อำเภอน้ำเกลี้ยง :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ตามแนวพระราชดำริ โดยนายสุนทร ศรียะลา

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ตามแนวพระราชดำริ” เจ้าขององค์ความรู้ นายสุนทร ศรียะลา ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เบอร์โทรศัพท์ ๐๘๙-๔๒๔๖๕๑๓, ๐๔๕-๖๐๙๐๓๘ ชื่อเรื่อง “หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ตามแนวพระราชดำริ”

 

สถานที่ บ้านหนองบาง หมู่ที่ ๔ ตำบล น้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เนื้อเรื่อง ข้อมูลทั่วไปกองทุนหมู่บ้าน บ้านหนองบาง หมู่ที่๔ ตำบลน้ำเกลี้ยง เป็นหมู่บ้านในโครงการพระราชดำริ ปัจจุบัน คณะกรรมการหมู่บ้านได้กำหนดวิสัยทัศเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญดั้งนี้ ๑.โรงสีชุมชน ๒. ร้านค้าชุมชน ๓. ไร่นาส่วนประสม ๔. โรงปุ๋ยชุมชน ๑. หลักการและเหตุผล ความรู้ด้านการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงที่มีกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ตามแนวพระราชดำริเป็นความรู้สำคัญที่กรมการพัฒนาชุมชนมีเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ สามารถนำไปเป็นตัวอย่างกับชุมชนอื่นๆได้ บ้านหนองบาง หมู่ที่ ๔ ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นบ้านที่มีการพัฒนาตามแนวทางดำราชริ มีกระบวนการจัดการความรู้ดังนี้ ๒. องค์ความรู้ ๑. ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ๒. เกษตรอินทรีย์ ๓. โครงการตามแนวพระราชดำริ ๓. แก่นความรู้ การสร้างพลังชุมชน โดยกระบวนการพัฒนาชุมชน ๑. การจัดเวทีประชาคม ๒. ผู้นำและกลุ่ม ๔. กลยุทธ์ในการทำงาน ๑. การลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ๒. การจัดเวทีเพื่อให้ภาคีมีส่วนร่วม ๓. การติดตามหลังจากดำเนินตามโครงการ ๕. กฎระเบียบแนวคิด ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง ๑. โครงการตามแนวพระราชดำริ ๒. เศรษฐกิจพอเพียง ๓. หลักการพัฒนาชุมชน ๔. เกษตรอินทรีย์ 


โดย อำเภอน้ำเกลี้ยง ความคิดเห็น (0) | ดู (275)
สร้าง: 11 ก.ย. 2555 10:02 แก้ไข: 12 ก.ย. 2555 09:52


ประชาคมอาเซียนกับงานพัฒนาชุมชน โดย นายสมชาติ จิววัฒนารักษ์

 

แบบบันทึกองค์ความรู้ (KM)
ชื่อ - สกุล                นายสมชาติ      จิววัฒนารักษ์
ตำแหน่ง                  พัฒนาการอำเภอน้ำเกลี้ยง
สังกัด                       สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำเกลี้ยง
เบอร์โทรติดต่อ             045-609038
เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
เนื้อเรื่อง
          ใน  ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในเสาหลัก แรกคือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งจะส่งผลให้มีการเปิดเสรีด้านการค้า ตลาด แรงงาน ทางเศรษฐกิจ จากประเทศสมาชิกทั้ง ๑๐ ประเทศ
                    ปัจจุบันประชาชนในหมู่บ้าน ตำบล ต่างๆของอำเภอน้ำเกลี้ยงมีความตื่นตัวในเรื่องนี้น้อยมากทั้งด้านความเข้าใจต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและการเตรียมตัวสำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนขอไทย
          กรมการพัฒนาชุมชนมีหน้าที่ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับพื้นที่และระดับประชาคมโลก(LOCAL TO GLOBAL)โดยมีการให้ความรู้จากหลักสูตรผ่านทางกิจกรรม/โครงการตามยุทธศาสตร์   การประชุม อบรม ให้แก่กลุ่มองค์กร ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ หากได้สอดแทรกเนื้อหาเรื่อง AEC โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบ การเตรียมตัวของหมู่บ้านชุมชนและภาษาอังกฤษที่ใช้ในงานพัฒนาชุมชนอย่างง่ายๆก็จะได้ประโยชน์ในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
          สำนักพัฒนางานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำเกลี้ยงจึงเห็นควรให้มีโครงการ “ประชาคมอาเซียน กับงานพัฒนาชุมชน” (AEC for Community Development) ดังนี้
วัตถุประสงค์
         1.ให้ความรู้แก่ผู้นำ กลุ่ม องค์กร ประชาชน เรื่อง AEC
         2.ให้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากลแก่ผู้นำกลุ่ม องค์กรและ ประชาชน
วิธีการดำเนินการ
1.      ประชุมทีมงาน สพอ.น้ำเกลี้ยง เพื่อระดมความคิด
2.      สรุปความเห็นและนำมาจัดทำโครงการเสนอนายอำเภอ
3.      ดำเนินงานตามโครงการ
4.      สรุปผล/รายงานผลผู้บังคับบัญชา
กิจกรรมสำคัญตามโครงการ
1.      การสอดแทรกเนื้อหาเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ( ความเป็นมา,ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในหมู่บ้านชุมชนและการเตรียมตัวสำหรับ กลุ่ม องค์กร ประชาชนในชนทบ )ในหลักสูตร การฝึกอบรม ประชุม สัมมนาต่างๆ ของ สพอ
2.      การให้ความรู้ภาษาอังกฤษในรูปแบบคำศัพท์ง่ายๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาชุมชน เช่น  ป้ายนิเทศ กระดานประชาสัมพันธ์ การบรรยาย
3.      การประชาสัมพันธ์งานของกรมการพัฒนาชุมชนที่จะเกี่ยวข้องกับ AEC ในระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล
กลุ่มเป้าหมาย    ผู้นำ กลุ่ม องค์กร ประชาชน ที่เข้าร่วมกิจกรรมของสำนักงาน
ผลที่จะได้รับ
1.กลุ่มเป้าหมายที่มีความรู้เกี่ยวกับ AEC เพิ่มขึ้น
2.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องงานพัฒนาชุมชน
3.เตรียมการเพื่อเป็นชุมชนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
                                          

โดย อำเภอน้ำเกลี้ยง ความคิดเห็น (0) | ดู (637)
สร้าง: 10 ก.ย. 2555 16:14 แก้ไข: 10 ก.ย. 2555 17:59


ผู้นำอช.ในการแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน โดย นางรัชนี แสงสว่าง

 

ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน

เจ้าขององค์ความรู้   นางรัชนี   แสงสว่าง                                                                                                                                                                                                                                                                                                                         

ตำแหน่ง             นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศํพท์         ๐๘๑-๗๒๕๒๐๖๒,๐-๔๕๖๐-๙๐๓๘

ชื่อเรื่อง ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน

เนื้อเรื่อง

          การแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นอีกนโยบายที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนที่ตรงจุด ตรงประเด็น เนื่องจากปัญหาความยากจนเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อน และมีความยากลำบากในการดำเนินการ เนื่องจากครัวเรือนแต่ละครัวเรือนมีเงื่อนไข หรือปัญหาหลายประการในเวลาเดียวกัน และที่สำคัญการแก้ไขปัญหาความยากจนต้องแก้ไขเป็นรายครัวเรือน การดำเนินงานต้องทุ่มเททรัพยากร และความเสียสละของผู้มีส่วนร่วม และการบูรณาการภารกิจของส่วนราชการ กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานหลักอีกหน่วยงานหนึ่งที่ต้องสนองตอบนโยบายให้บรรลุวัตถุประสงค์ และนำกระบวนการบริหารจัดการครัวเรือนมาใช้ จำเป็นต้องมีชุดปฏิบัติการตำบลที่จะต้องขับเคลื่อน หนึ่งในนั้น ได้แก่ ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) ทั้งชาย และหญิง ในการแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพเสริมที่ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น สุขภาพกาย และสุขภาพจิต ดีขึ้น ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น   จนสามารถหลุดพ้นความยากจน 

ขุมความรู้ (Knowledge Assets)

๑.       ยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชนเสริมสร้างขีดความสามารถการบริหารงานชุมชน

๒.       หลักการมีส่วนร่วม          

แก่นความรู้ (Core Competency)
          ใช้หลักปฏิบัติการ ๔ ท ได้แก่ 

                   - ท.๑ : ร่วมกันพิจารณา   ทัศนะ   ต่อชีวิต ต่อการงาน

                   - ท.๒ : ร่วมกันศึกษา ทักษะ ฝีมือแรงงาน

                   - ท.๓ : ร่วมกันประเมิน ทรัพยากร ที่ดิน ปัจจัยการผลิต

                   - ท.๔ : ร่วมกันวิเคราะห์ ตัดสินใจ สรุป ทางออก (แนวทางแก้จน)

กลยุทธ์ในการปฏิบัติการแก้จน

๑.      ใช้หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนา ประกอบด้วยภาคประชาชน ภาคราชการ

และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  โดยอาศัยคำสั่งฯ ในการปฏิบัติงาน และเพื่อเป็นการตอบสนองการสนับสนุนงบประมาณในการช่วยเหลือครัวเรือนยากจน

๒.      การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน 

๓.      การส่งเสริมให้ครัวเรือนยากจนดำเนินชีวิตโดยยึดหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๔.      ติดตาม ให้คำแนะนำครัวเรือนยากจนอย่างสม่ำเสมอ เปรียบเสมือนเงาของพัฒนากร

แนวคิดที่เกี่ยวข้อง

            - หลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


โดย อำเภอน้ำเกลี้ยง ความคิดเห็น (0) | ดู (216)
สร้าง: 10 ก.ย. 2555 15:09 แก้ไข: 10 ก.ย. 2555 15:09


การพัฒนาศักยภาพกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โดย นางประภัสราภรณ์ ศรีปัตเนตร

 

   แบบบันทึกองค์ความรู้ (KM) 

ชื่อ - นามสกุล                     นางประภัสราภรณ์   ศรีปัตเนตร

ตำแหน่ง                             นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด                                สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรที่ติดต่อได้สะดวก ๐๘-๕๗๗๑-๑๔๖๙

ชื่อเรื่อง                              การเสริมสร้างความเข้มแข็งทุนชุมชน

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ       การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ              5 สิงหาคม 2555 - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕

สถานที่เกิดเหตุการณ์                กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านบาก หมู่ที่ 4 ตำบลตองปิด 

เนื้อเรื่อง

                   ตามที่ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ดำเนินการตามโครงการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.) เพื่อพัฒนาทุนชุมชนและเสริมสร้างสมานฉันท์ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ ได้คัดเลือกกลุ่มที่เป็นเป้าหมายหลักอำเภอ ไว้ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบาก,กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนงาม,กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านโนนไชยงาม,กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเขิน และ โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) บ้านบัวระรมย์ ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีระดับการพัฒนาในระดับ 1 และ 2 

ข้าพเจ้า ได้ร่วมเป็นทีมตรวจสุขภาวะกองทุนชุมชนของอำเภอน้ำเกลี้ยง ซึ่งมีทีมงาน รวม    3 คน ข้าพเจ้าขอนำเสนอผลการติดตาม ประเมินผล การดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบาก หมู่ที่ 4 ตำบลตองปิด ซึ่งเป็นกลุ่มออมทรัพย์ที่ปัจจุบันมีเงินทุนมากที่สุดในอำเภอน้ำเกลี้ยง และหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ปี 2554

           กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบาก  จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2546 เป็นกิจกรรมพัฒนาอาชีพและรายได้ ส่งเสริมการออมเงินเป็นเงินทุนหมุนเวียนช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในชุมชน ได้เป็นอย่างดี สมาชิกก่อตั้ง จำนวน 88 คน เงินสัจจะสะสมทรัพย์ก่อตั้ง 5,500 บาท   ปัจจุบัน มีสมาชิก 178 คน เงินสัจจะสะสมทรัพย์รายเดือนๆ ประมาณ ละ 12,000 บาท เงินสัจจะสะสมทั้งสิ้น 715,000 บาท บาท ผลจากการประเมินผลการดำเนินงานและพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ตามแนวทางที่จังหวัดศรีสะเกษ กำหนดแบบประเมินในครั้งที่ 1 สรุปตัวชี้วัด ดังนี้

-          ผลการประเมิน ระดับการพัฒนาอยู่ในระดับคะแนน ๑ ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ ๑๐,๑3,๑๗,18,๒๖ รวม ๕ ตัว

-          ผลการประเมินระดับการพัฒนาอยู่ในระดับคะแนน ๒ ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 6,7,8,9,15,16,23,27,28,29   รวม ๑๐ ตัว

-    ผลการประเมินระดับการพัฒนาอยู่ในระดับคะแนน ๓   ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ ๑,๒,๓,4,๕,11,12,14,20,21,22,24,25,30,31,32 รวม 16 ตัวชี้วัด

-    รวมคะแนน จำนวน 75 คะแนน จำนวนตัวชี้วัดหลักที่ได้ ๓ ได้แก่ ๓,4,๕,๘,๑๒,๑๔,๒๑,
30 รวม ๗ ตัว

-          ผลการจัดระดับการพัฒนา ระดับ ๒

    จากผลการประชุมประชาคมสร้างความเข้าใจแก่ คณะกรรมการและสมาชิก ในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ ณ ที่ทำการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบาก หมู่ที่ 4 ตำบลตองปิด   สรุปผลการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการทุนชุมชน โดยจัดทำแผนการพัฒนากลุ่ม ตามแนวทางการประเมินที่กำหนด จากนั้นได้ดำเนินการประเมินผลในครั้งที่ 2 ปรากฏว่ากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบาก ม.4 มีผลการประเมินดีขึ้น ระดับคะแนนสูงขึ้น ผลการจัดระดับการพัฒนา เป็นระดับ 3

ผลการประเมินที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่คณะกรรมการและสมาชิกได้จัดทำแผนพัฒนากลุ่ม และดำเนินการอย่างจริงจัง ทุกคนทำงานตามบทบาทของตนเองที่ได้รับ สมาชิกมีความชื่อสัตย์ คณะกรรมการมีความโปร่งใส เป็นธรรม ทำให้การดำเนินงานของกลุ่มเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบผลสำเร็จ

บันทึกขุมความรู้  (Knowledge Assets)

                   -   หลักคุณธรรม 5 ประการของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

                   -   พัฒนาทุนในชุมชน ให้เป็นแหล่งเงินทุนแก่คนในชุมชน

                   -  ความสามัคคีคือบ่อเกิดของความสำเร็จ 

แก่นความรู้ (Core Competency)

                   -   คณะกรรมการและสมาชิก ต้องมีส่วนร่วมในการวางแผน การดำเนินงานทุกขั้นตอนจึงจะประสบผลสำเร็จ และเห็นผลเป็นรูปธรรม

                   -  การที่ชุมชนช่วยกันจัดตั้งกองทุนในชุมชน เพื่อเป็นแหล่เงินทุนในชุมชน เป็นเรื่องที่ชุมชนทุกแห่งควรดำเนินการ เพราะเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และลดปัญหาหนี้สินในชุมชน/ครัวเรือนได้ และยังทำให้คนในชุมชนรู้จักการออมอย่างถูกวิธี

                   - การทำให้คนในชุมชนรู้จักรวมกลุ่ม เพื่อดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ถือเป็นหลักการสำคัญในการพัฒนาชุมชนให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง และเข้มแข็ง เพื่อนำไปสู่การเป็นชุมชนที่พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ในการทำงาน

                   ๑) การรับทราบปัญหาของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 

                        - การรับทราบปัญหาของกลุ่มฯ ทำให้เราสมารถนำมาวางแผนการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับคณะกรรมการกองทุน หลายครั้งที่คณะกรรมการได้มาปรึกษาหลักการทำงาน การบริหารจัดการเงินทุนให้สมามารถดำเนินงานไปได้ โดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ข้าพเจ้าได้ให้คำแนะนำไปหลายๆ ด้าน เช่น การชี้แจงสมาชิกให้เห็นถึงประโยชน์ของเงินทุนในชุมชน ประชาชนต้องช่วยกันบริหารจัดการให้เงินทุนสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแหล่งเงินทุนในชุมชนได้   

                   ๒) การปรึกษา หารือ และมติที่ประชุม

                        - คณะกรรมการกลุ่ม ได้ดำเนินการจัดประชุมชี้แจงสมาชิกถึงสถานะของกลุ่ม  โดยทางกลุ่มก็ได้ดำเนินการ และมีมติที่ประชุมให้สมาชิกทุกคนระดมเงินออมเพื่อเป็นการเพิ่มเงินทุนให้สูงขึ้น       

                    3) ประโยชน์ของการออม

                        - การออมเงินของสมาชิก หรือที่เรียกว่า เงินสัจจะ คำว่า สัจจะ คือการที่คนเรามีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อกลุ่ม และต่อชุมชน เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับคนเองและครอบครัว ซึ่งเป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่งของการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้คนในชุมชนรู้จักรักการออมและนำเงินออมมาสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชน ต่อไป

กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง

                   - ระเบียบกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต   

                   - แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

                   - การพัฒนาทุนชุมชน


โดย อำเภอน้ำเกลี้ยง ความคิดเห็น (0) | ดู (364)
สร้าง: 06 ก.ย. 2555 13:19 แก้ไข: 10 ก.ย. 2555 15:11


การสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน โดย นายสมชาติ จิววัฒนารักษ์

 

   การจัดการความรู้เรื่อง การสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน                               
เจ้าขององค์ความรู้ นายสมชาติ จิววัฒนารักษ์                                                                                                                                                                                                                                                                                                                            
ตำแหน่ง             พัฒนาการอำเภอน้ำเกลี้ยง
สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์        081-8226137
ชื่อเรื่อง การสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน
สถานที่   อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ
 
เนื้อเรื่อง
การสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทุนต่างๆของชุมชนกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการเป็นเวลานานหลายปี โดยพัฒนาระบบการสนับสนุน การสร้างภาคีและเครือข่าย ตามยุทธศาสตร์เสริมสร้างธรรมาภิบาลและความมั่นคงของทุนชุมชน
เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านของอำเภอน้ำเกลี้ยงจัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2550 มีองค์ประกอบเพียง 2 ส่วน คือ คณะกรรมการเครือข่ายและสมาชิกจำนวน 75 หมู่บ้าน ส่งผลให้เครือข่ายไม่สามารถแสดงบทบาทในการให้การสนับสนุนสมาชิกคือกองทุนของหมู่บ้านต่างๆ ได้ กองทุนทั้ง 75 แห่งยังต้องอาศัยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำเกลี้ยงตลอดมา
จากสภาพดังกล่าว องค์กรประกอบของเครือข่าย ยังขาดอีก 3 ส่วนสำคัญคือ
1.       กิจกรรมของเครือข่ายฯ
2.       ข้อตกลง (กฎระเบียบ)
3.       กองทุน (งบประมาณของเครือข่ายฯ)
ดังนั้นหากจะสร้างให้เครือข่ายเข้มแข็งจึงจำเป็นต้องสนับสนุนให้มีองประกอบครบทั้ง 5ส่วน
ขุมความรู้ (Knowledge Assets)
1.       ยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน “เสริมสร้างธรรมาภิบาลและความมั่นคงของทุนชุมชนในกิจกรรมสร้างความร่วมมือพัฒนาทุนชุมชนกับภาคีเครือข่าย
2.       องค์ประกอบของกลุ่ม 5 ก
3.       เครือข่ายภาคประชาชน
ขั้นตอนการดำเนินงาน
                   1.ประชุมเผยแพร่ความคิดเกี่ยวกับองค์ประกอบ 5 ก และทบทวนผลงานของเครือข่ายที่ผ่านมาโดยใช้ Mind Map ร่วมกับตัวแทนกองทุนทั้ง 75 แห่ง
                   2. ศึกษาดูงานความสำเร็จจากเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านในอำเภออื่นๆ
                   3. ร่วมกันกำหนดแผนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่าย
                   4. ดำเนินกิจกรรมตามแผน
                   5. ติดตาม ประเมินผลความสำเร็จแบบมีส่วนร่วม
 ผลสำเร็จจาการดำเนินงาน
                    เครือข่ายมีองค์ประกอบครบส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งและดำเนินการได้จริง
                   1.เงินกองทุนของเครือข่ายเกิดขึ้น ปัจจุบัน มีจำนวน 12,000 บาท
                   2. มีระเบียบของเครือข่าย
                   3. มีกิจกรรมที่เครือข่ายดำเนินการอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
แนวคิดที่เกี่ยวข้อง
                      1.การสร้างเครือข่ายชุมชน
                   2. เทคนิคการสร้างการมีส่วนร่วม
                   3. ระเบียบสำนักนายกฯ เรื่องกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
………………………
 
 
 

 


โดย อำเภอน้ำเกลี้ยง ความคิดเห็น (0) | ดู (375)
สร้าง: 15 มี.ค. 2555 15:30 แก้ไข: 15 มี.ค. 2555 15:30


หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดย นายสุนทร ศรียะลา

 

   การจัดการความรู้เรื่อง การส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนสู่     การเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ”                               
เจ้าขององค์ความรู้ นายสุนทร   ศรียะลา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             
ตำแหน่ง              นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศํพท์        089-4246513 ,0-4560-9038
ชื่อเรื่อง การส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนสู่การเป็นหมู่บ้าน“เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ”
สถานที่ บ้านโนนเชียงสี หมู่ที่ 8   ตำบลคูบ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ
 
เนื้อเรื่อง
การที่พัฒนากร ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานในตำบล หมู่บ้าน ถือเป็น
การเปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าได้เข้าไปทำงานร่วมกับชาวบ้านในหมู่บ้าน ตำบล ได้พบปะ   ร่วมปรึกษา หารือ ร่วมปฏิบัติงาน และมีโอกาสได้เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันบนพื้นฐานของคนในชุมชนที่มีองค์ความรู้ที่หลากหลาย   การออกไปปฏิบัติงานในพื้นที่จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับพัฒนากร และอีกภารกิจหนึ่งของข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นพัฒนากรปฏิบัติงานในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล คือการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรากฐานของชีวิตประชาชนในหมู่บ้านมาปรับประยุกต์ใช้ในหมู่บ้านโนนเชียงสี หมู่ที่ 8 ตำบลคูบ   อำเภอน้ำเกลี้ยง   จังหวัดศรีสะเกษ      
ขั้นตอนการดำเนินงานที่พัฒนาไปสู่การเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ 
กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนงบประมาณตามโครงการ
     -สร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน 
          -โครงการกิจกรรมทางเลือกแกนนำเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน เพื่อพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “ พออยู่ พอกิน ”           -หมู่บ้านได้นำเกณฑ์ การประเมินตามตัวชี้วัด 6x2   ตัวชี้วัดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ 4 ด้าน 23 ตัวชี้วัด และตัวชี้วัดความสุขมวลรวมชุมชน ( GVH )มาประเมิน และหมู่บ้านได้ดำเนินการพัฒนาหมู่บ้านตามแผนชุมชนพึ่งตนเองในด้านต่าง ๆ              
 - ปี 2555  ได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงระดับตำบลคูบ   
ขุมความรู้ (Knowledge Assets)
          1.  สร้างทีมงาน แกนนำ ผู้นำชุมชน ร่วมวางแผนการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์
          2.   สร้างกระบวนการมีส่วนร่วม โดยประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา
          3.   ร่วมกับภาคีการพัฒนาขับเคลื่อนกิจกรรมให้หมู่บ้านได้รับการพัฒนาโดยใช้
                หลักการพัฒนาชุมชน   เพื่อให้ชุมชนพึ่งตนเอง
 4.   เป็นความต้องการของคนในชุมชนพร้อมที่จะพัฒนาหมู่บ้านให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพ 
                และสามารถเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการ
                พัฒนาหมู่บ้าน เป็นจุดเรียนรู้เพื่อขยายผลไปสู่หมู่บ้านอื่น
          5.   การมีส่วนร่วมและความสามัคคีของคนในชุมชน
          6.   ผู้นำหมู่บ้านมีภาวะเป็นผู้นำที่ดี
          7.   ผู้นำและคณะกรรมการกลุ่ม/องค์กรกลุ่มต่างๆ ในชุมชนมีโอกาสได้รับการพัฒนา
                ศักยภาพด้านการบริหารจัดการชุมชนอย่างต่อเนื่อง
          8.   คนในชุมชนมีองค์ความรู้   ภูมิปัญญาที่หลากหลาย
          9.   พื้นที่ สภาพภูมิทัศน์เหมาะสม
10. คนในชุมชนศรัทธาในตัวผู้นำ และส่วนราชการที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรม
แก่นความรู้ (Core Competencies)
        1. จัดเก็บข้อมูล ศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สังเคราะห์ ข้อมูล
          2. ใช้หลักการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม “ยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา”
          3. ยึดหลัก “การทำงานร่วมกันแบบมีส่วนร่วม”
          4. ใช้หลักการกระตุ้นความคิด สร้างจิตสำนึก
          5. เริ่มต้นด้วย ตัวชี้วัด 6x2 เป็นเป้าหมาย
 

โดย อำเภอน้ำเกลี้ยง ความคิดเห็น (0) | ดู (427)
สร้าง: 15 มี.ค. 2555 15:02 แก้ไข: 15 มี.ค. 2555 15:02


ชุมชนแห่งการเรียนรู้ โดยนางรัชนี แสงสว่าง

 

   การจัดการความรู้เรื่อง ชุมชนแห่งการเรียนรู้                          
เจ้าขององค์ความรู้ นางรัชนี แสงสว่าง                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             
ตำแหน่ง             นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศํพท์         ๐๘๑-๗๒๕๒๐๖๒,๐-๔๕๖๐-๙๐๓๘
ชื่อเรื่อง ชุมชนแห่งการเรียนรู้
สถานที่ บ้านหนองระไง หมู่ที่ ๗ ตำบลรุ่งระวี อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ
 
เนื้อเรื่อง
บ้านหนองระไง   หมู่ที่ ๗ ตำบลรุ่งระวี อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบที่มีวิธีการในการแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ใช้หลักการพัฒนาชุมชน และใช้กระบวนการมีส่วนร่วมประชาชนทั้งร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหาของชุมชนเอง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างต่อเนื่อง  การบริหารจัดการกองทุนต่าง ๆ ในหมู่บ้านมีความเข้มแข็ง โปร่งใส   ตรวจสอบได้   และสามารถเป็นต้นแบบของหมู่บ้านอื่น ๆ  ได้ในอำเภอ  
ขุมความรู้ (Knowledge Assets)
๑.       ยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน
- สร้างสรรค์ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข   โดยการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
- เสริมสร้างขีดความสามารถการบริหารงานชุมชน (ส่งเสริมการบริหารจัดการความรู้
 ของชุมชน,ขับเคลื่อนและบูรณาการแผนชุมชนสู่การปฏิบัติ)
๒.        สร้างศรัทธาต่อชุมชน โดยประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา
๓.    ร่วมกับภาคีการพัฒนาขับเคลื่อนกิจกรรมให้หมู่บ้านได้รับการพัฒนาศักยภาพโดยใช้
                 หลักการพัฒนาชุมชน   เพื่อให้ชุมชนพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
๔.    เป็นความต้องการของคนในชุมชนพร้อมที่จะพัฒนาหมู่บ้านให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพ 
                 และสามารถเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการ
                พัฒนาหมู่บ้าน เป็นจุดเรียนรู้เพื่อขยายผลไปสู่หมู่บ้านอื่น
๕.   ผู้นำหมู่บ้านมีภาวะเป็นผู้นำที่ดี
๖.   การมีส่วนร่วมและความสามัคคีของคนในชุมชน
          ๗.   มีวัดเป็นศูนย์รวมในการพัฒนาจิตใจ
          ๘.  ผู้นำและคณะกรรมการกลุ่ม/องค์กรกลุ่มต่างๆ ในชุมชนมีโอกาสได้รับการพัฒนา
                ศักยภาพด้านการบริหารจัดการชุมชนอย่างต่อเนื่อง 
 
 
ขั้นตอนการดำเนินงานที่พัฒนาไปสู่การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้
๑.      สร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนของประชาชน
๒.      หมู่บ้านได้นำเกณฑ์ การประเมินตามตัวชี้วัด ๖x๒  มาประเมิน
๓.      กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนงบประมาณตามโครงการหมู่บ้านพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับ”พออยู่   พอกิน” 
๔.      แผนชุมชนผ่านการรับรองมาตรฐาน
๕.      ได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านที่คณะกรรมการหมู่บ้านสามารถบูรณาการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านและประสานเชื่อมโยงแผน รองชนะเลิศอันดับที่ ๓ ของจังหวัดศรีสะเกษ
๖.      ได้รับการคัดเลือกระดับอำเภอ เป็นหมู่บ้าน“หนึ่งอำเภอ หนึ่งหมู่บ้าน” ช่อสะอาดปราศจากคอรับชั่นปีที่ ๒  
แก่นความรู้ (Core Competencies)
๑. ศึกษาข้อมูล
          ๒. ใช้หลักการกระตุ้นความคิด
          ๓. ใช้หลักการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม “ยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา”
          ๔. เริ่มต้นด้วย ตัวชี้วัด  ๖x๒  เป็นเป้าหมาย
                         
แนวคิดที่เกี่ยวข้อง
            -หลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
          -แบบประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงมหาดไทย ๔ ด้าน   ๒๓ ตัวชี้วัด
          -เกณฑ์การประเมินหมู่บ้านที่คณะกรรมการหมู่บ้านสามารถบูรณาการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน
           และประสานเชื่อมโยงแผน 
          -เกณฑ์การประเมินและรับรองมาตรฐานแผนชุมชน
-เกณฑ์การประเมินหมู่บ้าน“หนึ่งอำเภอ หนึ่งหมู่บ้าน” ช่อสะอาดปราศจากคอรับชั่นปีที่ ๒  

โดย อำเภอน้ำเกลี้ยง ความคิดเห็น (0) | ดู (346)
สร้าง: 15 มี.ค. 2555 14:58 แก้ไข: 15 มี.ค. 2555 14:58


การแก้ไขปัญหากองทุนหมู่บ้าน โดย นางประภัสราภรณ์ ศรีปัตเนตร

 

   แบบบันทึกองค์ความรู้ (KM)
 
ชื่อ - นามสกุล                      นางประภัสราภรณ์   ศรีปัตเนตร
ตำแหน่ง                             นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                                 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรที่ติดต่อได้สะดวก ๐๘-๕๗๗๑-๑๔๖๙
ชื่อเรื่อง                              การแก้ไขปัญหากองทุนหมู่บ้าน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ       การบริหารจัดการเงินทุนในชุมชน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ              ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
สถานที่เกิดเหตุการณ์                บ้านมิตรเจริญ ม.๑๒ ต.ตองปิด อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ
เนื้อเรื่อง
                   วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๓๐ น. ข้าพเจ้าได้เดินทางไปพบประธานมิตรเจริญ  หมู่ที่ ๑๒  ตำบลตองปิด เพื่อติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งจากการที่ข้าพเจ้า   ได้ปฏิบัติงานในตำบลตองปิดมา เกือบ ๓ ปี ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่าในแต่ละกองทุนมีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งบ้านมิตรเจริญ ก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่มีปัญหาในด้านการบริหารจัดการเงินทุน ซึ่งประธานกองทุน คือ นายบัวทอง ภาคสุโพธิ์ กองทุนได้ดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการเพิ่มทุนจากทาง สทบ. จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท จึงได้สอบถามเพื่อรับทราบข้อมูล ปัญหา อุปสรรคของกองทุนในหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับทราบข้อมูลดังนี้
๑)      กองทุนไม่สามารถปิดงบดุลได้เนื่องจากมีลูกหนี้ค้างชำระ
๒)      คณะกรรมการยังเป็นชุดเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นปัจจุบัน
๓)      สัญญากู้เงินไม่เป็นปัจจุบัน
เป็นข้อมูลบางส่วนที่ได้จากทางประธานกองทุน ซึ่งก็พอทำให้ทราบได้ว่า ปัญหาของกองทุน เกิดจากสมาชิก และคณะกรรมการ ดังนั้น คณะกรรมการกองทุน จึงได้ร่วมกันปรึกษาว่าจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร ประธานกองทุนจึงได้ดำเนินการจัดประชุมสมาชิก เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการงานกองทุน การเพิ่มทุน และการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เพื่อให้ข้อมูลของกองทุนเป็นปัจจุบันและสามารถดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ลูกหนี้ที่ยังค้างชำระ นำเงินมาชำระกับคณะกรรมการกองทุนและได้ไปพบลูกหนี้ที่ยังค้างชำระ โดยได้ให้ข้อเสนอแนะและโน้มน้าวให้สมาชิกหาเงินมาชำระหนี้ และไปพบปะสมาชิกอยู่เสมอ เพื่อให้สมาชิกเกิดความเกรงใจและเห็นประโยชน์ของชุมชนเป็นหลัก และมีความคิดที่ถูกต้องเกี่ยวกับเงินกองทุน ทางกองทุนหมู่บ้าน ได้ดำเนินการรับชำระหนี้มาประมาณ ๑ เดือน ปรากฏว่า ลูกหนี้ที่ค้างชำระได้นำเงินมาชำระเกือบครบทุกคน คณะกรรมการจึงจะได้ดำเนินการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อชี้แจงสมาชิกเกี่ยวกับการปิดงบดุลให้เป็นไปตามหลักบัญชี  และจัดสรรกำไรตามระเบียบของกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งข้าพเจ้าได้แนะนำให้คณะกรรมการดำเนินการจัดทำสัญญากู้เงินให้ครบทุกคน และให้ปัจจุบัน และครบถ้วนตามหลักของกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาในกรณีเกิดการฟ้องร้อง และระเบียบที่เกี่ยวกับการเงิน ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง รัดกุม และป้องกันปัญหาการยักยอกและหนี้สูญซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทางคณะกรรมการก็ได้รับไปดำเนินการ
 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
                   - ทำไมลูกหนี้ไม่ใช้หนี้
                   - ทำยังไงให้ลูกหนี้ยอมใช้หนี้
                   - ทำยังไงให้คนในชุมชนยอมรับคณะกรรมการกองทุน
                   - ทำอย่างไรถึงจะบริหารเงินทุนที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ
แก่นความรู้ (Core Competency)
                   - ลูกหนี้บางรายมีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ ไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ หรือบางคนมีเงินแต่ไม่ยอมใช้ เนื่องจากคิดว่าเป็นเงินที่ให้ฟรี
                   - การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกหนี้ กับคณะกรรมการเป็นเรื่องที่สำคัญ ทำให้คนยอมรับและเห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ทำให้ลูกหนี้ยอมใช้หนี้
                   - ประชาชนในหมู่บ้าน มีความเข้าใจในหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงินกองทุนหมู่บ้านเพิ่มขึ้น
                   - ความสามัคคีเกิดขึ้นได้ ถ้าประชาชนในหมู่บ้านมีความเข้าใจเป็นแนวทางเดียวกัน
 กลยุทธ์ในการทำงาน
                   ๑) การรับทราบปัญหาของกองทุน
                        - การรับทราบปัญหาของกองทุน ทำให้เราสมารถนำมาวางแผนการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับคณะกรรมการกองทุน หลายครั้งที่คณะกรรมการได้มาปรึกษาหลักการทำงาน การบริหารจัดการเงินทุนให้สมามารถดำเนินงานไปได้ โดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ข้าพเจ้าได้ให้คำแนะนำไปหลายๆ ด้าน เช่น การเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แทนชุดเดิมที่หมดวาระ, การชี้แจงสมาชิกให้เห็นถึงประโยชน์ของเงินทุนที่ทางราชการให้หมู่บ้านเป็นคนบริหารจัดการ และการทำให้ประชาชนคิดว่า เงินทุนเป็นของประชาชนในหมู่บ้านทุกคน ต้องช่วยกันดูแลไม่ให้สูญหาย 
                   ๒) การปรึกษา หารือ และมติที่ประชุม
                        - คณะกรรมการกองทุน ได้ดำเนินการจัดประชุมชี้แจงสมาชิกถึงสถานะของกองทุน โดยทางกองทุนก็ได้ดำเนินการ และมีมติที่ประชุมให้สมาชิกทุกคนที่ค้างชำระ นำเงินมาชำระหนี้กับคณะกรรมการ และขอรับการเพิ่มทุนจากทาง สทบ. ต่อไป
                   ๓) การรู้ถึงประโยชน์ของการออม
                        -  ในการรับชำระหนี้ หรือ กรณีที่เป็นสมาชิก แต่ไม่กู้เงินจากกองทุน ได้ให้คำแนะนำคณะกรรมการในการดำเนินการเก็บเงินค่าหุ้นของสมาชิก ให้เป็นปัจจุบัน และครบถ้วน โดยนำเงินที่ได้ไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร (บัญชี ๒) ของกองทุนหมู่บ้าน และชี้ให้เห็นว่าเงินออมของสมาชิกมีประโยชน์และจะทำให้กองทุนมีความเข้มแข็งมีเงินออมที่เพิ่มขึ้นในชุมชนและเป็นหลักประกันอีกอย่างหนึ่งในการกู้เงินของสมาชิก ส่งเสริมให้คนในชุมชนรักการออม
 
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
          - ระเบียบกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ 
 
 
 

 


โดย อำเภอน้ำเกลี้ยง ความคิดเห็น (0) | ดู (496)
สร้าง: 15 มี.ค. 2555 14:47 แก้ไข: 15 มี.ค. 2555 15:32
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION