อำเภออุทุมพรพิสัย :: โปรไฟล์

KM Blog ของ อำเภออุทุมพรพิสัย

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตแก้ปัญหาความยากจนในชุมชน

 

                              แบบบันทึกองค์ความรู้
 
ชื่อ – นามสกุล            นางมัจฉา    สมานรัตน์
ตำแหน่ง                     นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                         สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย    
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก   ๐๘-๑๒๖๖-๑๑๓๖,๐๘-๓๓๗๘-๘๗๐๐
ชื่อเรื่อง    กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตแก้ปัญหาความยากจนในชุมชน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ  ความยากจนของคนในชุมชน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ       ปี พ.ศ. ๒๕๕๕
สถานที่เกิดเหตุ     บ้านสิม หมู่ที่ ๘ ตำบลโคกจาน อำเภออุทุมพรพิสัย    จังหวัดสรีสะเกษ
 
เนื้อเรื่อง               
               ในปี ๒๕๓๐     บ้านสิม  หมู่ที่ 8 ตำบลโคกจาน  มีปัญหาเรื่องความยากจนในชุมชนมาก ไม่มีกลุ่ม/องค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น เคยรวมกลุ่มตั้งกลุ่มอาชีพทอผ้าไหมแต่ก็เลิกกิจการในที่สุด คนในชุมชนขาดความสามัคคี ไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ จากการสำรวจข้อมูล จปฐ. คนในชุมชนมีรายได้ไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ.มากกว่า ๕๐ % ชาวบ้านไม่มีเงินทุนในการประกอบอาชีพ ส่วนหนึ่งเป็นหนี้นอกระบบ ชุมชนมีปัญหาเรื่องยาเสพติดผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกให้กับชุมชน โดยเชิญพัฒนากรประสานงานตำบลมาเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและมีมีมติร่วมกันให้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตขึ้นมา มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก โดยสมาชิกสะสมเงินทุนกันทีละเล็กละน้อยประจำ สม่ำเสมอ นำฝากธนาคารเดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันที่ ๑๐ ของเดือน มีสมาชิกก่อตั้งจำนวน ๘๑  คน เงินสัจจะสะสม  ๑,๖๒๐ บาท/เดือน การดำเนินงานยึดคุณธรรม 5 ประการ คือความซื่อสัตย์ ความเสียสละ ความรับผิดชอบ ความเห็นอกเห็นใจกันและความไว้วางใจกัน มีการจัดเวทีประชาคมในการคัดเลือกคณะกรรมการ 4 ฝ่าย คือคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการฝ่ายตรวจสอบ คณะกรรมการฝ่ายเงินกู้ และคณะกรรมการฝ่ายส่งเสริม ผ่านมาระยะหนึ่งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสิมเปลี่ยนสภาพเป็นเงินทุนก้อนแรกที่เป็นของสมาชิกทุกคนร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น จึงได้นำมาให้สมาชิกที่มีความจำเป็นและต้องการเงินทุนกู้ยืมไปประกอบอาชีพ โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1  บาท/เดือน สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะมีการออมเงินกับกลุ่มออมทรัพย์ฯ มีทุนในการประกอบอาชีพเสริม กลุ่มมีรายได้ สิ้นปีมีเงินกำไรปันผลให้กับสมาชิก  คนในชุมชนเริ่มเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มและการระดมทุนในชุมชมสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี
 ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง จนถึงปัจจุบัน ผ่านมากว่า ๒๕ ปี กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสิม ก็ยังดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน ๑๙๗ คน มียอดเงินสัจจะสะสมของสมาชิกจำนวน ๑๑๐,๔๐๐ บาท/เดือน รวมเงินสัจจะสะสมทั้งสิ้น ๒,๐๙๔,๐๐๐ บาท  มีครัวเรือนในหมู่บ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่ม ๑๐๐% สมาชิกไม่มีหนี้นอกระบบ
กิจกรรมของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
๑. รับฝากเงินสัจจะจากสมาชิก
๒.    ปล่อยเงินกู้ให้สมาชิกกู้ยืม
๓.      ธนาคารข้าว
การจัดสรรผลกำไร
                        -ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน     10 %
                        -ปันผลคืนตามหุ้นสมาชิก        70 %
                        -สาธารณประโยชน์                 5 %
                         -ค่าตอบแทนคณะกรรมการ     10 %
                         -สวัสดิการคนจน คนด้อยโอกาส ผู้ได้รับความเดือดร้อน 5%
                        - ช่วยงานศพครัวเรือนสมาชิก ครั้งละ 300 บาท
                        - มอบทุนการศึกษาให้บุตรสมาชิก ปี ละ 5 ทุน ๆ ละ 300 บาท
                        - และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ได้รับความ  เดือดร้อนครั้งละ 300 บาท
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสิม  ได้ส่งเสริมแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้
                       ๑. ด้านการลดรายจ่าย สมาชิกได้กู้ยืมเงินกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไปปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ ไว้กินเอง และลดละเลิกอบายมุข
                       ๒.  ด้านการเพิ่มรายได้ สมาชิกได้กู้ยืมเงินกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไปประกอบอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือน โดยเฉพาะ อาชีพทอผ้าไหม เป็นอาชีพเสริมของสมาชิกทุกครัวเรือน           
                       ๓. ด้านการประหยัด หมู่บ้านมีกลุ่มออมทรัพย์ฯ และทุกครัวเรือนในชุมชนเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ฯ
                       ๔. ด้านการเรียนรู้ สมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ฯ ทุกครัวเรือนมีการเรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การทอผ้าไหมลวดลายต่าง ๆ โดยเฉพาะลายลูกแก้ว จะเป็นลายเอกลักษณ์ของหมู่บ้านและขึ้นชื่อของจังหวัดศรีสะเกษ และสมาชิกทุกครัวเรือนมีการเรียนรู้ดำรงวิถีชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ การดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย
                      ๕. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านสิม ได้ส่งเสริมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยจัดสรรผลกำไรส่วนหนึ่งเป็นสาธารณะประโยชน์ 5% เพื่อสมทบในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้าน, ขุดลอกหนองน้ำต่าง ๆ ฯลฯ                     
                       ๖. ด้านการเอื้ออารีย์ต่อกัน กลุ่มออมทรัพย์ฯ บ้านสิม ได้จัดสรรผลกำไรส่วนหนึ่งในการจัดสวัสดิการคนจน คนด้อยโอกาส ผู้ได้รับความเดือดร้อน 5% โดยนำมาดำเนินการดังนี้
                                 - ช่วยงานศพครัวเรือนสมาชิก ครั้งละ 300 บาท
                                 - มอบทุนการศึกษาให้บุตรสมาชิก ปี ละ 5 ทุน ๆ ละ 300 บาท
                                 - และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ได้รับความ  เดือดร้อนครั้งละ 300 บาท
บันทึกขุมความรู้  (Knowledge Assets)
Ø    ศึกษาแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตให้ชัดเจน
Ø     กรรมการต้องมาจากการเลือกตั้งของสมาชิก หน้าที่ของกรรมการต้องกำหนดให้ชัดเจน และคณะกรรมการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่
Ø    ระเบียบข้อบังคับของกลุ่ม กำหนดขึ้นโดยเวทีประชาคม บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และมีการปรับปรุง ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา สถานการณ์
Ø    มีการวางแผนการดำเนินงานของกลุ่ม และปฏิบัติตามแผน
Ø    มีการจัดทำทะเบียน/เอกสาร ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
แก่นความรู้ (Core Competency)
๑.  ศึกษาสภาพปัญหา ความยากจน ของคนในหมู่บ้าน วิเคราะห์ปัญหาร่วมกับคนในชุมชน
๒.  หาข้อยุติ เหตุผลความจำเป็นของการเก็บออมเงินโดยใช้มติจากเวทีประชาคม เป็นสำคัญ
๓.   มีการติดตาม แลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง
๔.  ยึดแนวทางการดำเนินของกลุ่มออมทรัพย์กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหลัก
กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.      คณะกรรมการต้องมีความเสียสละ มีจิตสาธารณะ สมาชิกต้องซื่อสัตว์ สุจริต เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
๒.    ยึดหลักการมีส่วนร่วม ความโปร่งใส ในการปฏิบัติงาน
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
                         ๑ .คู่มือแนวทางการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
                         ๒. การแก้ไขปัญหาความยากจน
                         ๓. การมีส่วนร่วม
 

 
เจ้าของความรู้ นางมัจฉา    สมานรัตน์ ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
 

 
 

โดย อำเภออุทุมพรพิสัย ความคิดเห็น (0) | ดู (280)
สร้าง: 10 ก.ย. 2555 11:18 แก้ไข: 10 ก.ย. 2555 11:18


เทคนิคการแก้ไขปัญหาครัวเรือนเป้าหมายไม่ส่งใช้เงินยืม กข.คจ.

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ – นามสกุล           นางสาวสุริยาวดี ภิรมย์
ตำแหน่ง                    นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด              สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก  ๐๘ - ๑๓๙๐ – ๒๕๒๕
ชื่อเรื่อง  ทคนิคการแก้ไขปัญหาครัวเรือนเป้าหมายไม่ส่งใช้เงินยืม กข.คจ.
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ หนี้ค้างชำระของครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงิน กข.คจ.
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ   ปี พ.ศ. ๒๕๕๕
สถานที่เกิดเหตุการณ์     ตำบลรังแร้ง อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัดศรีสะเกษ
เนื้อเรื่อง
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๖ เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชนดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)  เพื่อตอบสนองนโยบายการกระจายรายได้และความเจริญ ไปสู่ส่วนภูมิภาค กระจายโอกาสให้คนยากจนระดับครัวเรือนในหมู่บ้านเป้าหมาย มีเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนยากจนให้ดีขึ้น ผ่านเกณฑ์ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน(จปฐ.)โดยสนับสนุนเงินทุนให้หมู่บ้านเป้าหมายหมู่บ้านละ ๒๘๐,๐๐๐ บาท ซึ่งการบริหารจัดการจะมีคณะกรรมการเป็นผู้บริหาร ภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน 
                    ข้าพเจ้าได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัยในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ จำนวน ๒ ตำบล โดยตำบลรังแร้งเป็นตำบลหนึ่งที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบ ในตำบลนี้มีหมู่บ้านป้าหมายดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) จำนวน ๕ หมู่บ้าน  ซึ่งบ้านขี้เหล็ก หมู่ที่ ๓ และบ้านโนน หมู่ที่ ๘ ตำบลรังแร้ง ก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับเงินทุนตามโครงการ กข.คจ. เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ จำนวน ๒๘๐,๐๐๐ บาท จากการติดตามกองทุน กข.คจ. บ้านโนน หมู่ที่ ๘ พบว่าคณะกรรมการได้อนุมัติเงินให้ครัวเรือนเป้าหมายยืมเพื่อประกอบอาชีพ โดยทำสัญญาส่งใช้เงินยืมภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี ในการดำเนินงานสองปีแรก (พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๔๒) ที่มีการบริหารจัดการเงินทุน ยังไม่พบปัญหาอุปสรรค กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการได้อนุมัติให้ครัวเรือนเป้าหมายยืมเงิน จำนวน ๕๐ ราย เป็นเงิน ๒๗๙,๙๐๐ บาท กำหนดส่งใช้เงินยืมภายในระยะเวลา ๑ ปี (ครบกำหนดคืนเงินยืมในปี พ.ศ. ๒๕๔๔) ไม่พบหลักฐานสัญญายืมเงิน มีเพียงทะเบียนคุมลูกหนี้เท่านั้น ปรากฎว่าครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินทั้ง ๕๐ ราย ไม่ส่งใช้เงินยืมตามกำหนด รวมระยะเวลาหนี้ค้างชำระ ๑๑ ปี  ส่วนบ้านขี้เหล็ก หมู่ที่ ๓ พบว่ามีการแยกหมู่บ้านเป็นบ้านขี้เหล็กพัฒนา หมู่ที่ ๑๒ ทำให้ครัวเรือนเป้าหมายเดิมไปขึ้นกับหมู่ที่ ๑๒ จึงไม่ส่งใช้เงินยืม จำนวน ๑๓ ราย ส่วนครัวเรือนเป้าหมายในบ้านขี้เหล็กเองบางส่วนก็ไม่ส่งใช้เกรงจะเสียเปรียบคนที่ไม่ส่งใช้เงินยืม รวมระยะเวลาหนี้ค้างชำระ ๑๑ ปี หลังจากทราบข้อมูลข้าพเจ้าได้พยายามติดตามแก้ไขปัญหา โดยทำหนังสือจากอำเภอแจ้งคณะกรรมการกองทุนขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานและให้ข้อมูลถึงสาเหตุของปัญหาว่าเกิดจากสาเหตุใดบ้าง และทราบว่ามีใครบ้างที่มีหนี้ค้างชำระจำนวนเงินคนละเท่าใด เมื่อได้ข้อมูลแล้ว จากนั้นได้ลงพื้นที่บ่อยขึ้นเพื่อทำความรู้จักและสร้างความคุ้นเคยให้กับคนในหมู่บ้าน เป็นการหาข้อมูลเชิงลึกถึงสาเหตุของปัญหาว่าเกิดจากสาเหตุใด เป็นการหาข้อมูลทั้งสองฝ่าย จากนั้นได้ทำหนังสือจากอำเภอเชิญประชุมทั้งคณะกรรมการและครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินเพื่อขอทราบปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ปรากฏว่าครั้งที่ ๑ คณะกรรมการมาประชุมเพียงคนเดียว ส่วนครัวเรือนเป้าหมายมาประชุม ๕ คน คนที่มาประชุมให้นัดประชุมใหม่อีกครั้งบอกว่าคนส่วนใหญ่ไม่ว่างในช่วงเช้า ใน ๓ วันต่อมาได้เรียกประชุมอีกครั้ง โดยมีคณะกรรมการมาประชุม ๓ คน และครัวเรือนเป้าหมายมาประชุมไม่ถึง ๑๐ คน ทำให้ไม่สามารถประชุมได้ จึงได้นัดประชุดใหม่อีกครั้งในครั้งนี้ประชุมในวันอาทิตย์เพื่อทุกคนจะได้ไม่มีข้ออ้าง ครั้งนี้มีคณะกรรมการมาประชุม ๕ คน ครัวเรือนเป้าหมายมาประชุม ๓๒ คน ข้าพเจ้าได้สร้างความเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานโครงการ กข.คจ. และระเบียบให้ทุกคนได้ทราบ และตรวจสอบหนี้ค้างชำระของครัวเรือนเป้าหมายแต่ละรายว่าตรงกับทะเบียนคุมลูกหนี้หรือไม่ พร้อมให้ครัวเรือนเป้าหมายที่ได้ตรวจสอบยืนยันจำนวนหนี้ค้างชำระแล้วลงชื่อรับสภาพหนี้ไว้เป็นหลักฐานในทันที อีกทั้งใช้เวทีประชาคมช่วยตรวจสอบว่าใครเป็นหนี้อยู่บ้าง และกำหนดวันชำระหนี้ร่วมกันโดยใช้มติที่ประชุม สำหรับครัวเรือนเป้าหมายที่ไม่มาประชุมในครั้งนี้ได้ให้ผู้เข้าประชุมประชาสัมพันธ์โดยบอกต่อกันเรื่อยๆ และมอบหมายให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. นำหนังสือรับสภาพหนี้ไปให้ทุกคนลงชื่อไว้เป็นหลักฐานทุกราย โดยกำชับคณะกรรมการว่าหากคนใดไม่ยอมลงชื่อรับสภาพหนี้ให้แจ้งให้พัฒนากรทราบพัฒนากรจะไปพบด้วยตนเองที่บ้าน โดยให้คณะกรรมการสำเนาหนังสือรับสภาพหนี้ทุกฉบับให้พัฒนากรเก็บไว้เป็นหลักฐาน ๑ ชุด และให้รายงานความก้าวหน้าพร้อมปัญหาอุปสรรคให้ทราบเป็นระยะ ก่อนถึงวันครบกำหนดชำระเงินยืม ให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนทราบ พอถึงกำหนดนัดชำระเงินยืมข้าพเจ้าไม่สามารถไปร่วมได้ ปรากฏว่ามีครัวเรือนไม่ยอมส่งใช้เงินยืมทั้งที่นำเงินเตรียมที่จะมาส่งใช้คืน แต่ไม่เห็นพัฒนากรมาก็เลยไม่ใช้หนี้  จึงได้ให้คณะกรรมการนัดส่งใช้เงินยืมอีกครั้งในวันอาทิตย์และให้ประชาสัมพันธ์ว่าในวันนี้จะมีพัฒนากรมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย หากใครที่ไม่ส่งใช้หนี้ในครั้งนี้ ให้พบพัฒนากรตำบลเพื่อให้เหตุผลความจำเป็นรายบุคคลเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วยปรากฏว่าในวันนี้ทุกคนนำเงินมาส่งคืนครบทุกราย
                 ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในพื้นที่ถึงเรื่องนี้ ได้เหตุผลว่า ไม่เคยมีใครมาติดตามใกล้ชิดขนาดนี้ และคณะกรรมการก็ไม่เคยตืดตามทวงถาม ทุกคนยอมใช้หนี้ก็เพราะความคุ้นเคยเกรงใจและไว้วางใจหัวหน้า และ
กรณีเช่นนี้ก็เกิดขึ้นถึง ๓ หมู่บ้านภายในตำบลรังแร้งและก็ใช้วิธีการเดียวกันในการแก้ไขปัญหา ปัจจุบันสามารถแก้ปัญหาได้แล้วทุกหมู่บ้าน
ขุมความรู้
๑.      การรายงานข้อมูลภาวะหนี้สินอย่าเชื่อข้อมูลที่คณะกรรมการรายงานมาเพียงอย่างเดียว
ต้องตรวจสอบให้แน่ใจทุกครั้ง
๒.      เข้าให้ถึงชุมชน ลงพื้นที่ที่พบปัญหาบ่อยๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับชุมชน สร้างศรัทธาในตัวเราเอง จะทำให้เกิดความเกรงใจ
๓.      อย่าสรุปข้อมูลที่ได้เพียงข้างเดียว ต้องหาข้อมูลให้ครบทุกฝ่ายเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
๔.      ข้อมูลต้องแม่นยำ ถูกต้อง เชื่อถือได้
๕.      ไม่หนีปัญหา กล้าเผชิญปัญหา
๖.      อย่าเกี่ยงเรื่องเวลา
๗.      การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน
๘.      ติดตามอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องทุกขั้นตอน และยึดระเบียบเป็นหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
๙.      เริ่มจากผู้นำและเครือญาติต้องทำเป็นแบบอย่าง
แก่นความรู้
การติดตามงาน หากพบปัญหา ต้องรีบแก้ไข และต้องแก้ให้สุด อย่าทำเพียงครึ่งๆ กลางๆ จะ
ทำให้ปัญหาไม่สิ้นสุด ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทุกระยะ ทุกขั้นตอน จนสำเร็จ ตั้งแต่ ตรวจสอบ ประชุมหามติ ติดตาม กำกับดูแล ตั้งแต่ลูกหนี้มีใครบ้าง ส่งใช้กี่ราย จำนวนเงินเท่าใด คณะกรรมการนำเงินฝากธนาคารครบถ้วนหรือไม่อย่างไร เหลือใครยังไม่ส่งใช้ พบปะพูดคุยหาทางออกร่วมกัน หากนัดกำหนดส่งใช้เงินพัฒนากรต้องลงไปร่วมในทุกขั้นตอน
                  
                                                    

โดย อำเภออุทุมพรพิสัย ความคิดเห็น (0) | ดู (227)
สร้าง: 10 ก.ย. 2555 11:07 แก้ไข: 10 ก.ย. 2555 11:07


เทคนิคการแ้้ก้ไขปัญหาครัวเรือนไม่ส่งใช้เงินยืม กข.คจ.

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ – นามสกุล                      นางสาวสุริยาวดี  ภิรมย์

ตำแหน่ง                             นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด                                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก     ๐๘ - ๑๓๙๐ – ๒๕๒๕

ชื่อเรื่อง                              ทคนิคการแก้ไขปัญหาครัวเรือนเป้าหมายไม่ส่งใช้เงินยืม กข.คจ.

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ       หนี้ค้างชำระของครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงิน กข.คจ.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ              ปี พ.ศ. ๒๕๕๕

สถานที่เกิดเหตุการณ์               ตำบลรังแร้ง  อำเภออุทุมพรพิสัย  จังหวัดศรีสะเกษ

เนื้อเรื่อง

                        มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๖ เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชนดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)  เพื่อตอบสนองนโยบายการกระจายรายได้ และความเจริญ ไปสู่ส่วนภูมิภาค กระจายโอกาสให้คนยากจนระดับครัวเรือนในหมู่บ้านเป้าหมาย มีเงินทุนในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนยากจนให้ดีขึ้น ผ่านเกณฑ์ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน (จปฐ.) โดยสนับสนุนเงินทุนให้หมู่บ้านเป้าหมายหมู่บ้านละ ๒๘๐,๐๐๐ บาท  ซึ่งการบริหารจัดการจะมีคณะกรรมการเป็นผู้บริหาร ภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน 

                    ข้าพเจ้าได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัยในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ จำนวน ๒ ตำบล โดยตำบลรังแร้งเป็นตำบลหนึ่งที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบ ในตำบลนี้มีหมู่บ้านป้าหมายดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) จำนวน ๕ หมู่บ้าน  ซึ่งบ้านขี้เหล็ก หมู่ที่ ๓ และบ้านโนน หมู่ที่ ๘ ตำบลรังแร้ง ก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับเงินทุนตามโครงการ กข.คจ. เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ จำนวน ๒๘๐,๐๐๐ บาท จากการติดตามกองทุน กข.คจ. บ้านโนน หมู่ที่ ๘ พบว่าคณะกรรมการได้อนุมัติเงินให้ครัวเรือนเป้าหมายยืมเพื่อประกอบอาชีพ โดยทำสัญญาส่งใช้เงินยืมภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี ในการดำเนินงานสองปีแรก (พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๔๒) ที่มีการบริหารจัดการเงินทุน ยังไม่พบปัญหาอุปสรรค กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการได้อนุมัติให้ครัวเรือนเป้าหมายยืมเงิน จำนวน ๕๐ ราย เป็นเงิน ๒๗๙,๙๐๐ บาท กำหนดส่งใช้เงินยืมภายในระยะเวลา ๑ ปี (ครบกำหนดคืนเงินยืมในปี พ.ศ. ๒๕๔๔) ไม่พบหลักฐานสัญญายืมเงิน มีเพียงทะเบียนคุมลูกหนี้เท่านั้น ปรากฎว่าครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินทั้ง ๕๐ ราย ไม่ส่งใช้เงินยืมตามกำหนด รวมระยะเวลาหนี้ค้างชำระ ๑๑ ปี  ส่วนบ้านขี้เหล็ก หมู่ที่ ๓ พบว่ามีการแยกหมู่บ้านเป็นบ้านขี้เหล็กพัฒนา หมู่ที่ ๑๒ ทำให้ครัวเรือนเป้าหมายเดิมไปขึ้นกับหมู่ที่ ๑๒  จึงไม่ส่งใช้เงินยืม จำนวน ๑๓ ราย ส่วนครัวเรือนเป้าหมายในบ้านขี้เหล็กเองบางส่วนก็ไม่ส่งใช้เกรงจะเสียเปรียบคนที่ไม่ส่งใช้เงินยืม รวมระยะเวลาหนี้ค้างชำระ ๑๑ ปี หลังจากทราบข้อมูลข้าพเจ้าได้พยายามติดตามแก้ไขปัญหา โดยทำหนังสือจากอำเภอแจ้งคณะกรรมการกองทุนขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานและให้ข้อมูลถึงสาเหตุของปัญหาว่าเกิดจากสาเหตุใดบ้าง และทราบว่ามีใครบ้างที่มีหนี้ค้างชำระจำนวนเงินคนละเท่าใด เมื่อได้ข้อมูลแล้ว จากนั้นได้ลงพื้นที่บ่อยขึ้นเพื่อทำความรู้จักและสร้างความคุ้นเคยให้กับคนในหมู่บ้าน เป็นการหาข้อมูลเชิงลึกถึงสาเหตุของปัญหาว่าเกิดจากสาเหตุใด เป็นการหาข้อมูลทั้งสองฝ่าย จากนั้นได้ทำหนังสือจากอำเภอเชิญประชุมทั้งคณะกรรมการและครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินเพื่อขอทราบปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ปรากฏว่าครั้งที่ ๑ คณะกรรมการมาประชุมเพียงคนเดียว ส่วนครัวเรือนเป้าหมายมาประชุม ๕ คน คนที่มาประชุมให้นัดประชุมใหม่อีกครั้งบอกว่าคนส่วนใหญ่ไม่ว่างในช่วงเช้า ใน ๓ วันต่อมาได้เรียกประชุมอีกครั้ง โดยมีคณะกรรมการมาประชุม ๓ คน และครัวเรือนเป้าหมายมาประชุมไม่ถึง ๑๐ คน ทำให้ไม่สามารถประชุมได้ จึงได้นัดประชุดใหม่อีกครั้งในครั้งนี้ประชุมในวันอาทิตย์เพื่อทุกคนจะได้ไม่มีข้ออ้าง ครั้งนี้มีคณะกรรมการมาประชุม ๕ คน ครัวเรือนเป้าหมายมาประชุม ๓๒ คน ข้าพเจ้าได้สร้างความเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานโครงการ กข.คจ. และระเบียบให้ทุกคนได้ทราบ และตรวจสอบหนี้ค้างชำระของครัวเรือนเป้าหมายแต่ละรายว่าตรงกับทะเบียนคุมลูกหนี้หรือไม่ พร้อมให้ครัวเรือนเป้าหมายที่ได้ตรวจสอบยืนยันจำนวนหนี้ค้างชำระแล้วลงชื่อรับสภาพหนี้ไว้เป็นหลักฐานในทันที อีกทั้งใช้เวทีประชาคมช่วยตรวจสอบว่าใครเป็นหนี้อยู่บ้าง และกำหนดวันชำระหนี้ร่วมกันโดยใช้มติที่ประชุม สำหรับครัวเรือนเป้าหมายที่ไม่มาประชุมในครั้งนี้ได้ให้ผู้เข้าประชุมประชาสัมพันธ์โดยบอกต่อกันเรื่อยๆ และมอบหมายให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. นำหนังสือรับสภาพหนี้ไปให้ทุกคนลงชื่อไว้เป็นหลักฐานทุกราย โดยกำชับคณะกรรมการว่าหากคนใดไม่ยอมลงชื่อรับสภาพหนี้ให้แจ้งให้พัฒนากรทราบพัฒนากรจะไปพบด้วยตนเองที่บ้าน โดยให้คณะกรรมการสำเนาหนังสือรับสภาพหนี้ทุกฉบับให้พัฒนากรเก็บไว้เป็นหลักฐาน ๑ ชุด และให้รายงานความก้าวหน้าพร้อมปัญหาอุปสรรคให้ทราบเป็นระยะ ก่อนถึงวันครบกำหนดชำระเงินยืม ให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนทราบ พอถึงกำหนดนัดชำระเงินยืมข้าพเจ้าไม่สามารถไปร่วมได้ ปรากฏว่ามีครัวเรือนไม่ยอมส่งใช้เงินยืมทั้งที่นำเงินเตรียมที่จะมาส่งใช้คืน แต่ไม่เห็นพัฒนากรมาก็เลยไม่ใช้หนี้  จึงได้ให้คณะกรรมการนัดส่งใช้เงินยืมอีกครั้งในวันอาทิตย์และให้ประชาสัมพันธ์ว่าในวันนี้จะมีพัฒนากรมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย หากใครที่ไม่ส่งใช้หนี้ในครั้งนี้ ให้พบพัฒนากรตำบลเพื่อให้เหตุผลความจำเป็นรายบุคคลเพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วยปรากฏว่าในวันนี้ทุกคนนำเงินมาส่งคืนครบทุกราย ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในพื้นที่ถึงเรื่องนี้ ได้เหตุผลว่า ไม่เคยมีใครมาติดตามใกล้ชิดขนาดนี้ และคณะกรรมการก็ไม่เคยตืดตามทวงถาม ทุกคนยอมใช้หนี้ก็เพราะความคุ้นเคยเกรงใจและไว้วางใจหัวหน้า และกรณีเช่นนี้ก็เกิดขึ้นถึง ๓ หมู่บ้านภายในตำบลรังแร้งและก็ใช้วิธีการเดียวกันในการแก้ไขปัญหา ปัจจุบันสามารถแก้ปัญหาได้แล้วทุกหมู่บ้าน

ขุมความรู้

๑.      การรายงานข้อมูลภาวะหนี้สินอย่าเชื่อข้อมูลที่คณะกรรมการรายงานมาเพียงอย่างเดียวต้องตรวจสอบให้แน่ใจทุกครั้ง

๒.      เข้าให้ถึงชุมชน ลงพื้นที่ที่พบปัญหาบ่อยๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับชุมชน สร้างศรัทธาในตัวเราเอง  จะทำให้เกิดความเกรงใจ

๓.      อย่าสรุปข้อมูลที่ได้เพียงข้างเดียว ต้องหาข้อมูลให้ครบทุกฝ่ายเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

๔.      ข้อมูลต้องแม่นยำ ถูกต้อง เชื่อถือได้

๕.      ไม่หนีปัญหา กล้าเผชิญปัญหา

๖.      อย่าเกี่ยงเรื่องเวลา

๗.      การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน

๘.      ติดตามอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องทุกขั้นตอน และยึดระเบียบเป็นหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

๙.      เริ่มจากผู้นำและเครือญาติต้องทำเป็นแบบอย่าง

แก่นความรู้

การติดตามงาน หากพบปัญหา ต้องรีบแก้ไข และต้องแก้ให้สุด อย่าทำเพียงครึ่งๆ กลางๆ จะทำให้ปัญหาไม่สิ้นสุด  ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทุกระยะ ทุกขั้นตอน จนสำเร็จ ตั้งแต่ ตรวจสอบ ประชุมหามติ ติดตาม กำกับดูแล ตั้งแต่ลูกหนี้มีใครบ้าง ส่งใช้กี่ราย  จำนวนเงินเท่าใด คณะกรรมการนำเงินฝากธนาคารครบถ้วนหรือไม่อย่างไร เหลือใครยังไม่ส่งใช้ พบปะพูดคุยหาทางออกร่วมกัน หากนัดกำหนดส่งใช้เงินพัฒนากรต้องลงไปร่วมในทุกขั้นตอน

                  

                                                    

                                     


โดย อำเภออุทุมพรพิสัย ความคิดเห็น (0) | ดู (225)
สร้าง: 10 ก.ย. 2555 10:53 แก้ไข: 10 ก.ย. 2555 10:53


ถอดบทเรียนจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านหนองหัวหมู หมู่ ๗

 

 

 

 

 

 

 

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ นามสกุล                      นางสาวณัฏวรรณ วัชรธรรม

ตำแหน่ง                             นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ

สังกัด                                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย    จังหวัดศรีสะเกษ

เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก    ๐๘๙๗๒๒๓๓๗๑

ชื่อเรื่อง                              ถอดบทเรียนจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านหนองหัวหมู หมู่ ๗

ต.สระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ       ความยากจนของคนในชุมชน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ             ปี  พ.ศ.  ๒๕๕๕

สถานที่เกิดเหตุ                      บ้านหนองหัวหมู หมู่ ๗ ต.สระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

เนื้อเรื่อง

          ประวัติกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านหนองหัวหมู หมู่ ๗ ต.สระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๔๗ จากการสนับสนุนของหน่วยงานพัฒนาชุมชน อ.อุทุมพรพิสัยและได้งบสนับสนุนจากอบต.สระกำแพงใหญ่ (ปัจจุบันเป็นเทศบาลตำบลสระกำแพงใหญ่) เป็นจำนวนเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มีประธานกลุ่มชื่อนางวันเพ็ญ คำวิเศษ  มีสมาชิกเริ่มแรกจำนวน ๔๗ ราย มีการเก็บเงินสัจจะครั้งแรกหุ้นละ ๑๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕ หุ้น ปัจจุบันกลุ่มออมทรัพย์ฯบ้านหนองหัวหมูจะมีการเก็บเงินสัจจะทุกวันที่ ๑๐ ของทุกเดือนจะมีการนัดประชุมกันทุกวันที่ ๑๐ ของทุกเดือน ที่วัดบ้านหนองหัวหมู ปัจจุบันมีสมาชิก ๖๓ คน เงินสัจจะสะสมที่เก็บได้รายเดือน ๔,๕๓๐ บาท ปัจจุบันมีเงินสัจจะทั้งหมด ๒๐๘,๑๖๑ บาท

 

การบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านหนองหัวหมู หมู่ ๗

การจัดสรรผลกำไรจากการดำเนินงาน

๑.ปันผลหุ้นสมาชิก                                               ๕๐ %

๒.ปันผลเฉลี่ยคืนผู้กู้                                              ๒๐ %

๓.ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหารกลุ่ม                           %

๔.สมทบกองทุนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต           ๑๐ %

๕.ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ฯ                    %

๖.การจัดสวัสดิการของกลุ่ม                                      ๑๐ %

การจัดสวัสดิการของกลุ่มออมทรัพย์ฯ

๑.ค่ารักษาพยาบาล                                              ๒๐ %

๒.ฌาปนกิจสงเคราะห์                                           ๔๐ %

๓.ทุนการศึกษา                                                   ๑๐ %

๔.สงเคราะห์เด็กและคนชรา                                     ๒๐ %

๕.สาธารณประโยชน์                                             ๑๐ %

การบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านหนองหัวหมู หมู่ ๗ จะดำเนินงานภายใต้หลักคุณธรรม ๕ ประการ คือ ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ ไว้วางใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน เสียสละ เป็นพื้นฐานในการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์ฯ เช่นเมื่อสมาชิกต้องการกู้เงินคณะกรรมการก็จะมีการนัดประชุมเพื่อประชาคมให้คณะกรรมการและสมาชิกได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและจัดลำดับของสมาชิกในการกู้แต่ละครั้งว่าควรจะให้เท่าไหร่ และสมาชิกนั้นจะสามารถส่งเงินคืนใช้ให้กับกลุ่มออมทรัพย์ได้หรือไม่

 

ขุมความรู้ (Knowledge Assets)

๑.การบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์บ้านหนองหัวหมูมีการบริหารจัดการจากการรวมกลุ่มผู้สนใจที่จะออมทรัพย์ฯจำนวนไม่มากแต่อาศัยหลักคุณธรรม ๕ ประการในช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม

๒.กลุ่มออมทรัพย์บ้านหนองหัวหมูมีระยะเวลาการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ค่อยเป็นค่อยไปจึงทำให้กลุ่มออมทรัพย์ฯเติบอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

๓.กลุ่มออมทรัพย์บ้านหนองหัวหมูมีการประชุมกันเพื่อประชาคมให้คณะกรรมการและสมาชิกได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและจัดลำดับของสมาชิกในการกู้แต่ละครั้งว่าควรจะให้เท่าไหร่ และสมาชิกนั้นจะสามารถส่งเงินคืนใช้ให้กับกลุ่มออมทรัพย์ฯได้หรือไม่

 

แก่นความรู้ (Core Competency)

๑.กลุ่มออมทรัพย์บ้านหนองหัวหมูอาศัยหลักคุณธรรม ๕ ประการในช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในกลุ่ม    

๒.เมื่อมีปัญหาในการบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์ฯกรรมการก็จะเรียกประชุมเพื่อประชาคมและหาทางออกร่วมกัน

 

กฎระเบียบ  แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

         ๑.คู่มือแนวทางการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

         ๒.ทฤษฎีการมีส่วนร่วม

 

 

 

 

 

 

 

 

| ดูบล็อก



การคืนเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)

 

 แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ - นามสกุล                              นางสาวธันย์ชนก สะเดา
ตำแหน่ง                                      นักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สังกัด                                          สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย    จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก              ๐๘๗-๒๕๑๕๗๘๐
ชื่อเรื่อง                                      การคืนเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ                การบริหารจัดการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ                       ปี พ.ศ. ๒๕๕๔
สถานที่                                        โคกกลางน้อย หมู่ที่ ๔ ตำบลอี่หล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย
                                                    จังหวัดศรีสะเกษ
เนื้อเรื่อง
เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้าพเจ้าติดตามการดำเนินงาน โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) บ้านโคกกลางน้อย หมู่ที่ ๔   ตำบลอี่หล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้ทราบว่าไม่สามารถเก็บเงินคืนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เนื่องจากครัวเรือนยากจนเป้าหมายไม่ยอมจ่ายเงินคืน เนื่องจากครัวเรือนยากจนเป้าหมายไม่ยอมจ่ายเงินคืน ๒ ครัวเรือน เป็นเงิน ๑๖,๐๐๐ บาท    โดยอ้างว่าให้ครัวเรือนอื่นจ่ายก่อนตัวเองถึงจะจ่าย
                   ข้าพเจ้าจึงได้เข้าไปสำรวจข้อมูล และหาปัญหาในพื้นที่ก่อน เลยได้ทราบว่า ๒  ครัวเรือนมีความประสงค์จะจ่ายอยู่แต่มีเงื่อนไขว่า ให้อีก ๑ ครัวเรือนจ่ายก่อน และข้าพเจ้าได้คุยกับคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและได้ข้อสรุปดังนี้
                   ข้าพเจ้าจึงได้เข้าไปสำรวจข้อมูล และหาปัญหาในพื้นที่ก่อน เลยได้ทราบว่า ๒ ครัวเรือนมีความประสงค์จะจ่ายอยู่แต่มีเงื่อนไขว่า ให้อีก ๑ ครัวเรือนจ่ายก่อน และข้าพเจ้าได้คุยกับคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและได้ข้อสรุปดังนี้
๑.      นัดประชุมครัวเรือนเป้าหมายทั้งหมดรวมทั้งครัวเรือนที่ไม่ส่งใช้เงินยืมด้วย
๒.      ทำความเข้าใจกับครัวเรือนเป้าหมาย
๓.      ชี้แจงระเบียบข้อบังคับของโครงการฯ
และข้าพเจ้าได้นัดประชุมครัวเรือนเป้าหมายฯ ในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๕ ณ ที่ทำการกองทุนโครงการ กข.คข.(บ้านผู้ใหญ่บ้าน)
ผลการประชุม 
ครัวเรือนยากจนที่ยังคงค้างส่งคืนเงินยืมจำนวน ๒ ราย เข้าใจและตกลงว่าจะดำเนินการส่งใช้คืนเงินยืมให้แล้วเสร็จภายใน ๓ มิถุนายน ๒๕๕๕
 
 
      ๒
เมื่อถึง ๓  มิถุนายน ๒๕๕๕  ตามระยะเวลาตามข้อตกลง ปรากฏว่าครัวเรือนยากจนที่ยังคงค้างส่งคืนเงินยืมจำนวน ๒ ราย เป็นเงิน   ๑๖,๐๐๐ บาท ได้ส่งใช้เงินยืมตรงตามกำหนดเวลา สามารถนำเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนไปบริหารจัดการได้ต่อไปได้                                                  
 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-                   ความเห็นแก่ตัวของคนในชุมชน
-                   สามารถแก้ไขปัญหาในชุมชนได้
-                   การไม่เข้าใจเกี่ยวกับการการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาคามยากจนของ
คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. และครัวเรือนยากจน
แก่นความรู้ (Core Competency)
-                   ศึกษาปัญหา และรับทราบข้อมูล ด้วยความเป็นกลาง
-                   ปรึกษาหารือ
-                   หาแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
-                   ใช้ความรอบคอบ เป็นกลาง และความเป็นธรรม
กลยุทธ์ในการทำงาน
1.        ศึกษาปัญหา และรับทราบข้อมูล ด้วยความเป็นกลาง
ศึกษาปัญหาจากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยความเป็นกลาง  พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูล เอกสาร
ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดจากคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลมากที่สุด
2.       ปรึกษาหารือ                  
- จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจแก่ครัวเรือนยากจน   และคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. 
เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันด้วยความสันติ โดยพัฒนาการอำเภอ และข้าพเจ้า                  
3.   หาแนวทางการดำเนินการร่วมกัน โดยยึดระเบียบฯ 
ประชุมหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน โดยยึดระเบียบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
การบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาคามยากจน พ.ศ. ๒๕๕๓ แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้านด้วยความรอบคอบ เป็นกลาง และเป็นธรรม
4.    สร้างความพึงพอใจ
ทุกฝ่ายมีความพึงพอใจ   ยอมรับฟังเหตุผล เมื่อทราบระเบียบและแนวทางการดำเนินงานที่ถูกต้อง 
 
 
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
-                    ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ.   ๒๕๕๓
-                   แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน
 
                                          **********************************
 
 
 
 

โดย อำเภออุทุมพรพิสัย ความคิดเห็น (0) | ดู (370)
สร้าง: 07 ก.ย. 2555 14:33 แก้ไข: 07 ก.ย. 2555 14:33


หมู่บ้านสีขาว ครอบครัวพัฒนาด้วยกระบวนการชุมชน

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
 
ชื่อ- นามสกุล                       นายบุญธรรม จำปาสุข
ตำแหน่ง                             นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ
สังกัด                                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทร                             08-9844-3512
ชื่อเรื่อง                              หมู่บ้านสีขาว ครอบครัวพัฒนาด้วยกระบวนการชุมชน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ       สร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยการมีส่วนร่วม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ             ปี พ.ศ. 2555
สถานที่เกิดเหตุการณ์               หมู่ที่ 7   บ้านโนนสูง   ตำบลแขม   อำเภออุทุมพรพิสัย
..................................................................................................................................................
 
 บทนำ
  สถานการณ์ปัญหายาเสพติด
            ในปัจจุบันนับเป็นปัญหาที่สำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างสร้างความเสียหาย
ให้ชุมชน สังคม และระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่าง ประเมินค่ามิได้คือปัญหายาเสพติด ดังนั้นการรัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นประเด็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดสิ้นจากสังคมไทย
โดยให้หน่วยงานภาครัฐ ทุกส่วนบูรณาการในการแก้ไขปัญหาร่วมกับ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อ เพื่อลดการขยายตัวของปัญหายาเสพติด มิให้ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ปลอดภัยในวิถีชีวิตของประชาชนโดยปกติ เป้าหมายในระดับปฏิบัติการ
มุ่งเน้นการส่งเสริมและเพิ่มบทบาทของ กลไกภาคประชาชน – ประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด กรอบดำเนินการในทางยุทธศาสตร์ เน้นกรอบคิด ในการป้องกัน ๕ รั้งป้องกัน ประกอบด้วย รั้วชายแดน
รั้วชุมชน รั้วสังคม รั้วโรงเรียน รั้วครอบครัว เพื่อหยุดยั้งการขยายตัวของปัญหายาเสพติดในระดับอำเภอปรางค์กู่ให้เกิดผลสำเร็จ
  บ้านโนนสูง หมู่ที่ ๗  ตำบลแขม อำเภออุทุมพรพิสัย
            และในครั้งนี้อำเภอได้ดำเนินการปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติด ภายใต้แผนปฏิบัติการ Clean & Seal ทำความดีเพื่อแผ่นดิน กวาดล้างให้สิ้นยาเสพติด เพื่อดำเนินการกวาดล้างยาเสพติด และป้องกันสกัดกั้น มิให้ยาเสพติดกลับเข้ามาในชุมชน โดยได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการระดับตำบล ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ พัฒนากร เกษตรตำบล สาธารณสุข องค์การบริหารส่วนตำบล ได้ดำเนินการประชาคมทางลับเพื่อค้นหาผู้เสพและผู้ค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
      บ้านโนนสูง หมู่ที่ ๗ ตำบลแขม ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนาเป็นอาชีพหลัก อาชีพเสริม ได้แก่การปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น การทำนา ทำสวน มันสำปะหลัง ยางพารา เป็นต้น
นอกจากนั้นคนในชุมชนบ้านโนนสูง  ในส่วนของวัยแรงงานหนุ่ม สาววันทำงาน ผลดังกล่าวทำให้ชุมชนบ้านโนนสูง มีรายได้ดีเศรษฐกิจดี
 
กลยุทธ์ในการทำงาน
            1.ศึกษาข้อมูลชุมชน
            การศึกษาข้อมูลแต่ละเรื่องก่อนจะดำเนินงานกิจกรรมเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งกับการทำงานเพราะถ้าได้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริงในการแก้ไขปัญหาก็จะแก้ได้ตรงจุด การศึกษาข้อมูลต่างๆรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเมื่อนำข้อมูลรายจ่ายครัวเรือนแต่ละหมู่บ้านมาวิเคราะห์ทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่าการใช้จ่ายในเรื่องที่เกี่ยวกับงานประเพณี เทศกาล งานศพ ค่าใช้จ่ายในเรื่องดื่มสุรา สูบบุหรี่ เป็นค่าใช้จ่ายในลำดับต้น ๆ ที่แต่ละหมู่บ้านต้องใช้สิ้นเปลืองไปกับเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้การลดค่าใช้จ่ายในเรื่องประเพณีงานศพเกิดขึ้น จึงประสานกับองค์การบริหารส่วนตำบลและหาแนวทาง วิธีการที่จะทำให้งานศพปลอดเหล้าเกิดขึ้นในตำบล
            2. ร่วมแสดงความคิดเห็น
            ประสานกับองค์การบริหารส่วนตำบล ออกประชาคมเพื่อให้ประชาชนในแต่ละหมู่บ้านรู้และเข้าใจในเรื่องการเป็นหมู่บ้านสีขาวปลอดยาเสพติด และการเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องการดื่มเหล้าดื่มสุราของคนในชุมชนในแต่ละวันแต่ละเดือนแต่ละปี   มีจำนวนมากน้อยขนาดไหน และเสนอแนวทางเลือกในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายในการจัดงานประเพณีกิจกรรมงานศพปลอดเหล้าให้กับชุมชน และครัวเรือนในชุมชนสมัครเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
            3. ตั้งปณิธานเป็นหมู่บ้านสีขาว
            กำหนดประกาศวาระชุมชนเข้มแข็งหมู่บ้านสีขาวปลอดยาเสพติดเพื่อถวายให้พ่อหลวงของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนโดยเฉพาะชาวบ้านโนนสูง ตำบลแขมในวันเปิดป้ายหมู่บ้านสีขาวส่วนราชการต่างๆ มาเป็นพยานในการลงนาม 
            ผลที่เกิดขึ้น
            จากการดำเนินงานมาตรการการดำเนินการขับเคลื่อนหมู่บ้านเข้มแข็งเอาชนะปัญหายาเสพติด
ควบคู่กับกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามนโยบายของกรมการพัฒนาชุมชน ส่งผลให้จากข้อมูลการประชาคมทางเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ดำเนินการและ เป็นชุมชนที่ปลอดจากปัญหายาเสพติดอย่างสิ้นเชิง และประกาศเป็นหมู่บ้านสีขาว ครอบครัวสีขาว ปลอดยาเสพติด

โดย อำเภออุทุมพรพิสัย ความคิดเห็น (0) | ดู (216)
สร้าง: 07 ก.ย. 2555 14:29 แก้ไข: 07 ก.ย. 2555 14:29


การตรวจสุขภาวะทุนชุมชน(โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน)

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ-สกุล                       นางยุภา      พุทธรักษ์
ตำแหน่ง             นักวิชาการพัฒนาชุมชน ชำนาญการ
สังกัด                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย
หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๕-๔๑๐๑๙๙๙
ชื่อเรื่อง               การตรวจสุขภาวะทุนชุมชน(โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน)
เป็นการดำเนินงานเกี่ยวกับ การบริหารจัดการของคณะกรรมการและการส่งใช้เงินยืมของสมาชิก
                                 กองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน(กข.คจ.
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ     ปี พ.ศ. ๒๕๕๕
สถานที่เกิดเหตุการณ์      บ้านโต๊ะ หมู่ที่ ๔ ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
 
                 เนื้อเรื่อง
                  กรมการพัฒนาชุมชน   ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๕ ซึ่งจะครบรอบปีที่ ๕๐ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ กรมการพัฒนาชุมชนได้ส่งเสริมสนับสนุนการทำงานร่วมกับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๕๕ มีการจัดกิจกรรมร่วมฉลอง ๕ ทศวรรษกรมการพัฒนาชุมชน รวมพลังเสริมสร้างสุขภาวะแห่งทุนชุมชน เพื่อพัฒนาคน พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้อยู่ดีมีสุข โดยมีวัตถุประสงค์
๑.      เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของงานพัฒนาชุมชน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน
ให้การส่งเสริม สนับสนุน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตและโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน สามารถเสริมสร้างความเข็มแข็ง และการบริหารจัดการที่ดีแก่ชุมชน ด้วยหลักและกระบวนการพัฒนาชุมชน
                   ๒. เพื่อทบทวน เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ แก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ภาคีการพัฒนา ผู้นำชุมชนและเครือข่าย ให้ดียิ่งขึ้น และเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบดำเนินการเสริมสร้างสุขภาวะแหล่งทุนชุมชน ให้เป็นแหล่งทุนที่มีความเข็มแข็ง สามารถนำทุนไปขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ การจัดการความรู้ การจัดสวัสดิการและการแก้ไขหนี้นอกระบบของชุมชน
                   ๓. เพื่อตรวจสอบและพัฒนาฐานข้อมูลให้ถูกต้อง สามารถนำไปใช้เป็นฐานในการพัฒนาให้เกิดความเข็มแข็ง 
                    บ้านโต๊ะ หมู่ที่ ๔ ตำบลโพธิ์ชัย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน(กข.คจ.) ปี ๒๕๔๒ เพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนเป้าหมายจำนวนเงิน ๒๘๐,๐๐๐ บาท   จากการติดตามการดำเนินงานโดยใช้แบบสำรวจข้อมูลการดำเนินงานโครงการ กข.คจ. เพื่อประเมินผลการพัฒนากิจกรรมหมู่บ้าน กข.คจ. พบว่าการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ มีคณะกรรมการ ๑ ใน ๓ ที่ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ   มีการจัดทำเอกสารของโครงการฯ ยังไม่ถูกต้องและครบถ้วน และครัวเรือนเป้าหมายนำเงินยืมไปใช้ไม่ตรงตามโครงการ ทำให้การหมุนเวียนเงินผิดพลาดไม่สามารถคืนเงินยืมตามกำหนด
 
 
 
-๒-
บันทึกขุมความรู้(Knowledge Assets)
๑.      แนวทาง/ขั้นตอนการดำเนินงานกองทุนโครงการ กข.คจ.
๒.      ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๕๓
แก่นความรู้(Core Competencles)
                   ๑. ประชุมทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานแก่คณะกรรมการ/ครัวเรือนเป้าหมาย                  ๒. หาข้อยุติ
                   ๓. งานสัมฤทธิ์ผล                 
กลยุทธ์ในการทำงาน              
๑. ติดตามการดำเนินตามโครงการ กข.คจ. ของหมู่บ้าน ดังนี้
               ๑.๑  เอกสาร/หลักฐาน เช่น บัญชีคุมลูกหนี้ รายงานสภาวะหนี้สินและฐานะ
           ทางการเงินโครงการ กข.คจ.
    ๑.๒  พูดคุยกับคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.
    ๑.๓  พบปะพูดคุยกับครัวเรือนที่ยืมเงิน กข.คจ.
 
         ๒.  นำปัญหาพูดคุยปรึกษากับคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. เพื่อหาทางออกร่วมกัน        โดยกำหนดนัดประชุมครัวเรือนเป้าหมายตามโครงการ กข.คจ. ของหมู่บ้านเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ. ที่ถูกต้อง
         ๓. ประชุมคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. และครัวเรือนเป้าหมาย ประเด็นการประชุม ดังนี้
              ๓.๑ แนวทางการดำเนินงานโครงการ กข.คจ.
    ๓.๒ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการ   
           กข.คจ.  พ.ศ. ๒๕๕๓
              ๓.๓ ชี้ให้เห็นสภาพปัญหาของการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ. ของหมู่บ้าน
              ๓.๔ กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ร่วมกับ
                     ครัวเรือนครัวเรือนเป้าหมายหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
              ๓.๕  คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. บันทึกการประชุม
         ๔. ครัวเรือนที่ยืมเงินทุน กข.คจ. มาส่งใช้คืนเงินยืมตามกำหนดจากมติที่ประชุม
         ๕. ติดตามการดำเนินงาน และให้คำแนะนำการดำเนินงานแก่คณะกรรมการกองทุน กข.คจ.
     กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
๑.      ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
๒.      แนวทางการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
๓.      แบบสำรวจข้อมูลการดำเนินงานโครงการ กข.คจ. เพื่อประเมินผลการพัฒนากิจกรรมหมู่บ้าน กข.คจ. พบว่าการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของ
                                           *********************        
                  
 
 
 
 

โดย อำเภออุทุมพรพิสัย ความคิดเห็น (0) | ดู (305)
สร้าง: 07 ก.ย. 2555 14:19 แก้ไข: 07 ก.ย. 2555 14:19


การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

                แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ - นามสกุล          นางสุนทราพร ทองพันชั่ง                
ตำแหน่ง                   เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน
สังกัด                      สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย                      
                              จังหวัดศรีสะเกษ
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก             ๐๘-๗๒๕๕-๖๖๕๒
ชื่อเรื่อง                   “การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น”   
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ   ปี ๒๕๕๕
เนื้อเรื่อง
                   โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนให้สามารถยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ดีขึ้น ด้วยการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีจุดเด่น เป็นเอกลักษณ์ของตนเองสอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น
                   จากหลักการพื้นฐาน จะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์ กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ตระหนักถึงคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคลังภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อรวบรวมเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นำมาใช้ในการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ OTOP อีกทั้งยังส่งผลต่อการดำรงรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม ให้คงอยู่ในชุมชนก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและหวงแหนภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเอง และเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่คนรุ่นหลัง รวมถึงเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป
                   การบันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการถ่ายทอดความรู้ที่เป็นรูปธรรม ผ่านกระบวนการเรียนรู้ มีการจัดเก็บ บันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ มีขั้นตอนการบริหารจัดเก็บ บันทึกและใช้ประโยชน์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนี้
                   ๑. จัดทำทะเบียนภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยการสำรวจ จัดเก็บรวบรวมรายชื่อ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่ในอำเภอ
                   ๒. จัดทีมงานบันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดเก็บและบันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่น และให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ตามแบบฟอร์ม
                   ๓. วางแผนปฏิบัติการบันทึกคลังภูมิปัญญาฯ เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการทำงานร่วมกัน
                   ๔. จัดทำเครื่องมือบันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่น (โครงการและรูปแบบการนำเสนอข้อมูล องค์ความรู้ร่วมกัน
                   ๕. กลั่นกรองและทบทวนข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จัดเก็บเรียบร้อยถูกต้อง ครบถ้วน ก่อนที่จะทำการบันทึก และเผยแพร่หรือนำไปใช้ประโยชน์ โดยทีมงาน ผู้รู้ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการเจ้าของภูมิปัญญาฯ อ่านก่อนหรือจัดเวทีเพื่อเติมเต็มข้อมูลอีกครั้ง
                   ๖. บันทึกและเผยแพร่ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เอกสารรูปเล่ม, แผ่นพับ
 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-                   การจัดทีมงานบันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่น
-                   การคัดเลือกภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะบันทึกให้คำนึงถึงความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนที่ใกล้จะสูญหายหรือเป็นภูมิปัญญาที่นำมาผลิตเป็นสินค้า OTOP ที่มีคุณภาพ ๓ – ๕ ดาว
-                   จัดเก็บข้อมูลและการกลั่นกรองและทบทวนข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จัดเก็บเรียบร้อย ถูกต้อง ครบถ้วน
-                   การบันทึก และเผยแพร่ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เอกสารรูปเล่ม,    แผ่นพับ
 
แก่นความรู้ (Core Competency)
          การพัฒนาคลังภูมิปัญญาท้องถิ่น หัวใจสำคัญอยู่ที่การจัดทำเครื่องมือการบันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้องมีการกำหนดโครงร่าง หรือรูปแบบการนำเสนอข้อมูลองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างทีมงาน และสร้างความเข้าใจร่วมกันในทีมงานก่อนที่จะจัดเก็บข้อมูลจริงในพื้นที่
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
          - แนวทางการดำเนินงานโครงการส่งเสริมและพัฒนาคลังภูมิปัญญาท้องถิ่น
 
                                 **********************************

โดย อำเภออุทุมพรพิสัย ความคิดเห็น (0) | ดู (349)
สร้าง: 07 ก.ย. 2555 14:12 แก้ไข: 07 ก.ย. 2555 14:12


การดำเนินงานตรวจสุขภาวะทุนชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการการผลิตและโครงการ กข.คจ.

 

 

การดำเนินงานตรวจสุขภาวะทุนชุมชน
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการการผลิตและโครงการ กข.คจ.
ตามโครงการ IPA ของจังหวัดศรีสะเกษร่วมฉลองครบ ๕๐ ปี กรมการพัฒนาชุมชน
( ๑ อำเภอ ๑ กิจกรรม ที่สอดรับโครงการ  IPA จังหวัด)
ชื่อกิจกรรม : "การพัฒนายกระดับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และโครงการ กข.คจ. เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะ
                  แหล่งทุนชุมชน สู่การพัฒนาคน พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้อยู่ดีมีสุข"
         
ชื่อ - นามสกุล                            นางอรัญญา  ใยแสง
ตำแหน่ง                                      นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                                          สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออุทุมพรพิสัย
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก             ๐-๘๑๖๐๐-๙๔๕๖
ชื่อเรื่อง                                        สรุปผลการดำเนินงานตรวจสุขภาพทางการเงินกองทุนชุมชน
 กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการการผลิต
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ                       ปี ๒๕๕๕
สถานการณ์ที่เกิดเหตุการณ์             อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
วัตถุประสงค์ของความรู้                     เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่สนใจใช้เป็นแนวทางในการ
                                                                  ทำงานอย่างมีแนวทางทิศทางและขับเคลื่อนฯ กิจกรรมได้อย่างมี
                                                                  ประสิทธิภาพ
 
เนื้อเรื่อง                  
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเป็นกิจกรรมหนึ่งของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ส่งเสริมและพัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ เน้นหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน การพึ่งตนเอง และการพึ่งพาอาศัยกันของคนในชุมชน เป็นกิจกรรมที่ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาวชนบทได้เป็นอย่างดี จากการที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เพื่อเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชน ด้านสังคม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน  เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของงานพัฒนาชุมชน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนให้การส่งเสริมสนับสนุน และร่วมฉลองครบรอบ ๕๐ ปีกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งจะครบรอบ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ อำเภออุทุมพรพิสัย จึงได้จัดทำโครงการ “การพัฒนายกระดับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และโครงการ กข.คจ. เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะแหล่งทุนชุมชน เพื่อพัฒนาคน พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้อยู่ดีมีสุข” เพื่อให้สอดรับกับโครงการ IPA ของจังหวัดศรีสะเกษ
 บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
๑. ห้วงขั้นเตรียมการ
    ๑.๑ จัดประชุมทีมงานเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการแนวทางการพัฒนากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และหมู่บ้านโครงการ กข.คจ.
    ๑.๒ แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงานส่งเสริมสนับสนุนขับเคลื่อนระดับอำเภอ
    ๑.๓ สำรวจข้อมูลกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เพื่อเตรียมการพัฒนาให้เป็นปัจจุบัน โดยจัดทำทะเบียนรายชื่อกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตให้เป็นปัจจุบัน สามารถตรวจสอบได้
๒. ห้วงขั้นดำเนินการ
    ๒.๑ เสริมสร้างความเข้าใจกับภาคี
          ๒.๑.๑ จัดบอร์ด/นิทรรศการ/เอกสารเผยแพร่เกี่ยวกับการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และโครงการ กข.คจ.
         ๒.๑.๒ จัดประชุมคณะทำงานฯ/เครือข่าย/ภาคีพัฒนา/ผู้นำชุมชน/ประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ / กข.คจ. เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ขั้นตอน กระบวนการดำเนินงาน
          ๒.๑.๓ จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสุขภาวะและเสริมสร้างความเข้มแข็งแหล่งทุนชุมชนระดับอำเภอ/ตำบล
    ๒.๒ ค้นหาและพัฒนาวิถีแหล่งทุน
          ๒.๒.๑ ประชุมคณะกรรมการและสมาชิก เพื่อประเมินตรวจวิเคราะห์สุขภาวะแหล่งทุนชุมชน (ออมทรัพย์/กข.คจ.) ตามเกณฑ์ชี้วัด
          ๒.๒.๒ กำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อพัฒนาทุนชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง
    ๒.๓ เกื้อหนุนสู่ความเข้มแข็ง
          ๒.๓.๑ ดำเนินการออกประเมินตรวจสุขภาวะกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกองทุน กข.คจ. หมู่บ้าน
รอบที่ ๑ และสามารสรุปผลการประเมินได้ดังนี้
                   - กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต    ระดับ ๑   จำนวน      ๕๓     กลุ่ม
                                                                         ระดับ ๒   จำนวน      ๓๘     กลุ่ม
                                                                         ระดับ ๓   จำนวน        ๙     กลุ่ม
รวมจำนวน ๑๐๐ กลุ่ม สมาชิก ๘,๘,๔๖ คน จำนวนเงินสัจจะสะสมจำนวน ๒๗,๒๒๔,๒๗๒,๔๗๗ บาท
                   - กองทุนโครงการ กข.คจ. หมู่บ้าน ระดับ ๑   จำนวน      ๑๖    หมู่บ้าน
                                                                               ระดับ ๒  จำนวน      ๓๖   หมูบ้าน                                                                      ระดับ ๓   จำนวน      ๕๓    หมู่บ้าน
รวมจำนวน ๑๐๕ หมู่บ้าน มีครัวเรือนเป้าหมาย ๖,๖๔๗ ครัวเรือน ครัวเรือนยืมเงิน ๕,๑๒๑ ครัวเรือน
ครัวเรือนยืมเงินจำนวน ๒๘,๒๖๒,๑๙๖ บาท เงินคงเหลือในบัญชี จำนวน ๑,๓๑๕,๗๑๐.๗๕ บาท
          ๒.๓.๒ ดำเนินการอบรมให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการ การจัดทำเอกสารหลักฐานทางการเงิน ตามโครงการอบรมเพิ่มพูนทักษะขีดความสามารถแก่คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯและ กข.คจ. ด้านการบริหารจัดการ การเงิน การบัญชี (โดยไม่ใช้งบประมาณ)
          ๒.๓.๓ ให้คำแนะนำ คำปรึกษาร่วมแก้ไขปัญหา
๒.๓.๔ ดำเนินการออกประเมินตรวจสุขภาวะกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกองทุน กข.คจ. หมู่บ้าน รอบที่ ๒ และสามารสรุปผลการประเมินได้ดังนี้
    - กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ระดับ ๑   จำนวน        ๒๔       กลุ่ม
                                                      ระดับ ๒   จำนวน        ๕๗       กลุ่ม
                                                        ระดับ ๓   จำนวน        ๑๙       กลุ่ม
รวมจำนวน ๑๐๐ กลุ่ม สมาชิก ๘,๙๒๕ คน จำนวนเงินสัจจะสะสมจำนวน ๒๙,๖๕๔,๒๗๒,๙๑๗ บาท
                   - กองทุนโครงการ กข.คจ. หมู่บ้าน ระดับ ๑   จำนวน       ๖      หมู่บ้าน
                                                                ระดับ ๒   จำนวน      ๑๙     หมู่บ้าน
                                                                 ระดับ ๓   จำนวน     ๘๐    หมู่บ้าน
รวมจำนวน ๑๐๕ หมู่บ้าน มีครัวเรือนเป้าหมาย ๖,๖๔๗ ครัวเรือน ครัวเรือนยืมเงิน ๕,๐๗๒ ครัวเรือน
ครัวเรือนยืมเงินจำนวน ๒๘,๕๕๓,๖๐๐ บาท เงินคงเหลือในบัญชี จำนวน ๑,๑๐๑,๗๖๗.๖๖ บาท
ผลที่ได้รับ
๑.    กลุ่มออมทรัพย์ฯ สามารถพัฒนายกระดับจากระดับ ๑ เป็น ๒ ได้ ๒๙ กลุ่ม จากระดับ ๒ เป็น ๓
ได้ ๑๐ กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ ๕๘ โครงการ กข.คจ. สามารถพัฒนายกระดับจากระดับ ๑ เป็น ๒
ได้ ๑๐ หมู่บ้าน จากระดับ ๒ เป็นระดับ ๓ ได้ ๒๗ หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๔๓
๒.   กลุ่มได้รับทราบปัญหา และวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน ตลอดจนกำหนดแนวทางพัฒนาตนเองร่วมกัน ตระหนักและเห็นความสำคัญของการประหยัดและออม ซึ่งตอบสนองนโยบายรัฐบาล
ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๓.   เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนได้รับทราบปัญหา และร่วมส่งเสริมพัฒนากลุ่มตามแนวทางกระบวนการ
พัฒนาชุมชน ให้กลุ่มมีศักยภาพเพิ่มขึ้นสามารถบริหารจัดการกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
            ๔ ชุมชนและสำนักงานพัฒนาชุมชนมีฐานข้อมูลกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และโครงการ กข.คจ.
               ที่สามารถกำหนดแนวทางส่งเสริมการพัฒนาต่อไปได้
แก่นความรู้ (Core Competency)
1.     สร้างความมั่นใจ โดยเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะเรื่องใหม่ ๆ ต้องใส่ใจเรียนรู้ให้เกิดทักษะ  ความชำนาญ
2.    สร้างเครือข่ายทีมงานผู้ตรวจสุขภาพฯ   เพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมาย
3.     สร้างความรู้ความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานและกำหนดแผนปฏิบัติงานร่วมกัน
4.     สร้างความไว้วางใจ การทำงานที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของทางราชการ ต้องยึดมั่นในความสุจริต โปร่งใส และคำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน ยึดระเบียบแบบแผนของทางราชการ
5.     สร้างแรงบันดาลใจ ความศรัทธาที่มีต่อหน่วยงาน ความภาคภูมิใจต่อตนเอง และต่องานที่มุ่งส่งผลต่อประชาชน อันเป็นแรงบันดาลใจให้มีความอดทนต่อความยากลำบากของงาน ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ   พร้อมที่จะมุ่งมั่นในการทำงานพัฒนาเพื่อประชาชนต่อไป
กลยุทธ์ในการทำงาน
1.     แสวงหาความรู้ คิดสร้างสรรค์ มุ่งมั่นในการพัฒนา
เมื่อได้รับมอบหมายงาน ซึ่งเป็นงานนโยบายใหม่ ทำให้ยังไม่รู้รายละเอียด ขั้นตอน/วิธีการ/แนวทางปฏิบัติชัดเจนนัก จึงต้องแสวงหาความรู้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับตนเองก่อนที่จะไปพัฒนาคนอื่น ดังคำกล่าวที่ว่า “จะไปพัฒนาคนอื่นเขา ต้องพัฒนาตัวเราเองก่อน” วิธีการแสวงหาความรู้นั้น สามารถแสวงหาได้จากเข้ารับการอบรม หรือจากผู้รู้ นักวิชาการจังหวัด เพื่อนพ้องพี่น้องพัฒนาชุมชนของเราเอง จากเอกสารคู่มือแนวทางการดำเนินงาน จากเว็บไซต์ต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ต  
                              คิดสร้างสรรค์ เมื่อแสวงหาความรู้จนเกิดความรู้ความเข้าใจในหลักการ แนวทางที่     จะต้องดำเนินการแล้ว ก็มาวางแผน คิดสร้างสรรค์ ออกรูปแบบ ต่าง ๆ ในการพัฒนาต่อไป
                          มุ่งมั่นในการพัฒนา เมื่อเจอปัญหาอุปสรรคอย่าท้อแท้หรือท้อถอย ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจมีอุดมการณ์ของนักพัฒนาที่จะพัฒนาชุมชนไปสู่เป้าหมายให้ได้ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่ส่งผลต่อประชาชนเป็นหลัก
2.   ปรึกษาหารือ วางแผนการทำงานให้เป็นระบบ ติดตามตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
ปรึกษาหารือ ผู้บังคับบัญชา ทีมงาน   ผู้นำชุมชน กลุ่มองค์กรแกนนำในชุมชน ตลอดจนหน่วยงานภาคีพัฒนาต่าง ๆ เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกัน
                          วางแผนการทำงานให้เป็นระบบ คือ การจัดทำแผนการดำเนินงานให้เป็นระบบว่า อะไรทำก่อนอะไรทำหลังตามลำดับความสำคัญเร่งด่วน ต้องประสานใครบ้าง และใครรับผิดชอบเรื่องอะไร เป็นต้น
                          ติดตามตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ   ติดตามตรวจสอบว่าส่วนไหนกำลังดำเนินการ ส่วนไหนทำไปแล้ว ส่วนไหนยังไม่ได้ทำ มีปัญหาอุปสรรคอะไรจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
1.   คู่มือแนวทางปฏิบัติการตรวจสุขภาพทางการเงินกองทุนชุมชน
2.        คู่มือแนวทางการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
---------------------------------------        
 

โดย อำเภออุทุมพรพิสัย ความคิดเห็น (0) | ดู (299)
สร้าง: 07 ก.ย. 2555 13:26 แก้ไข: 07 ก.ย. 2555 13:40
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION