครงการที่ชุมชนทำได้เองเสียส่วนใหญ่
                        เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ได้ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับอำเภอ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ เช่น เกษตร สาธารณสุข   กศน.   ปศุสัตว์   อบต.   โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการ และในส่วนของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ประชาชนน้อมนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิต
                                      
                         ในฐานะ “นักพัฒนา”  ทำหน้าที่เป็นผู้เอื้ออำนวยการให้เกิด “พลังชุมชน” การสร้างพลังชุมชน ยึดหลักการสำคัญ คือ อาศัยประชาชน  ประชาชนเป็นหลัก เริ่มต้นที่ประชาชน ด้วยวิธีการส่งเสริม สนับสนุน เร่งเร้า จูงใจให้เกิดการเรียนรู้และมีส่วนร่วม โดยใช้กระบวนการแผนชุมชนเป็นเครื่องมือสร้างการคิดและเรียนรู้ จนมีผลต่อการสร้างพลังชุมชน ให้สามารถดำเนินกระบวนการทำงานของชุมชน  จึงได้เข้าไปเรียนรู้พบปะ พูดคุย สอบถามและสังเกตผู้นำชุมชน กลุ่มสตรี ออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน   โดยถามผู้นำเกี่ยวกับวิธีการพัฒนาหมู่บ้านว่าบ้านเราเริ่มต้นจากใคร   ทำอะไร   ทำอย่างไร       จากการกระตุ้นถาม พอจะสรุปได้ว่าแม้แต่ตนเอง ครอบครัวของตนเองก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีปัญหาอะไรได้ชัดเจน แล้วจะหาวิธีแก้ไขปัญหาครัวเรือน ชุมชน ได้อย่างไร ในขณะเดียวกันบ้านโคกวังวนมีแผนชุมชนและมีการปรับแผนทุกปี แต่การจัดทำแผนชุมชนยังขาดกระบวนการมีส่วนร่วมที่ชัดเจนในเรื่องของการสืบค้นข้อมูล ปัญหา ความต้องการ  ทำให้การพัฒนาไม่ตรงกับปัญหาความต้องการที่แท้จริง    และการนำแผนชุมชนไปใช้ประโยชน์ยังไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะนำไปปฏิบัติจริงเฉพาะแผนงานโครงการทีชุมชนดำเนินการได้เองเท่านั้น ส่วนโครงการที่เกินความสามารถของชุมชนก็ได้นำเสนอสู่แผนพัฒนาตำบลบ้างเป็นบางส่วน ไม่มีการติดตามประเมินผล
                        เมื่อได้พบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชนรู้ถึงสภาพปัญหาของการพัฒนาหมู่บ้าน  จึงคิดว่าจะต้องไปสร้างการเรียนรู้ให้คนในชุมชนรู้เรื่องของกระบวนการจัดทำแผนชุมชน เริ่มแรกเมื่อเดือน ธันวาคม ๒๕๕๓ ได้เข้าไปจัดเวทีประชาคมร่วมกับภาคีพัฒนาไปชี้แจงเกี่ยวกับโครงการหมู่บ้านศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบระดับอำเภอ โดยให้ผู้นำคือ นางสุภาพ ดีอาษา เป็นผู้เปิดเวทีร่วมกันคัดเลือกครัวเรือนพัฒนาเป้าหมายเน้นครัวเรือนสมัครใจก่อน จำนวน ๔๐ ครัวเรือนจากนั้นใช้เกณฑ์ชี้วัด  ๖X๒พูดคุยในเวทีและแนะนำส่งเสริมการเรียนรู้กิจกรรมหมู่บ้านพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ สามารถดูกิจกรรมได้ที่บ้านกำนันฉะอ้อน โพธิ์ปานพะเนา หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองยาง และในวันนั้นได้มอบสมุดบัญชีให้ครัวเรือนเป้าหมายไปจัดทำบัญชี พร้อมให้การบ้านนำเก็บไปคิดว่าท่านอยากเห็นครอบครัวของท่านเป็นอย่างไรความคาดหวัง ความฝัน โดยยกตัวอย่างให้ดู (ออกไปวาดภาพ ๑ คน) เพื่อเตรียมจัดทำแผนชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในเวทีครั้งต่อไป 
                        หลังจากนั้น เดือน กุมภาพันธ์  ๒๕๕๔ นัดครัวเรือนเป้าหมายจัดทำแผนชีวิต โดยให้แต่ละครัวเรือนนำเสนอความคาดหวัง ซึ่งแต่ละครัวเรือนได้เตรียมข้อมูลมาแล้วให้สรุปความคาดหวังและเป้าหมาย/วิธีการที่ทำให้ความคาดหวังความฝันบรรลุเป้าหมายออกมาเป็นโครงการ/กิจกรรมด้านการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การออม ฯลฯ แล้วแบ่งเป็นกลุ่มแลกเปลี่ยนนำเสนอเป็นรายกลุ่มสรุปปัญหา  ส่วนใหญ่จะมีปัญหาหนี้สิน รายจ่ายด้านต้นทุนการผลิตสูง  และสิ่งที่ต้องการแก้ไขลำดับแรกคือแก้ไขปัญหาหนี้สิน ต้นทุนการผลิต   
                        เริ่มกระบวนการปรับแผนชุมชนอันดับแรกคือผู้นำชุมชนได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน และร่วมร่างแผนงาน/โครงการก่อนเพื่อนำไปเสนอเวทีประชาคมหมู่บ้านรับร่างภายหลัง เวทีแรกประกอบด้วยกลุ่มสตรี กลุ่มออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน อสม. อาสาสมัครเกษตร หัวหน้าคุ้ม ๖ คุ้ม ได้มาแลกเปลี่ยนถึงปัญหาของกลุ่ม องค์กร   คุ้มของตนเอง ประกอบกับปัญหาจากการสรุปแผนชีวิตและข้อมูลรายรับ-รายจ่าย จากข้อมูล จปฐ. ปี ๒๕๕๔ บ้านโคกวังวนมีรายจ่ายด้านต้นทุนการผลิตอันดับแรก รองลงมาคือด้านอุปโภค บริโภคทั้ง ๆ ที่ชุมชนมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เป็นแหล่งรวมอาหารก็ว่าได้แต่ทำไมรายจ่ายด้านการอุปโภค บริโภคจึงมีมาก ผู้นำชุมชนจึงได้นำเสนอโครงการ/กิจกรรม ที่คิดว่าจะมาช่วยแก้ไขปัญหารายจ่ายในครัวเรือน เช่น นางคำ แตะกระโทก กพสม. เสนอเรื่องการกำจัดขยะในหมู่บ้านและน่าจะมีการคัดแยกและมีจุดรับซื้อ/ ประธานกลุ่มออมทรัพย์เห็นว่าน่าจะมีกิจกรรมส่งเสริมการออม โดยการลดรายจ่ายครัวเรือนให้มีการเก็บออม ข้าพเจ้าจึงถามว่าแล้วปัญหาต้นทุนสูงเกิดจากสาเหตุใดปัจจุบันการปลูกพืชไม่คุ้มทุน ตามข้อมูล กชช.๒ ค.บอกว่ามีปัญหาคุณภาพดิน หากเราปล่อยไว้ไม่แก้ไขอนาคตลูกหลานจะทำมาหากินได้ไหม แล้วจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ผลสรุปจากปัญหาต่าง ๆ เป็นโครงการด้านการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นโครงการที่ชุมชนสามารถทำได้เองก่อน เช่น การจัดทำบัญชีครัวเรือนให้ครบทุกครัวเรือน และโครงการที่ต้องขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานบางส่วน เช่น โครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน ได้รับงบประมาณจาก อบต. ๗๐,๐๐๐ บาท และสำนักงานปกครอง ๒๑,๐๐๐ บาท โครงการส่งเสริมการทำปุ๋ยน้ำหมัก ยากำจัดศัตรูพืช จาก หน่วยงานเกษตร ๕๐,๐๐๐ บาท โครงการส่งเสริมการออมในชุมชน (ออมปีละบาตร)  โครงการส่งเสริมอาชีพสตรี  (เพาะเห็ดภูฐาน)  จาก กศน. ฯลฯ  โดยจะเห็นได้ชัดเจนว่าเมื่อได้เข้าไปพบปะ พูดคุยกับผู้นำชุมชนบ่อยครั้งขึ้น รวมทั้งได้ไปส่งเสริมกระบวนการจัดทำแผนให้กับผู้นำชุมชน ทำให้ผู้นำชุมชนเกิดความตระหนักถึงประโยชน์ของการจัดทำแผนชุมชน และแผนงาน/โครงการได้เกิดจากการมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน เดิมโครงการที่ชุมชนเคยทำเอง/พึ่งตนเองก็ส่งผลให้หน่วยงานต่างๆ จากภายนอกมองเห็นความสามารถในการพึ่งพาตนเองของชุมชนและได้เข้าไปสนับสนุนงบประมาณและมีส่วนร่วม ซึ่งในปี ๒๕๕๔ แผนชุมชนบ้านโคกวังวนมีโครงการในแผนที่ขอรับการสนับสนุนจากภายนอกและทำร่วม ๑๙ โครงการ ได้รับการสนับสนุนและทำร่วม ๑๐ โครงการ และมีโครงการที่นอกเหนือจากที่บรรจุไว้ในแผนชุมชนได้ ดำเนินการ เช่น การเรียนรู้ด้านแพทย์ทางเลือก “กัวซา” (การตรวจรักษาโรคได้ด้วยตนเองเบื้องต้น) การเผาน้ำส้มควันไม้ฯลฯซึ่งพัฒนาการอำเภอได้ประสานภาคีพัฒนาคือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาร่วมเป็นวิทยากร ณ ศูนย์เรียนรู้บ้านโคกวังวน
ขุมความรู้         
๑.      การจัดทำแผนชุมชนผู้นำชุมชนต้องเตรียมปัญหาความต้องการของตนเองมาก่อน
๒.      วิธีการจัดทำแผนชุมชนบ้านโคกวังวน ผู้นำ กลุ่มสตรี อสม. อช. อาสาสมัครเกษตร  
จะร่วมกันร่างแผนชุมชนก่อนนำเสนอขอความเห็นชอบจากเวทีหมู่บ้าน
แก่นความรู้
  ๑.       การสร้างการเรียนรู้และกระตุ้นให้คนในชุมชนรู้คิดแก้ปัญหาของครัวเรือนและชุมชนโดยใช้ 
         กระบวนการจัดทำแผนชุมชน
  ๒.     เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาชุมชน คือ แผนชุมชน
  ๓.     ใช้โครงการ/แผนงาน ในแผนชุมชนเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
กลยุทธ์   
           การพัฒนาชุมชนแบบบูรณาการหน่วยงาน  
แนวคิด และทฤษฎีที่ใช้
                  กระบวนการจัดทำแผนชุมชน และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง                
.......................................................................
                             
 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ความคิดเห็น (0) | ดู (503)
สร้าง: 11 ส.ค. 2554 16:19 แก้ไข: 15 ส.ค. 2554 15:11
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION