สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 



คำสำคัญ:ดูงาน หมู่บ้าน ออมทรัพย์

กนกพร ศักดิ์อลงกรณ์
หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ

 

เมื่อรถยนต์คณะศึกษาดูงาน IPA จากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน ๓๗ ชีวิต แล่นเข้าบริเวณ หมู่บ้านหนองคล้า หมู่ที่ ๘ ตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็เห็นภาพที่แตกต่างจากหมู่บ้านที่เราชินตาที่มหาชัย บ้านหนองคล้ามีลักษณะเป็นบ้านชนบทอย่างแท้จริงเหมือนกับที่เราๆ เคยเห็นโดยทั่วไปตามต่างจังหวัด ไม่มีโรงงานผลุดโผล่ให้เห็นแม้แต่แห่งเดียว นับเป็นโชคดีที่ไม่มีมลภาวะเป็นพิษไม่ว่าทางอากาศหรือทางน้ำ เมื่อรถยนต์จอดที่ศาลาประชาคมของหมู่บ้าน ก็เห็นสมาชิกเข้าแถวนำเงินมาทำธุรกรรมกับกลุ่มฯ ทั้งฝากเงินสัจจะและส่งคืนเงินกู้ ถามทั้งกรรมการและสมาชิกให้ได้ยินกับหูว่า สมาชิกไม่เคยเบี้ยวหนี้แม้แต่คนเดียว (ไม่เชื่อที่เขาเล่าว่า...เพราะหูเกิดก่อนเขา) นี่ก็เป็นความโชคดีอีกอย่าง หรือเป็นความสามารถของคณะกรรมการ ก็ต้องดูลึกๆต่อไป มีเด็กๆรวมกันเล่นเครื่องเล่นเด็กที่สนามด้านหน้า เออ...เป็นความคิดเข้าท่าดีนะ เด็กๆจะได้ไม่กวนผู้ปกครองๆก็ไม่ต้องกังวลใจถ้าเด็กอยู่ที่บ้าน มาด้วยกัน อย่างนี้ดี
วันนั้น(๓๐ ม.ค.๕๖)ผู้ใหญ่บ้านไม่อยู่ ไปหาหมอ ทราบว่าเป็นเบาหวานอาจจะต้องถูก
ตัดขา แต่กรรมการหมู่บ้านที่อยู่ ก็สามารถจัดแจงได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นี่ก็เป็นความโชคดีอีกข้อของหมู่บ้านที่มีผู้นำที่มีความรับผิดชอบ ไมใช่ผู้ใหญ่บ้านไม่อยู่ คนอยู่ธุระไม่ใช่ อย่างนี้ใช้ไม่ได้
หลังจากได้ฟังบรรยายสรุปจากตัวแทนผู้ใหญ่บ้านแล้ว จึงทราบว่าบ้านหนองคล้า ได้
น้อมนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงชี้แนะแนวทางการดำรงชีวิต มาปฏิบัติตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ทำให้ครัวเรือน/หมู่บ้าน สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่งคงจนถึงปัจจุบัน
ปี พ.ศ.๒๕๕๕ บ้านหนองคล้า ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชนในการส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ จากผลการดำเนินงานอย่างจริงจัง
และต่อเนื่อง ทำให้บ้านหนองคล้า ได้รับการคัดเลือก เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข”
ระดับจังหวัด ปี ๒๕๕๕ โล่รางวัลพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี นับเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชาวบ้านหนองคล้า

 

 


ชั่วระยะเวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงที่บ้านหนองคล้า ทราบว่าปัจจัยที่ทำให้หมู่บ้านประสบ
ผลสำเร็จมีองค์ประกอบใหญ่ๆ คือ
๑.ผู้นำ (ผู้นำทางการและผู้นำทางธรรมชาติ) ผู้นำเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งหน้าที่การงานและส่วนตัว
- มีความเป็นประชาธิปไตย โดยใช้เวทีประชาคม ให้สิทธิในการออกความคิดเห็น และเคารพในสิทธินั้นด้วย
- สามารถโน้มน้าว ชักชวนให้สมาชิกในหมู่บ้านมีความสนใจที่จะทำกิจกรรมของหมู่บ้านร่วมกันด้วยความเต็มใจ โดยผู้นำปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง เช่น แต่ก่อนสภาพหมู่บ้านสกปรกรกรุงรังมาก แต่ผู้นำได้ทำเป็นแบบอย่างและชักชวนให้ชาวบ้านรักษาความสะอาดของหมู่บ้านซึ่งผู้นำทำและชาวบ้านเห็นว่าดี จึงได้ทำตาม ถามว่ายากไหมในการที่จะทำให้คนที่เคยปฏิบัติอย่างนั้นมาชั่วนานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ในความเป็นผู้นำ ต้องทำเพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา มันต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน
๒.ราษฎรในหมู่บ้าน เป็นคนมีเหตุผล รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ไม่เอาอคติมาจับ เชื่อและ
ศรัทธาในแนวคิดและการปฏิบัติที่ดีของผู้นำ
๓.ภาคีการพัฒนา สนับสนุน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะหมู่บ้านที่เข้มแข็งแล้ว เขาสามารถ
พึ่งพิงตนเองได้ สังเกตจากการแก้ไขปัญหาหนี้ของกองทุนหมู่บ้าน ก็สามารถแก้ได้ด้วยตัวของเขาเอง โดยไม่ต้องพึงพาจากภายนอก
ข้อคิดที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นแก่นที่อยู่ในขุม ท่านใดจะคิดหรือไม่คิด ก็แล้วแต่จริต
การทำงานในเรื่องอะไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ทั้ง ๒ ฝ่าย คือ
ผู้นำและสมาชิก จะต้องเดินไปด้วยกัน มีอะไรให้ช่วยเหลือกัน มีปัญหาให้ช่วยกันแก้ไข มีประโยขน์รับ ร่วมกัน ภายใต้การให้เกียรติ การไว้วางใจและซื่อสัตย์ต่อกัน ผลที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นผลบวกหรือลบ ทั้ง ๒ ฝ่ายต้องรับร่วมกัน ถ้าทั้ง ๒ ฝ่ายจับมือกันเดิน เชื่อแน่ว่า ความสำเร็จที่เอื้อมถึง รอเราอยู่ข้างหน้า.... ฟันธง
 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (252)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:51 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:51


เทคนิคการพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพ
คำสำคัญ:IPA บริหาร องค์กร

ชื่อความรู้ : เทคนิคการพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพ
เจ้าของความรู้ : นางสาวสุวรรณา สิทธิ์เสนี
ตำแหน่ง : นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด : สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
แก้ปัญหาเกี่ยวกับ : ทำอย่างไรให้บุคลากรมีความรัก...ความสามัคคี…ต่อองค์กร

ตามที่จังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการจัดทำโครงการ “พัฒนาสมรรถนะของหน่วยงานและ
บุคลากร” เพื่อดำเนินงานตามโครงการริเริ่มสร้างสรรค์ชื่อ “กลุ่มออมทรัพย์ฯ มหาชัย ก้าวไกลสู่ธรรมาภิบาล”
ที่ได้รับรางวัลจากการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการภายในระดับหน่วยงาน (Internal
Performance Agreement : IPA) ประจำปี 2555
จังหวัดสมุทรสาคร ได้กำหนดการเพื่อพัฒนาสมรรถนะของหน่วยงานและบุคลากรใน
ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2556 มีทั้งการฝึกอบรมและทัศนศึกษาดูงานอย่างเข้มข้น จริงจัง
และในวันที่ 29 มกราคม 2556 ได้มีโอกาสรับฟังการบรรยายจาก นายอภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ กรรมการ
ผู้จัดการบริษัท มโนราห์อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เป็นขนมอบกรอบ เช่น ข้าวเกรียบ หลากรส และ
ขนมคบเคี้ยวต่าง ๆ มามากกว่า 30 ปี โดยพัฒนาจากธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก มาเป็นโรงงานอุตสาหกรรม
ผลิตอาหารการเกษตรเพื่อส่งออก ขายต่างประเทศ เจ้าของกิจการซึ่งมีความรู้ ความสามารถ มีความคิดที่ริเริ่ม
และทันสมัยที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองไม่ให้หยุดอยู่กับที่ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ให้เจ้าหน้าที่ได้รับฟัง
พร้อมกับให้ข้อคิดในการบริหารงานบุคคลทุกระดับกว่า 350 คน อย่างไรให้รักและห่วงแหนองค์กร เจ้าของ
กิจการจึงเล็งเห็นความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของตัวบุคคลในองค์กรอย่างต่อเนื่อง พนักงานทุกคนของ
บริษัทฯ จะต้องมีโอกาสได้รับการฝึกอบรมจากหน่วยงานภายในเองและภายนอกองค์กรเพื่อที่จะ ได้นำความรู้ความสามารถ วิทยาการใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทถือว่า “ทรัพยากรบุคคล”
คือ “ฟันเฟื่องที่สำคัญ” ของโรงงานในการบริหารงานยุคปัจจุบัน


๑. องค์กรมีความเข้มแข็ง และนำความรู้ความสามารถในการฝึกอบรมมาพัฒนางาน
2. บุคลากรมีทักษะมากขึ้นทำให้มีการผลลิตเพิ่มขึ้นในแต่ละปี (ทำงานมีเป้าหมาย)
3. บุคลากรมีความรักและสามัคคีต่อองค์กร แม้เกิดปัญหาก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที
โดยไม่ต้องรอการสั่งการ (กรณีเกิดไฟไหม้) จิตสำนึกที่บุคลากรมีต่องาน
 

๑. การบริหารจัดการขององค์กรมีการสร้างความสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อกันระหว่าง
ผู้บริหารและบุคลากรภายในองค์กรทุกระดับ (ทุกคนเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันและมีความเป็นเจ้าของ)
...2 / 2. การพบปะ...
- 2 -

๒. การพบปะพูดคุยเพื่อรับฟังปัญหา (ผู้บริหารไม่ได้คิดถูกเสมอไป) การยอมรับฟัง
ผู้อื่นบ้าง ก็จะสามารถหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. การรับประทานอาหารร่วมกัน เป็นการลดช่องว่างระหว่างผู้บริหารกับบุคลากร
4. การจัดสวัสดิการให้บุคลากรภายในหน่วยงานมีความพึงพอใจ เช่น ให้ทุนการศึกษา
ของบุตร / การคลอดบุตร / รับเลี้ยงเด็กก่อนวันเรียน / จัดงานเลี้ยงขอบคุณในเทศกาลสำคัญ


๑. การสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้บริหารกับบุคลากรทุกระดับ ทำให้บุคลากร
มีความรัก และอยู่ทำงานให้องค์กรได้นาน
๒. การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน สามารถนำมาพัฒนาตนเอง
ผลิตภัณฑ์ และองค์กร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ (มีเป้าหมายในการทำงาน)
๓. การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด (ใฝ่รู้)


E-mail : suwanna_si@yahoo.com

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (288)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:48 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:48


เล่าเรื่อง....จากการศึกษาดูงาน IPA
คำสำคัญ:otop นักพัฒนา

โดย น.ส.วรรณา รัศมิทัต
พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร


“เรื่องจิ๊บจ๊อยทำไมหัวหน้าทำเป็นเรื่องใหญ่” กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานราชการที่ต่างจากข้าราชการหน่วยอื่นเพราะเป็นข้าราชการที่เป็นนักพัฒนานั่นคือ เราต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยของการเป็นข้าราชการขณะเดียวกับที่ต้องปฏิบัติตนเป็นนักพัฒนาที่ทำงานร่วมกับภาคประชาชน เราจึงต้องเป็นผู้นำ เป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่างที่ดี โดยเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น การตรงต่อเวลา การแต่งกายให้เหมาะสมตามโอกาส ดังนั้นการไปศึกษาดูงาน (วันแรก) ที่ต้องพบปะผู้นำชุมชน กลุ่มองค์กรต่าง ๆ การแต่งกาย ความพร้อมเพรียง จึงแสดงถึงความเป็นทีมและภาพลักษณ์ของหน่วยงานที่พึงปฏิบัติร่วมกัน ผู้บริหารทุกระดับต้องมีความตระหนัก และเข้าใจเพื่อสอนแนะให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นและนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 

นักพัฒนาต้องเป็นคนช่างสังเกต บันทึก ฉกฉวยโอกาส เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การไปดูงานร่วมกันมีสักกี่คนที่หยิบปากกาบันทึกในประเด็นที่น่าสนใจ หรือบันทึกเกมส์ต่าง ๆ ที่บริษัททัวร์นำเล่น เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงาน…………….

“ศูนย์ OTOP คอมเพล็กซ์ สระบุรี” เป็นศูนย์แสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นตัวอย่างที่ดีเป็น ๑ ใน ๒๐๐ แห่งที่ยืนอยู่ได้ น่าชื่นชม หน่วยงานที่ช่วยผลักดัน โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระบุรีและพลังของชุมชนเอง ที่มีความมุ่งมั่นอดทนบริหารงานมากกว่า ๓ ปี คณะกรรมการเครือข่ายที่บริหารธุรกิจร่วมกันต้องใช้เทคนิค กลยุทธ์ต่าง ๆ มากมาย จากรายได้จำหน่ายวันละไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท แต่ต้องจ่ายค่าบริหารให้พนักงานวันละ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท ได้ใช้กลยุทธ์การประชุมขอความร่วมมือจากผู้ขายให้มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ เช่น ๑ คน ๑ ป้าย ประชาสัมพันธ์ ทำอาหารสด เช่น หมี่ผัด ฯลฯ มาขาย รับซื้อผักปลอดสารพิษของทุกอำเภอมาจำหน่าย ซื้อน้ำพริกแถมผัก แจกน้ำพริก+ผักให้ผู้ขับรถตู้ รถทัวร์ที่มีมาแวะ รับผลิตภัณฑ์มาจากทั่วประเทศไม่ซ้ำกับที่มีอยู่ กระจายสินค้าออกนอกศูนย์เรียนรู้ พัฒนาพนักงานให้ขายสินค้าได้ทุกตัว ประชาสัมพันธ์หลากหลายและต่อเนื่อง นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ศูนย์ OTOP แห่งนี้ ปัจจุบันมีรายได้ประมาณเดือนละ ๒ ล้านบาท พนักงานและคณะกรรมการทุกคนมีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มและทำงานอย่างมีความสุข พวกเราไปศึกษาดูงานอีกที่หนึ่งคือ บริษัท มโนห์ราอุตสาหกรรมเป็นบริษัทที่เริ่มจากศูนย์ เจ้าของเป็นผู้มีวิสัยทัศน์เป็นนักพัฒนา มีการริเริ่มภายในครอบครัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์มากมาย ขณะนี้ยังบริหารโดยครอบครัวเป็นหลัก ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่น่าชื่นชมมากคือ อาคารโรงงานและอุปกรณ์ภายในโรงงานประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นตัวอย่างที่ดี พวกเราชาวสมุทรสาครไปดูงานแล้วจะมาปรับใช้ที่ศูนย์ OTOP บางโทรัดหรือส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนของแต่ละอำเภอได้อย่างไร


“ฝากทุกคนไปช่วยคิดเพื่อผลักดันให้เครือข่ายได้บริหารจัดการให้บรรลุเป้าหมาย โดยไม่เป็นสุสานเหมือนหลาย ๆ แห่งอีกต่อไป”

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (255)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:45 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:45



คำสำคัญ:OTOP

เจ้าของความรู้ นายประดิตร์ ป้องแดง
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
แก้ปัญหาเกี่ยวกับ ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP


จากการที่ได้เยี่ยมชมและศึกษาดูงานที่ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP จังหวัดสระบุรี ทำให้ได้เห็นถึงความสำเร็จและการต่อสู้อย่างอดทนของผู้ประกอบการและสมาชิกทุกคนที่ร่วมกันต่อสู้อย่างอดทนและไม่ท้อถอย จากการที่เริ่มต้นขายสินค้าไดไม่ถึงวันละกี่ร้อยบาท แต่ทุกคนก็ยังใจสู้ร่วมกันวางแผนช่วยกันประชาสัมพันธ์จนยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นวันละพัน วันละหมื่น จนเป็นวันละแสน ในปัจจุบัน ทั้งที่สถานที่ตั้งไม่อยู่ในถนนเส้นทางหลัก ทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นเกิดจากความอดทน การวางแผน การต่อสู้ ตลอดจนการได้รับพี่เลี้ยงที่ดีและดูแลให้คำปรึกษาจากทุกส่วนราชการ
กลับมามองที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ที่ทิ้งร้างมาหลายปี ประมาณ 3 ศูนย์ คือ
1. ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ดอนไก่ดี กระทุ่มแบน
2. ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร
3. ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP บางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร
ทั้ง 3 แห่ง ปัจจุบันได้ถูกทิ้งร้าง มาหลายปี ทั้งที่ได้ใช้งบประมาณหลายล้านบาทในการก่อสร้าง ความล้มเหลวเกิดจากอะไร ทั้งที่ทั้ง 3 แห่ง ก็ถือว่าอยู่ในสมรภูมิที่ดี ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ดอนไก่ดี กระทุ่มแบน ก็อยู่ในหมู่บ้านท่องเที่ยวเบญจรงค์ ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร ก็อยู่ในตำบลท่าฉลอมซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมานาน ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP บางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร อยู่ริมถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นทางผ่านลงสู่เมืองท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชะอำ หัวหิน และประตูลงสู่แดนใต้ ทุกความล้มเหลวเกิดจากอะไร ?
1. ขาดการประชาสัมพันธ์
2. ขาดการวางแผน
3. การไม่อดทน และไม่ต่อสู้ของผู้ประกอบการ
4. ขาดการเอาใจใส่จากหน่วยงานราชการ
ขุมความรู้ (ปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อความสำเร็จในการบริหารศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP)
1 .การวางแผนการทำงาน
2. การประชาสัมพันธ์ที่ดี
3. ความอดทนและมีใจที่จะต่อสู้
4. การมีวินัยในการทำงาน
5. การมีกลยุทธ์ในการบริหารงาน
6. การมีคุณธรรมและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
7. มีความยืดหยุ่นในการทำงาน
8. มีความเชื่อถือร่วมกัน
แก่นความรู้
ความสำเร็จของการบริหารงาน ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความอดทน การทุ่มเท การวางแผนบริหารงาน การร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ตลอดจนการให้เกียรติและไว้วางใจซึ่งกันและกัน จึงจะทำให้กลุ่ม/องค์กรยืนหยัดและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

ที่อยู่ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
เบอร์โทรศัพท์ ๐-๓๔๔25-881 /๐85-1413604

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (365)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:37 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:37


ความประทับใจการศึกษาดูงานที่โรงงานมโนห์รา
คำสำคัญ:บริหาร


เจ้าของความรู้ นางปทุมมาศ ช่วงกรุด
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

ความประทับใจการศึกษาดูงานที่โรงงานมโนห์รา
การบริหารสู่ความสำเร็จ
• คน
• การบริหารจัดการ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ (1) วิชาการ (2) ประสบการณ์
คน เราไม่เห็นคนที่ทำงานกับเราเป็นแค่พนักงาน แต่เราให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคนเหมือนเขาเป็นบุคคลในครอบครัว ให้ความรัก การดูแลเอาใจใส่ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีในความเป็นคน เพื่อให้ทุกคนคิดเสมอว่าโรงงานอยู่ได้เพราะพวกเขา และพวกเขาก็อยู่ได้เพราะโรงงาน ซึ่งจำทำให้เขารักและหวงแหนโรงงานเสมือนสมบัติของเขาเอง
การจัดสวัสดิการและการดูแลพนักงาน
1. การจัดหาอาหารกลางวันฟรี (พนักงานทุกคนรวมถึงผู้จัดการทานอาหารเหมือนกัน)
2. จัดสถานที่/ผู้ดูแลเลี้ยงดูบุตร(ก่อนวัยเรียน)ของพนักงาน เพื่อพ่อแม่เค้าจะได้มีเวลาที่จะอยู่กับลูกให้มากขึ้น ในช่วงเวลากลางวันยังสามารถมาให้นมบุตรได้ โดยที่ไม่ต้องไปจ้างคนเลี้ยงซึ่งจะต้องกังวลกับความปลอดภัย
3. การจัดหาสถานที่เรียนให้กับบุตรพนักงานที่ต้องการเรียนต่อ เช่น มีบุตรพนักงานคนหนึ่งอยากเรียนต่อวิศวกรรม แต่เป็นเด็กที่เรียนไม่ค่อยเก่งพร้อมกับครอบครัวมีเงินน้อย (คุณอภิวัฒน์ ธรรมวิวัฒน์) ก็แนะนำให้เด็กคนนี้เรียนต่อเทคนิคเพราะเรียนไม่ยากมากเมื่อจบแล้วก็ให้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลฯ จนจบคณะวิศวกรรม ซึ่งก็เป็นอีกทางที่เด็กจะประสบความสำเร็จตามสิ่งที่อยากเรียน ปัจจุบันเด็กคนนี้เรียนจบและได้ทำงานอยู่ที่โรงงานนี้
การบริหารจัดการ
1. วิชาการ คือการเรียน การต่อยอดผลิตภัณฑ์ การตลาด เทคนิคต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มผลการผลิตและลด
ต้นทุนการผลิต เช่น
1.1 การจัดซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่มีมูลค่าสูงถึง 400 ล้านบาท ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้ในโรงงาน โดยมีเชื้อเพลิงคือกากมะพร้าวที่เหลือจากอุตสาหกรรมชนิดอื่น ทำให้มีต้นทุนการผลิตลดน้อยลงและลดการใช้ไฟฟ้าจากรัฐบาล
1.2 การใช้ท่อก๊าซคาร์บอน ที่ส่งต่อจากโรงงานหนึ่งมายังอีกโรงงานหนึ่ง
1.3 รถโฟค์ลิฟ ที่ใช้ในการขนถ่ายสินค้าและยกสินค้า ก็เปลี่ยนจากการเติมน้ำมัน มาเป็นการติดถังแก๊ส แทนเพื่อเป็นการประหยัดและลดต้นทุน
2. ประสบการณ์ ได้จากการสังเกต การลองผิดลองถูกจากการทำงานหลากหลายอย่าง เช่น
1.1 การจัดตั้งโรงงาน จะต้องสังเกตทิศว่าทิศไหนตะวันออก ทิศไหนตะวันตก และด้านไหนเป็นช่องที่ลม
พัดผ่าน เพื่อโรงงานจะได้ไม่ต้องรับแดดมาก และมีลมพัดผ่านเข้าโรงงานได้ตลอดเวลา ซึ่งมีผลทำให้โรงงานไม่ร้อน ประหยัดพลังงานไฟฟ้าและลดการใช้แอร์น้อยลง
1.2 การใช้ก๊อกน้ำที่เป็นคอสูง และไม่มีหัวก๊อกสำหรับเปิดปิดน้ำ แต่ใช้การกดของหัวเข่า เพื่อกันการลืมปิดน้ำ
1.3 โรงงานจะไม่สร้างโรงเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือซ่อมบำรุงต่าง ๆ รวมถึงพื้นที่ด้านข้างของโรงงาน ในครั้งแรก
ที่สร้างโรงงาน แต่จะสร้างเฉพาะตัวโรงงานก่อนเท่านั้น และเปิดดำเนินการเมื่อโรงงานเป็นรูปเป็นร่างดีแล้ว หลังจากนั้นค่อยขยายส่วน ต่อเติม ปรับปรุง เพื่อให้สมบูรณ์ การที่ทำอย่างนี้เพราะการลงทุนในครั้งแรกต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่เมื่อกำไรและความจำเป็นจึงขยายเพิ่มดังกล่าว

ปรัชญาการดำเนินชีวิต
1. ต้องมีงานทำ
2. ต้องมีเงินใช้
3. ต้องมีกัณญาณมิตร (การมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี)
4. ต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
5. ต้องมีเวลาเป็นของตนเอง
เทคนิคการประสบผลสำเร็จ
1. จะต้องประกอบธุรกิจที่ตนเองถนัด มีความรู้ ความชำนาญ และเพิ่มเติมความรู้ด้วยการเรียน จึงจะเป็นการเพิ่มอาวุธทางปัญญาในการประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
2. การกู้เงิน เพราะเมื่อเรามีหนี้เราก็ต้องใช้ ซึ่งจะทำให้เราเกิดความกระตือรือร้น ไม่หยุดนิ่ง
 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (189)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:34 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:34


กฎ 5 ข้อ ของคนมีความสุข
คำสำคัญ:ความสุข บุคคล

เจ้าของความรู้ นายธรรมนูญ คงทน
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
           กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน
           สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร
หมายเลขโทรศัพท์  081 4512176

 

ความสุข หรือ สุข ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นิยามว่า “ความสบายกายสบายใจ” คือ ความรู้สึกหรืออารมณ์ประเภทหนึ่ง มีหลายระดับตั้งแต่ความสบายใจเล็กน้อย หรือความพอใจ จนถึงความเพลิดเพลินหรือเต็มไปด้วยความสนุก ในมุมมองทางศาสนา "สุข" เป็นหัวข้อที่ผู้นับถือศาสนาพุทธให้ความสำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์แสวงหาเพื่อให้ได้พบกับเสรีภาพและการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง การสอนของศาสนาพุทธใช้หลักธรรมที่เรียกกันว่ามรรค หรือหนทาง 8 ประการในการดับทุกข์เพื่อนิพพาน ส่วนสุขจากทรัพย์สินหรือความมั่นคงในชีวิตและการมีมิตรภาพซึ่งเป็นมุมมองทางโลก ก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นเป้าหมายที่มีคุณค่าสำหรับบุคคลทั่วไป
มีบุคคลท่านหนึ่งได้ให้แนวคิดของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งท่านเรียกว่า “กฎ 5 ข้อ ของคนมีความสุข” คุณอภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทมโนราห์อุตสาหกรรมอาหาร กระผมได้มีโอกาสรับฟังเรื่องราวดีๆ นี้จากท่าน ในกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะของหน่วยงานและบุคลากรพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจัดขึ้น ณ บริษัทมโนราห์อุตสาหกรรมอาหาร คนเราจะมีความสุขได้ต้องมี 5 สิ่งเป็นองค์ประกอบ
1. ต้องมีงานทำ
การทำงาน ทำให้ชีวิตมีคุณค่า เมื่อเราทำงานย่อมได้ค่าแรงและเงินเดือนเป็นสิ่งตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยที่เราเสียไป แต่สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงจากการทำงาน แต่ที่ต้องการมากกว่า คือ ความสุขในการทำงาน ดังเพลงที่ว่า “…งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน...” สำหรับคนที่อยู่ในวัยเกษียณ ก็ควรหากิจกรรมที่สนใจทำในเวลาว่าง การอยู่เฉยๆ จะทำให้คิดฟุ้งซ่าน และส่วนใหญ่มักจะคิดในเรื่องที่ทำให้ทุกข์มากกว่าสุข
2. ต้องมีเงินใช้
มีผู้รู้กล่าวไว้ว่า ความต้องการของมนุษย์อันดับแรก ก็คือ อิสรภาพ อันดับสอง คือ สุขภาพ อันดับสาม คือ เงิน ฉะนั้น แม้ว่าเงินจะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต และไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิต เงินที่ได้อาจมาจากค่าตอบแทนในการทำงาน ทรัพย์สิน ได้มาก็กิน...ก็ใช้จ่ายในเรื่องจำเป็น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าบัตรเครดิต เรื่องที่ไม่จำเป็นก็อาจจะมีบ้าง เช่น เอาเงินไปซื้อความสุขบ้าง ไปช้อปปิ้ง ดูหนัง เที่ยวต่างจังหวัดบ้าง และที่สำคัญ คือ ต้องมีการเก็บออมเงินเพื่อการใช้จ่ายในอนาคตด้วย
3. มีเพื่อนฝูงเยอะ
เพื่อนฝูงและมิตรสหายนับได้ว่ามีความสำคัญต่อมนุษย์แต่ละคน เกือบจะพูดได้ว่าคนๆ หนึ่งไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขถ้าหากเขาไม่มีเพื่อนที่สามารถร่วมแบ่งปันความสุขและแบ่งเบาความทุกข์ด้วยกัน การมีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ เรียกอีกอย่างว่า มี Connection จะทำการสิ่งใดก็ง่ายขึ้น
4. สุขภาพแข็งแรง
จิตใจและร่างกายมีส่วนสัมพันธ์กัน หากร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยจิตใจก็แจ่มใส การสร้างความสุขทางใจจึงควรร่วมกับการดูแลสุขภาพทางกายควบคู่กันไป วิธีสร้างสุขภาพให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช็คสุขภาพประจำปีเพื่อปรับพฤติกรรมตัวเองก่อนเจ็บป่วย5. ต้องมีเวลาให้ตัวเอง
ในโลกปัจจุบันที่หมุนไปอย่างเร่งรีบนั้น ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาที่มีมันช่างน้อยเสียเหลือเกิน ซึ่งสวนทางกับงานที่พุ่งสูงขึ้นแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด การงานที่แน่นล้นชักนำให้เกิดความเครียด จนทำให้เราแทบไม่ได้หยุดพักและเหมือนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เมื่อพอจะมีเวลาพักผ่อนอยู่บ้าง เราก็จะผ่อนคลายด้วยการออกไปเที่ยว พบปะสังสรรค์กับบรรดามิตรสหาย การได้ไปเที่ยว กินข้าว เดินห้าง ดูหนัง ช้อปปิ้ง หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับเพื่อนๆ ของเราก็เป็นการช่วยทำให้ผ่อนคลายความเครียดของเราไปได้บ้าง
เวลาที่เราอยู่กับตัวเอง อาจเป็นการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น นอนพักผ่อน ดูทีวี อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ทำกับข้าว รดน้ำต้นไม้ หรือกิจกรรมอะไรก็ตามแต่ที่เราทำแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ทำแล้วรู้สึกสบายใจ การได้อยู่กับตัวเองนั้นเราสามารถทำได้ทุกที่ เพียงแค่หาเวลาว่างเล็กน้อย แล้วหาสถานที่เหมาะๆ ที่สามารถพาเราให้อยู่กับตัวเองได้อย่างสบายใจ เราอาจไปนั่งชิวในมุมสบายๆ ของร้านกาแฟ พาตัวเองไปนอนเล่นบนชายหาดสวยๆ นั่งเล่นในสวนสาธารณะ หรือนอนพักผ่อนอยู่กับบ้าน แม้จะอยู่คนเดียวอย่างเงียบๆ แต่คงไม่เหงา เพราะหากลองได้อยู่กับตัวเองแล้วจะทำให้เราพบว่า อย่างน้อยก็ทำให้เราได้คิด ได้รู้จักสงบจิตสงบใจ ได้นั่งทบทวนและนึกคิดถึงสิ่งที่เราได้ทำลงไปในแต่ละวัน ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี หากได้ทำอะไรที่ไม่ดีลงไป ก็ควรนำกลับมาคิด แล้วหาเหตุผลว่าสิ่งไม่ดีที่เราทำลงไปในเกิดจากสาเหตุใด แล้วเราควรจะแก้ไขอย่างไร นอกจากนี้ การได้อยู่กับตัวเอง อาจทำให้เราได้ค้นพบบางสิ่ง เพราะเมื่อเราได้ให้เวลากับตัวเอง ได้คิด ก็จะทำให้เกิดไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ขึ้นมาได้

 

 

กระผมคิดว่า “กฎ 5 ข้อ ของคนมีความสุข” นี้ เป็นประโยชน์ต่อตัวกระผมเอง ที่เป็นคนนิยมการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทั้งในเรื่องการทำงานและชีวิตส่วนตัว และหวังว่าทุกคนที่ได้อ่านเรื่องนี้จะมีความสุขเช่นเดียวกัน

ขุมความรู้
1. งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน
2. แม้ว่าเงินจะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต และไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตปัจจุบันและอนาคต
3. การมีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ เรียกอีกอย่างว่า มี Connection จะทำการสิ่งใดก็ง่าย
4. จิตใจและร่างกายมีส่วนสัมพันธ์กันหากร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วย จิตใจก็แจ่มใส
5. การให้เวลากับตัวเอง จะทำให้เกิดไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ขึ้นมาได้

แก่นความรู้
กฎ 5 ข้อ ของคนมีความสุข
1. ต้องมีงานทำ
2. ต้องมีเงินใช้
3. มีเพื่อนฝูงเยอะ
4. สุขภาพแข็งแรง
5. ต้องมีเวลาให้ตัวเอง
 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (301)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:31 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:32


การดำเนินงานศูนย์ OTOP จังหวัดสระบุรี
คำสำคัญ:OTOP

เจ้าของบทเรียนนางทัศณีย์ ตันจริยภรณ์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ


แรงบันดาลใจที่ทำให้ทำเรื่องนี้
มีโอกาสได้ไปร่วมโครงการของจังหวัดสมุทรสาคร ที่ได้รับเงินรางวัลชนะเลิศการประกวด IPA และศูนย์ OTOP สระบุรี เป็นสถานที่ศึกษาดูงานอีกแห่งหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปดู จึงทราบว่า ในประเทศไทยมีศูนย์ OTOP จำนวนเกือบ ๑,๐๐๐ แห่ง มีจำนวน ๒๐๐ แห่ง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อีก ๕๐๐ แห่ง ไม่มั่นใจว่าศูนย์เหล่านั้นได้ใช้ประโยชน์สมเจตนารมณ์ แต่ศูนย์ OTOP แห่งนี้ ได้ใช้ประโยชน์และมีรายได้ทุกวัน วันที่มีรายได้สูงสุด ระหว่าง ๕๐๐,๐๐๐ - ๓๐๐,๐๐๐ บาท ทำให้ดิฉันสนใจว่าเขาทำได้อย่างไร
วันนั้น มีคุณนารีรัตน์ อุทัยแสงสกุล เป็นในคณะกรรมการที่มาบรรยาย เล่าให้ฟังว่าศูนย์แห่งนี้ทำมีจึงมีความสำเร็จ และมีการพัฒนาอย่างไม่หยุด ด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิ มีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง สละเวลาและเป็นเพื่อนกันทำงาน และทุกคนยอมรับในงานที่เราทำ ถ้าผิดพลาดจะรับผิดชอบร่วมกัน การจะให้มีลูกค้าเข้าร้านจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่น่าสนใจ เช่น
-จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์สินค้าข้างถนน (Brander) เป็นระยะทางเกือบ ๑๐ กิโลเมตรก่อนถึงศูนย์ฯ เพื่อเชิญชวน และเปลี่ยนป้ายทุก ๓ เดือน ที่สำคัญป้ายนี้จัดทำโดยผู้ส่งสินค้า ศูนย์ฯ ไม่ต้องจ่ายเงิน
- จูงใจ ตอบแทนรถตู้ รถทัวร์ ที่นำลูกค้ามาอุดหนุน ทางร้านจะสมนาคุณด้วยสินค้าน้ำพริก ผัก ซึ่งผักเหล่านี้เป็นผักปลอดสารพิษที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายราคาไม่แพง สมนาคุณของ ไม่ให้เงิน
- พนักงานขายทุกคน (จำนวน ๔๖ คน) ต้องทักทายลูกค้า แนะนำสินค้าทุกตัวหากสินค้าขายและมีการตั้งเกณฑ์ถ้าหากวันไหนมียอดจำหน่ายตามเป้าพนักงานจะได้โบนัส (๑๐๐ บาท ต่อวัน) ไม่รวมกับเงินเดือน
ด้านอาคารสถานที่ ศูนย์ฯ แห่งนี้ มีผู้ใจดีบริจาคที่ดินสำหรับก่อสร้างอาคาร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณภาคราชการ /ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยงข้อง เช่น โยธาธิการและผังเมืองเป็นอย่างดี ทำงานแบบบูรณาการ สนับสนุนงบประมาณอย่างเนื่อง ทราบว่ามีโครงการขยายอาคาร สถานที่ โดยจะรวมทุกอย่างไว้ที่จุดเดียว จัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้ (สอนการผลิต / สาธิต) ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรม ศูนย์ส่งเสริมมาตรฐาน อย. ฮาลาน ฯลฯ
ศูนย์ฯ แห่งนั้งมีการประชุมคณะกรรมการทุกเดือนเพื่อสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ปัญหาอุปสรรค เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน ที่สำคัญคณะกรรรมการทุกคนทุ่มเททำงานโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ ทำให้ศูนย์ฯ แห่งนี้มียอดจำหน่ายเพิ่ม มีจำนวนลูกค้าแวะเข้าร้านจำนวนมาก และกำหนดวิธีการทำงานร่วมกัน
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
๑. คณะกรรมการทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก มีความตั้งใจอดทน และมีเป้าหมายร่วม
๒. มีการทำวิจัยและพัฒนาควบคู่โดยคณะกรรมการเอง เช่น การเก็บข้อมูลลูกค้า การสำรวจลูกค้า สินค้า ฯลฯ เพื่อกำหนดกลยุทธ์
๓. การสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้องของภาคราชการ
๔. มีการวางแผนการทำงานทั้งปี
 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (209)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:27 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:27


เทคนิคการบริหารงานให้สัมฤทธิ์ผล
คำสำคัญ:BSC บริหาร บุคลากร

 

นางสาวณัฏฐ์พิชญา ยะใหม่วงค์  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ   

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสมุทรสาคร 

 

จากการรับฟังคำบรรยายและการเข้าชมกระบวนการผลิต โดย คุณอภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทมโนห์ราอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ทำให้ทราบถึงแนวคิดและหลักการบริหารที่จำเป็นสำหรับการบริหารคน และบริหารงาน ให้ประสบความสำเร็จ สรุปได้ดังนี้

**การบริหารบุคลากร/พนักงาน**
บริษัทมโนห์ราฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของตัวบุคลากรหรือพนักงานในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักที่ว่า “ทรัพยากรบุคคลคือฟันเฟืองที่สำคัญของโรงงานในการบริหารงานยุคปัจจุบัน”
ซึ่งหมายความว่า ในการบริหารต้องไม่มองบุคลากรว่าเขาเป็นแค่คนงาน แต่ต้องมองเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัว ทำให้เขารักโรงงานเหมือนเป็นสมบัติของเขา ดังนั้นบริษัทฯ จึงมีการดูแล ยกย่อง ให้เกียรติและเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นคนของพนักงานทุกคน โดยได้จัดให้มีกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพของบุคลากร อาทิเช่น
การให้พนักงานทุกฝ่ายได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร
เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ เพื่อจะได้นำวิทยาการใหม่ ๆ มาพัฒนาองค์กรได้ดียิ่งขึ้น
 การจัดให้มีสวัสดิการโดยการจัดให้สถานที่เลี้ยงเด็กภายในบริษัทในกรณีที่พ่อแม่ต้องงมาทำงานและไม่มีคนช่วยดูแลเด็ก

**การบริหารงาน**
ในการบริหารงานบริษัทมโนห์ราฯ ได้ยึดหลัก ดังนี้
 มีความซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อลูกค้า ทั้งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการบริการ โดยจะผลิตแต่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก
ผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก
ต่อยอดธุรกิจไปข้างหน้า ขยายตลาดเพื่อส่งอออกสินค้าเพิ่มขึ้นไปภายนอกประเทศ ได้แก่ อเมริกา จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น
มีการจัดทำตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI)I และ นำหลัก BSC มาใช้ในการทำงาน

จากแนวคิดและหลักการบริหารของบริษัทมโนห์รา สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานพัฒนาชุมชน เพื่อให้การทำงานสัมฤทธิ์ผล ดังนี้


 ด้านตัวผู้บริหาร (พัฒนาการจังหวัด พัฒนาการอำเภอ หัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย)
จะต้องให้การดูแล เอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน แสดงออกถึงความห่วงใย และให้การสนับสนุนในสิ่งที่เป็นโอกาสในการพัฒนาแก่เจ้าหน้าที่ เช่น การให้คำแนะนำในการสอบเพื่อเลื่อนระดับ หรือการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หรืออนุญาตให้เข้ารับการอบรมพัฒนาในหลักสูตรต่าง ๆ โดยใช้งบประมาณของสำนักงาน เป็นต้น นอกจากนี้ในกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชามีปัญหาก็ควรสอบถามถึงปัญหา หรือรับฟังปัญหาเพื่อจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ผ่านไปได้ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ควรมีการจัดสวัสดิการ และวัสดุ อุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ด้วย เช่น การจัดให้มีการตรวจสุขภาพในที่ทำงาน การมีกองทุนให้กู้ยืม การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องปริ้นเตอร์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ครบทุกคน เป็นต้น
 ด้านตัวเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน
ต้องรู้จักขวนขวายหาโอกาสในการพัฒนาตนเอง เช่น การเข้ารีบการฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ทั้งนี้เพื่อจะได้นำความรู้ที่ได้มาพัฒนาตนเองและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถที่จะมาเผยแพร่ให้แก่เพื่อนร่วมงานได้ใช้ประโยชน์ด้วย เช่น การเข้าอบรมการเป็นพิธีกร เมื่อเสร็จสิ้นการอบรมก็สามารถที่จะเป็นพิธีกรในงานต่าง ๆ ได้และสามารถที่จะเผยแพร่ให้เพื่อนร่วมงานได้ฝึกการเป็นพิธีกรด้วย เนื่องจากในยุคปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร คนที่มีความรู้มาก มีความสามารถมากก็จะได้เปรียบกว่าคนที่มีความรู้ ความสามารถน้อยกว่า


นักพัฒนาชุมชนในทุกระดับจะต้องมีทักษะการบริหารงานที่จำเป็น ดังนี้
รู้ และเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง เช่น เป็นพัฒนากรก็ต้องรู้ว่ามีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความตระหนักในการพัฒนาตนเอง และสามารถพึ่งตนเองได้ เป็นต้น
 มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ตนเองได้รับ เช่น รับผิดชอบงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ก็ต้องเข้าไปจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และขณะเดียวกันระบบรายงานต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการก็ต้องทำให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด
 ทำงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน เช่น ในการจัดกิจกรรมทุกครั้งที่มีงบประมาณ ควรออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับงบประมาณ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากิจกรรมให้มากที่สุดเพื่อจะได้เกิดการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดียิ่งขึ้น
ให้บริการโดยคำนึงถึงพึงพอใจของผู้รับบริการ ซึ่งก็คือ ประชาชนเป็นหลัก โดยให้การบริการที่เป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส ยินดีให้ความช่วยแหลือทุกครั้งที่ประชาชนมาติดต่อ ขณะเดียวกันก็รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อปรับปรุงการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของงานพัฒนาชุมชน
 คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในการทำงานเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนต่าง ๆ ลง เช่น การออกแบบการตรวจงบดุลกองทุนหมู่บ้านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เมื่อประชาชนมาใช้บริการก็จะสามารถตรวจได้ทันที สะดวกต่อการทำงาน และเจ้าหน้าที่คนอื่นก็สามารถตรวจได้เมื่อผู้รับผิดชอบงานไม่อยู่ เป็นต้น
 มีการนำหลัก BSC มาใช้และมีการกำหนดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) ของหน่วยงานเป็นประจำทุกปีงบประมาณ โดยทำร่วมกันทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับเพื่อให้การทำงานมีทิศทางที่ชัดเจน สามารถติดตามประเมินได้ตรงตามเป้าหมาย

สรุป จากแนวคิดและหลักการบริหารงานให้สัมฤทธิ์ผลของบริษัทมโนห์ราอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ไม่ว่าลักษณะงานจะเป็นแบบไหน จะเป็นงานภาคเอกชน หรือภาครัฐบาลก็ดี ล้วนแต่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ ถ้าหากผู้บริหารและพนักงานมีหลักการบริหารบุคคล และหลักการบริหารงานที่ดี ก็จะสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็น....
 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (254)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:23 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:23


การพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในองค์กร
คำสำคัญ:พัฒนาชุมชน สมรรถนะ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

เจ้าของความรู้ :

นายกิจธนาพัฒน์ แหวนสูงเนิน

นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร

แก้ปัญหาเกี่ยวกับ : การพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

และให้บุคลากรในองค์กรพัฒนาตนเองได้ตรงตามตำแหน่ง

 

 

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวว่า    “สมรรถนะ คือ คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ/ความสามารถและคุณลักษณะอื่นๆ ที่ทำ ให้บุคคลสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมงานอื่นๆ ในองค์กร”กล่าวคือ การที่บุคคลจะ แสดงสมรรถนะใดสมรรถนะหนึ่งได้ มักจะต้องมีองค์ประกอบของทั้งความรู้ทักษะ/ความสามารถ และคุณลักษณะอื่นๆ ตัวอย่างเช่น สมรรถนะการบริการที่ดี ซึ่งอธิบายว่า “สามารถให้บริการที่ ผู้รับบริการต้องการได้” นั้น หากขาดองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ ความรู้ในงานหรือทักษะที่เกี่ยวข้อง เช่น อาจต้องหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และคุณลักษณะของบุคคลที่เป็นคนใจเย็น อดทน ชอบ ช่วยเหลือผู้อื่น แล้วบุคคลก็ไม่อาจจะแสดงสมรรถนะของการบริการที่ดีด้วยการให้บริการที่ ผู้รับบริการต้องการได้

                   โดยตำแหน่งหลักของการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนในส่วนภูมิภาค คือ ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชน ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงมหาดไทย ยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ยุทธศาสตร์ของจังหวัด และกลุ่มจังหวัด ให้บรรลุเป้าหมาย

                   การพัฒนาบุคลากรในองค์กรของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จึงต้องพัฒนาตามสรรถนะของตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อที่จะส่งผลให้การขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนในระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ประสบผลสำเร็จ

                   สมรรถนะของตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชน ประกอบด้วย ๔ ด้าน คือ

                   ๑. ด้านปฏิบัติการ

                       ๑) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยด้านพัฒนาชุมชน เพื่อจัดทำแผนงาน สนับสนุนการรวมกลุ่มของประชาชนประเภทต่างๆ รวมถึงแสวงหาและพัฒนาศักยภาพของผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร และเครือข่ายองค์กรประชาชน

                       ๒) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยด้านพัฒนาชุมชน เพื่อกำหนดมาตรการและกลไกในการพัฒนาและส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการชุมชน ตลอดจนการพัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็ง สมดุลและมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชนระดับฐานราก รวมทั้งในการพัฒนารูปแบบ วิธีการพัฒนาชุมชนให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่

                       ๓) ศึกษา วิเคราะห์ ปัญหาสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในงานพัฒนาชุมชน เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

                       ๔) ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำ และพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศในการพัฒนาชุมชน และระบบสารสนเทศชุมชน เพื่อกำหนดนโยบาย แผนงาน ตลอดจนกำหนดแนวทางหรือวางแผนพัฒนาในทุกระดับ

                       ๕) เสนอแนะแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพชุมชนและเศรษฐกิจชุมชนเพื่อสร้างความสมดุลในการพัฒนาชุมชน และความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชนระดับฐานราก นำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

                       ๖) กำหนดมาตรฐานและเกณฑ์ชี้วัดด้านการพัฒนาชุมชน เพื่อให้มีเกณฑ์ชี้วัดด้านการพัฒนาชุมชนที่ถูกต้องเหมาะสม ได้มาตรฐาน

                       ๗) ส่งเสริม พัฒนา ออกแบบ สรุปและวิเคราะห์การดำเนินการด้านการจัดการความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นชุมชน เพื่อสร้างและพัฒนาระบบการจัดการความรู้ของชุมชน

                       ๘) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ชุมชนสามารถคิดค้นปัญหา วิเคราะห์ ตัดสินใจ วางแผนและดำเนินการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความต้องการของตนเองและชุมชนได้

                       ๙) ส่งเสริมและพัฒนารูปแบบ/วิธีการจัดเวทีประชาคม หรือเวทีชุมชนในรูปแบบต่างๆ เพื่อเอื้อให้ประชาชนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อันนำไปสู่การจัดทำแผนชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาความต้องการของชุมชน และพัฒนาเครือข่ายของชุมชนในทุกระดับ

                       ๑๐) ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาทักษะ และให้ความรู้ในการบริหารจัดการระบบข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และภาคีการพัฒนา เพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน และการจัดทำระบบสารสนเทศชุมชน รวมทั้งการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

                   ๒. ด้านการวางแผน

                       วางแผนหรือร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานตามแผนงานหรือโครงการของหน่วยงานระดับสำนักหรือกอง และแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด

                   ๓. ด้านการประสานงาน

                       ๑) ประสานการทำงานร่วมกันโดยมีบทบาทในการให้ความเห็นและคำแนะนำเบื้องต้นแก่สมาชิกในทีมงานหรือหน่วยงานอื่น เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด

                       ๒) ให้ข้อคิดเห็นหรือคำแนะนำเบื้องต้นแก่สมาชิกในทีมงานหรือบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย

                   ๔. ด้านการบริการ

                       ๑) ให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชน กลุ่มหรือองค์กรประชาชน เครือข่ายองค์กรประชาชน และชุมชน ตลอดจนภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนและความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชนระดับฐานรากตามหลักการพึ่งตนเองและหลักการมีส่วนร่วมของชุมชน

                       ๒) กำหนดวิธีการ และออกแบบการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานพัฒนาชุมชน ในทุกๆ ด้าน เช่น ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแหล่งทุน ข้อมูลสารสนเทศชุมชน ข้อมูลการพัฒนาอาชีพ ฯลฯ เพื่อให้บริการแก่หน่วยงานภาคีการพัฒนา ประชาชน ผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กรประชาชน เครือข่ายองค์กรประชาชน และชุมชน

                   โดยองค์กร และตัวนักวิชาการพัฒนาชุมชนเอง ต้องพัฒนาสมรรถนะให้ตรงตามตำแหน่ง ทั้งการวางแผนก่อนการดำเนินงาน การปฎิบัติการระหว่างดำเนินงาน การประสานงานกับทุกฝ่าย และการให้บริการกลุ่มเป้าหมายให้เกิดความพึงพอใจ

                   ในการพัฒนานั้นสามารถกำหนดแผนพัฒนาตนเองและระยะเวลาเพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ และความเป็นไปได้ในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดผลอย่างแท้จริง

                    นักวิชาการพัฒนาชุมชน ที่ได้พัฒนาสมรรถนะครบทุกด้านจะสามารถปฎิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้

                   ประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน

                   ๑.เข้าใจถึงสมรรถนะในตำแหน่งที่ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง

                   ๒. สามารถพัฒนาตนเองได้ตรงตามสมรรถนะ

                   ๓. สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้

                   แก่นความรู้

                   สมรรถนะของตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนมี 4 ด้าน คือ ปฎิบัติการ วางแผน ประสานงาน บริการ โดยกำหนดแผนพัฒนาตนเองในสอดคล้องกับลักษณะงานได้  

ขุมความรู้

๑. ปรัชญาการพัฒนาชุมชน

๒. หลักและวิธีการพัฒนาชุมชน

๓. หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

๔. สมรรถนะประจำตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชน

๕. ระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง

 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (368)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:17 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:18


ทำงานให้มีความสุขและประสบผลสำเร็จ
คำสำคัญ:คน องค์กร

 

ชื่อความรู้ : ทำงานให้มีความสุขและประสบผลสำเร็จ 

เจ้าขององค์ความรู้ นางสาวจันทร์เพ็ญ ลิขิตผลิน

ตำแหน่ง/สังกัด นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน

                    สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร

แก้ไขปัญหา : วิธีคิดการปรับทัศนคติ

    สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีการจัดอบรมสมรรถนะในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนโดยเชิญวิทยากรจากกรมการพัฒนาชุมชน และมีการบรรยายให้ความรู้จากผู้บริหาร บริษัทมโนราห์อุตสหกรรม จำกัด ในการอบรมในครั้งนี้เป็นการให้ความรู้ซึ่งเป็นการทบทวน บทบาท หน้าที่ของพวกเราชาวพัฒนาชุมชน จึงทำให้เรารู้จักการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง และมีการเปลี่ยนแปลงในด้านการปฏิบัติงานมากขึ้น พร้อมที่จะมีการปรับปรุง และปรับทัศนคติในด้านต่าง ๆ ได้ อีกทั้ง การบรรยายของผู้บริหาร บริษัท มโนราห์อุตสาหกรรม จำกัด ทำให้เราได้รู้จักมุมมองการทำงานของภาคเอกชน รวมถึงวิธีการปฏิบัติงาน การทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะอยากหรือง่าย ทุกอย่างมีปัญหา แต่ทุกคนต้องมองตัวเอง และมีการปรับทัศนคติของเราก่อน และมองปัญหาเป็นเรื่องที่จะต้องผ่านไปให้ได้

                   การศึกษาดูงาน ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น (OTOP) จ.สระบุรี เป็นการดูงานที่ประสบผลสำเร็จของกลุ่มที่มีความพยายามในการสร้างโอกาส และเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน กลุ่มฯ ใช้ปัญหาที่มีอยู่มาปรับปรุงแก้ไขจนทำให้สามารถประสบผลสำเร็จอย่างมาก ใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสในการบริหารจัดการ จะเห็นได้ว่าตัวผู้นำองค์กรศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนฯ จ.สระบุรี เป็นบุคคลที่เสียสละ และเปิดโอกาสให้กับสมาชิกทุกคน การสร้างโอกาสให้กับชาวบ้าน และชุมชนมาก ไม่ว่าจะเรื่องบริหารจัดการ สวัสดิการต่าง ๆ ทำให้การดำเนินกิจการศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ฯ มีปัญหาค่อนข้างน้อย จะเห็นได้ว่า องค์กรทุกองค์กร  มีทั้งปัญหาเล็กและใหญ่ หากผู้บริหาร และผู้นำ มีการปรับทัศนคติการทำงานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กรนั้น ไม่ว่าปัญหาเล็กหรือใหญ่ หากทุกคนสร้างความเข้าใจและมีการปรับทัศรติที่ดีต่อกัน ก็สามารถสร้างความสุขร่วมกันได้  

กลยุทธ์ในการทำงาน :                  

1. ปรับทัศนคติของแต่ละคน และสร้างความเข้าใจกันให้มากขึ้น                 

2. แบ่งบันความสุขให้กับทุกคน 3. มีมนุษย์สัมพันธ์ให้กับคนรอบข้าง4. การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง            

แก่นความรู้ :   การทำงานทุกอย่างมีปัญหาทุกอย่าง ควรหาโอกาสในการปรับปรุง และปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทำงานเพื่อปรับปรุงการทำงานรวมถึงรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชาเพื่อแลกเปลี่ยนการทำงาน ซึ่งจะทำให้เราได้รับสิ่งที่ดี ๆ และมีความสุขกับการทำงานไปตลอดไป ที่อยู่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร เบอร์โทรศัพท์   โทร/โทรสาร 034-411717 E-mailj_pensang@hotmail.com

 

 

 

    

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสาคร ความคิดเห็น (0) | ดู (246)
สร้าง: 19 มี.ค. 2556 18:08 แก้ไข: 19 มี.ค. 2556 18:12
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION