อำเภอยางชุมน้อย :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


การบริหารเงินโครงการ กข.คจ. ให้ประสบผลสำเร็จ

                 ปี  พ.ศ. 2544  กรมการพัฒนาชุมชน  ได้จัดสรรงบประมาณตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน  กข.คจ.  มีการบริหารงานโดยคณะกรรมการ  กข.คจ.  ประจำหมู่บ้าน
                 6  มิถุนายน  พ.ศ. 2555  ได้รับการแต่งตั้งเป็นพัฒนากรประสานงานตำบลคอนกาม  อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ  พบว่ามีครัวเรือนเป้าหมายที่ได้รับเงินยืมจากโครงการ  กข.คจ. บ้านค้อใหม่ที่ครบกำหนดสัญญาแล้ว  แต่ยังไม่ส่งใช้คืนเงินยืมตามกำหนด  ตั้งแต่  ปี พ.ศ. 2553  จำนวน  38  ราย  เป็นเงิน  280,000  บาท  จึงได้นัดประชุมคณะกรรมการและครัวเรือนเป้าหมาย  เพื่อชี้แจง/สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2536 และ พ.ศ. 2539  และประกาศกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับโครงการ กข.คจ.  ให้แก่คณะกรรมการ   และครัวเรือนเป้าหมาย 
ได้กำหนดประชุมนัดหมายอีกครั้ง  พร้อมให้ครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินโครงการ กข.คจ.  นำเงินยืมมาส่งใช้คืน  จนสามารถติดตามเงินยืมจากครัวเรือนเป้าหมายได้  จำนวน  28  ราย  เป็นเงิน  188,500 บาท  ปรากฏว่ายังมีครัวเรือนเป้าหมายที่ยังไม่ส่งคืนเงินอีก  จำนวน  10  ครัวเรือน  เป็นเงิน  91,500  บาท  จึงได้นัดประชุมคณะกรรมการ กข.คจ  และครัวเรือนเป้าหมายอีก  ที่ประชุมมีมติให้  คณะกรรมการ กข.คจ./สมาชิก  และพัฒนากร  ช่วยกันติดตามเงินยืมจากครัวเรือนที่ยังไม่ส่งใช้คืนเงินยืมทั้ง  10  ครัวเรือน  โดยมอบหมายและแบ่งกันไปติดตามเป็นรายครัวเรือนแบบเข้าถึงครัวเรือน  จนสามารถติดตามเงินโครงการ กข.คจ.ได้จนครบ  จำนวน  280,000  บาท  ได้เงินคืนสู่โครงการ  กข.คจ.  เรียบร้อย  จนทำให้ปัจจุบันมีเงินทุนหมุนเวียนตามโครงการ กข.คจ. บ้านค้อใหม่  หมู่ที่ 9  ตำบลคอนกาม  ซึ่งเกิดจากความสามัคคี  ความร่วมมือ   และความเอื้ออาทร  ของคนในครัวเรือนเป้าหมาย 
นอกจากนั้นคณะกรรมการโครงการ กข.คจ.  และครัวเรือนเป้าหมาย  ได้จัดทำกฎระเบียบในการยืมเงินของครัวเรือนครัวเรือนเป้าหมายใหม่ดังนี้ 
1.  ครัวเรือนเป้าหมายจะต้องเป็นคนในพื้นที่ หรืออาศัยอยู่ในหมู่บ้านไม่น้อยกว่า  5  ปี 
2.  ครัวเรือนเป้าหมายที่ได้รับเงินยืมจะต้องมีบุคคลค้ำประกัน  จำนวน  2  ราย  หากสมรสแล้วจะต้องได้รับความยินยอมจากสามีหรือภรรยา 
3.  มอบหมายให้คณะกรรมการติดตามครัวเรือนที่ได้รับเงินยืม  พร้อมภาพถ่ายเพื่อทราบผลการยืมเงินของครัวเรือน
4.  คณะกรรมการ กข.คจ.  ต้องรายงานผลการดำเนินงานให้อำเภอทราบทุกครั้งที่มีความเคลื่อนไหวทางการเงินของโครงการ กข.คจ. 
 
บันทึกขุมความรู้  (Knowledge Assetss)
1.  เจ้าหน้าที่จัดประชุมคณะกรรมการโครงการ กข.คจ.  และครัวเรือนเป้าหมาย  เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจระเบียบ  กฎหมาย  ให้ชัดเจน         
2.  คณะกรรมการโครงการ กข.คจ.  ต้องรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเองและทำงานให้เกิดประโยชน์
และต้องติดตามครัวเรือนเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
3.   เจ้าหน้าที่ติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง  และเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการโครงการ กข.คจ.  ทุกขั้นตอน
4.  ครัวเรือนเป้าหมายต้องมีความซื่อสัตย์
5.  คณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
6.  ส่งเสริมให้ครัเรือนเป้าหมายนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต         

แก่นความรู้
1.  จัดเวทีประชาคมสร้างความรู้  ความเข้าใจ  ระเบียบว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการ กข.คจ.
2.  ประสานหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
3.  สนับสนุนให้มีการเผยแพร่  ประชาสัมพันธ์  ครัวเรือนเป้าหมายที่ประสบผลสำเร็จ
4.  คณะกรรมการโครงการ กข.คจ.  สามารถบริหารจัดการกลุ่มได้อย่างโปร่งใส  เป็นธรรม โดยยึดหลักที่ว่า  ความรู้  คู่คุณธรรม 
5.  เกิดกิจกรรมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างเครือข่ายโครงการ กข.คจ. ระดับอำเภอ 
6.  การบริหารเงินโครงการ  กข.คจ.  คณะกรรมการและครัวเรือนเป้าหมาย  ต้องรู้จักบทบาทหน้าที่ของตน  มีความเข้มแข็ง  หนักแน่น  เสียสละ  และความซื่อสัตย์  ซึ่งจะทำให้การบริหารกองทุนประสบความสำเร็จ


กลยุทธ์ในการทำงาน
1.  จัดเวทีประชาคม  สร้างความรู้  ความเข้าใจ  แก่คณะกรรมการโครงการ กข.คจ.  และครัวเรือนเป้าหมาย  เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการ กข.คจ.
2.  ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ให้ความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนเป้าหมาย
3.  สร้างความสัมพันธ์  และให้บริการด้วยความเต็มใจ  แก่คณะกรรมการโครงการ  กข.คจ.  และครัวเรือนเป้าหมาย
4.  ให้โอกาสครัวเรือนเป้าหมายทุกครัวเรือนที่ได้รับเงินยืมไปประกอบอาชีพ
5.  นำกระบวนการมีส่วนร่วมทุกระดับ  มาใช้ในการดำเนินงาน
6.  มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ครัวเรือนที่ประสบผลสำเร็จ

กฎระเบียบ/แนวคิด/ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง          
กระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน  (กข.คจ.)  พ.ศ. 2536  พ.ศ. 2539  และ  พ.ศ. 2553  ประกาศกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับโครงการ กข.คจ.

 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (354)
สร้าง: 10 ก.ย. 2555 15:13 แก้ไข: 10 ก.ย. 2555 15:13


การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ อำเภอยางชุมน้อย

“ความยากจน มิได้จำกัดแต่เพียงการมีรายได้น้อยและการบริโภคน้อยเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงการขาดโอกาสด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล  และโอกาสอื่นในการพัฒนาคน การไร้ซึ่งอำนาจ การขาดสิทธิขาดเสียง ตลอดจนการตกอยู่ในความเสี่ยง และความหวาดกลัว”
 ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นปีครบรอบการก่อตั้งกระทรวงมหาดไทย ๑๒๐ ปี และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่  ๗  มิถุนายน  ๒๕๕๔ ให้จัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ๑๕๐ ปี วันประสูติ และครบรอบ ๑๕๐ ปี ที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ถวายพระเกียรติให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกคนแรกของประเทศไทย
 อำเภอยางชุมน้อยจากการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ปี ๒๕๕๒ มีครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ บาทคน/ต่อปี จำนวน ๕๙  ครัวเรือน ปี พ.ศ.๒๕๕๓ จำนวน ๒๙ ครัวเรือน ปี พ.ศ.๒๕๕๔ จำนวน ๔๑ ครัวเรือน จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่าเป็นครัวเรือนที่มารายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ซ้ำซาก จำนวน ๒๐ ครัวเรือนและเป็นครัวเรือนรายใหม่ จำนวน  ๙  ครัวเรือน  ข้อมูลปัจจุบัน จำนวน  ๒๙ ครัวเรือน ได้เสียชีวิต ๑ ครัวเรือน  อพยพไปอยู่ที่อื่น จำนวน ๒ ครัวเรือน และมีรายได้ผ่านเกณฑ์แล้ว จำนวน ๕  ครัวเรือน ยังคงเหลือที่ต้องพัฒนาและแก้ไขจำนวน ๒๑ ครัวเรือน และครัวเรือนเป้าหมายที่มีรายได้เกิน ๒๓,๐๐๐ บาท/คน/ปี แต่รายได้ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี ที่ผ่านเวทีประชาคม จำนวน ๓๗ ครัวเรือน
 อำเภอยางชุมน้อย โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนได้บูรณาการประสานงานกับหน่วยงานภาคีการพัฒนาและกลุ่มองค์กร ขับเคลื่อนช่วยเหลือเป้าหมาย  เช่น
๑. โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ไขความยากจน เงิน ๒๗,๕๐๐ บาท จาก กศน.ยางชุมน้อย
๒. โครงการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสและตกเกณฑ์ จปฐ. เงิน ๕๐,๐๐๐ บาท  จาก อบต.โนนคูณ
๓. โครงการส่งเสริมอาชีพครัวเรือนจากข้อมูล จปฐ.และจากเวทีประชาคม จำนวน ๑๙ ครัวเรือน
      เงิน ๕๐,๐๐๐ บาท จาก อบต.บึงบอน
๔. ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือครัวเรือนยากจน เงิน ๑,๖๓๐ บาท จาก อบต.ยางชุมใหญ่
๕. จัดซื้อวัสดุประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน เงิน ๑๖,๘๐๐ บาท จาก อบต.คอนกาม
๖. มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อใช้จ่ายในการดำรงชีวิต เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จากเทศบาลตำบลยางชุมน้อย
๗. จัอซื้อวัสดุ อุปกรณ์ ในการสนับสนุนอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน เงิน ๒๙,๐๐๐ บาท จาก กพสอ.ยางชุมน้อย  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๘๔,๙๓๐ บาท
จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ครัวเรือนเป้าหมายคุณภาพชีวิตดี มีความสุขมากขึ้น และมีรายได้
เพิ่มขึ้นและมีรายได้ผ่านเกณฑ์ คงเหลือครัวเรือนที่ไม่ผ่านเกณฑ์  ๓๐,๐๐๐  บาท/คน/ปี  จำนวน ๑๑ ครัวเรือน ในจำนวนนี้ล้วนเป็นครัวเรือนที่ไม่สามารถพัฒนาได้ต้องได้รับการสงเคราะห์เท่านั้น  ผลการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี ๒๕๕๕   อำเภอยางชุมน้อย   มีครัวเรือนรายได้ไม่ถึง   ๓๐,๐๐๐  บาท/คน/ปี จำนวน ๑๘ครัวเรือน  เป็นครัวเรือนยากจนรายเดิม จำนวน ๑๑ ครัวเรือน  
  การแก้ไขปัญหาความยากจน  อำเภอยางชุมน้อยยังคงต้องดำเนินการต่อไปและยังคงยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน  การทำงานเชิงบูรณาการ  รู้เป้าหมาย เข้าใจกระบวนการทำงานเหมือนกัน  เป้าหมาย เพื่อบำบัดทุกข์  บำรุงสุข ประชาชนคนยางชุมน้อย

บันทึกขุมความรู้  (Knowledge  Asets) (นำเหตุการณ์  ประเด็น สำคัญในเนื้อเรื่องมาถอดเป็นขุมความรู้)
๑. แต่งตั้งคณะกรรมการ ศจพ.อ/ศจพ.ต และชุดปฏิบัติการตำบล ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ
รายละเอียด ขั้นตอนการดำเนินงาน
๒. จัดเวทีประชาคม สำรวจ ตรวจสอบข้อมูล จปฐ. รับรองข้อมูล และมอบให้ ชุดปฏิบัติการตำบล
จัดทำ Family folder
๓. จัดเวทีวิเคราะห์ ๔ ท (ทักษะ ทัศนคติ ทรัพยากร และทางออก) แก่ครัวเรือนเป้าหมาย
๔. นำข้อมูลเชิงลึกแต่ละครัวเรือน เสนอต่อที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล  องค์กรภาคเอกชน /ประชาชน /องค์กร สตรีและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน
๕. สร้างกระแส Kick off  จัดกิจกรรมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ระหว่างส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และครัวเรือนเป้าหมาย  พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความประสงค์ต้องการเป็นผู้อุปการะ ดูแล ให้กำลังใจแก่ครัวเรือนเป้าหมาย คนละหนึ่งครัวเรือน
๖. ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน  สนับสนุนงบประมาณ ส่วนชุมชนนำทุนที่มีอยู่ในชุมชนได้แก่ กองทุนหมู่บ้านโครงการ กข.คจ. และกองทุนอื่นๆ เพื่อแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเป้าหมาย  
 ๗.  จัดทำแผนปฏิบัติการ  ปฏิบัติตามแผน พัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเป้าหมาย ทีมปฏิบัติการตำบลติดตามและประชุมรายงานผล-จัดทำแผน เป็นประจำทุกเดือน  และรายงานให้อำเภอทราบ

แก่นความรู้  (Core  Competency)     (นำขุมความรู้มาสกัดเป็นแก่นความรู้)
๑.) ข้อมูลดี  มีการปรึกษา  หาทีมงาน  ประสานผู้เกี่ยวข้อง
๒.) ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก  ถูกต้องเชื่อถือได้
๓.) ร่วมกัน  ขยันทำงาน ชาวบ้านมีส่วนร่วม
๔.) นำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการขับเคลื่อน
๕.) ติดตาม ประเมินผล การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

กลยุทธ์ในการทำงาน      (นำแก่นความรู้มากำหนดเป็นกลยุทธ์ในการทำงาน)
๑.) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยชุมชน
๒.) สนับสนุนการทำงานเชิงบูรณาการระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชน
๓.) ทำงานเป็นทีม  เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ABCDEF มาขับเคลื่อนการดำเนินงาน
การดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน  ไม่ได้หวังเพียงให้ครัวเรือนยากจนร่ำรวยทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น  แต่หวังให้เขามีความสุขและมีโอกาส  จะบรรลุเป้าหมายได้  การดำเนินงานต้องอาศัยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนด้วยพลังของทางราชการและพลังของพี่น้องประชาชนคนยางชุมน้อย เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญคือพลังในตัวตนของคนในครัวเรือนเป้าหมาย โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแสงสว่างนำทางในการดำเนินชีวิต  การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต้องสร้างพลังชุมชน  ใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน  นำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง  ประชาชนพึ่งตนเอง  ครอบครัวมีคุณภาพดีความสุข


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (300)
สร้าง: 10 ก.ย. 2555 15:02 แก้ไข: 10 ก.ย. 2555 15:02


ความรู้ในการปฏิบัติงานตรวจสุขภาวะกลุ่มออมทรัพยืเพื่อการผลิต

ความสำคัญ
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นกระบวนการในการพัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพ
โดยยึดหลักคุณธรรม ๕ ประการ สอนให้คนรู้จักช่วยตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
ให้คนในชุมชนประหยัดและออม ร่วมกันสร้างเงินกองทุนชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุนใน
การประกอบอาชีพ
มูลเหตุจูงใจ
 เนื่องจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตในปัจจุบันค่อนข้างมีปัญหาเกิดขึ้น
ค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นงานพัฒนาชุมชนที่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจะละเลยเสียไม่ได้  อำเภอยางชุมน้อยได้รับอนุมัติจากจังหวัดศรีสะเกษให้ ดำเนินการโครงการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน(ศอช.) เพื่อพัฒนาทุนชุมชนและเสริมสร้างสมานฉันท์”เวทีขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพยกระดับกองทุนชุมชนธรรมาภิบาลต้นแบบ”(ตรวจสุขภาวะกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต)โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ ปี ๒๕๕๕
เมื่อวันที่  ๒๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๔  อำเภอยางชุมน้อย ได้ดำเนินการ ตรวจสุขภาวะและจัดเก็บข้อมูลกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต   จำนวน ๔  กลุ่ม  ดังนี้ 
๑.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านยางชุมใหญ่ หมู่ ๑ ตำบลยางชุมใหญ่ วันที่  ๓๑  กรกฎาคม  ๒๕๕๕
๒ .กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนขะยอม  หมู่ ๗  ตำบลโนนคูณ  วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๕
๓.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านค้อใหม่  หมู่ ๙  ตำบลคอนกาม  วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๕
๔.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านกุดเมืองฮาม  หมู่ ๘  ตำบลกุดเมืองฮาม ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ 
ณ ที่ทำการกลุ่มออมทรัพย์  เพื่อการผลิต
โดยการจัดเก็บข้อมูล ตรวจสอบหลักฐานเอกสารต่างๆประกอบด้วยเอกสารทะเบียน/ระเบียบ   เอกสารทางบัญชี
เอกสารทะเบียน/ระเบียบ  
๑) ทะเบียนรายชื่อสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อ การผลิต
๒) ทะเบียนคุมเงินสัจจะสะสมทรัพย์                                                                
๓) ทะเบียนคุมเงินสัจจะสะสมทรัพย์ (พิเศษ)
๔) ทะเบียนคุมเงินกู้
๕) ทะเบียนคุมลูกหนี้ เงินกู้
๖) ระเบียบกลุ่ม
เอกสารทางบัญชี
๑) บัญชีเงินสด – บัญชีเงินฝากธนาคาร
๒) บัญชีรายได้และหนี สิน
๓) บัญชีรายจ่ายและทรัพย์สิน
๔) งบกำไร – ขาดทุน
๕) งบดุล
และดำเนินการประเมินเพื่อจัดระดับ แต่ละกลุ่ม  มีผลการประเมิน   ดังนี้
๑.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านยางชุมใหญ่  ผลการจัดระดับการพัฒนา  จากระดับ ๑  เป็น ระดับ ๒
  (ได้คะแนนรวม ๖๔ คะแนน ตัวชี้วัดหลักได้คะแนน ๓  จำนวน  ๖ ข้อ )
๒.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านดอนขะยอม หมู่ ๗ ตำบลโนนคูณ  ผลการจัดระดับการพัฒนา จาก ระดับ
  ๒ เป็น  ๓ (ได้คะแนนรวม  ๘๐ คะแนนตัวชี้วัดหลัก ๘ ข้อ)
๓.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านค้อใหม่  หมู่ ๙  ตำบลคอนกาม  ผลการจัดระดับการพัฒนาจากระดับ ๑
เป็น ๒ ได้คะแนนรวม   ๗๒    คะแนนตัวชี้วัดหลัก ๗ ข้อ
๔.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านกุดเมืองฮาม  หมู่ ๘  ตำบลกุดเมืองฮามผลการจัดระดับการพัฒนาจากระดับ ๑
เป็น ๒ ได้คะแนนรวม   ๖๓    คะแนน ตัวชี้วัดหลัก๖ ข้อ
กระบวนการดำเนินการ
๑. เสนอชื่อคณะทำงานให้จังหวัดแต่งตั้งขับเคลื่อน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
๒. สร้างความรู้ความเข้าใจกลไกคณะทำงาน ฯ และผู้เกี่ยวข้อง
๒.๑ ตรวจสอบข้อมูล การดำเนินงานกลุ่ม  เอกสารทะเบียน/ระเบียบ   เอกสารทางบัญชี
๒.๒การประเมินระดับการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตามแบบของจังหวัดศรีสะเกษ
๒.๓ นำคะแนนผลการประเมินที่ได้คะแนน ๑,๒  วางแผนพัฒนากลุ่ม
๕. พัฒนาฐานข้อมูล สรุปบทเรียน จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมสนับสนุนการ
ดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
๖. ดำเนินการประชุมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตในระดับอำเภอ
และกำหนดแนวทางการดำเนินงานของ ระเบียบข้อบังคับ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตในอำเภอ
ให้คำแนะนำจัดทำเอกสาร,การตรวจสอบบัญชี และการปิดงบดุล ตามระบบบัญชี
๗. ติดตามผลการเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โดยเครือข่ายฯ และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน

ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น
ต่อองค์กร ทำให้กลุ่มในความรับผิดชอบเข้มแข็งพึ่งตนองได้
ต่อเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เป็นเครื่องมือในการติดตามการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
ต่อกลุ่ม/องค์กร กลุ่มได้เรียนรู้และพัฒนาการดำเนินงานของกลุ่มไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ตามแนวทางที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนด และส่งเสริมการบริหารจัดการกลุ่มให้เข้มแข็งอย่างยืน
ข้อเนอแนะ
ควรจะมีงบประมาณส่งเสริมสนับสนุนให้ต่อเนื่องทุกปี /สนับสนุนเอกสารบัญชีกลุ่ม
 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (289)
สร้าง: 09 ก.ย. 2555 14:03 แก้ไข: 09 ก.ย. 2555 14:03


การจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี ๒๕๕๕

                      จปฐ.  มีชื่อเต็มว่า  ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน  เป็นข้อมูลที่แสดงถึงลักษณะของสังคมไทยที่พึงประสงค์  ตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำของเครื่องชี้วัดว่า  อย่าน้อยคนไทยควรจะมีระดับความเป็นอยู่ไม่ต่ำกว่าระดับไหนในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ  และทำให้ประชาชนสามารถทราบได้ด้วยตนเองว่าในขณะนี้คุณภาพชีวิตของตนเอง  ครอบครัว  รวมไปถึงหมู่บ้านอยู่ในระดับใด  มีปัญหาที่จะต้องแก้ไขในเรื่องใดบ้าง  เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง  ครอบครัว  และสังคม  อันเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาชนบทของประเทศ
  อำเภอยางชุมน้อย  เป็นอำเภอหนึ่งที่มีการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  เป็นประจำทุกปี  ตามที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนด  โดยกำหนดให้ใช้แบบสำรวจข้อมูลครัวเรือน  เรียกว่า  แบบ  จปฐ.  ใช้  ๑  เล่มต่อ  ๑  ครัวเรือน  และมีกระบวนการ ขั้นตอน / วิธีการ  จัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  ดังนี้
๑.  การวางแผนการจัดเก็บข้อมูล  
  ๑.๑   สำรวจข้อมูลครัวเรือนที่อาศัยอยู่จริง
  ๑.๒  จัดทำทะเบียนสำรวจอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  
  ๑.๓   แผนปฏิบัติการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  รายบุคคล
  ๑.๔  จัดทำคำสั่งแต่งตั้งอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ.  ระดับหมู่บ้าน
  ๑.๕  จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.  ระดับตำบล
  ๑.๖  จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.  ระดับอำเภอ
  ๑.๗  จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานบันทึกข้อมูล จปฐ.

๒.  การจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.
   ๒.๑  ประชุมชี้แจงการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  แก่อาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.
   ๒.๒  ประชุมชี้แจงการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  แก่คณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.  ระดับตำบล  และระดับอำเภอ
  ๒.๓  ประชุมชี้แจงการลงโปรแกรมและการบันทึก  ข้อมูล  จปฐ. 
  ๒.๔  จัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  ทุกหมู่บ้าน 
                 อำเภอยางชุมน้อย  ได้จัดทำ “สัปดาห์รณรงค์จัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  อำเภอยางชุมน้อย  ปี  ๒๕๕๕”  โดยกำหนดให้บ้านดอนขะยอม  หมู่ที่  ๗  ตำบลโนนคูณ  เป็นหมู่บ้านเป้าหมาย
  ๒.๕  ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบก่อนจัดส่งแบบสำรวจข้อมูล  จปฐ.  ให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
  ๒.๖  บันทึกข้อมูล  จปฐ.  ของตำบล  พร้อมประมวลผลข้อมูล จปฐ. ทุกครัวเรือน ตรวจสอบความถูกต้อง  ครบถ้วนของข้อมูลที่บันทึก 
  ๒.๗  พัฒนากรผู้ประสานงานตำบลร่วมกับผู้ใหญ่บ้านรับรองคุณภาพของข้อมูล  จปฐ.  ในเวทีประชาคมระดับหมู่บ้านทุกหมู่บ้านเพื่อตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง  ครบถ้วน  และเป็นจริง
  ๒.๘  พัฒนากรผู้ประสานงานตำบลร่วมกับคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.  ระดับตำบล ตรวจสอบ/ยืนยันผลการจัดเก็บ  และรับรองคุณภาพของข้อมูล  จปฐ.  ภาพรวมระดับตำบล
  ๒.๙  จังหวัดออกมาติดตามการจัดเก็บข้อมูลของอำเภอ ว่า  ที่อำเภอมีการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. มีความถูกต้อง   ครบถ้วน  และอาสาสมัครเข้าใจในการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  หรือไม่
  ๒.๑๐ คณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.  ระดับอำเภอ  ตรวจสอบความถูกต้อง  ครบถ้วนของข้อมูล  จปฐ. ของแต่ละตำบล  เพื่อประมวลผลเป็นภาพรวมของอำเภอ
                   ในการรับรองคุณภาพของข้อมูล  จปฐ.  ระดับอำเภอนั้น  อำเภอยางชุมน้อย  ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ระหว่างคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.  ระดับอำเภอ  โดยได้ชี้แจงถึงความสำคัญของการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.   และสรุปผลการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล จปฐ.ภาพรวม  อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ  ได้  ดังนี้  คือ
   บรรลุเป้าหมาย (√)  ๑๓  ข้อ คือตัวชี้วัด    ๒,๖,๗,๙,๑๐,๑๕,๑๖,๒๑,๒๔,๒๗,๒๘,๒๙,๓๐
   ไม่บรรลุเป้าหมาย (×) ๑๗  ข้อ คือตัวชี้วัด   ๑,๓,๔,๕,๘,๑๑,๑๒,๑๓,๑๔,๑๗,๑๘,๑๙,๒๐,๒๒,๒๓,๒๕,๒๖
                    ในเวทีการรับรองคุณภาพของข้อมูล  จปฐ.  ระดับอำเภอนี้  ได้มีการให้ข้อเสนอแนะในการรับรองข้อมูล  จปฐ.  อำเภอยางชุมน้อย ว่าหลังจากจังหวัดได้รับรองผลการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  แล้ว  ให้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมวางแผน  หาแนวทาง  และวิธีการแก้ไขร่วมกัน  เพื่อขับเคลื่อนตัวชี้วัดข้อมูล  จปฐ.  อำเภอยางชุมน้อย  ที่ไม่บรรลุเป้าหมาย  จำนวน  ๑๗  ตัวชี้วัด  
 ปัญหาที่เกิดขึ้นในห้วงของการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.
  ๑.  ระยะเวลา  เป็นตัวกำหนดให้เกิดกระบวนการขั้นตอนต่างๆ 
  ๒.  เกิดจากบุคคล  คือ  อาสาสมัคร  เจ้าหน้าที่  และพัฒนากร  ขาดประสบการณ์  ไม่เข้าใจข้อคำถาม  ทั้ง  ๕  หมวด  ๓๐  ตัวชี้วัด  และเป็นตัวแปรที่สำคัญในการกำหนดความถูกต้อง  แม่นยำของข้อมูล  จปฐ.
  ๓.  การประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและเจ้าหน้าที่ของ  อบต.
  ๔.  ความกดดันของผู้บริหารทั้งระดับอำเภอ  และระดับจังหวัดที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง  ครบถ้วน  แม่นยำ  และให้ทันตามห้วงระยะเวลาที่กำหนด
 เทคนิค/วิธีการซึ่งได้มาของข้อมูล  จปฐ.  ของอำเภอยางชุมน้อย
  ๑.  ให้ผู้ใหญ่บ้านสำรวจข้อมูลครัวเรือนที่อยู่จริงมาก่อน
  ๒.  คัดเลือกอาสาสมัครของหมู่บ้านจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  จากผู้นำชุมชน  กรรมการ  หัวหน้าคุ้ม อช.
  ๓.  ให้อาสาสมัครสำรวจและจัดทำแผนการจัดเก็บรายครัวเรือนว่าจะจัดเก็บครัวเรือนใดบ้าง
  ๔.  ประชุมชี้แจงการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  ให้กับอาสาสมัครทุกตำบล
  ๕.  กำหนดให้อาสาสมัครส่งแบบสำรวจ  ภายในวันที่  ๒๐  พฤษภาคม  เพื่อที่เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลจะได้ทำการบันทึกข้อมูล  และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะได้ตรวจสอบก่อนส่งให้หมู่บ้านจัดทำเวทีประชาคมเพื่อรับรองข้อมูล  จปฐ.  อีกครั้ง
  ๖.  เมื่อมีการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  อาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลและได้ส่งแบบสำรวจให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว  ถ้ายังไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด  เจ้าหน้าที่สามารถดูได้จากแผนการจัดเก็บของอาสาสมัครว่ายังคงเหลือครัวเรือนใดบ้างที่ยังไม่สำรวจ  และต้องไปสำรวจเพิ่ม  ตามแผนการจัดเก็บจริง  ทำให้ได้ครัวเรือนที่อยู่จริง  และเป็นเหตุผลที่ทำให้อำเภอยางชุมน้อยได้จำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้นทุกปี
   ๗.  เมื่อเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลรายครัวเรือน / รายหมู่บ้านเสร็จแล้ว  เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องมารีเช็ค  อีกครั้ง  ว่าหลังจากประมวลผลแล้วหมู่บ้านนั้นมีปัญหาอะไร  ตกเกณฑ์ข้อไหน  และเจ้าหน้าที่ต้องออกประชาคมร่วมกับชุมชนเพื่อรับรองข้อมูล  ทำให้ข้อมูลที่ได้มาถูกต้อง  ครบถ้วนและแม่นยำ
  ๘.  หลังจากประมวลผลระดับหมู่บ้านเสร็จแล้ว  เจ้าหน้าที่ต้องมารีเช็คจากเวทีรับรองของแต่ละหมู่บ้านเพื่อนำเสนอในเวทีรับรองคุณภาพของข้อมูล จปฐ.  ระดับตำบล 
  ๙.  จากนั้นได้มารีเช็ค  ตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละตำบล  ก่อนนำเสนอเข้าสู่เวทีใหญ่  คือเวทีรับรองคุณภาพระดับอำเภอ  ทำให้ข้อมูลของอำเภอยางชุมน้อย  มีความถูกต้อง  ครบถ้วน  เป็นจริง  และสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของอำเภอยางชุมน้อยๆได้เลย

๓.  การนำ จปฐ. ไปใช้ในการพัฒนา
  เมื่ออำเภอได้ข้อมูล  จปฐ.  ที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว  ก็นำมาประมวลแต่ละหมู่บ้านว่า  ข้อมูล  จปฐ.ของหมู่บ้าน / ชุมชน  บรรลุเป้าหมายกี่ตัวชี้วัด  และไม่บรรลุเป้าหมายกี่ตัวชี้วัด  เมื่อรู้แล้ว  หมู่บ้าน/ชุมชน  ก็สามารถที่จะรับรู้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของตนเองจากข้อมูล  จปฐ.  และนำข้อมูล จปฐ.  ที่ไม่บรรลุเป้าหมาย  มาวิเคราะห์ปัญหาถึงสาเหตุของปัญหา  โดยการจัดลำดับความสำคัญของตัวชี้วัดก่อนหลัง  และร่วมกันวางแผนแก้ไข  โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าเป้าหมายมากที่สุดเป็นปัญหาแรกที่ควรได้รับการพัฒนา  และเรียงปัญหาตามลำดับต่อไป  เพื่อร่วมกันวางแผน  จัดทำเป็นแผนพัฒนาของหมู่บ้าน  และดำเนินการตามแผนพัฒนา  โดยแยกว่าตัวชี้วัดไหนที่เราทำได้  และตัวชี้วัดไหนที่ต้องรับการช่วยเหลือ
จากหน่วยงานของรัฐ จัดทำแบบประเมินผลสำหรับชุมชน  เพื่อทราบว่าที่ผ่านมาหมู่บ้าน/ชุมชนได้พัฒนามาอย่างไร  ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนเกิดการพัฒนา  ประชาชนพึ่งตนเองได้  และมีคุณภาพชีวิตดีมีความสุข
สรุป
     ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) คือข้อมูลในระดับครัวเรือนที่แสดงถึงสภาพความจำเป็นพื้นฐานพื้นฐานของคนในครัวเรือนในด้านต่างๆเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเอาไว้ว่า  คนควรจะมีคุณภาพชีวิตในแต่ละเรื่องอย่างไรในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ  และหัวใจของการจัดเก็บข้อมูล  จปฐ.  แท้จริงแล้วอยู่ที่ “ประชาชน” ที่สามารถทราบปัญหาของ “ตนเอง” เวลาที่จัดเก็บข้อมูล จปฐ.ประชาชนจะทราบทันทีว่า “เขามีคุณภาพชีวิตเป็นอย่างไร ขาดข้อใด” โดย จปฐ.เป็นเสมือนวัฎจักรที่สามารถช่วยในการปรับปรุงตนเอง  คำว่า “ตนเอง” ในที่นี้ยังหมายถึง “หมู่บ้าน,ตำบล,อำเภอ,จังหวัด” อีกด้วย เพราะการจัดเก็บและประมวลผล จปฐ. จะมีการนำข้อมูลมาสรุปภาพรวมในแต่ละระดับ ตั้งแต่หมู่บ้าน เรื่อยไปจน  ถึงระดับจังหวัด ประเทศ  รวมทั้งการนำประโยชน์ของข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน  (จปฐ.)  มาใช้ให้เกิดประโยชน์ดังนี้คือ
   ๑.  ประชาชน สามารถทราบว่า  “ตนเองมีคุณภาพชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง  ผ่านเกณฑ์หรือไม่ผ่านเกณฑ์ใดบ้าง”  ทั้งนี้ไม่ได้จำเป็นว่าคนรวยหรือคนที่อยู่เมืองใหญ่  จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี  เพราะคุณภาพชีวิตที่ดี  มิได้วัดที่รายได้เพียงอย่างเดียว
   ๒.  ภาครัฐ  สามารถทราบถึง  ปัญหาที่แท้จริงของประชาชนว่า  ครอบครัว  ครัวเรือน  หมู่บ้าน  ตำบล  อำเภอ  จังหวัด  มีปัญหาในเรื่องอะไร  สามารถวางแผนการพัฒนาในด้านต่างๆได้ตรงกับปัญหาที่ชาวบ้านต้องการ
   ๓.  ภาคเอกชน  สามารถนำข้อมูลจาก จปฐ.มาใช้ในการตัดสินใจและวางแผนในการบริหารจัดการเพื่อลงทุนทางธุรกิจ
 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (808)
สร้าง: 06 ก.ย. 2555 16:30 แก้ไข: 06 ก.ย. 2555 16:30


การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพี่อการผลิต

                                                     บันทึกเรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่สำเร็จ
                                                     ชื่อผู้เล่า     นางสาววาสนา  กัลยาฮุด
                                               ตำแหน่ง    นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
                                            ชื่อเรื่อง     การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพี่อการผลิต
 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ     ปี พ.ศ.  2554
สถานที่     บ้านคอนกาม  หมู่ที่  8   ตำบลคอนกาม   อำเภอยางชุมน้อย   จังหวัดศรีสะเกษ
 

เนื้อเรื่องย่อ
                     บ้านคอนกาม   หมู่ที่ 8  ตำบลคอนกาม   อำเภอยางชุมน้อย   จังหวัดศรีสะเกษ บ้านคอนกาม เดิมชื่อ นครก๊าม  ขึ้นตรงกับอำเภอคง (อำเภอราษีไศล)  จังหวัดขุขันธ์  ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง  โอนขึ้นมากับอำเภอเมืองศรีสะเกษ  จังหวัดศรีสะเกษ  มีเรื่องเล่าตามตำนานสืบทอดกันมาว่า ท้าวคันธนาม       ขุนนางฝ่ายลาวซึ่งเป็นผู้ที่มีพละกำลังร่ายกายแข็งแรงมาก  ได้เดินทางผ่านมา และมีการแวะพักรับประทานอาหาร ได้ขุดจี่นายโม้ขนาดใหญ่มาทำเป็นอาหาร เมื่อขุดได้แล้วเอาเถาวัลย์ผูกขาจี่นายโม้ติดเอาไว้กับด้ามเสียมสอดคอนขึ้นบ่า  พอถึงที่พักจี่นายโม้ดิ้นหล่นหายไป เหลือแต่ขาที่ผูกติดกับด้ามเสียม  ชาวบ้านจึงเรียกว่า “คอนก๊าม”    (ก้ามขาจี่นายโม้)  และเรียกเพี้ยนมาเป็น คอนกาม  จนถึงปัจจุบัน โดยบ้านคอนกาม หมู่ที่  8 แยกออกมาจากบ้านคอนกาม หมู่ที่ 4  เมื่อปี พ.ศ.  2533  ปัจจุบันมี นายสุทธิศักดิ์  เกินกลาง  ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา และปลูกหอม  อาชีพเสริม  รับจ้างมัดหอม  ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่สืบทอดกันมาและมีการอยู่ร่วมกันแบบญาติพี่น้อง  เคารพผู้อาวุโส  ให้เกียรติและรับฟังความคิดเห็นของกันและกันตลอดจนมีความสามัคคีและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาชุมชนทุกด้าน  จึงเป็นหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็งในเรื่องการบริหารจัดการความรู้ชุมชน  พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ เสมอ  มีการผสมผสานความใหม่เข้ากับภูมิปัญญาดั่งเดิมได้อย่างกลมกลืน ในเรื่องของความเข้มแข็งของหมู่บ้าน    กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นอีกกลุ่มฯที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
 ในช่วงเดือนตุลาคม  2554   ข้าพเจ้าได้ออกพื้นที่ติดตามหมู่บ้านที่อยู่ในความรับผิดชอบ คือ ตำบลกุดเมืองฮาม 8 หมู่บ้าน และตำบลคอนกาม 13 หมู่บ้าน ในวันที่ 15 ตุลาคม 2554 ข้าพเจ้าได้ไปตรวจเยี่ยม บ้านคอนกาม  หมู่ที่ 8  ตำบลคอนกาม และได้ประชาสัมพันธ์เรื่องการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ปรากฏว่าบ้านคอนกาม  หมู่ที่ 8 ตำบลคอนกาม  มีความสนใจเป็นอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้น โดยมีวิธีการ ดังนี้   
                   - มีการสำรวจข้อมูลของหมู่บ้าน ว่ามีวิถีการดำเนินชีวิตอย่างไร มีอาชีพใดเป็นหลักและมีอาชีพเสริมหรือไม่  มีกลุ่มใดบ้างในหมู่บ้าน และมีการดำเนินการอย่างไร (เก็บเป็นข้อมูล)
                    - มีการเข้าหาผู้นำหมู่บ้าน  โดยใช้วิถีเข้าหาผู้ใหญ่บ้าน คือนายสุทธิศักดิ์  เกินกลาง  ได้พูดคุยเสนอแนวคิดว่าการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตจะมีผลดีกับชุมชนอย่างไร ตลอดจนขายความคิดให้กับกลุ่มสตรี  กลุ่มแม่บ้าน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม
                   - เชิญกลุ่มที่สนใจร่วมประชุม  โดยจัดประชุมพูดคุยที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน อาศัยเวลาช่วงเย็นเพราะส่วนมากคนจะว่างจากเวลางานแล้ว โดยชี้ให้เห็นว่าเมื่อจัดตั้งกลุ่มฯขึ้นมาแล้วหากมีการส่งเงินสัจจะสม่ำเสมอและนำเงินเข้าฝากตรงตามกำหนด จะทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนภายในหมู่บ้านอย่างไร 
                  - รอสักระยะหนึ่ง ประมาณ 2 สัปดาห์
                  - เชิญกลุ่มที่สนใจร่วมประชุมอีก 1 รอบ  โดยจัดประชุมพูดคุย และดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เน้นหนักในเรื่องของหลักเกณฑ์การจัดตั้งที่สำคัญ 5 ประการ คือ ซื่อสัตย์ เสียสละ รับผิดชอบ เห็นอกเห็นใจ และไว้วางใจ 
                 - นัดวันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  โดยจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านคอนกาม  หมู่ที่  8  สมาชิกจำนวน 26 คน ประสานในเรื่องของสมุดออมทรัพย์สัจจะกับทางโรงพิมพ์ ในเรื่องของการฝากเงิน ข้าพเจ้าจะเป็นพี่เลี้ยงในระยะแรกเท่านั้น หลักจากนั้นให้ทีมงานคณะกรรมการบริหารจัดการกันเอง โดยข้าพเจ้า  จะไปเยี่ยมกลุ่มอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน


บันทึกขุมความรู้
             1.  ใช้หลักความซื่อสัตย์
             2.  เสียสละ
             3.  รับผิดชอบ
             4.  เห็นอกเห็นใจ
             5.  ไว้วางใจ


แก่นความรู้
          “ชุมชนเข็มแข็ง  ด้วยพลังชุมชน”
 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (396)
สร้าง: 03 เม.ย. 2555 17:52 แก้ไข: 03 เม.ย. 2555 17:52


ภูมิปัญญาการแปรรูปหอมแดงดองสามรส

                                                    ภูมิปัญญาการแปรรูปหอมแดงดองสามรส
                   ของกลุ่มอาชีพพัฒนาสตรี  ตำบลยางชุมน้อย  อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ
                                                         เบอร์โทรติดต่อ 081-9677959
                  รวมรวบภูมิปัญญา    โดย  นางสุภา  กล้าชิงชัย  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ 
                                           สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ

ประวัติความเป็นมา

                              บ้านยางชุมน้อย อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมมีการปลูกข้าว ปลูกหอมแดงเป็นผลลิตทางการเกษตรหลักที่ทำรายได้ได้ให้กับเกษตรกรอำเภอยางชุมน้อย เนื่องจากหอมแดงมีราคาดี ส่งขายต่างประเทศ  เกษตรกรก็หันมาปลูกกันมากขึ้นประกอบกับ มีการขยายพื้นที่ปลูกออกไปในหลายพื้นที่ ทั้งในอำเภอข้างเคียง  และต่างจังหวัด หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน  ทำให้ผลผลิตมีมากขึ้น ในปี่ที่ผ่านมาเกิดภัยธรรมชาติน้ำท่วมหลายจังหวัดในประเทศ  และต่างประเทศที่เคยเป็นผู้รับซือหอมแดงของอำเภอยางชุมน้อย   ผลิผลิตไม่สามารถส่งออกขายได้  ทำให้หอมแดงล้นตลาดตกต่ำไม่มีราคา ทำให้รัฐต้องยื่นมือเข้ามาช่วยประกันราคา  กลุ่มจึงได้ทดลองแปรรูปผลิตหอมแดงสามรส  โดยดัดแปลงมาจากภูมิปัญญาการดองกระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง
 

เอกลักษณ์/จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

        เป็นการแปรรูปผลผลิตการเกษตรที่ชุมชนปลูกเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหอมแดงดองปรุงรส 3 รส หรือหอมแดง 3 รส  ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านเหมาะสำหรับรับประทานกับอาหารที่ทอดๆ แก้เลี่ยน  หรือนำไปปรุงอาหารอื่นๆ ได้แก่ ยำ ต้มยำ ผสมเป็นน้ำจิ้มต่างๆ  ผัด ฯลฯ     
ความสัมพันธ์กับชุมชน

         เนื่องจากกลุ่ม  ต้องการแปรรูปหอมแดงที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกกันมากของคนยางชุมน้อย  เพื่อมูลค่าด้วยการแปรรูปอาหาร จากความรู้ภูมิปัญญาของสมาชิกกลุ่มมี  และศึกษาทดลองจนได้สูตรที่เป็นที่ต้องการ และเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนากลุ่มฯได้แก่ การผลิตอาหารอื่นๆ ผลิตภัณฑ์แปรรูอาหารของกลุ่มอาชีพพัฒนาสตรียางชุมน้อย สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน  เป็นผลิตภัณฑ์  OTOP ของชุมชน   มีดังนี้
 1. กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง
 2. หอมแดงดองสวมรส
 3.หอมแดงเจียว
 4.กระเทียมเจียว

วัตถุดิบ/ส่วนประกอบ

 1.หอมแดงปลอกเปลือก 400  กรัม
 2. ผักอื่นๆเพิ่มรสชาติ และสีสัน เช่น พริกสด  แครอท  ตามชอบ  50 กรัม

ส่วนผสมน้ำสามรส

 1.น้ำส้มสายชูใช้ปริมาณ 1 1/2 ถ้วยตวง หรือเท่ากับ  24  ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่ชอบเปรี้ยวลดน้ำส้มลงได้ใช้น้ำส้มสายชูหมักจะได้รสชาติดีกว่าน้ำสมกลั่นทั่วไป)
 2.น้ำสะอาด   1 ถ้วยตวง  (16 ช้อนโต๊ะ)
 3.เกลือทะเล  2  ช้อนโต๊ะ  (ไม่ใช่เกลือป่นนะคะ)
 4.น้ำตาลทราย  2 ถ้วย  เท่ากับ  32  ช้อนโต๊ะ
            
ขั้นตอนการผลิต
 1. คัดเลือกหอมแดงสดที่มีคุณภาพดีมาปอกเปลือกออกตัดแต่งให้สวยงามขนาดหัวใกล้เคียงกัน
 2. นำมาล้างให้สะอาดใส่ภาชนะโปร่งหรือตะแกงให้สะเด็ดน้ำ                     
 3.นำน้ำสะอาดใส่ภาชนะหม้อเคลือบ  หรือหม้อสแตนเลส ก็ได้ (ปริมาณน้ำกะว่าท่วมหอมแดงที่เตรียมไว้ ตั้งไฟให้เดือด  ใส่หอมแดงลงไปขณะที่น้ำกำลังเดือดใช้ทัพพีกดหอมแดงให้จมน้ำร้อนให้ทั่ว ปิดไฟยกลงจากเตาปล่อยให้เย็นแล้วตักใส่ภาชนะตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ  พักไว้    (ถ้าใส่ผักอื่นๆด้วยใส่พร้อมหอมแดง                                                      
 4. นำส่วนผสมของน้ำปรุง  3  รส  มาผสมให้เข้ากันใช้หม้อเคลือบหรือหม้อสแตนเลส (หม้อจะได้ไม่ถูกกัดกล่อนด้วยน้ำส้มสายชู)  ตั้งไฟให้เดือดละลายยกลง  ปล่อยให้น้ำปรุงสามรสอุ่นเล็กน้อยไม่ถึงกับเย็น                                                                         
 5. นำหอมแดง(ในข้อ 3) ที่เย็นแล้วพร้อมผักอื่นๆ เทลงไปแช่ไว้  (ถ้าทำรับประทานในครัวเรือน)  ต้องการรับประทานเร็วก็นำไปแช่เย็น  ประมาณ  1  ชั่วโมงก็รับประทานได้แล้วโดยผ่าหัวหอมให้ชิ้นเล็กหรือผ่าครึ่ง
 6. ถ้านำมาทำเพื่อออกจำหน่าย  รวมเป็นผักดอง 3  รส โดยการแช่หอมหรือผักอื่นในน้ำจืด และเติมสารส้มนิดหน่อย  ในปริมาณ สารส้ม 1/8 ช้อนชา ต่อโหลขนาด 1 ควอท =1.137 ลิตร (เพื่อให้ผักสะอาดและกรอบ)
 7. นำมาบรรจุใส่ขวดแก้วที่จัดไว้  แล้วน้ำแช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน
 8. เติมด้วยน้ำปรุง 3 รส
 9. นำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยความร้อนเป็นเวลา 20 นาที
 10.แล้วน้ำแช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน  ถ้าไม่แช่ตู้เย็นเก็บได้นานประมาณ 7 วัน

 


 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (2820)
สร้าง: 03 เม.ย. 2555 16:48 แก้ไข: 03 เม.ย. 2555 17:05


การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ อำเภอยางชุมน้อย

ชื่อ - สกุล        นายสุนันชัย      ฤทธิ์มนตรี                                
ตำแหน่ง         พัฒนาการอำเภอยางชุมน้อย
สังกัด              สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอยางชุมน้อย    จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก   ๐๘-๔๒๙๘-๐๘๙๒
ชื่อเรื่อง   การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ  อำเภอยางชุมน้อย
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ    แก้ไขปัญหาความยากจน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ     ๒๕๕๔ -๒๕๕๕
สถานที่เกิดเหตุ     อำเภอยางชุมน้อย   จังหวัดศรีสะเกษ

***********************************************************
เนื้อเรื่อง
                  “ความยากจน มิได้จำกัดแต่เพียงการมีรายได้น้อยและการบริโภคน้อยเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงการขาดโอกาสด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล  และโอกาสอื่นในการพัฒนาคน การไร้ซึ่งอำนาจ การขาดสิทธิขาดเสียง ตลอดจนการตกอยู่ในความเสี่ยง และความหวาดกลัว”
ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นปีครบรอบการก่อตั้งกระทรวงมหาดไทย ๑๒๐ ปี และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่  ๗  มิถุนายน  ๒๕๕๔ ให้จัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ๑๕๐ ปี วันประสูติ และครบรอบ ๑๕๐ ปี ที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ถวายพระเกียรติให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกคนแรกของประเทศไทย
                    อำเภอยางชุมน้อยจากการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ปี ๒๕๕๒ มีครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ บาทคน-ต่อปี จำนวน ๕๙  ครัวเรือน ปี พ.ศ.๒๕๕๓ จำนวน ๒๙ ครัวเรือน ปี พ.ศ.๒๕๕๔ จำนวน ๔๑ ครัวเรือน จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่าเป็นครัวเรือนที่มารายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ซ้ำซาก จำนวน ๒๐ ครัวเรือนและเป็นครัวเรือนรายใหม่ จำนวน  ๙  ครัวเรือน  ข้อมูลปัจจุบัน จำนวน  ๒๙ ครัวเรือน ได้เสียชีวิต ๑ ครัวเรือน  อพยพไปอยู่ที่อื่น จำนวน ๒ ครัวเรือน และมีรายได้ผ่านเกณฑ์แล้ว จำนวน ๕  ครัวเรือน ยังคงเหลือที่ต้องพัฒนาและแก้ไขจำนวน ๒๑ ครัวเรือน และครัวเรือนเป้าหมายที่มีรายได้เกิน ๒๓,๐๐๐ บาท/คน/ปี แต่รายได้ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี ที่ผ่านเวทีประชาคม จำนวน ๓๗ ครัวเรือน  
                    การแก้ไขปัญหาความยากจน  อำเภอยางชุมน้อยดำเนินการโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน  การทำงานเชิงบูรณาการ  รู้เป้าหมาย เข้าใจกระบวนการทำงานเหมือนกัน  เป้าหมาย รายละเอียดปัญหาความต้องการ จากการวิเคราะห์ SWOT แต่ละครัวเรือน  ต้องชัดเจน ถูกต้อง  แล้ว นำข้อมูลเสนอต่อที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มองค์กร เครือข่าย เช่น  องค์กรสตรี และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน แต่ละส่วนจัดทำแผนเพื่อช่วยเหลือและดำเนินการสนับสนุนตามอำนาจหน้าที่ และช่วยเหลือด้วยจิตวิญญาณ 
ในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการอำเภอยางชุมน้อย มีการประชุม ปรึกษาหารือ เพื่อรู้และเข้าใจในวัตถุประสงค์ เป้าหมายร่วมกัน และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดยไม่พึ่งพาเฉพาะงบประมาณของทางราชการ
 แต่จะพึ่งพาทุนทางสังคมด้วยจิตสาธารณะ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการขับเคลื่อนและนำหลักพระพุทธศาสนามานำทาง สร้างความสุขด้วยพลังของคนยางชุมน้อยทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาบรรลุตามวัตถุประสงค์  ผู้ให้มีความสุขผู้รับพอใจในสิ่งที่ได้รับ  สำนักงานพัฒนาชุมชนดำเนินการจัดเวทีเปิดโอกาสให้สมาชิกครัวเรือนยากจนได้เปิดใจ เสนอปัญหา อุปสรรค และความต้องการ  เพื่อค้นหาตัวตน จัดทำแผนชีวิต เพื่อเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วยตนเองต่อไป

บันทึกขุมความรู้  (Knowledge  Asets) (นำเหตุการณ์  ประเด็น สำคัญในเนื้อเรื่องมาถอดเป็นขุมความรู้)
                                 ๑.แต่งตั้งคณะกรรมการ ศจพ.อ/ศจพ.ต และชุดปฏิบัติการตำบล ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ รายละเอียด ขั้นตอนการดำเนินงาน
                                ๒.จัดเวทีประชาคม สำรวจ ตรวจสอบข้อมูล จปฐ. รับรองข้อมูล และมอบให้ ชุดปฏิบัติการตำบล จัดทำ Family folder
                                ๓.จัดเวทีวิเคราะห์ ๔ ท (ทักษะ ทัศนคติ ทรัพยากร และทางออก) แก่ครัวเรือนเป้าหมาย
 ๔. นำข้อมูลเชิงลึกแต่ละครัวเรือน เสนอต่อที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล  องค์กรภาคเอกชน /ประชาชน /องค์กร สตรีและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน
 ๕. สร้างกระแส Kick off  จัดกิจกรรมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ระหว่างส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และครัวเรือนเป้าหมาย  พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความประสงค์
ต้องการเป็นผู้อุปการะ ดูแล ให้กำลังใจแก่ครัวเรือนเป้าหมาย คนละหนึ่งครัวเรือน
                                ๖. ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน  สนับสนุนงบประมาณ ส่วนชุมชนนำทุนที่มีอยู่ในชุมชนได้แก่ กองทุนหมู่บ้านโครงการ กข.คจ. และกองทุนอื่นๆ เพื่อแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเป้าหมาย  
 ๗.  จัดทำแผนปฏิบัติการ  ปฏิบัติตามแผน พัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนเป้าหมาย ทีมปฏิบัติการตำบลติดตามและประชุมรายงานผล-จัดทำแผน เป็นประจำทุกเดือน  และรายงานให้อำเภอทราบ

แก่นความรู้  (Core  Competency)  (นำขุมความรู้มาสกัดเป็นแก่นความรู้)
  ๑.)  ข้อมูลดี  มีการปรึกษา  หาทีมงาน  ประสานผู้เกี่ยวข้อง
 ๒.)  ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก  ถูกต้องเชื่อถือได้
 ๓.)  ร่วมกัน  ขยันทำงาน ชาวบ้านมีส่วนร่วม
 ๔.)  นำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการขับเคลื่อน
 ๕.)  ติดตาม ประเมินผล การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
กลยุทธ์ในการทำงาน      (นำแก่นความรู้มากำหนดเป็นกลยุทธ์ในการทำงาน)
 ๑.)   ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยชุมชน
 ๒.)  สนับสนุนการทำงานเชิงบูรณาการระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชน
 ๓.)   ทำงานเป็นทีม  เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ABCDEF มาขับเคลื่อนการดำเนินงาน  

การดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน  ไม่ได้หวังเพียงให้ครัวเรือนยากจนร่ำรวยทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น  แต่หวังให้เขามีความสุขและมีโอกาส  จะบรรลุเป้าหมายได้  การดำเนินงานต้องอาศัยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ด้วยพลังของทางราชการและพลังของพี่น้องประชาชนคนยางชุมน้อย เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญคือพลังในตัวตนของคนในครัวเรือนเป้าหมาย โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแสงสว่างนำทางในการดำเนินชีวิต  การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต้องสร้างพลังชุมชน  ใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน  นำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง  ประชาชนพึ่งตนเอง  ครอบครัวมีคุณภาพดีความสุข

เจ้าของความรู้   นายสุนันชัย   ฤทธิ์มนตรี   ตำแหน่ง  พัฒนาการอำเภอยางชุมน้อย
 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (566)
สร้าง: 03 เม.ย. 2555 16:47 แก้ไข: 03 เม.ย. 2555 17:00


การจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เรื่อง น้ำพริกแจ่วบอง

 


 
 
การจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน    เรื่อง   น้ำพริกแจ่วบอง
 

ของกลุ่มแม่บ้านอาหารและขนม  หมู่ที่  ๑  ตำบลยางชุมใหญ่
 
อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ
 
เบอร์โทรติดต่อ   ๐๘๕ - ๖๕๘๙๑๓๔
 
รวบรวมภูมิปัญญา  โดย  นางสาวชัชวาล   เหนือโชติ  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
 
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ

โทร.  ๐๔๕ – ๖๘๗๑๑๘
 
 
 
ประวัติความเป็นมา

 แจ่ว  หรือ น้ำพริก เป็นอาหารที่ชาวบ้านนิยมรับประทานกัน เพราะทำได้ง่ายมีเครื่องปรุงไม่มากนัก  ด้วยความที่ทำได้ง่ายจึงจะพบว่าอาหารของชาวบ้านเกือบทุกมื้อจะต้องมีแจ่วเป็นอาหารหลัก ปัจจุบันถึงแม้วิถีชีวิตของชาวบ้านจะเปลี่ยนไปแต่อาหารต่างๆ  โดยเฉาะแจ่วไม่ได้เสื่อมความนิยมลงไปเลย  เพราะเหตุนี้คนในภาคอิสานจึงนิยมรับประทานแจ่วบอง
 
  
 
 จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
 
๑. ใช้สมุนไพร  เป็นส่วนประกอบ
 
๒.  ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน
 
๓.  อร่อย
 
 ๔.  ราคาถูก       
 
กระบวนการผลิต
 
                ๑.  วัตถุดิบและส่วนประกอบ
 
                                ๑)  เนื้อปลาร้า ๑/๒  ถ้วย
 
                                ๒)  พริกขี้หนูแห้งคั่วให้สุกจนเป็นสีน้ำตาล  (ระวังอย่าให้ไหม้)  ๒๐  เม็ดโขลกให้ละเอียด
 
                                ๓)  กระเทียมปลอกเปลือก ๓ หัวคั่วให้สุกสีเหลืองปนน้ำตาล
 
                                ๔)  หอมแดงหั่นคั่ว ๓ หัวให้สุก                    

                                ๕)    น้ำมะขามเปียก ๑ – ๒  ช้อนโต๊ะ
 
                                ๖)  ข่า ตะไคร้ หั่นเป็นแว่นคั่วให้หอมโขลกละเอียด                   
 
                                ๗)  น้ำปลา ๑ ช้อนชา
 
                                ๘)  น้ำ ๑/๒ ถ้วย


                                ๙)  น้ำตาลทราย 
 

                              ๑๐)  ผักสดตามชอบ  เช่น มะเขือต่างๆ ถั่วฝักยาว ผักชีลาว  ผักชีล้อม ผักชีฝรั่ง กะหล่ำปลี แตงกวา ผักไผ่
 
        
 
                ๒.  ขั้นตอนการผลิต
 
                                ๑)  ต้มน้ำกับปลาร้าให้เดือด ยกลงกรองเอาก้างปลาออก
 
                                ๒) โขลกข่า ตะไคร้ หอมแดงกระเทียมที่คั่วไว้กับพริกขี้หนูคั่วโขลกละเอียดเข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย      
 
                                ๓)    ใส่น้ำต้มปลาร้าและเนื้อปลาย่างโขลกละเอียดปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา

น้ำตาลเล็กน้อยเพื่อให้รสกลมกล่อมยิ่งขึ้นโขลกให้เข้ากันดี
 
                               ๔) ตักแจ่วบองใส่กะทะตั้งไฟอ่อนคั่วให้แจ่วบองร้อนคนให้ทั่วประมาณ ๕-๑๐ นาที (จะเก็บไว้ได้นานขึ้น) ยกลงจากเตาปล่อยให้แจวบ่องเย็นลงพออุ่นๆ ตักใส่ขวดแก้วไว้กิน  หรือขวดพลาสติกจำหน่าย
 
              ๓.  เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต
 
                             ๑)  ควรใช้ปลาร้าที่เนื้อแน่นๆ

                             ๒)  วัตถุดิบและส่วนประกอบจะต้องสด  สะอาด และปลอดสารพิษ             
 
สถานที่ผู้ผลิต/จำหน่าย
 
ที่อยู่  ตั้งอยู่ที่  บ้านเลขที่  ๙  หมู่ที่  ๑  ตำบลยางชุมใหญ่  อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ  ระยะทางจากจังหวัดศรีสะเกษ  ถึงสถานที่ผลิต/จำหน่าย  ระยะทาง  ๑๗  กิโลเมตร  หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ  ๓๐  นาที  และอยู่ห่างจากอำเภอยางชุมน้อย  ๕  กิโลเมตร  ใช้เวลาเดินทาง  ประมาณ  ๑๐  นาที   มีประธาน  ชื่อ  นางคำปุ่น  นามวงค์  
 
                               

        
 
 
 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (485)
สร้าง: 03 เม.ย. 2555 13:49 แก้ไข: 03 เม.ย. 2555 16:56


การแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจนด้วยคนยางชุมน้อย

แบบบันทึกองค์ความรู้

 

ชื่อ - สกุล       นายสุนันชัย      ฤทธิ์มนตรี                                 
ตำแหน่ง         พัฒนาการอำเภอยางชุมน้อย
สังกัด              สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอยางชุมน้อย    จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก   ๐๘-๔๒๙๘-๐๘๙๒
ชื่อเรื่อง   การแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจนด้วยคนยางชุมน้อย
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ    แก้ไขปัญหาความยากจน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ     ๒๕๕๒ -๒๕๕๔
สถานที่เกิดเหตุการณ์     อำเภอยางชุมน้อย   จังหวัดศรีสะเกษ
**************************************************************************************************เนื้อเรื่อง
 “ความยากจน มิได้จำกัดแต่เพียงการมีรายได้น้อยและการบริโภคน้อยเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงการขาดโอกาสด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล  และโอกาสอื่นในการพัฒนาคน การไร้ซึ่งอำนาจ การขาดสิทธิขาดเสียง ตลอดจนการตกอยู่ในความเสี่ยง และความหวาดกลัว”
 อำเภอยางชุมน้อยจากการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ปี ๒๕๕๒ มีครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ บาทคน-ต่อปี จำนวน ๕๙  ครัวเรือน ปี พ.ศ.๒๕๕๓ จำนวน ๒๙ ครัวเรือน จากข้อมูลดังกล่าวจะพบว่าเป็นครัวเรือนที่มารายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ซ้ำซาก จำนวน ๒๐ ครัวเรือนและเป็นครัวเรือนรายใหม่ จำนวน  ๙  ครัวเรือน  ข้อมูลปัจจุบัน จำนวน  ๒๙ ครัวเรือน ได้เสียชีวิต ๑ ครัวเรือน  อพยพไปอยู่ที่อื่น จำนวน ๒ ครัวเรือน และมีรายได้ผ่านเกณฑ์แล้ว จำนวน ๕  ครัวเรือน ยังคงเหลือที่ต้องพัฒนาและแก้ไขจำนวน ๒๑ ครัวเรือน
 ทุกปีที่ผ่านมาหลังจากการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอจะสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำเสนอแก่ส่วนราชการต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมอบข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้นำ หมู่บ้านเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการจัดทำแผนชุมชนเพื่อพัฒนาแก้ไขและพัฒนาภาพชีวิตประชาชนต่อไป
 การแก้ไขปัญหาความยากจน  อำเภอยางชุมน้อยดำเนินการโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน  การทำงานเชิงบูรณาการ  รู้เป้าหมาย เข้าใจกระบวนการทำงานเหมือนกัน  เป้าหมาย รายละเอียดปัญหาความต้องการ จากการวิเคราะห์ SWOT แต่ละครัวเรือน  ต้องชัดเจน ถูกต้อง  แล้ว นำข้อมูลเสนอต่อที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มองค์กร เครือข่าย เช่น  องค์กรสตรี และผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน แต่ละส่วนจัดทำแผนเพื่อช่วยเหลือและดำเนินการสนับสนุนตามอำนาจหน้าที่ และช่วยเหลือด้วยจิต-วิญญาณ  สำนักงานพัฒนาชุมชนร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนจัดกิจกรรมหาทุนเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจนเนื่องในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษาทำบุญและทำทานได้บุญและกุศลบูรณา-การร่วมกับอำเภอยางชุมน้อยที่ไปทำบุญถวายภัตราหารเพลทุกวันพระ  องค์กรสตรีและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนจะไปร่วมทำบุญและทำทานจัดทำผ้าป่าหาทุนช่วยเหลือ เอื้ออาทร ร่วมด้วยช่วยกัน
 ในการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยคนยางชุมน้อย มีการประชุม ปรึกษาหารือ เพื่อรู้และเข้าใจในวัตถุประสงค์ เป้าหมายร่วมกัน และให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดยไม่พึ่งพาเฉพาะงบประมาณของทางราชการ
แต่จะพึ่งพาทุนทางสังคมด้วยจิตสาธารณะ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการขับเคลื่อนและนำหลักพระพุทธศาสนามานำทาง สร้างความสุขด้วยพลังของคนยางชุมน้อยทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาบรรลุตามวัตถุประสงค์  ผู้ให้มีความสุขผู้รับพอใจในสิ่งที่ได้รับ  สำนักงานพัฒนาชุมชนดำเนินการจัดเวทีเปิดโอกาสให้สมาชิกครัวเรือนยากจนได้เปิดใจ เสนอปัญหา อุปสรรค และความต้องการ  เพื่อค้นหาตัวตน ในโอกาสนี้นิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาเพื่อเป็นแนวทางชี้ทาง การดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วยตนเอง

บันทึกขุมความรู้  (Knowledge  Asets) (นำเหตุการณ์  ประเด็น สำคัญในเนื้อเรื่องมาถอดเป็นขุมความรู้)
๑. สำรวจ ตรวจสอบข้อมูล จปฐ. จัดเวทีประชาคมรับรองข้อมูล และมอบให้ ผู้นำ อช./
พัฒนากรผู้ประสานงานตำบลไปหาข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์เป็นรายครัวเรือน
๒. จัดเวทีวิเคราะห์ ๔ ท (ทักษะ ทัศนคติ ทรัพยากร และทางออก) แก่ครัวเรือนเป้าหมาย
จำนวน ๒๑  ครัวเรือน ในการนี้ได้นิมนต์พระสงฆ์มาเทศนา เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี  ปลุกจิตสำนึก รู้จักตนเอง รู้จักพอประมาณ ดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้แต่ละครัวเรือนจัดทำแผนชีวิตและบันทึกบัญชีครัวเรือน
 ๓.  นำข้อมูลเชิงลึกแต่ละครัวเรือน เสนอต่อที่ประชุมหัวหน้าส่วนราช ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล  องค์กรภาคเอกชน /ประชาชน /องค์กร สตรีและผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน
 ๔.  ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำแผนพัฒนา และนำเข้าบรรจุในข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี เพื่อแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนยากจน ตามอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ
 ๕.  จัดทำแผนดำเนินงาน  ปฏิบัติตามแผน และรายงานผลในวันประชุมหัวหน้าส่วนราชการทุกเดือน

แก่นความรู้  (Core  Competency)     (นำขุมความรู้มาสกัดเป็นแก่นความรู้)
๑.)ข้อมูลดี  มีการปรึกษา  หาทีมงาน  ประสานผู้เกี่ยวข้อง
๒.)ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก  ถูกต้องเชื่อถือได้
๓.)ร่วมกัน  ขยันทำงาน ชาวบ้านมีส่วนร่วม
๔.)นำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการขับเคลื่อน
๕.)ติดตาม ประเมินผล การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

กลยุทธ์ในการทำงาน      (นำแก่นความรู้มากำหนดเป็นกลยุทธ์ในการทำงาน)
๑.)ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความยากจนโดยชุมชน
๒.)สนับสนุนการทำงานเชิงบูรณาการระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชน 

การดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน  เราไม่ได้หวังเพียงให้ครัวเรือนยากจนร่ำรวย
ทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น  แต่เราหวังให้เขามีความสุขและมีโอกาส  จะบรรลุเป้าหมายได้  การดำเนินงานต้องอาศัยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ด้วยพลังของทางราชการและพลังของพี่น้องประชาชนคนยางชุมน้อย เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญคือพลังในตัวตนของคนในครัวเรือนเป้าหมาย โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแสงสว่างนำทางในการดำเนินชีวิต  การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนต้องสร้างพลังชุมชน  ใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน  นำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง  ประชาชนพึ่งตนเอง  ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีมีความสุข

 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (461)
สร้าง: 28 ก.ค. 2554 15:12 แก้ไข: 28 ก.ค. 2554 16:03


การพัฒนาหมู่บ้านตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                                                      แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ – นามสกุล  นางสาวชัชวาล เหนือโชติ
ตำแหน่ง  นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอยางชุมน้อย
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อได้สะดวก ๐๘๗-๘๐๙๒๘๙๑
ชื่อเรื่อง  การพัฒนาหมู่บ้านตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนให้เข้มแข็ง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ  พ.ศ. ๒๕๕๔
สถานที่เกิดเหตุการณ์ บ้านดอนขะยอม  หมู่ที่  ๗  ตำบลโนนคูณ  อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ
เล่าเรื่อง
   การส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนน้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อมั่น บนพื้นฐานของความรู้ คู่คุณธรรม และยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยความรู้ที่เกิดจากภูมิปัญญาของชุมชนเอง และนำไปสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนตามวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่นอย่างมีเหตุผล บนพื้นฐานของความพอประมาณตามหลักการของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
   บ้านดอนขะยอม  เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก  มีจำนวนครัวเรือน  ๔๔  ครัวเรือน  มีประชากรทั้งหมด  ๑๕๑  คน  ชาย  ๗๑  คน  หญิง  ๘๐  คน  มี  นายสมเกียรติ   คำนึง   เป็นผู้ใหญ่บ้าน  
รายได้เฉลี่ย    ๕๘,๓๗๗.๘๑   บาท/คน/ปี
   การปกครองมีการแบ่งคุ้มออกเป็น  ๔  คุ้มเพื่อง่ายต่อการพัฒนาและสามารถที่จะดูแลกันได้ทั่วถึง  โดยมีหัวหน้าคุ้ม  และคณะกรรมการคุ้ม  รับผิดชอบจำนวนครัวเรือนในแต่ละคุ้ม 
การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  ๑.  ความพอประมาณ  คนในชุมชนได้ยึดหลักความพอประมาณ  ในการปฏิบัติตน  ดังนี้
   ๑.๑  การจัดทำบัญชีรับ – จ่ายในครัวเรือน  เพื่อทราบถึงรายละเอียดของครัวเรือนว่าในแต่ละเดือนมีรายรับเข้ามาเท่าใด  และใช้ไปเท่าไหร่ในแต่ละเดือน
   ๑.๒  การลดรายจ่ายในครัวเรือน  มีการปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้  ตามหน้าบ้าน  หัวไร่ ปลายนา  เพื่อใช้ในการบริโภค  เป็นการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ไว้รับประทาน  และเลี้ยงไว้ขายเพื่อเสริมรายได้ให้กับคนในครัวเรือน
     ๑.๓  ลดต้นทุนในการผลิตในอาชีพหลักและอาชีพเสริมในครัวเรือน  คนในชุมชนมีการลดการใช้สารเคมี  หันมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ผลิตขึ้นในชุมชนใช้เอง  ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรดินให้มีคุณภาพ  รวมทั้งไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย    

       

๒.  ความมีเหตุผลของครัวเรือน
   ๒.๑  ลดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือย  โดยคนในชุมชนได้มีการปฏิบัติตนในการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตลง  เช่น  ลดการซื้อหวย   บ้านดอนขะยอม  ได้มี  โครงการ “หมู่บ้านงานศพปลอดเหล้า  ปลอดการพนัน”  เป็นโครงการที่สนับสนุนให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดงานศพ  ว่าถ้าไม่มีเครื่องดื่มมึนเมา  สามารถที่จะลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยมีการจัดเวทีประชาคม  เพื่อพูดคุย  แลกเปลี่ยนในเรื่องของการจัดงานรวมทั้งการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันของคนในชุมชน
    ๒.๒  ลด  ละ  เลิก  อบายมุข  โดยคนในชุมชนได้ปฏิบัติตนในการดำเนินชีวิต  และพร้อมในการที่จะลด  ละ  เลิก  อบายมุข  มีการตั้งปณิธาน  คือ  ลดเหล้าเข้าพรรษา  ตามโครงการธนาคารความดีของอำเภอยางชุมน้อย  และเป็นหมู่บ้าน  “งานกฐินปลอดเหล้า”
   ๒.๓  เพิ่มรายได้  โดยคนในชุมชน  ได้มีการทำอาชีพเสริมตลอดเวลา    เช่น  การดักกุ้ง  การปลูกพริก  หอมแดง  การทอผ้า การเลี้ยงสัตว์ และการปลูกผักเหลือกินไว้ขาย  เป็นต้น     

       

๓.  การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้ครัวเรือน
   ๓.๑  มีการออมเงิน  คนในชุมชนมีการออมเงินทั้งในรูปแบบของการฝากธนาคาร  กลุ่มฌาปณกิจ  การสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต  เพื่อเป็นทุนสำรองยามฉุกเฉินและเป็นหลักประกันในอนาคต

  ๓.๒  การสร้างครอบครัวให้อบอุ่น  มีการพบปะ พูดคุย  แลกเปลี่ยน  เรียนรู้ระหว่างคนในครัวเรือน  คนในคุ้ม  รวมทั้งคนในชุมชน  มีการจัดทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างชุมชนและครอบครัวเพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนในชุมชน  และป้องกันมิให้คนในชุมชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 

                 

๒.ขุมความรู้  (Knowledge  Assets)
  ๑. การใช้ชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของคนในชุมชน  
  ๒. บริบทของชุมชน  (วัฒนธรรม  จารีตประเพณี  การดำเนินชีวิต)
  ๓. การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
 ๔. การบริหารจัดการของ  ผู้นำชุมชน  และคณะกรรมการหมู่บ้าน 
 ๕. การยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน

๓.แก่นความรู้  (Core  Competency)
   ๑. ศึกษาชุมชน  ค้นหาผู้นำ  วิเคราะห์ศักยภาพชุมชน  เพื่อการวางแผน  ส่งเสริมสนับสนุนให้เหมาะสมกับพื้นที่
   ๒.  ใช้หลักการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน
   ๓.  หลักการประสานงาน  (ประสานภาคี  เครือข่าย  ร่วมส่งเสริมสนับสนุน)
   ๔.  การจัดการความรู้ในชุมชน
  ๕.  การพัฒนาโดยเริ่มต้นจากสภาพที่แท้จริงของหมู่บ้าน
  ๖.  การเชื่อมั่นในศักยภาพของคน ชุมชน ว่าสามารถพัฒนาได้เมื่อมีโอกาส

๔.กลยุทธ์ในการทำงาน
 ๑. ศึกษาชุมชน  ค้นหาผู้นำ  วิเคราะห์ศักยภาพชุมชน  เพื่อการวางแผน  ส่งเสริมสนับสนุนให้เหมาะสมกับพื้นที่
                ก่อนการดำเนินการ ได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นคน พื้นที่ที่จะดำเนินการ ภูมิหลังของชุมชน วัฒนธรรม วิถีชีวิต ผู้นำ  ข้อมูลในทุก ๆ ด้าน เพื่อเตรียมการในการปฏิบัติงาน การวางแผนเพื่อให้เข้าใจสภาพของชุมชนอย่างชัดเจน และการตัดสินใจเพื่อกระทำการใด ๆ ย่อมถูกต้องและเกิดการยอมรับ ไม่มีปัญหาอุปสรรคในการทำงานศึกษาแนวทาง และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนและแม่นยำ เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินงานและเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น
๒. ใช้หลักการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน 
                การทำงานด้านการพัฒนาชุมชน ต้องยึดหลักการของการพัฒนาชุมชน ในการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งเป็นหลักการที่ดีและได้นำมาใช้อย่างได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานครั้งนี้ เพราะชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาของตนเอง ได้อย่างดียิ่งเกิดความภาคภูมิใจ ด้วยความเสียสละ ร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ทำให้ชุมชนสามารถมีศักยภาพ เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน
๓. หลักการประสานงาน  (ประสานภาคี  เครือข่าย  ร่วมส่งเสริมสนับสนุน) 
                ในการดำเนินงานด้านต่างๆ  นั้น  จำต้องมีหน่วยงานต่างๆ  เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนสนับสนุนหมู่บ้านให้เกิดการขับเคลื่อนของชุมชน  ด้วยการประสานหน่วยงานภาคีที่ต้องการจะพัฒนาหมู่บ้านร่วมกัน  ได้แก่ ปกครอง  ตำรวจ  สาธารณสุข  กศน.  เกษตร   และ อบต.   เพื่อขับเคลื่อนหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบตามที่หวังไว้
๔. การจัดการความรู้ในชุมชน  
                ในการนำหลักการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน  มาใช้ในการปฏิบัติทำงานงานก่อให้เกิดผลสำเร็จลุล่วง สามารถเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ  และได้รับการยกฐานะเป็นเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับอำเภอ คนในชุมชนจักต้องมีการจัดการความรู้ของชุมชนให้เป็นไปในทิศทางของการพัฒนา  โดยการนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานและจัดการความรู้
๕.  การพัฒนาโดยเริ่มต้นจากสภาพที่แท้จริงของหมู่บ้าน  
               ถึงแม้จะรู้สภาพทุกอย่างในชุมชนอย่างดีแล้ว ก็ต้องเข้าไปศึกษา สอบถามเพื่อย้ำ ปรึกษาหารือถึงความต้องการของชุมชน เพราะการทำงานพัฒนาชุมชน ถ้าเราต้องการให้ชุมชนมีศักยภาพ มีความเข้มแข็ง ต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มคิด ร่วมทำ ติดตามประเมินผล สรุปก็คือประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ และสามารถพัฒนาศักยภาพของชุมชนตนเองได้อย่างยั่งยืน

๖.  การเชื่อมั่นในศักยภาพของคน ชุมชน ว่าสามารถพัฒนาได้เมื่อมีโอกาส
                การทำงานทุกอย่างต้องมีปัญหา ต้องให้ความสำคัญกับทุกปัญหา และหาแนวร่วมในการแก้ไขปัญหา ในการนี้เราจะต้องมีความเชื่อมั่นว่าคนในชุมชนมีความพร้อมที่จะพัฒนา  ทั้งประชาชน  สภาพแวดล้อม  หรือศักยภาพของชุมชนเอง  ว่าสามารถพัฒนาให้เป็นเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับอำเภอและพัฒนาไปเป็นเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับจังหวัดได้
๕. กฎ  ระเบียบ  แนวคิด  ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
๑. แนวทางการดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
๒. ยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี ๒๕๕๔
 


โดย อำเภอยางชุมน้อย ความคิดเห็น (0) | ดู (379)
สร้าง: 27 ก.ค. 2554 10:23 แก้ไข: 27 ก.ค. 2554 10:23
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION