อำเภอปรางค์กู่ :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


ปณิธานความดี เรื่อง สวดมนต์ไหว้พระทุกวันตลอดชีวิต

บันทึกองค์ความรู้

 

ชื่อ-นามสกุล               นางสมศรี  ดวงแสง

ตำแหน่ง                   พัฒนาการอำเภอปรางค์กู่

สังกัด                      สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่ 

                            จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศัพท์              ๐๘๑๙๗๖๑๑๔๙                                                          

หัวข้อ                      ปณิธานความดี

ชื่อเรื่อง                    สวดมนต์ไหว้พระทุกวันตลอดชีวิต

********************************************

เนื้อเรื่อง

          ในปัจจุบันคนไทยให้ความสำคัญในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมน้อยลง  มีความเสื่อมทางจิตใจซึ่งก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรงในสังคมมากมาย  เนื่องจากความเห็นแก่ตัว  ไม่มีความซื่อสัตว์  ซื่อตรง  จริงใจต่อกันไม่เว้นแม้แต่ในหน่วยงานราชการ  ยังมีข้าราชการอีกมากที่ขาดคุณธรรม  ซึ่งที่ส่งผลโดยตรงกับภาพลักษณ์ความมั่นคงและสัมฤทธิผลของการบริหารภาครัฐ  เหตุนี้จึงจัดทำโครงการ “หนึ่งคน หนึ่งความดี เพื่อศักดิ์ศรีคน พช.” ขึ้นมา  ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน  โดยกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมข้าราชการได้นำนโยบายด้านคุณธรรม  จริยธรรมของรัฐ  มาขับเคลื่อนและปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม   โดยมีแนวทางในการส่งเสริมให้ความรู้  ความเข้าใจ  ทัศนคติ  และการประพฤติปฏิบัติที่ดีให้กับข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน  การรณรงค์ให้ข้าราชการตระหนัก  รับรู้  มีทัศนคติที่ดี  ร่วมมือร่วมใจกันประพฤติปฏิบัติตามมาตรการ  หรือแนวทางการดำเนินการส่งเสริมคุณธรรม  จริยธรรมฯ ที่ได้กำหนดไว้  เช่น ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน และจรรยาข้าราชการ

          กรมการพัฒนาชุมชนมุ่งหวังให้ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนเป็นคนเก่งและคนดี  โดยให้สำนักงานพัฒนาชุมชนทุกจังหวัด  จัดทำโครงการเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม  จริยธรรมข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของข้าราชการ  พนักงานข้าราชการ  ลูกจ้าง  ในสังกัดของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ  และเพื่อให้มีพฤติกรรมตามมาตรฐานทางจริยธรรมตามที่กำหนดไว้ในประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนและจรรยาข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนและให้ข้าราชการ  ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ  ทุกคนตั้งปณิธานความดี  เรื่องคุณธรรม  จริยธรรม  หรือความดีที่ประพฤติปฏิบัติตน  คนละ ๑ เรื่อง  ปณิธานความดี

           ข้าพเจ้าจึงตั้งปณิธานไว้ว่า “ข้าพเจ้าจะสวดมนต์ไหว้พระตลอดชีวิต”ปณิธานนี้เกิดจากแรงบันดาลใจที่ข้าพเจ้าตั้งใจไว้นานแล้วและได้ปฏิบัติเป็นประจำทุกวันและจะปฏิบัติไปจนตลอดชีวิต  การสวดมนต์ไหว้พระ คือการฝึกใจนั่น  เป็นการฝึกจิตที่ดีที่สุด การสวดมนต์ไหว้พระต้องสวดด้วยความศรัทธาในศาสนาที่เราเคารพนับถือและควรทำเป็นประจำจนเคยชิน  การสวดมนต์ควรสวดให้จังหวะวรรคตอนพอดีไม่เร็วหรือช้าเกินไป เสียงดังพอประมาณจะทำให้เกิดความสบายใจและถ้าเราเข้าใจความหมายเนื้อเรื่องของบทสวด  แล้วนำไปปฏิบัติจะให้เกิดประโยชน์จากการสวดมนต์

 

วิธีสวดมนต์   เริ่มสวดตั้งแต่บูชาพระรัตนตรัย  กราบพระรัตนตรัย  นมัสการพระรัตนตรัย  (นะโม ๓ จบ)  คำขอขมาพระรัตนตรัย  ไตรสรณคมณ์  ถวายพรพระ (อิติปิโสฯ)  พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ) เพียง ๑ จบ จากนั้นสวดอิติปิโสฯ เท่าอายุบวกด้วย ๑ เสร็จแล้วแผ่เมตตาให้ตนเอง  แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์  แผ่ส่วนกุศลให้ผู้มีพระคุณ  เสร็จแล้วจึงอธิษฐานตามสิ่งที่ปรารถนา จากนั้นสวดพระคาถาและบทสวดอื่นๆ (คาถาสมเด็จโต  คาถาหลวงพ่อทวด,หลวงพ่อโสธร,คาถาพระประจำวันเกิด,คาถาพระสิวลี,พระสังกระจาย ฯลฯ)

ประโยชน์ของการสวดมนต์ไหว้พระ

๑.      ส่งเสริมให้จิตใจมีคุณธรรม

๒.      เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและบริวาร

๓.      ถวายเป็นพุทธบูชา

๔.      ทำให้มีความเห็นถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา

๕.      เป็นการเสริมสร้างสติปัญญา

๖.      ปลดปล่อยความเครียด

๗.      เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดต่างๆ

๘.      อารมณ์ดี  มีสุขภาพดี

 

บันทึกขุมความรู้

๑.      ดำเนินชีวิตปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

๒.      การสวดมนต์ไหว้พระเพื่อเตือนสติตนเอง

 

แก่นความรู้

๑.      เสริมสร้างสติให้ตนเอง

๒.      ส่งเสริมคุณธรรม  จริยธรรมให้เกิดขึ้นกับตนเอง

๓.      ประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี

 

กลยุทธ์ในการปฏิบัติ

          -มีความตั้งใจที่จะมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามคำปณิธานอย่างแท้จริง

          -ลงมือปฏิบัติโดยตั้งมั่นจะทำความดีเพื่อในหลวงของเรา

*********************************


โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (391)
สร้าง: 30 ก.ค. 2555 17:05 แก้ไข: 30 ก.ค. 2555 17:05


ปณิธานความดี เรื่อง วินัยทางการเงินที่ดีชีวีมั่นคง

บันทึกองค์ความรู้

 

ชื่อ นามสกุล            นางนิตยา  วงค์ษา

ตำแหน่ง                    เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

สังกัด                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่  จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศัพท์              ๐๘๑๕๔๙๐๔๔๗

หัวข้อ                      ปณิธานความดี

ชื่อเรื่อง                    วินัยทางการเงินที่ดีชีวีมั่นคง

 
เนื้อหา

          ในชีวิตประจำวันของคนเรานั้นมักจะพบปัญหาต่าง ๆ มากมาย เช่น ปัญหาส่วนตัว ปัญหาเกี่ยวกับการทำงานปัญหาทางสังคม เป็นต้น  หากเราไม่จัดระเบียบให้กับชีวิตตนเองเสียแล้ว  ทำให้ชีวิตของเราสับสน วุ่นวาย ขาดสมาธิในการทำงาน และไม่สามารถแก้ไขปัญหา อุปสรรต่างๆ ที่เข้ามาได้เลย  ส่งผลทำให้เกิดความเครียด แก่ก่อนวันอันควร ซึ่งปัญหาระดับต้นๆ ที่ปุถุชนมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่าน ๆ มักพอเจอคือปัญหาด้านการเงิน  เนื่องจากในหนึ่งเดือนมีสามสิบวัน แต่ได้รับเงินเพียงวันเดียว คือวันสิ้นเดือน  หากเราไม่สร้างวินัยทางการเงินให้ตนเอง จะทำให้มีปัญหา ชัดหน้าไม่ถึงหลัง ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินต่าง ๆ มากมาย ดังจะเคยได้ยินที่คนส่วนใหญ่มักพูดว่า “กู้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ยกเว้นกู้ระเบิด”

การแก้ไขปัญหา/บทสรุป

เราจะสร้างวินัยทางการเงินอย่างไร  ทำให้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้หมดไป  สิ่งแรกที่เราต้องรู้คือเราต้องรู้สถานะทางการเงินของตนเอง ว่าแต่ละเดือนเรามีรายได้อะไรบ้าง จำนวนเท่าใด เราต้องบันทึกรายรับรายจ่ายให้เป็นนิสัย และต้องทำทุกวัน เราจะได้รู้ว่าเราหาได้เท่าใดใช้จ่ายอะไรไปบ้าง  เราได้แบ่งเงินบางส่วนไว้สำหรับออมหรือยัง เช่น ออมไว้ใช้เวลาฉุกเฉิน หรือเอาไว้ให้กำไรสำหรับตนเอง เป็นต้น ในการดำเนินชีวิตประจำวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น ทำให้มีหลายสิ่งหลายอย่างล่อตาล่อใจทำให้เราอยากใช้เงิน ฉะนั้น ตั้งแต่เช้า เราจะสร้างวินัยทางการเงินได้โดยเราสามารถประกอบอาหารและรับประทานร่วมกันทั้งครอบครัวได้ ทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าแต่ละคนต่างออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งวัตถุดิบบางอย่างเราสามารถปลูกเองได้ เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว เป็นต้น หรือผลไม้บางประเภทก็ปลูกบริเวณบ้านซึ่งใช้เนื้อที่ไม่มาก เช่น กล้วย มะละกอ มะม่วง เป็นต้น อาหารเที่ยงต่างคนก็ต่างหารับประทานกันอยู่แล้ว อาหารเย็นเรามาช่วยกันประกอบอาหารรับประทานด้วยกัน นอกจากประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ทำให้ได้เชื่อมความสัมพันธ์กันของคนภายในครอบครัวอีกด้วย   ในช่วงวันหยุดหากเรามีธุระต้องจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้า  เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากในห้างสรรพสินค้า จะมีกลยุทธ์ต่าง ๆ มากมาย ที่ทำให้ใครหลายต่อหลายคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อสินค้าเหล่านั้นเลย แต่เข้าไปแล้วกลับซื้อสินค้าเหล่านั้นกลับบ้าน  ดังนั้น เราต้องท่องคาถาเข้าไว้ว่า ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ ฉันไม่อยากได้ ฉันจะซื้อเฉพาะสิ่งของที่มีความจำเป็นสำหรับฉันเท่านั้น และอีกหนึ่งอย่างที่เป็นปัญหาสำหรับครัวเรือนก็คือ ปัญหาบัตรเครดิต ซึ่งหลายท่านอาจเคยมีประสบการณ์เรื่องบัตรเครดิตมาแล้ว ถ้าเราไม่ใช้หนี้ภายในระยะเวลากำหนดรับรองดอกเบี้ยบาน ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ขอเมินบัตรเครดิต ไม่เอา ไม่อยากได้  และสิ่งหนึ่งที่ดิฉันระวังมาก ๆ คือ เรื่องค่านิยมทางวัตถุ หลายครั้งที่ดิฉันเห็นเพื่อน ๆ หรือคนที่รู้จักซื้อรถยนต์คันใหม่ รุ่นใหม่  หรือสร้างบ้านหลังโต ดิฉันจะถามตนเองก่อนเสมอว่าเรามีความจำเป็นหรือไม่ บ้านที่มีอยู่ก็อบอุ่นดีแล้ว รถที่มีขับก็ขับถึงที่หมายเหมือนกัน  ไม่มีความจำเป็นต้องวิ่งตามกระแสเลย สำหรับดิฉันแล้วสิ่งเหล่านี้ ก็สามารถสร้างวินัยทางการเงินที่ดีชีวีมั่นคงได้แล้ว.

 

กลยุทธ์

๑.      เราต้องมีความตั้งใจจริงที่จะปฏิบัติ

๒.      ฝึกให้เป็นนิสัยและมีความสุขในการดำเนินชีวิต

 

* * * * * * * * * * * * *


โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (272)
สร้าง: 30 ก.ค. 2555 16:54 แก้ไข: 30 ก.ค. 2555 16:54


ปณิธานความดี เรื่อง หยุดสูบบุหรี่ ทำความดีเข้าพรรษา

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ  นามสกุล              นายธนสกล   มะลัยทอง

ตำแหน่ง                   นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ

สังกัด                       สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่

เบอร์โทรศัพท์              ๐๘๔๘๒๗๓๐๗๕

ชื่อเรื่อง                    ปณิธานความดี เรื่อง หยุดสูบบุหรี่ ทำความดีเข้าพรรษา

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ        ปี พ.ศ.  ๒๕๕๕

 

เนื้อเรื่อง

 

ความเป็นมา

          ข้าพเจ้า นายธนสกล  มะลัยทอง  นักวิชาการพัฒนาชุมชน ปฏิบัติการ สังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่  จังหวัดศรีสะเกษ   ข้าพเจ้า  ได้เริ่มต้นสูบบุหรี่ ตั้งแต่           ปี พ.ศ. ๒๕๒๖  ซึ่งรวมระยะเวลาการสูบบุหรี่ เป็นระยะเวลา  ๓๐  ปี

 

หลักคิด/วิธีคิด

                                 

-                   เพื่อส่งเสริมให้สุขภาพดีขึ้น

-                   เพื่อลดการใช้จ่ายแบบไม่มีประโยชน์

-                   เพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดีขึ้น

-                   เพื่อลดอันตรายแก่คนรอบข้าง

 

กลไกล/เทคนิคดำเนินการ

                                                         

-                   ใช้เทศกาลวันสำคัญทางศาสนา คือเข้าพรรษา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้เข้มแข็ง

-                   ตั้งปณิธานทำความดี ให้แก่ตนเอง ในห้วงเวลาเข้าพรรษา

-                   เขียนปณิธานทำความดี ต่อหน้าผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน     

-                   บอกกล่าวต่อคนในครอบครัว ว่าเราจะเลิกสูบบุหรี่ ในเทศกาลเข้าพรรษา

-                   ไม่ซื้อ/ไม่จับ/ไม่สูบ

 

******************************************************************************

 


โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (232)
สร้าง: 30 ก.ค. 2555 16:46 แก้ไข: 30 ก.ค. 2555 16:47


ปณิธานความดี เรื่อง จะออกกำลังกายทุกเช้า

บันทึกองค์ความรู้

 

ชื่อ สกุล        นายฉลอง  บุญช่วย

ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญดาร

สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศัพท์    ๐๘๐๗๓๐๕๗๓๘

ชื่อเรื่อง           ปณิธานความดี เรื่อง จะออกกำลังกายทุกเช้า

 

***************************************************

 

                   สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องทำเอง  คำกล่าวนี้สื่อให้รู้ว่าการจะทำอะไรให้สำเร็จเราต้องมีความตั้งใจจริง มีความอดทน พึ่งตนเอง ถ้าถามว่าทำไมต้องออกกำลังกาย คำตอบก็คือ ร่างกายของคนเรา ก็เปรียบเสมือนหุ่นยนต์ ถ้าหากขาดการดูแล บำรุง รักษาอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ชำรุดหรือเสื่อมสภาพ จนไม่สามารถใช้งานได้  ถ้าต้องการให้หุ่นยนต์ สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ต้องคอยตรวจสอบ ดูแล รักษาอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างสม่ำเสมอ  ร่างกายมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากไม่ดูแล รักษา ก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยได้ง่าย ส่งผลต่อการดำรงชีวิต  สุขภาพจิตก็เสีย เนื่องจากต้องคอยกังวลเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยต่างๆ  ทำให้ต้องหยุดงานบ่อย  ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดลง ดังนั้นคนเราก็ควรจะต้องดูแลร่างกายให้มีสุขภาพที่ดี และแข็งแรงอยู่เสมอ

                   ที่ผ่านมา แม้ว่าข้าพเจ้าจะมีอาชีพเสริมในด้านการทำเกษตร มีการออกแรงอยู่เป็นประจำ แต่เป็นการออแรงที่เป็นลักษณะไม่ถูกหลักวิชาการมากนัก จึงทำไห้มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ร่างกาย จึงได้ตั้งปณิธานกับตนเองว่า จะออกกำลังกายทุกวัน หรืออย่างน้อยให้ได้อาทิตย์ละ ๓ ครั้ง ครั้งละ ๓๐- ๔๕ นาที เพื่อสร้างร่างกายให้มีความแข็งแรง พร้อมสำหรับการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น

                   การเตรียมความพร้อมสำหรับการออกกำลังกาย  ข้าพเจ้าเริ่มหาข้อมูล ว่าการออกกำลังกายประเภทไหนที่เหมาะสำหรับเรา ที่สามารถทำให้เราออกกำลังกายได้อย่างสนุก ออกได้เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า การเดิน-วิ่ง  น่าจะเหมาะกับร่างกายของเรามากที่สุด เพราะสามารถทำได้เกือบทุกที่  ไม่จำเป็นต้องมีสนามก็ทำได้  ไม่ต้องรบกวนคนอื่น  นเดี่ยวก็สามารถทำได้ ได้ออกกำลังเกือบทุกส่วนของร่างกาย  ในวันแรกที่ออกกำลังกายร่างกายจะปวดเมื่อยมาก แต่พอเล่นติดต่อกันหลายๆวัน อาการปวดเมื่อยก็จะหายไปเอง

 

หลังจากที่ออกกำลังกายติดต่อกันมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน  รู้สึกได้เลยว่าร่างกายเราแข็งแรงขึ้น มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น ไม่ค่อยเจ็บป่วย  สุภาพจิตดีขึ้น  ไม่หงุดหงิดง่าย  ทำให้ทำงานได้อย่างเต็มที่  มีความสุขในการทำงานมากขึ้น  และนอกเหนือจากผลที่ได้รับทางร่างกายแล้ว สิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ได้คิดว่าจะได้จากการออกกำลังกาย ก็คือมีผู้คนในหมู่บ้าน จำนวน ๒-๓ คน  ได้ออกกำลังกายเหมือนข้าพเจ้า หลายคนได้ให้กำลังใจ  จะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายสามารถสร้างประโยชน์ให้กับเราได้มาก ได้ทั้งร่างกาย จิตใจ และเพื่อน  ข้าพเจ้าจึงขอตั้งปณิธานต่อไปว่า จะออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง ๐ ละ ๓๐-๔๕ นาที ตลอดไป

กลยุทธ์ในการปฏิบัติที่ทำให้การตั้งปณิธานประสบผลสำเร็จ

๑.      ก่อนที่จะเริ่มทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด

๒.      ต้องมีความตั้งใจจริง ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

๓.  นึกถึงประโยชน์ที่จะได้รับหากทำได้ดังที่ตั้งปณิธานไว้ เพื่อเป็นแรงขับในยามที่ท้อถอย


โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (275)
สร้าง: 30 ก.ค. 2555 16:33 แก้ไข: 30 ก.ค. 2555 16:34


ปณิธานความดี เรื่อง จะออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง

บันทึกองค์ความรู้

 

 

ชื่อ สกุล        นางสาวกิริยา   สมบัติ

ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ

สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศัพท์    ๐๘๙๗๙๓๗๓๒๗

ชื่อเรื่อง           ปณิธานความดี เรื่อง จะออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง

 

***************************************************

 

                   ร่างกายของคนเรา ก็เปรียบเสมือนหุ่นยนต์ ถ้าหากขาดการดูแล บำรุง รักษาอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ชำรุดหรือเสื่อมสภาพ จนไม่สามารถใช้งานได้  ถ้าต้องการให้หุ่นยนต์ สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ต้องคอยตรวจสอบ ดูแล รักษาอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างสม่ำเสมอ  ร่างกายมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากไม่ดูแล รักษา ก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยได้ง่าย ส่งผลต่อการดำรงชีวิต  สุขภาพจิตก็เสีย เนื่องจากต้องคอยกังวลเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยต่างๆ  ทำให้ต้องหยุดงานบ่อย  ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดลง ดังนั้นคนเราก็ควรจะต้องดูแลร่างกายให้มีสุขภาพที่ดี และแข็งแรงอยู่เสมอ

                   ดิฉัน ซึ่งมีหน้าที่การงานที่จะต้องดูแลในเรื่องของระบบข้อมูลต่างๆ  จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ และไม่ค่อยได้เปลี่ยนอิริยาบถของร่างกาย ทำให้เกิดอาการปวดหลังอยู่บ่อยๆ และหลายครั้งที่ต้องออกติดตามงานในพื้นที่  ก็จะรู้สึกว่าร่างกายเราเหนื่อยง่าย เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย  พอเหนื่อยอารมณ์ก็หงุดหงิด ทำให้ไม่อยากจะทำอะไร  ยิ่งช่วงไหนสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จะไม่สบาย และเป็นหวัดง่าย ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน  ดิฉันจึงได้ตั้งปณิธานกับตนเองว่า จะออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง เพื่อสร้างร่างกายให้มีความแข็งแรง พร้อมสำหรับการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น

                   การเตรียมความพร้อมสำหรับการออกกำลังกาย  ดิฉันเริ่มหาข้อมูล ว่าการออกกำลังกายประเภทไหนที่เหมาะสำหรับเรา ที่สามารถทำให้เราออกกำลังกายได้อย่างสนุก ออกได้เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า การเล่นแบดมินตัน น่าจะเหมาะกับร่างกายของเรามากที่สุด เพราะสามารถเล่นได้เกือบทุกที่  ไม่จำเป็นต้องมีสนามก็เล่นได้ ใช้ผู้เล่นเพียงแค่สองคน ไม่ต้องออกแรงมาก สามารถเล่นได้เรื่อยๆโดยไม่เบื่อแต่ก็ได้เหงื่อ ได้ออกกำลังเกือบทุกส่วนของร่างกาย  ในวันแรกที่ออกกำลังกายร่างกายจะปวดเมื่อยมาก แต่พอเล่นติดต่อกันหลายๆวัน อาการปวดเมื่อยก็จะหายไปเอง

หลังจากที่ออกกำลังกายติดต่อกันมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน  รู้สึกได้เลยว่าร่างกายเราแข็งแรงขึ้น มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น ไม่ค่อยเจ็บป่วย  สุภาพจิตดีขึ้น  ไม่หงุดหงิดง่าย  ทำให้ทำงานได้อย่างเต็มที่  มีความสุขในการทำงานมากขึ้น  และนอกเหนือจากผลที่ได้รับทางร่างกายแล้ว สิ่งที่ดิฉันไม่ได้คิดว่าจะได้จากการออกกำลังกาย นั่นคือมิตรภาพ  เนื่องจากเริ่มแรกที่ดิฉันได้เริ่มเล่นแบดมินตัน ได้ชักชวนเพื่อนมาเล่นด้วยกันเพียงสองคน  แต่หลังจากนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ มาขอเล่นด้วย  ทำให้ได้มีโอกาสพูดคุย ปรึกษาหารือกันในเรื่องต่างๆมากขึ้น  เกิดมิตรภาพระหว่างกัน  เมื่อมิตราภาพเกิด การประสานงานต่างๆระหว่างหน่วยงานก็ราบรื่น  จะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายสามารถสร้างประโยชน์ให้กับเราได้มาก ได้ทั้งร่างกาย จิตใจ และเพื่อน  ดิฉันจึงขอตั้งปณิธานต่อไปว่า จะออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง ตลอดไป

กลยุทธ์ในการปฏิบัติที่ทำให้การตั้งปณิธานประสบผลสำเร็จ

๑.      ก่อนที่จะเริ่มทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด

๒.      ต้องมีความตั้งใจจริง ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

๓.      นึกถึงประโยชน์ที่จะได้รับหากทำได้ดังที่ตั้งปณิธานไว้ เพื่อเป็นแรงขับในยามที่ท้อถอย

 


โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (276)
สร้าง: 30 ก.ค. 2555 16:11 แก้ไข: 30 ก.ค. 2555 16:11


ปณิทานความดี เรื่องพลิกฟื้นชีวิต ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ สกุล        นายสรรณ์ญา  กระสังข์                                
ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอขปรางค์กู่
หมายเลขโทรศัพท์   ๐๘-๗๔๗๔-๒๒๗๓
ชื่อเรื่อง            "พลิกฟื้นชีวิต ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง”  
เป็นการดำเนินงานเกี่ยวกับ  โครงการ หนึ่งคน หนึ่งความดี  เพื่อศักดิ์ศรีคน พช. 
                                    สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ
เนื้อเรื่อง
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)


                   ท่ามกลางกระแสโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง อยู่อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว ของโลกาภิวัฒน์การทำให้เกิดภาวะไร้พรมแดน ของประเทศ การเคลื่อนไหว ของ ระบบทุน  ระบบเศรษฐกิจ  และนโยบายของรัฐชาติ องค์กรเหนือรัฐต่าง ๆ ที่สร้างกฎกติกาใหม่ ๆ มาครอบคลุมระบบของชุมชนสังคม โดยเฉพาะในปี ๒๕๕๘ ที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (AEC) ซึ่งจะขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยเสาหลัก ๓  เสา  ทั้งเสาทางเศรษฐกิจ  เสาการเมือง และเสา สังคมวัฒนธรรม ซึ่งแน่นอนว่า ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก    ปีข้างหน้าอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น และคนเล็กคนน้อยผู้ด้วยโอกาสทางสังคมอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นการทำความเข้าใจในเรื่องของระบบทุน  และการเคลื่อนย้ายของระบบทุนข้ามชาติ  การส่งเสริมการผลิตพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน การกว้านซื้อที่ดินของกลุ่มทุน ในลักษณะต่าง ๆ  ลักษณะการผลิตสินค้าภาคเกษตรกรรมเพื่อการจำหน่าย เช่น  ข้าว ยางพารา ลำไย หอมแดงกระเทียม ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเอง อาจได้รับผลกระทบเพราะกลไก การตลาดการผลิตที่เปิดให้มีการแข่งขันเสรี ไร้พรมแดน และกำแพงภาษีที่ถูกทำให้พังทลายลง อาจทำให้สินค้าของไทยถูกเบียดขับให้ตกขอบเพราะราคา ที่สูงต้นทุนการผลิตที่สูงมากกว่า ประเทศเพื่อนบ้าน อาจเป็นภาพที่เรา คาดการณ์ ได้ในผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ต่อ ตัวเราเอง และชุมชนท้องถิ่นของเรา 

                   จากปัจจัยเงื่อนไขและสถานการณ์ ดังกล่าว ข้าพเจ้า จึงเล็งเห็นว่า  ในฐานะนักพัฒนาซึ่งเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ได้การส่งเสริมการเรียนรู้ให้ชุมชน มีการรับรู้ สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นให้ชุมชนได้รับรู้รับทราบ และหารูปแบบวิธีการ ที่จะค้นหาทางเลือกทางออกที่เหมาะสม ในการรับมือกับสถานการณ์ ดังกล่าว โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งย่อมมีทั้ง ปัจจัยที่เป็นบวกและปัจจัยด้านลบ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงเล้งเห็นว่า การสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นแก่ครอบครัวของตนเองนับเป็นทางเลือกทางออกที่เหมาะสมกับชีวิต ของตนเอง จึงได้ตั้งปณิธานการทำความดี ภายใต้โครงการ  โครงการ หนึ่งคน หนึ่งความดี  เพื่อศักดิ์ศรีคน พช.  สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ  โดยได้ดำเนินการจัดทำกิจกรรม "พลิกฟื้นชีวิต ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง”  โดยมีสาระสำคัญที่การพลิกฟื้นพื้นที่สวนหลังบ้าน จำนวน    ไร่  ให้เป็นแหล่งอาหารที่มีความสมบูรณ์ พอเพียงต่อการบริโภค ซึ่งข้าเจ้าได้ดำเนินการปลูก  ต้นกล้วย ต้นอ้อย ต้นไฝ่กิมจู ไฝ่ตง  ต้นชะอม  ตะใคร้   ใบมะกรูด   มะนาว  มะพร้าว  มะแซว  มะม่วง  ลำไย กระท้อน  ขิง  ข่า ยางนา ประดู่  เป็นต้น    และพืชพรรณอื่น ๆ  อีกหลายชนิด  เพื่อให้เพียงพอต่อการบริดภคในระดับครัวเรือนของตนเอง

                   ในปัจจุบันพื้นที่สวนหลังบ้านของข้าพเจ้า มีพืชพรรณขึ้นบ้างพอสมควร  มีให้ข้าพเจ้าได้ใช้สอยอย่างไม่ลำบาก ไม่ต้องซื้อหา  ยกเว้นเพียงบางชนิดที่ปลูกเองยังไม่ได้  ผลจากการดำเนินการ ตามปณิธานการทำความดีดังกล่าว  ส่งผลให้ข้าพเจ้า ได้มีกิจกรรมทำในยามว่าง  ในยามวันหยุดราชการ  มีเวลา จับจอบ จับเสียมลงไปดูแล  ต้นไม้ที่ต้นเองได้ปลูกไว้  ค่อย ๆ  เติบโตทีละเล็กทีละน้อย  ให้ผลผลิตบ้าง บางชนิดเป็นไม้ยืนต้น ต้องรอคอยระยะเวลาที่แสนนาน  แต่นานเพียงใดข้าพเจ้าก็ มิได้รู้สึก ว่า เหนื่อยหน่ายมากนัก กลับพบความสุขที่ได้ทำงาน เม็ดเหงื่อไหลชุ่มตัวในบางวัน  แต่ก็มีความสุข  ดี  และจิตใจเรารู้สึกมั่นคง และคิดว่าเราโชคดีแล้ว  ที่มีผืนดินทำกิน  ดินและน้ำสามารถเพิ่มความสุข ให้ชีวิต เราได้จริง ๆ  ถ้าเรารู้จักชีวิตที่พอเพียง วันนี้ ผมได้พลิกมุมคิดใหม่แล้ว  ว่า  ผมจะรักแผ่นดินแห่งนี้ ให้มากที่สุด  และจะพลิกฟื้นชีวิต ให้เดินบนหนทางความพอเพียง  ความมั่นคงทางอาหาร และมั่นคงทางจิตใจ

  
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
              

-การดำเนินชีวิต ด้วยวิถีแห่งความพอเพียง
          -ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 


แก่นความรู้ (Core Competency)
          -ความมั่นคงทางอาหาร
          -ความมั่งคงทางชีวิต ทางจิตใจ
          -การผลิตเพื่อการยังชีพ พึ่งตนเอง พอเพียง


กลยุทธ์ในการปฏิบัติ
มีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามคำปณิธานอย่างแท้จริง
ลงมือปฏิบัติโดยตั้งมั่นว่าจะทำความดีเพื่อในหลวงของเราและสร้างนิสัยให้กับตนเองในทางที่ดี

///////////////////////

 


โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (269)
สร้าง: 30 ก.ค. 2555 16:08 แก้ไข: 30 ก.ค. 2555 16:08


กองทุนแม่ของแผ่นดิน: กองทุนชนะยาเสพติด บ้านโพธิ์สามัคคี

 

แบบบันทึกองค์ความรู้ 
ชื่อ-สกุล          นางสมศรี ดวงแสง
ตำแหน่ง          พัฒนาการอำเภอปรางค์กู่
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่  เบอร์โทรศัพท์
045-697-445
ชื่อเรื่อง           กองทุนแม่ของแผ่นดิน: กองทุนชนะยาเสพติด บ้านโพธิ์สามัคคี

เนื้อเรื่อง

ความเป็นมา

  
สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันนับเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างสร้างความเสียหายให้ชุมชน สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างประเมินค่ามิได้ดังนั้นการรัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เป็นวาระแห่งชาติเป็นประเด็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นจากสังคมไทยโดยให้หน่วยงานภาครัฐ ทุกส่วนบูรณาการในการแก้ไขปัญหาร่วมกับ ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเพื่อลดการขยายตัวของปัญหายาเสพติด มิให้ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยในวิถีชีวิตของประชาชนโดยปกติ เป้าหมายในระดับปฏิบัติการมุ่งเน้นการส่งเสริมและเพิ่มบทบาทของ กลไกภาคประชาชน – ประชาสังคมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด กรอบดำเนินการในทางยุทธศาสตร์ เน้นกรอบคิด ในการป้องกัน๕ รั้งป้องกัน ประกอบด้วย รั้วชายแดนรั้วชุมชน รั้วสังคม รั้วโรงเรียน รั้วครอบครัว เพื่อหยุดยั้งการขยายตัวของปัญหายาเสพติดในระดับอำเภอปรางค์กู่ให้เกิดผลสำเร็จ จากมาตรการดังกล่าวอำเภอปรางค์กู่ โดยการนำ ของ นายอภิชาต  ธนะมัย นายอำเภอปรางค์กู่ จึงได้ดำเนินการปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติด ภายใต้แผนปฏิบัติการ Clean & Seal ทำความดีเพื่อแผ่นดิน กวาดล้างให้สิ้นยาเสพติดเพื่อดำเนินการกวาดล้างยาเสพติด และป้องกันสกัดกั้นมิให้ยาเสพติดกลับเข้ามาในชุมชน โดยได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการระดับตำบลประกอบด้วย ปลัดอำเภอ พัฒนากร เกษตรตำบล สาธารณสุข องค์การบริหารส่วนตำบลได้ดำเนินการประชาคมทางลับเพื่อค้นหาผู้เสพและผู้ค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน เดือนกันยายน ๒๕๕๔เพื่อจัดระบบข้อมูลให้ส่วนราชการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 
 
 
 
บทเรียนการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่รั้วชุมชน : กรณีศึกษาบ้านโพธิ์สามัคคี ต.พิมายเหนือ
            บ้านโพธิ์สามัคคี ตำบลพิมายเหนืออำเภอปรางค์กู่ เป็นหมู่บ้านขนาดกลาง มีครัวเรือนทั้งสิ้นจำนวน ๑๑๘ ครัวเรือนประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาเป็นอาชีพหลัก อาชีพเสริม ได้แก่การปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่นมันสำปะหลัง ยางพารา เป็นต้นนอกจากนั้นคนในชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี ในส่วนของวัยแรงงานหนุ่มสาวจะไปรับจ้างกรีดยางเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเป็นอย่างดี ผลดังกล่าวทำให้ชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคีเป็นชุมชนที่มีรายได้ดีเศรษฐกิจดี สถานการณ์ปัญหาด้านยาเสพติดในชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคีจากการศึกษาข้อมูล พบว่า ชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี ในอดีตมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดค่อนข้างมากเนื่องจากปัญหายาเสพติดในภาพรวมมีการขยายตัวและแพร่ระบาดอย่างหนัก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้เสพ โดยเฉพาะเยาวชนและวัยแรงงานที่กลับมาจากการรับจ้างกรีดยาง ในช่วงเทศกาลที่สำคัญของชุมชนเช่น งานสงกรานต์ ปีใหม่ ผ้าป่าสามัคคีเป็น ต้น จากปัญหาดังกล่าวชุมชนได้ริเริ่มดำเนินการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นกระบวนการทางสังคมและมาตรการทางสังคม โดยชุมชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐดำเนินการขับเคลื่อนในการสนับสนุนให้ชุมชนใช้มาตรการในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามประเด็นที่สำคัญดังนี้ 
             ๑.ชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี ได้ดำเนินการใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้พูดคุยกันโดยใช้กระบวนการเวทีประชาคมและกำหนดระเบียบข้อบังคับของหมู่บ้านห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเด็ดขาดและจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการโดยเคร่งครัด
              ๒.สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนได้พิจารณาคัดเลือกบ้านโพธิ์สามัคคี เป็นหมู่บ้านต้นแบบตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งได้ดำเนินการส่งเสริมให้ชุมชน มีเวทีในการพบปะพูดคุยกัน กันอย่างสม่ำเสมอเพื่อกำหนดมาตรการในการพัฒนาหมู่บ้าน ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจและสังคม ในมิติยาเสพติดกำหนดเป้าหมายให้ชุมชนบ้านโพธิ์สามัคคี เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด
             ๓.นำระบบการบริหารจัดการชุมชนแบบการกระจายอำนาจ โดยให้แบ่งคุ้มเป็น ๖ คุ้มดูแลในการบริหารจัดการงานพัฒนาและความมั่นคงในชุมชนโดยให้คุ้มเป็นกลไกหลักในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดโดยมอบอำนาจให้หัวหน้าคุ้มเป็นแกนหลัก ในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในชุมชน 
             ๔.ฟื้นฟูทบทวนบทบาทในการทำงานของอาสาสมัครปกป้องยาเสพติจำนวน ๒๕ คน ให้มีบทบาทในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด โดยมีการประชุมให้ข้อมูลสถานการณ์ปัญหาและการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้ ๒๕ ตาสับปะรดได้ทราบ และได้จัดทำแผนงานในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดและมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลเฝ้าระวังปัญหา ๑ คน ต่อ ๑๐ ครัวเรือน 
             ๕.เป็นหมู่บ้านที่ได้รับเงินทุนพระราชทานกองทุนแม่ของแผ่นดินซึ่งเป็นกองทุนที่เป็นศูนย์รวมทางจิตใจของคนบ้านโพธิ์สามัคคีในการขับเคลื่อนเอาชนะปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนตลอดไป  จากมาตรการการดำเนินการขับเคลื่อนหมู่บ้านเข้มแข็งเอาชนะปัญหายาเสพติดควบคู่กับกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามนโยบายของกรมการพัฒนาชุมชน ส่งผลให้จากข้อมูลการประชาคมทางลับเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ดำเนินการเพิ่งแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๔ พบว่า หมู่บ้านโพธิ์สามัคคี เป็นชุมชนที่ปลอดจากปัญหายาเสพติดอย่างสิ้นเชิง
และประกาศเป็นหมู่บ้านสีขาว ครอบครัวสีขาว ปลอดยาเสพติดและเป็นชุมชนต้นแบบในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของอำเภอปรางค์กู่ 

เจ้าขององค์ความรู้        บ้านโพธิ์สามัคคี ต.พิมายเหนือ อำเภอปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ
                             กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านโพธิ์สามัคคี 


โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (572)
สร้าง: 05 เม.ย. 2555 11:31 แก้ไข: 05 เม.ย. 2555 11:35


เทคนิคการเพาะถั่วงอกคอนโด

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ-สกุล          นายฉลอง บุญช่วย
ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่        เบอร์โทรศัพท์ 
045-697-445
ชื่อเรื่อง           เทคนิคการเพาะถั่วงอกคอนโด
เนื้อเรื่อง
ความเป็นมา
          ในสถานการณ์ที่สินค้าราคาแพง ค่าครองชีพสูงในภาวะปัจจุบัน การดำเนินชีวิตบนแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง น่าจะเป็นทางเลือกที่มีเหมาะสมที่สุด โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ขึ้น โดยมีกิจกรรมคลินิกแก้จนที่นำครัวเรือนยากจนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ปี 2554 มาเรียนรู้เมนูอาชีพ แบบง่ายๆ ที่ทำได้หายจน ซึ่งเป็นกิจกรรมการสร้างงานสร้างรายได้แบบง่าย ๆ ให้แก่ครัวเรือนยากจน ในที่นี้ขอนำบทเรียน เทคนิคการเพาะถั่วงอกคอนโด มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อปรับใช้ในระดับครัวเรือนตามรายละเอียด ดังนี้
เทคนิคขั้นตอนการผลิต
         
ถั่วงอก เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีประโยชน์ และมีราคาถูก และสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารประจำครัวเรือน ที่มีรสชาติอร่อย มีคุณค่าสารอาหารสูงครับ แต่จะว่าไปแล้ว ถั่วงอก ที่ขายทั่วไปตามท้องตลาดเองก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ปลอดสารพิษเสียทีเดียว จากที่นักวิชาการายงานกันนั้น พบว่า ถั่วงอกที่ขายในท้องตลาดมีสารพิษถึงร้อยละ 90 เห็นสวยๆ ขาวๆ อย่างนั้นนะครับ ให้ล้างน้ำสะอาดให้ดีก่อนปรุงอาหาร
                   1. เริ่มแรก ด้วยการซื้อถังพลาสติกสีดำ 1 ใบ ขนาดบรรจุน้ำประมาณ 20 ลิตร เจาะรูข้างล่างของถังเพื่อให้น้ำไหลออก
                   2. ตะแกรงเหล็ก สำหรับวางผ้าขนหนูผืนเล็ก 5 ชิ้น 
                   3. ผ้าขนหนูผืนเล็กสี่เหลี่ยม 5 ผืน
                   4. กระจาดใบเล็ก(สำหรับใส่ผักขนมจีน) 1 ใบ
                   5. แช่เมล็ดถั่วเขียวที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด 1? กิโลกรัม (เมื่อเป็นถั่วงอกจะได้ 5-6 กิโลกรัม) ในน้ำอุ่นเป็นเวลา 8 ชั่วโมง
                   6.นำกระจาดใบเล็กวางคว่ำลงในก้นถัง (เพื่อรองตะแกรงเหล็ก) หลังจากนั้น วางตะแกรงเหล็กลงไป และวางผ้าขนหนูลงไปบนตะแกรงเหล็ก ชั้นที่ 1 นำถั่วเขียวมาโรยบนผ้าที่ติดกับตะแกรงให้ได้ถั่วเขียวประมาณ 3 เม็ดซ้อนกัน ชั้นที่ 2 นำถั่วเขียวมาโรยบนผ้าที่ติดกับตะแกรงเหล็กอีกชั้นหนึ่ง ทำแบบนี้จนครบ 5 ชั้น ปิดฝาถัง เก็บไว้ในบ้าน
                   7.ขั้นตอน ต่อไป เปิดฝาถังรดน้ำ ทุกวัน (หากใช้น้ำประปาต้องตั้งทิ้งไว้ ประมาณ 7 วัน เพราะมีสารคลอรีน) ใช้น้ำในบ่อได้ ประมาณ 2 วัน ถั่วงอกจะโตและดันเหล็กแต่ละชั้น ขึ้นมา สวยงามมาก
 วิธีการ ทำให้ถั่วงอกไร้ราก คือ
          เมื่อยกผืนผ้าที่มีถั่วงอก ติดอยู่ขึ้นมาจากถังให้ใช้มีดแหลมคม ตัดต้นถั่วงอกออกจากผืนผ้าให้ชิดผืนผ้ามากที่สุดก็จะได้ถั่วงอกไร้ราก เพราะรากจะติดอยู่ที่ผ้า      ง่ายนิดเดียว ถั่วงอกที่ได้ก็จะปลอดภัยจากสารพิษ ถ้าเราซื้อในตลาด เขาจะแช่สารฟอกขาว ซึ่งเป็นตัวการหนึ่งของโรคมะเร็งครั
เจ้าขององค์ความรู้
         ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านรงระ
          นางสุปรียา สงพิมพ์   ดาศรี อยู่บ้านเลขที่ ๖๘ บ้านรงระ หมู่ที่ ๘ ตำบลตูม                  อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
 
 
 

โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (667)
สร้าง: 05 เม.ย. 2555 11:29 แก้ไข: 05 เม.ย. 2555 11:29


ชาวบ้านทำวิจัยแล้วได้อะไร: กรณีศึกษานักวิจัยชุมชนบ้านรงระ ต.ตูม

 

แบบบันทึกองค์ความรู้    
ชื่อ-สกุล          นายสรรณ์ญา กระสังข์
ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่  เบอร์โทรศัพท์       
045-697-445
ชื่อเรื่อง          ชาวบ้านทำวิจัยแล้วได้อะไร: กรณีศึกษานักวิจัยชุมชนบ้านรงระ ต.ตูม
                   อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
เนื้อเรื่อง
ความเป็นมา
          สืบเนื่องจากในปี พ.ศ ๒๕๕๓ ข้าพเจ้าในบทบาทการพัฒนาในเชิงพื้นที่ ได้ริเริ่มดำเนินโครงการวิจัย ซึ่งมีรายละเอียดโดยสังเขป เพื่อให้เข้าใจร่วมกัน คือได้ดำเนินโครงการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการองค์กรทางการเงินชุมชนเพื่อจัดสวัสดิการชุมชนบ้านรงระ ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโครงการวิจัยที่ได้รับสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาวิถีวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิตของชุมชนบ้านรงระจากอดีตถึงปัจจุบัน เพื่อศึกษาการบริหารจัดการกลุ่มองค์กรทางการเงินชุมชนบ้านรงระแต่ละกลุ่มในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกในชุมชน เพื่อศึกษารูปแบบการจัดสวัสดิการเดิมของชุมชนบ้านรงระทั้งที่ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการเองและองค์กรหรือหน่วยงานภายนอกชุมชนเป็นผู้ดำเนินการจากอดีต ถึงปัจจุบัน เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหาข้อจำกัดและแนวทางวิธีการในการจัดการปัญหาข้อจำกัดเพื่อการเสริมประสิทธิภาพกลุ่มองค์กรทางการเงินชุมชนในการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกกลุ่มและสมาชิกในชุมชนบ้านรงระ และเพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการบริหารจัดการองค์กรทางการเงินชุมชน เพื่อจัดสวัสดิการชุมชนบ้านรงระ มีระยะเวลาในการดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ (รวม ๑ ปี)
          ทั้งนี้เมื่อดำเนินการวิจัยครบตามระยะเวลาที่กำหนด แล้ว จึงได้จัดเวทีถอดบทเรียนประสบการณ์ของทีมวิจัยชุมชน ว่าได้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างใดบ้าง จากผลดังกล่าว พบว่านักวิจัยชาวบ้านมีชุดบทเรียนประสบการณ์ที่น่าสนใจ จึงได้นำมาแบ่งปันประสบการณ์ตามสมควรครับ
ชุดประสบการณ์ที่ได้จากงานวิจัย : บทเรียนพื้นที่  
              - นายจำรูญ นาคนวล ตำแหน่งหัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า การทำงานวิจัยนับเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้ชุมชนมีการสร้างการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาตนเอง ได้จัดทีมวิจัยโดยเน้นกลุ่มบุคคลใน ๒ กลุ่มคือ กลุ่มแกนนำหมู่บ้าน โดยพิจารณาจากแกนนำทางการ และแกนนำกลุ่มองค์กรทางการเงินในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นวิจัย และจัดทีมเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย มีความคาดหวังว่าจะสร้างกระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพแบบคู่ขนาน สร้างเด็กเยาวชนสู่กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง สิ่งที่ได้รับจากการทำวิจัยมีดังนี้
                       ๑. มีความเข้าใจความเป็นมาและรากเหง้าของชุมชน ตนเองมากขึ้น
                       ๒. ได้ร่วมกันทำงานเป็นทีม
                       ๓. ได้เรียนรู้การทำงานในเชิงข้อมูลมากขึ้นและ ได้จัดระบบเอกสารเกี่ยวกับชุมชนและการพัฒนาชุมชน ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป
          - นายสุรศักดิ์   ทองอ้ม นักวิจัยชุมชน กล่าวว่า ได้เรียนรู้ มีความเข้าใจในระบบข้อมูลของชุมชนในหลายด้าน เช่น ความเป็นมาของชุมชน ด้านฐานทรัพยากรของชุมชน สวัสดิการชุมชน ในด้านเกี่ยวกับตนเองได้มีทักษะในการนำเสนอต่อชุมชน มีความมั่นใจมากขึ้นเพราะได้ฝึกฝน อย่างสม่ำเสมอ
- นายสุข นาคนวล กล่าวว่า  ภายหลังจากงานวิจัยทำให้ตนเองมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับงานวิจัยซึ่งตนเองเป็นคนอายุมาก แต่ก็เข้ามาสู่กระบวนการเรียนรู้ มีการเปลี่ยนแปลงตนเอง ทำให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองมากขึ้น และเข้ามาสู่การมีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน ในด้านความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย
         - นางสง่า ไชยภา กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมงานวิจัยเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม การพัฒนาของหมู่บ้าน พอมาเป็นทีมวิจัยชุมชน ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการขั้นตอนการทำงานวิจัยมากขึ้น และมีความเข้าใจเรื่องราวของชุมชนในด้านต่าง ๆ เช่นความรู้ เรื่องระบบเครือญาติทำให้รู้จัก ที่มาที่ไปของแต่ละสายตระกูลมากขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น สามารถจับไมค์พูดต่อหน้าที่ชุมชนได้ ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม    
          - นายสันติภาพ วรติยะ ทีมวิจัยเยาวชน กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมโครงการวิจัยครั้งนี้ ได้เรียนรู้ในการทำงานเป็นทีม ทำงานเป็นกลุ่ม และตนเองกล้าแสดงออกมากขึ้น โดยเฉพาะการพูดต่อที่ชุมชน มีความมั่นใจมากขึ้น นอกจากนั้นยังมีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการจัดสวัสดิการของชุมชนบ้านรงระ
          - นายสุธีชา สงพิมพ์ ทีมวิจัยเยาวชน กล่าวว่า จากการเข้าร่วมทีมวิจัยของหมู่บ้าน ได้รับประสบการณ์ในการทำงาน และฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การทำงานร่วมกับผู้อื่น ทางด้านความรู้ประสบการณ์ที่ได้รับ ตนเองได้รู้ข้อมูลชุมชนในด้านต่างๆ ทำให้รู้ความเป็นมาของชุมชนการจัดสวัสดิการชุมชนและด้านอื่น ๆ อีกด้วย
          - นายสุรศักดิ์ บัญชาเมฆ นักวิจัยเยาวชน กล่าวว่า ได้เรียนรู้กระบวนการวิจัยชุมชนว่ามีขั้นตอนกระบวนการอย่างไรและนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนหนังสือและใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ตนเองกล้าแสดงออกกล้า พูดต่อที่ชุมชนมากขึ้น มีความมั่นใจขึ้น
          - นางสมถวิล   ทวีชาติ นักวิจัยชุมชน ซึ่งรับผิดชอบงานจัดทำระบบบัญชีของโครงการ กล่าวว่า การร่วมดำเนินโครงการวิจัย ทำให้ได้พัฒนาทักษะในการทำงานที่หลากหลาย ตนเองมีการพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับคนอื่น ทำงานเป็นทีม มีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น กล้าแสดงออก มีทักษะในการพูดในที่ชุมชน จนพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้ความรู้ แก่ผู้อื่นในด้านการผลิตข้าวกล้องงอก นอกจากนั้นยังมีความรู้เรื่องระบบบัญชีมากขึ้นอีกด้วย 
          - นางลำพึง สุรินทร์ กล่าวว่า ตนเองได้เรียนรู้จากการทำงานวิจัย มีความรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชน การจัดสวัสดิการชุมชน นอกจากนั้นในด้านการพัฒนาตนเอง รู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น และกล้าแสดงออกมากขึ้นกว่าเดิม
          - นางสาววันปกา สุรินทร์ กล่าวว่า หลังจากเข้าร่วมโครงการวิจัยแล้ว ตนเองมีการเปลี่ยนแปลงไป พัฒนาในทางที่ดีขึ้น กล้าแสดงออกมากขึ้น มีทักษะ ในการพูด การนำเสนอในที่ประชุม ได้ฝึกฝนทักษะการเขียน ในด้านความคิดช่วยให้เราสามารถคิดวิเคราะห์ได้ มากขึ้นนอกจากนั้นยังได้มีความรู้ในชุมชน เช่น ประวัติศาสตร์ชุมชน ทรัพยากรชุมชน และในด้านสวัสดิการชุมชน
 
เจ้าขององค์ความรู้        ทีมวิจัยชุมชน
                             โครงการวิจัยศึกษารูปแบบการบริหารจัดการองค์กรทางการเงินชุมชน
                             เพื่อจัดสวัสดิการชุมชนบ้านรงระ ตำบลตูม อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ
 
 
         
 
 
 

โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (484)
สร้าง: 05 เม.ย. 2555 11:28 แก้ไข: 05 เม.ย. 2555 11:35


การเลี้ยงกบ

 

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ-สกุล          ธนสกล  มะลัยทอง
ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่   เบอร์โทรศัพท์      
045-697-445
ชื่อเรื่อง           การเลี้ยงกบ

เนื้อเรื่อง
ความเป็นมา
          ในสถานการณ์ที่สินค้าราคาแพง ค่าครองชีพสูงในภาวะปัจจุบัน การดำเนินชีวิตบนแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง น่าจะเป็นทางเลือกที่มีเหมาะสมที่สุด โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอปรางค์กู่ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ขึ้น โดยมีกิจกรรมคลินิกแก้จนที่นำครัวเรือนยากจนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ปี 2554 มาเรียนรู้เมนูอาชีพ แบบง่ายๆ ที่ทำได้หายจน ซึ่งเป็นกิจกรรมการสร้างงานสร้างรายได้แบบง่าย ๆ ให้แก่ครัวเรือนยากจน ในที่นี้ขอนำบทเรียน เทคนิคการเพาะถั่วงอกคอนโด มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อปรับใช้ในระดับครัวเรือนตามรายละเอียด ดังนี้

เทคนิคองค์ความรู้เรื่องกบ
          กบโดยทั่วไปนั้น ขนาดที่เหมาะสมส่าหรับการผสมพันธุ์คือ มีน้ำหนัก
300-700 กรัม อายุ 12-16 เดือนขึ้นไป โดยมีไข่แก่และน้ำเชื้อดี

พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์กบที่ดีควรมีลักษณะดังนี้คือ

1. มีสภาพสมบูรณ์ในระบบการผสมพันธุ์

2. มีอัตราการเติบโตปกติสม่ำเสมอ

3. เลี้ยงบำรุงด้วยอาหารอย่างดี

4. ไม่ควรได้รับการกระทบกระเทือนที่รุนแรง

5. ไม่มีบาดแผลตามลำตัว

6. ไม่มีโรคและพยาธิเบียดเบียน

7. มีรูปร่างสมส่วนตามสายพันธุ์

8. มีอายุถึงขั้นสมบูรณ์เพศ

          ธรรมชาติของกบ

          ในธรรมฮาติกบจะผสมพันธุ์และวางไข่ในฤดูฝน กบจะวางไข่ในบริเวณที่ มีน้ำตื้น มีพันธุ์ไม้น้ำขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นพอสมควร ปัจจัยที่มีผลเกี่ยวข้องต่อการ ผสมพันธุ์ของกบได้แก่

          1. อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการผสมพันธุ์และการวางไข่ของ กบต้องไม่ต่ำกว่า 25 องศาเชลเชียส และ่ไม่ควรมีอุณหภูมิที่สูงเกินไป โดยปกติ อุณหภูมิในประเทศไทยจะมีความเหมาะสมดีอยู่แล้ว

          2. แสงสว่าง เมี่อกบไข่แล้วหากแสงสว่างไม่เพียงพอ แม่กบจะ่ไม่ ยอมผละจากไข่จะยังคงเฝ้าและดูแลไข่ของตน และในกรณีของการฟักไข่ ไข่ที่อยู่ในที่ร่มแสงแดดส่องไม่ถึงก็จะไม่ค่อยฟักออกเป็นตัวเช่นกัน

          3. ความชื้น โดยสัญชาตญาณกบจะไม่วางไข่ในที่แล้ง กบจะไข่ ภายหลังฝนตาหรือระหว่างที่ฝนตก ดังนั้นในการกระตุ้นให้กบผสมพันธุ์และ วางไข่โดยวิธีการฉีดโปรยให้เหมือนกับมีฝนตก จะช่วยให้กบผสมพันธุ์และ วางไข่ดีขั้น

          4. หลังจากผสมพันธุ์แล้ว 2-3 วัน ไข่กบที่จมอยู่ก้นบ่อก็จะค่อยๆลอยขึ้นพร้อม ๆ กัน มีวุ้นหุ้มโดยรอบ เพื่อช่วยปัองกันความร้อน และช่วยรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสมกับาารฟักเป็นตัว และยังช่วยปัองกันมิให้เชื้อโรดเข้าทำลายไข่ ทั้งยังทำให้ไข่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนอีกด้วย

บ่อและการสร้างบ่อ

          บ่อเลี้ยงกบควรจะสร้างด้วยคอนกรีต หรือวัสคุอี่น ๆ ที่มีความแข็งแรงพอสมควร สามารถป้องกันไม่ให้กบหนี และป้องกันศัตรูจากภายนอกไม่ให้เข้าไปทำลายกบได้ บ่อเลี้ยง กบที่ดีควรมีลักษณะดังนี้คือ

          1. บ่อรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ควรมีความกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ส่วนบ่อกลม ควรมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 เมตร
          2. บ่อรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทำชานบ่อทางด้านกว้างทั้ง 2 ด้านให้ชานบ่อยาว 30 เชนติเมตร กว้าง 1.5 เมตร โดยให้ชานลาดเอียงสู่กลางบ่อ ส่วนทางด้านยาวทำลาดเอียงสู่ท่อระบายน้ำ ส่าหรับบ่อกลมพื้นบ่อควรลาดเอียงสู่จุดศูนย์กลางของบ่อซึ่งเป็นที่ระบายน้ำทิ้งมีดวามลึกประมาณ 12 เชนติเมตร
          3. คันบ่อ ควรสูงอย่างน้อย 60 เซนติเมตร และกั้นด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันกบกระโดดออกจากบ่อเลี้ยง
          4. หลังคาควรมีหลังคาคลุมบ่อเลี้ยงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเนื้อที่บ่อหลังคาจะช่วยบดบังแสงแดดและป้องกันมิให้กบตกใจด้วย

          ส่าหรับการสร้างบ่อเลียงกบด้วยคอนกรีตนั้น หลังจากการสร้างบ่อเสร็จน้ำในบ่อจะมีสภาพเป็นด่างมากยังไม่เหมาะที่จะใช้เลี้ยงกบ ให้แก้ไขโดยใช้สารส้มหนัก 1 กิโลกรัม ต่อน้ำนบ่อ 1 ลูกบาศก์เมตร แช่ทิ์งไว้ 3-4 วัน จึงถ่ายน้ำทิ้งแล้วขัดให้สะอาดด้วยแปรง ตากบ่อให้แห้งเติมน้ำใหม่ลงไปก็เริ่มใช้เลี้ยงกบได้ ข้อควรระวังดืออย่าตากบ่อคอนกรีต ไว้นานจะทำให้บ่อแตกร้าวได้

การผสมพันธ์กบ

1. การผสมพันธุ์ในฤดูผสมพันธ์

ส่วนมากในคืนแรกหรือคืนที่ 2 หลัจงจากฝนตก กบจะทำการผสมพันธุ์ วางไข่แต่ อาจยึดเยื้อไปได้อีก โดยจะผสมพันธุ์วางไข่หลังจากฝนตกประมาณ 5-7 วัน เมื่อเลือกกบ ที่มีลักษณะดีแล้วให้นำมาปล่อยในบ่อผสมพันธุ์ในอัตราตัวผู้ 2 ตัวต่อตัวเมีย 10 ตัว (ตัวผู้กับตัวเมียมีขนาดเท่ากัน) ระดับน้ำในบ่อลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร ภายในบ่อ ใส่พวกสาหร่ายลงไปด้วยพอประมาณ รักษาระตับน้ำให้คงที่ตลอดเวลา ในช่วงนี้งดให้ อาหารประมาณ 2-3 วัน ถ้ายังไม่มีฝนตกให้เปลี่ยนน้ำใหม่และอาจพ่นน้ำในบ่อผสมพันธุ์ ไห้เหมือนกับฝนตก หลังจากนันกบก็จะผสมพันธุ์และวางไข่ในเวลาเช้ามืด ภายในบ่อผสมพันธุ์จะใส่พันธุ์ไม้น้ำด้วย

2. การผสมพันธุ์นอกฤด

ได้มีผู้คิดค้นและทดลองปฎิบัติกันหลายวิธี เช่น เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งจะเติมน้ำจนเต็ม บ่อเลี้ยงกบ และฉีดน้ำให้กบชุ่มชื้นอย่างน้อย 2 วันต่อครั้ง แล้วถ่ายน้ำออกปล่อยให้บ่อแห้ง ประมาณ 2-3 วัน เมื่อบ่อแห้งดีแล้วจีงทำการคลุมหลังคาให้ร่มครึ้มอย่างเดิมอีกครั้ง หลังจาก นั้นฉีดน้ำให้บ่อกบชุ่มชื้น 6-7 วันติดต่อกัน แล้วฉีดน้ำต่ออีก 15 นาที สังเกตว่าในตอน กลางคืนกบจะร้อง พอเช้าให้ฉีดน้ำในตอนเที่ยงและบ่ายครั้งละครี่งธั่วโมง หลังจากนั้นใน เวลาประมาณ 4 นาฬิกาถึง 5 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น กบก็จะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่ จากนั้นก็จะแยกกันไปหลบในที่อาศัย ผู้เลี้ยงก็จะสามารถจับพ่อและแม่พันธุ์คืนสู่บ่อเลี้ยงเดิมได้

กรณีดังกล่าวนีค่อนข้างยุ่งยาก ทางที่ดีควรแยกเลี้ยงพ่อและะแม่พันธุ์กบ เมื่อ ต้องการจะเพาะก็คัดพ่อพันธุ์กบที่มีน้ำเชื้อดีและแม่พันธุ์ที่มีไข่แก่ลงบ่อเพาะที่เตรียมไว้ดัง ได้กล่าวแล้วข้างต้น กบจะผสมพันธุ์วางไข่ในคืนแรกหรือคืนที่ 2 ถ้ากบไม่วางไข่จะต้อง เปลี่ยนน้ำใหม่อีกครั้ง กบอาจผสมพันธุ์วางไข่ได้ แต่ถ้ากบยังไม่วางไข่ก็ต้อูปลี่ยนพ่อและ แม่พันธุ์ไหม่

เจ้าขององค์ความรู้

          ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านรงระ
          นางสมถวิล ทวีชาติ  อยู่บ้านเลขที่  ๓๒  บ้านรงระ หมู่ที่ ๘  ตำบลตูม                  อำเภอปรางค์กู่  จังหวัดศรีสะเกษ

 

 

 


โดย อำเภอปรางค์กู่ ความคิดเห็น (0) | ดู (448)
สร้าง: 05 เม.ย. 2555 11:24 แก้ไข: 05 เม.ย. 2555 11:24
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION