lสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


กองทุนปุ๋ย
คำสำคัญ:กองทุนปุ๋ย

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
 
ชื่อ - นามสกุล                         นางสาวเยาวเรศ   บุตรพรม
ตำแหน่ง                                  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                                      สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เบอร์โทรศัพท์
ชื่อเรื่อง                                    กองทุนปุ๋ยอันน้อยนิดช่วยชีวิตชาวบ้านท่าลาด หมู่ที่ 5 ต.หัวนาคำ
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ       การจัดตั้งกองทุนช่วยลดปัญหาหนี้สินนอกระบบชาวบ้านท่าลาดได้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ             ปี พ.ศ. 2536
สถานที่เกิดเหตุการณ์              สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
 
เนื้อเรื่อง
            เมื่อปี พ.ศ. 2536 บ้านท่าลาด หมู่ที่ 5 ต.หัวนาคำ จากข้อมูล จปฐ.ปี 2536 บ้านท่าลาดเป็นหมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการ กข.คจ. คือมีครัวเรือนตกเกณฑ์ จปฐ. ด้านรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท จำนวนมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพทำไร่ ทำนา แต่ไม่มีเอกสิทธิ์ในที่ทำกิน ต้องเช่าสหกรณ์นิคมดงมูลซึ่งก็ได้ที่ทำกินคนละไม่กี่ไร่ไม่เพียงพอกับจำนวนในครัวเรือน ในปีเดียวกันกรมการพัฒนาชุมชนได้อนุมัติงบประมาณลงมาสนับสนุนหมู่บ้านท่าลาด เป็นปุ๋ยในราคาจำนวน 25,000 บาท ให้กับชาวบ้านท่าลาด ซึ่งครั้งแรกผู้ที่ได้รับประโยชน์มีจำนวน 36 ราย
            ในวันเดียวกับวันที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวนได้เรียกชาวบ้านมาประชุมเพื่อรับปุ๋ยซึ่งได้รับคนละ 2 กระสอบ และได้ประชุมเพื่อหาแนวทาง ระเบียบการใช้จ่ายของกองทุนปุ๋ย เป็นมติว่าผู้ที่ยืมไปต้องคืนเงินเพิ่มจากราคาที่ได้มาครั้งแรกอีกกระสอบละ 10 บาท เพื่อให้กองทุนปุ๋ยเจริญเติบโต สามารถสนองตอบความต้องการของสมาชิกโดยทั่วถึงกัน เมื่อได้จัดทำร่างระเบียบกองทุนปุ๋ยเสร็จแล้ว มีกรรมการดูแลกองทุน ซึ่งขณะนั้นคือ นางสมภาร ปัจฉา เป็นประธานกลุ่มกองทุนปุ๋ย และเมื่อวันนั้นเอง นางสมภาร ได้เสนอให้ชาวบ้านทำอย่างไร เวลาคืนเงินปุ๋ยจะไม่มีปัญหาขาดเงินส่งคืน จึงเสนอให้ชาวบ้านในที่ประชุมมีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตขึ้น ชาวบ้านผู้เข้าร่วมประชุมต่างสงสัย และได้สอบถาม จนท.พัฒนาชุมชนที่เข้าไปร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ว่าหมายถึงอะไร วัตถุประสงค์ แนวทางการดำเนินงาน พร้อมยกตัวอย่างหมู่บ้านอื่นที่ได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯแล้วประสบผลสำเร็จ จนในที่สุดชาวบ้านที่เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการมีกลุ่มออมทรัพย์ฯ โดยจัดตั้งครั้งแรกมีสมาชิกจากกองทุนปุ๋ยทั้งหมด 36 ราย เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ฯ และได้รวบรวมเงินสัจจะสะสมครั้งแรกจำนวน 1,300 บาท ไปเปิดบัญชีที่ธนาคารออมสินสาขากระนวน ในชื่อบัญชีว่า “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านท่าลาด ม.5 ต.หัวนาคำ” โดยได้ตั้งกรรมการขึ้นมาดูแลกลุ่ม จำนวน 11 คน ให้กรรมการ 3 คน เป็นผู้สั่งจ่ายเงินธนาคาร
            ปี พ.ศ. 2551 กลุ่มออมทรัพย์ฯบ้านท่าลาดมีเงินสัจจะสะสมกว่า 500,000 บาท กรรมการจึงได้นัดหมายประชุมกันเพื่อหาทางช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆได้มีโอกาสได้กู้ยืมปุ๋ยไปใช้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด แต่เงินเพียงแค่ออมทรัพย์ฯกับเงินกองทุนปุ๋ยรวมกันแล้วก็ยังไม่เพียงพอ จึงได้เข้ามาปรึกษาพัฒนาการประจำตำบล ซึ่งตอนนั้นคือ นางสาวเยาวเรศ บุตรพรม และได้ข้อคิดจากการที่ชาวบ้านที่ต้องการปุ๋ยแต่ละปีจะต้องไปยืมเงินนายทุนไปซื้อปุ๋ยในราคาแพง ถ้าหากชาวบ้านท่าลาดต้องการปุ๋ย ราคาต่ำลงจะตัดซื้อทีละมากๆ มีเงื่อนไขต่อรองกับพ่อค้าอย่างยุติธรรม พัฒนากรจึงสอบถามทางกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ และกลุ่มกองทุนปุ๋ยดูว่าสนใจโครงการจากธนาคารออมสินไหม? เพราะจากข้อมูลเงินทุนกลุ่มออมทรัพย์มีมากพอสมควร แล้วจะขอกู้ธนาคารโดยต้องไปเป็นสมาชิกสินเชื่อเพื่อการพัฒนาชนบท (สพช.) ที่ธนาคารออมสินก่อน จึงจะสามารถกู้เงินได้ 5 เท่า ของเงินฝากของกลุ่ม และมีดอกเบี้ย 5% พัฒนากรจึงให้กรรมการเข้าไปที่ธนาคารเพื่อสอบถามรายละเอียดในการกู้เงิน สพช. ปรากฏว่าธนาคารออมสินให้ความสนใจกลุ่มออมทรัพย์ฯบ้านท่าลาดและได้แนะนำการดำเนินการกู้ยืมเงิน สพช. จากธนาคารออมสินต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เมื่อกรรมการเข้าใจวิธีการต่างๆในการกู้ยืมเงิน สพช.จากออมสินแล้ว ก็นำความไปประชุมหารือจากกรรมการและสมาชิกทุกคนเห็นด้วยในการกู้ยืมมาจัดตั้งกองทุนปุ๋ยเป็นจำนวน 1,000,000 บาท จากธนาคารออมสิน ต่อจากนั้นกรรมการก็เริ่มจัดหาหลักฐานการกู้เงินตามที่ธนาคารแนะนำ และนำไปให้พัฒนากรเป็นผู้ตรวจสอบความพร้อมของหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง ในปีนั้นเองกลุ่มออมทรัพย์ฯบ้านท่าลาดจึงได้รับอนุมัติเงินกู้จากธนาคารออมสินเป็นเงิน         1 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อปุ๋ยให้เพียงพอแก่สมาชิก เป็นการลดปัญหาการเป็นหนี้สินนอกระบบกับพวกนายทุนได้บ้าง โดยไปปล่อยกับสมาชิก จากการกู้ยืมมาร้อยละ 5 บาท นำไปปล่อยกับสมาชิกร้อยละ 12 บาท ปัจจุบันชาวบ้านท่าลาดส่วนใหญ่ไม่เป็นหนี้สินนอกระบบแล้ว ใครไม่มีก็กู้เงินจากเงินกลุ่มออมทรัพย์ฯ ใครไม่มีเงินซื้อปุ๋ยก็ไปกู้กองทุนปุ๋ยได้ กู้มาตลอดปี 2551-2554 ทำให้สมาชิกเพิ่มสมาชิกจำนวนเงินฝากแต่ละเดือนกับกลุ่มออมทรัพย์ จนในปัจจุบันมีสมาชิกถึง 212 ราย มีเงินออมทรัพย์ฯ เป็นเงิน 720,915 บาท เงินกองทุนปุ๋ย 25,000 บาท ตั้งแต่เริ่มแรก ปัจจุบันมีทุนเป็นจำนวน 127,329 บาท และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กรรมการก็ได้มีการประชุมหารือเพื่อหาวิธี ว่าทำอย่างไร ชาวบ้านท่าลาดจะปลดหนี้ทั้งในและนอกระบบ จึงมีมติว่า ปี 2554 เดือนตุลาคม เมื่อคืนเงินกับธนาคารออมสินแล้ว จะไม่กู้ต่อ จะเอาเพียงเงินกลุ่มออมทรัพย์ฯ และกองทุนปุ๋ยที่มีอยู่แล้วให้สมาชิกกู้ยืม เพื่อความเป็นอยู่ที่พอเพียงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงท่าน นอกจากนี้ชาวบ้านท่าลาดยังได้มีโอกาสได้รับเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวจากกองทุนกลุ่มแม่บ้านอำเภอกระนวน แบ่งกันไปปลูกรอบๆอ่างเก็บน้ำท่าลาด จะเห็นได้ว่าชีวิตของชาวท่าลาดปัจจุบันมีความเป็นอยู่จะเป็นตัวอย่างแก่บ้านอื่นๆในความพอเพียงกับสิ่งที่มีอยู่แล้วตลอดไป
 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-                   การจัดเวทีประชาคมร่วมในการแก้ปัญหา
-                   การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
-                   ระเบียบการกู้เงินของ สพช.
 
แก่นความรู้(Core competencies)
-                   การมีส่วนร่วม
-                   การวิเคราะห์ปัญหา
-                   หาทางแก้ไขปัญหา
-                   จัดเวทีประชาคม

โดย lสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ความคิดเห็น (0) | ดู (1004)
สร้าง: 02 มิ.ย. 2554 14:26 แก้ไข: 02 มิ.ย. 2554 14:26


จปฐ.
คำสำคัญ:จปฐ. การจัดเก็บ จปฐ.

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ นามสกุล     นายเกียยู อาวัชนาการ
ตำแหน่ง                นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                     สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เบอร์โทรศัพท์      ๐๘๔-๙๕๖๕๖๖๗
ชื่อเรื่อง                  การจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี ๒๕๕๔
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ            การฝึกอบรมอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ประจำปี ๒๕๕๔
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ                      ไตรมาส  ๑  ประจำปีงบประมาณ  ๒๕๕๔
สถานที่เกิดเหตุการณ์                        สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เนื้อเรื่อง
                          ตามที่กระทรวงมหาดไทย   มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน  เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ทุกครัวเรือน  เป็นประจำทุกปี      และข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน ( กชช.2ค.) ทุกหมู่บ้าน/ชุมชนในเขตชนบท เป็นประจำทุก ๒ ปี และในปีงบประมาณ ๒๕๕๔กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้ จัดเก็บข้อมูล จปฐ. ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม ๒๕๕๔ และข้อมูล กชช.๒ค. ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม   เป็นประจำทุก ๒ ปี นั้น เพื่อเป็นการนำข้อมูลฯจากการสอบถามตามแบบ จปฐ. ๑ โดยอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ทุกครัวเรือน ส่งที่ อบต./เทศบาลตำบล พัฒนากรผู้ประสานงานตำบลรวบรวม (จัดทำบัญชี) แล้วจัดส่งผู้บันทึกข้อมูลของตำบลบันทึกและประมวลผลข้อมูล จปฐ. พัฒนากรและผู้บันทึกข้อมูล นำเสนอผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ภาพรวมของตำบลและเปรียบเทียบรายหมู่บ้านในที่ประชุมระดับตำบลหรือเวทีประชาคม โดยมีตัวแทนของทุกหมู่บ้าน ร่วมพิจารณาและรับรองข้อมูล พัฒนากรและผู้บันทึกข้อม ดำเนินการปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องตามมติที่ประชุมแล้วสำเนาข้อมูลทั้งหมดให้ อบต./เทศบาลตำบล ใช้ประโยชน์ จำนวน ๑ ชุดและสำเนาส่งอำเภอ ๑ ชุด  คณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูลฯระดับอำเภอ ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูล จปฐ. ของแต่ละตำบล ประมวลผลเป็นภาพรวมของอำเภอ ประชุมเพื่อพิจารณารับรองข้อมูล จปฐ. ในระดับอำเภอและสำเนาข้อมูลทั้งหมดให้ทุกส่วนราชการใช้ประโยชน์ และสำเนาส่งให้จังหวัด จำนวน ๑ ชุด  
ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)  เป็นข้อมูลที่แสดงถึงลักษณะของสังคมไทยที่พึงประสงค์ตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำของเครื่องชี้วัด  ว่าอย่างน้อยคนไทยควรจะมีคุณภาพชีวิตในเรื่องอะไรบ้าง และควรจะมีระดับความเป็นอยู่ไม่ต่ำกว่าระดับไหนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และทำให้ประชาชนสามารถทราบได้ด้วยตัวเองว่า ในขณะนี้คุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัวรวมไปถึงหมู่บ้าน/ชุมชนอยู่ในระดับใด มีปัญหาที่จะต้องแก้ไขในเรื่องใดบ้าง เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสังคม อันเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาประเทศ
 
 
ข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน/ชุมชน (กชช. ๒ค)คือ ข้อมูลหมู่บ้านที่แสดงให้เห็นสภาพทั่วไป
และปัญหา ของหมู่บ้าน ชนบทด้านต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจสุขภาพและอนามัยความรู้และการศึกษาความเข้มแข็งของชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม  สภาพแรงงานและยาเสพติด เป็นข้อมูลที่จัดเก็บทุกหมู่บ้านในชนบท เป็นประจำทุก  ๒   ปี
                  
                                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการบริหารจัดเก็บข้อมูล จปฐ. และ กชช. ๒ ค ระดับอำเภอ   จึงได้กำหนดให้มีการจัดเก็บข้อมูลเพื่อการพัฒนาชนบท ประจำปี ๒๕๕๔ ขึ้นในห้วงระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม ๒๕๕๔ และเพื่อให้การบริหารการจัดเก็บและการบันทึกข้อมูล จปฐ. และข้อมูล กชช. ๒ ค. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนทุกครัวเรือน และทุกหมู่บ้าน/ชุมชน รวมทั้งสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริงในทุกระดับ   จึงแต่งตั้งคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูลระดับอำเภอกระนวน โดยมีนายอำเภอกระนวน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พัฒนาการอำเภอกระนวน เป็นคณะทำงานและเลขานุการ และข้าพเจ้า นายเกียยู   อาวัชนาการ เป็นคณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ ฐานะผู้รับผิดชอบงานการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. คณะทำงานดังกล่าวมีหน้าที่ กำกับ ดูแล ติดตามตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลของแต่ละตำบล   ประมวลผลเป็นภาพรวมของอำเภอ แล้วสำเนาข้อมูลทั้งหมดให้ทุกส่วนราชการใช้ประโยชน์ และสำเนาส่งจังหวัดตามกำหนด 
เพื่อให้การดำเนินงานจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี ๒๕๕๔ เป็นไปตามแนวทางที่กรมการพัฒนา
ชุมชน กำหนด จึงได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ของทุกตำบล ปี ๒๕๕๔ โดย
มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาคุณภาพการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. แก่อาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล และรับทราบแนวทางขั้นตอนและวิธีการปฎิบัติที่ถูกต้อง 
 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge  Assets)
-                   การลงทะเบียนอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ./ กชช. ๒ ค  ประจำปี ๒๕๕๔
-                   แนวทางและขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูล การบันทึกและประมวลผลข้อมูล
-                   การจัดเวทีประชาคม นำเสนอผลการจัดเก็บข้อมูล ให้ผู้นำชุมชนตำบลร่วมกันพิจารณาและรับรองข้อมูล 
แก่นความรู้ (Core Competencies)
-                   ศึกษาระเบียบ หนังสือสั่งการ
-                   การประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-                   การให้ความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
.กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.      ศึกษาระเบียบ หนังสือสั่งการ
- เอกสารแนวทางการบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.และข้อมูล กชช.๒ ค ปี ๒๕๕๔ และ สรุปประเด็นสำคัญการจัดเก็บข้อมูลฯ
         - โดยเน้นย้ำการบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. และข้อมูล กชช.๒ ค   ให้เป็นไปอย่างมี
        ประสิทธิภาพ ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วนทุกครัวเรือน ทุกหมู่บ้าน และแล้ว
       เสร็จทันตามกำหนดเวลา สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนแก้ไขปัญหา
       และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริงทุกระดับ
๒.    การประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- จัดทำคำสั่งแต่งตั้งนายกเทศมนตรีตำบล/นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นหัวหน้าคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ., กชช.๒ ค ปลัดเทศบาล/ปลัด อบต.เป็นคณะทำงานและเจ้าหน้าที่เทศบาล/ อบต. เป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงาน/ผู้บันทึกและประมวลผลข้อมูลฯ และขอใช้ห้องประชุมเป็นสถานที่ในการประชุมชี้แจงการจัดเก็บข้อมูลแก่อาสาสมัคร
๓.     การให้ความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- พัฒนากรผู้ประสานงานตำบล ติดตาม ตรวตสอบความถูกต้องของข้อมูลร่วมกับผู้บันทึกข้อมูลของตำบล ทำการบันทึกและประมวลผล นำเสนอผลการจัดเก็บข้อมูลต่อที่ประชุมในเวทีประชาคมตำบล  เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชนทุกหมู่บ้านในตำบลได้รับทราบ พิจารณาและรับรองข้อมูล สำเนาส่งอำเภอ จำนวน ๑ ชุด
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
๑.      เอกสารแนวทางการบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.และข้อมูล กชช.๒ ค ปี ๒๕๕๔
๒.    สรุปประเด็นสำคัญการจัดเก็บข้อมูล จปฐ./กชช.๒ค ปี ๒๕๕๔ จังหวัดขอนแก่น
๓.     แบบสอบถามข้อมูล จปฐ.และแบบสอบถามข้อมูล กชช.๒ ค ปี ๒๕๕๔ 

โดย lสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ความคิดเห็น (0) | ดู (574)
สร้าง: 02 มิ.ย. 2554 14:23 แก้ไข: 02 มิ.ย. 2554 14:23


กองทุนหมู่บ้าน
คำสำคัญ:กองทุนหมู่บ้าน แก้ปัญหา กทบ.

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ นามสกุล     นายวิริยะชัย    มหา
ตำแหน่ง                เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน
สังกัด                     สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เบอร์โทรศัพท์      081-0567611
ชื่อเรื่อง       ผลสำเร็จห้วงหนึ่งในการติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านห้วยโจด  หมู่ที่ ๓ ตำบลห้วยโจด
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ            กองทุนหมู่บ้านห้วยโจด  หมู่ที่ ๓ ตำบลห้วยโจด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ                      ปี พ.ศ. ๒๕๕๔
สถานที่เกิดเหตุการณ์                        สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เนื้อเรื่อง
                                ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔   ประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์   ได้มีหนังสือจากนายประหยัด แสนศรี ตำแหน่งประธานกองทุนหมู่บ้านห้วยโจด หมู่ที่ ๓ ตำบลห้วยโจด เขียนถึงสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน โดยแจ้งว่าการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านห้วยโจด หมู่ที่ ๓ เกิดปัญหา/อุปสรรคในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการเงินของกองทุน เนื่องจากนายชาญชิต กาบขน ตำแหน่งเหรัญญิกฯ   ปฏิบัติหน้าที่ไม่มีความโปร่งใส ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่โดยไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ชี้แจงรายละเอียดในการดำเนินงานเกี่ยวกับการเงิน พูดจาบ่ายเบี่ยง ละการปฏิบัติงานในหน้าที่เรื่อยมา ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓- มกราคม ๒๕๕๔ ประธานกรรมการกองทุนและคณะกรรมการได้ร่วมกันตรวจสอบข้อมูล เอกสารการจัดทำบัญชีต่าง ๆ ผลปรากฏว่าเงินออมทรัพย์กองทุนหมู่บ้าน (บัญชี ๒) จำนวน ๖๕,๐๐๐ บาท ที่เก็บจากสมาชิกกองทุน ช่วงระหว่าง ปี ๒๕๕๓- มกราคม ๒๕๕๔ ซึ่งนายชาญชิต กาบขน เหรัญญิกฯ เป็นผู้ถือเงินจำนวนนี้ไว้ และมีหน้าที่นำเงินฝากเข้าบัญชีกองทุนหมู่บ้าน(บัญชี ๒) ที่ธนาคารออมสิน สาขากระนวน   ไม่ได้นำเงินเข้าบัญชีฯ ดังกล่าว อีกทั้งนายชาญชิต กาบขน ยังได้ทำสัญญากู้เงินล้านจากกองทุนหมู่บ้านห้วยโจด หมู่ที่ ๓ เป็นจำนวนเงิน ๖๕,๐๐๐ บาท เมื่อปี ๒๕๕๓ และเมื่อครบกำหนดคืนเงินกู้ตามสัญญายืมเงิน นายชาญชิต กาบขน ก็ยังไม่ได้คืนเงินกู้ฯ ดังกล่าวคืนแก่กองทุนหมู่บ้าน    ซึ่งรวมเป็น ๒ ยอด ที่ไม่ได้ส่งคืนกองทุนหมู่บ้าน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๓๐,๐๐๐ บาท   เมื่อเรียกให้มาประชุมชี้แจงหลายครั้ง แต่นายชาญชิต กาบขน ก็ไม่มาเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการได้ติดตามประสานก็พูดจาบ่ายเบี่ยง ละการปฏิบัติหน้าที่ตลอดมา ต่อมาทางประธานและคณะกรรมการกองทุนได้ประสานกับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอกระนวนเพื่อขอความร่วมมือในการร่วมติดตามแก้ไขอุปสรรค/ปํญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้   จึงได้ร่วมกันจัดประชุมขึ้น เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านห้วยโจด หมู่ที่ ๓ ตำบลห้วยโจด   โดยได้เรียนเชิญผู้นำหมู่บ้าน คณะกรรมการที่ปรึกษากองทุน ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านให้เข้าร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือและร่วมสังเกตุการณ์ พร้อมได้ประสานให้นายชาญชิต กาบขน ตำแหน่งเลขานุการกองทุน ให้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย 
                            จากการประชุมร่วมติดตามในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านห้วยโจด หมู่ที่ ๓ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ได้เดินทางไปร่วมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จำนวน ๓ คน  คือ ๑. นายเกียยู   อาวัชนาการ ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ (รักษาราชการแทนพัฒนาการอำเภอกระนวน)   ๒. นางนงคราญ ฟองชารี เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน และข้าพเจ้านายวิริยะชัย มหา เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน (พัฒนากรผู้ประสานงานตำบลห้วยโจด)   โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมในวันนั้น ได้แก่ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน คณะกรรมการที่ปรึกษากองทุน ผู้นำหมู่บ้านและสมาชิกกองทุน รวมทั้งสิ้น จำนวน ๒๘ คน   ในการดำเนินการประชุมคณะเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอฯ ได้สอบถามข้อมูลการดำเนินงานจากฝ่ายคณะกรรมการกองทุน ผลการดำเนินงาน ตลอดจนอุปสรรค/ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงวีธีการขั้นตอนในการแก้ไขปัญหาต่างๆของคณะกรรมการ  และได้ซักถามทางฝ่ายนายชาญชิต กาบขน เลขานุการกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคู่กรณีในเรื่องนี้ และได้ข้อสรุปผลในการดำเนินการประชุมในครั้งนี้ว่า นายชาญชิต กาบขน ได้ยอมรับความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของตนทุกอย่างและยอมรับเกี่ยวกับเงินออมทรัพย์กองทุน (บัญชี ๒) ที่ไม่ได้นำเข้าบัญชีกองทุนหมู่บ้าน จำนวน ๖๕,๐๐๐ บาท รวมถึงเงินล้านที่นายชาญชิต กาบขนกู้จาก
กองทุนหมู่บ้านที่ยังไม่ได้คืนกองทุนตามสัญญากู้เมื่อครบกำหนดส่งคืน จำนวน ๖๕,๐๐๐ บาท รวมสองยอด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๓๐,๐๐๐ บาท   ซึ่งนายชาญชิต กาบขน ยอมรับผิดในที่ประชุมในการกระทำทุกอย่างและยินยอมที่จะชดใช้หนี้คืนแก่กองทุนหมู่บ้านทั้งสองยอด โดยในกรณีเงินออมทรัพย์กองทุน(บัญชี ๒) จะชดใช้หนี้คืนเป็นรายเดือน ๆละ ๒,๕๐๐ บาท/เดือน ไปจนกว่าจะชำระหนี้ครบทั้งหมด ส่วนกรณีกู้เงินล้านยินยอมจะชำระตามสัญญาที่ตกลงกันใหม่กับคณะกรรมการอนุมัติเงินกู้ตามที่กำหนด มติที่ประชุมรับทราบและถือปฏิบัติ ทั้งนี้ คณะกรรมการได้จัดทำข้อมูลเอกสารหลักฐานประกอบคำยินยอมและเอกสารในการติดตามการชำระหนี้ทุกขั้นตอน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอกระนวนได้ฝากข้อคิดและได้ให้คำแนะนำในการบริหารจัดการกองทุนกับคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน บทบาทหน้าที่รวมถึงการนำระเบียบข้อบังคับ กฎ กติกา ความรับผิดชอบในการปฏิบัติต่อหน้าที่ของตนเอง ต่อหน่วยงานต่อสังคมและส่วนรวม เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ชัดเจน เกิดความสมัครสมาน สามัคคีและเกิดความเข้มแข็งในการพัฒนาชุมชน/หมู่บ้าน กลุ่ม องค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชน โดยทุกคนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน สังคม และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป                                      
                  ข้าพเจ้า นายวิริยะชัย มหา ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน ในฐานะพัฒนากรผู้รับผิดชอบประสานงานตำบลห้วยโจด และคณะเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน มีความรู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการเข้าไปติดตามรับรู้รับฟังและร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านในการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านห้วยโจด หมู่ที่ ๓ ในครั้งนี้ จนประสบความสำเร็จบนเสี้ยวหนึ่งของการทำงานในหน้าที่ของเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน ถึงจะเป็นจุดเล็ก ๆเพียงจุดหนึ่งในการทำงานของข้าพเจ้าก็ตาม ซึ่งข้าพเจ้ามีความรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นสิ่ง ๆหนึ่งที่เกิดขึ้นในการไปร่วมประชุมติดตามงานในครั้งนี้ ก็คือรอยยิ้มของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่ได้มาให้การต้อนรับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนให้ความร่วมมือความสะดวกในการติดตามงานและ
 
                 โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ “ รอยยิ้มของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน และผู้เข้าร่วมประชุมทุก ๆคน ” ที่แสดงออกมาซึ่งเห็นได้อย่างชัดจน เมื่อการประชุมในการแก้ไขปัญหากองทุนหมู่บ้านได้สิ้นสุดลง มีมติเป็นเอกฉันท์ ทุกคนทุกฝ่ายต่างตกลงเห็นพ้องต้องกัน ยินยอม พร้อมใจที่จะถือปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องร่วมกัน ให้อภัยซึ่งกันและกัน และพร้อมที่จะพัฒนาหมู่บ้านของตนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคตข้างหน้านั่นเอง
 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-                   การจัดเวทีประชาคมร่วมแก้ไขปัญหา
-                   การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
-                   ระเบียบกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
แก่นความรู้ (Core Competencies)
-                   ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา 
-                   หาแนวทางการแก้ไขปัญหา
-                   จัดเวทีประชาคมหาหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
-                   การมีส่วนร่วม
กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.      ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา 
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ประธานกองทุน กรรมการกองทุน และสมาชิกกองทุน ต้อง
ร่วมมือกันในการศึกษาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องมีการยอมรับความจริง และยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาของทุกคน เพื่อทุกคนจะได้ยอมรับในปัญหาร่วมกันค้นหา วิเคราะห์ว่าสาเหตุเกิดจากสิ่งใด
๒.    หาแนวทางการแก้ไขปัญหา
เมื่อหาสาเหตุได้แล้ว ก็ต้องยอมรับในความล้มเหลวนั้น แต่ทุกคนต้องหาทางออกให้เจอ โดย
การเสนอความคิดเห็น และต้องยอมรับในทุกความคิดเห็น และนำทุกความคิดเห็นมาสรุปเป็นภาพรวมหาแนวทางการปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหานั้นๆ และต้องเคารพในกติกาและปฏิบัติตามมติของที่ประชุม อย่างเคร่งครัด 
๓.     จัดเวทีประชาคมหาหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหานั้นๆ ต้องมีการจัดเวทีประชาคมระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง 
เช่น ประธานกองทุน กรรมการกองทุน และสมาชิกกองทุน โดยมีคนกลางเป็นผู้ดำเนินงาน และต้องให้ทุกคนออกความคิดเห็น  และอาจให้คนกลางเป็นผู้สรุปผลแนวทางแก้ไขปัญหาได้ 
 ๔.     การมีส่วนร่วม
ในการจัดเวทีประชาคม ต้องมีผู้ประสานงานหรือแกนนำหมู่บ้านควรมีเคล็บลับในการทำงาน
แบบมีส่วนร่วม ดังนี้
๑)     สร้างทีม เพื่อบ่งบอกถึงความเข้มแข็งของหมู่บ้าน
๒)    สร้างศรัทธา กลับคืนมาให้ตนเองและหมู่บ้าน
๓)    สร้างความพร้อมของหมู่บ้าน บนพื้นฐานของความเสียสละตนเองเพื่อส่วนร่วม
๔)    เป็นผู้ประสานงานที่ดี
๕)    ยึดหลักและเชื่อมั่นในแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
๑.      พระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
๒.    ระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ว่าด้วยการจัดตั้งและบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑
๓.     ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
๔.     การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและสถานภาพของกองทุนหลังจดทะเบียน

โดย lสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ความคิดเห็น (0) | ดู (682)
สร้าง: 02 มิ.ย. 2554 14:04 แก้ไข: 02 มิ.ย. 2554 14:04


กรรมการ กข.คจ.
คำสำคัญ:กรรมการ กข.คจ.

 

บันทึกองค์ความรู้
ชื่อ นามสกุล                    นางกัญญาพร โพธิ์ศรีอุ่น
ตำแหน่ง                  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                                สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
ชื่อเรื่อง                             การดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ  คณะกรรมการไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่ตามโครงการแก้ไขปัญหาความ
                                      ยากจน (กข.คจ.)
เกตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ          มกราคม   ๒๕๕๔
สถานที่เกิดเกตุการณ์               บ้านหัวนาคำ หมู่ที่ ๒,๙ ตำบลหัวนาคำ
เนื้อเรื่อง
                    ข้าพเจ้าได้รับคำสั่งมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่ตำบลหัวนาคำ ซึ่งมีทั้งหมดจำนวน ๑๐ หมู่บ้าน และมีหมู่บ้านที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินตามโครงการแก้ไขปัญหาความ เพื่อกระจายโอกาสให้คนยากจนในครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน  (จปฐ.) ได้มีแหล่งเงินทุนในระดับหมู่บ้าน สำหรับยืมไปประกอบอาชีพ หรือขยายกิจการอาชีพของตน  เพื่อเพิ่มรายได้ให้พ้นเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ ดีขึ้น จำนวน ๕ หมู่บ้าน ดังต่อไปนี้
๑.   บ้านหัวนาคำ หมู่ที่ ๒
๒. บ้านน้ำสามวัง หมู่ที่ ๓
๓. บ้านคำครึ่ง   หมู่ที่ ๔
๔. บ้านท่าลาด หมู่ที่ ๕
๕. บ้านจอมบึง หมู่ที่ ๘
                     ข้าพเจ้าได้แจ้งจากราษฎร์บ้านหัวนาคำ   หมู่ที่ ๒ มีความประสงค์จะขอยืมเงินตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) จำนวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ไม่ได้รับการพิจารณาให้ยืมเงิน สาเหตุมาจากความไม่ชัดเจนในการดำเนินงานของคณะกรรมการ เนื่องจากบ้านหัวนาคำ หมู่ที่ ๒ ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้มีการแยกหมู่บ้านจากหมู่ที่ ๒ เพิ่มเป็นบ้าน     หัวนาคำ หมู่ที่ ๙ คณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนได้มีมติในที่ประชุมร่วมกันว่าให้ครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินตามโครงการ ฯ นำเงินมาชำระให้ครบตามที่ยืมในสัญญาให้เงิน ครบถ้วนตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) จำนวน ๒๘๐,๐๐๐ บาท (สองแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) จึงจะโอนเงินคืนให้กับบ้านหัวนาคำ หมู่ที่ ๒ 
                      จากการตรวจข้อมูลตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน  (กข.คจ.) บ้านหัวนาคำ      หมู่ที่ ๙  มีสาเหตุดังต่อไปนี้
                ๑. ครัวเรือนเป้าหมายไม่ยอมส่งเงินยืม เนื่องจากในรอบปีที่ผ่านมาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ จึงไม่มีเงินมาชำระเงินยืมภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา
                ๒. คณะกรรมไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง ทำให้ไม่ชัดเจนในการบริหารงานตามโครงการ
                                                                        /๓.ครัวเรือน...
                                         - ๒ -
                ๓. ครัวเรือนเป้าหมายที่ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ ไม่ทำหนังสือแจ้งขอผ่อนผันต่อคณะกรรมการตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
                ๔. สมาชิกไม่ส่งเงินยืมคืน โดยอ้างเหตุผลว่าสมาชิกบางคนไม่ส่งเงินยืม ตนเองก็ไม่ส่งคืนเงินยืมเช่นกัน
                ๕. คณะกรรมการเก็บเงินยืมคืนจากครัวเรือนเป้าหมายแล้ว ไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ครัวเรือนเป้าหมาย เวลามีปัญหาก็บอกว่าไม่ได้เคยรับเงินคืนจากครัวเรือนเป้าหมาย
                ๖.  คณะกรรมการขาดติดตามและกำกับดูแลในการชำระเงินยืมตามสัญญา
                    เมื่อข้าพเจ้าได้ทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว จึงได้ทำหนังสือประสานผู้ใหญ่บ้าน  เพื่อนัดประชุมชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับคณะกรรมการ/ครัวเรือนเป้าหมาย และติดตามเงินโครงการ กข.คจ.ที่สมาชิกไม่คืนเงินยืม ซึ่งวันนั้นมีผู้ร่วมประชุม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน คณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน บ้านหัวนาคำ หมู่ที่ ๒ และผู้ใหญ่บ้านหัวนาคำ หมู่ที่ ๙ และ  ครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ข้าพเจ้าและทีมงานได้ชี้แจง/ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๓๖, ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๙ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๕๓  ให้กับคณะกรรมการและครัวเรือนเป้าหมายทราบร่วมกัน จากนั้นก็ตรวจสอบยอดบัญชีเงินฝากธนาคารกับยอดที่ครัวเรือนเป้าหมายไม่ส่งคืนเงินยืมว่ายอดเงินครบ ๒๘๐,๐๐๐ บาท หรือไม่ พร้อมทั้งแจ้งจำนวนเงินและรายชื่อครัวเรือนเป้าหมายที่ค้างชำระ โดยอ่านชื่อเป็นรายบุคคล เพื่อสอบข้อมูลการยืมเงินตามสัญญายืมเงิน ว่าถูกต้องหรือไม่ และจำนวนเงินที่ค้างชำระกับยอดที่ส่งคืนเงินยืมตรงกันหรือไม่  เมื่อได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว ครัวเรือนเป้ายอมรับสภาพหนี้ที่ค้างชำระ
มติที่ประชุมเห็นด้วย และได้หาแนวทางแก้ไขร่วมกัน โดยมีแนวทางแก้ไขดังต่อไปนี้
๑.   ครัวเรือนเป้าหมายที่ผิดสัญญา ได้ขอผ่อนผันและยอมรับสภาพหนี้
                     ๒. เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน คณะกรรม/ครัวเรือนเป้าหมาย มีมติกำหนดวันในการชำระหนี้ให้ชัดเจน ภายใน ๒ งวด ดังนี้
                      - งวดที่ ๑ ภายในเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
                           - งวดที่ ๒   ภายในเดือน พฤษภาคม ๒๕๕๔
บันทึกขุมความรู้
๑. พัฒนากรประสานผู้ใหญ่บ้าน นัดประชุมคณะกรรมการและครัวเรือนเป้าหมาย 
                     ๒.  จัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ กข.คจ.ให้กับคณะกรรมการ และครัวเรือนเป้าหมาย
                ๓. ทราบข้อมูลครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงิน ยอดเงินทั้งหมดและจำนวนเงินที่หายไป
                    ๔.  ทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ กข.คจ. และครัวเรือนเป้าหมายที่ยังไม่ส่ง    ใช้คืนเงินยืม
                ๕. ทำสัญญายอมรับสภาพหนี้และกำหนดการส่งใช้คืนเงินยืมตามโครงการ
                                                                        /แก่นความรู้...
 
                              - ๓ -
แก่นความรู้
                ๑.  รับทราบข้อมูลและศึกษาปัญหา
                ๒. ประชุมชี้แจงข้อมูลและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
                ๓.  รับฟังความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกัน
กลยุทธ์ในการทำงาน
                ๑. รับทราบข้อมูลและศึกษาปัญหา
                           ศึกษาข้อมูลและปัญหาต่าง ๆ ของโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน จากการสัมภาษณ์ พูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ครัวเรือนเป้าหมาย แล้วรวมรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
๒. ประชุมชี้แจงข้อมูลและแนวทางระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
                             เมื่อได้รับทราบข้อมูลและปัญหาแล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหา โดยนัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับคณะกรรมการและครัวเรือนเรือนเป้าหมายได้ทราบ และ   อธิบายถึงกฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ และแนวทาง ให้กับคณะกรรมการและครัวเรือนเป้าหมายถือปฏิบัติร่วมกัน
๓. รับฟังความคิดเห็นและหาทางออกร่วมกัน
                                                       รับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมด้วยความเป็นธรรม สร้างความเป็นกันเองให้ทุกคนกล้าแสดงความคิดเห็น และหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยยึดระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน และไม่ก่อให้ความเสียหายแก่โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)  
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
                      -   ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหความยากจน พ.ศ. ๒๕๓๖
                     -    ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหความยากจน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๙
                        -   ระเบียบกระทรวงมหาดไทย  ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๕๓

โดย lสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ความคิดเห็น (0) | ดู (355)
สร้าง: 25 พ.ค. 2554 15:53 แก้ไข: 25 พ.ค. 2554 15:53


โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
คำสำคัญ:แก้ไขแก้จน ขยายเวลา กข.คจ.

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ นามสกุล     นางนงคราญ    ฟองชารี
ตำแหน่ง                เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน
สังกัด                     สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เบอร์โทรศัพท์     
ชื่อเรื่อง                  การขยายเวลาในการชำระหนี้ ตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน 
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ            การชำระหนี้บ้านเวียงแก้ว หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองกุงใหญ่
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ                      ปี พ.ศ. ๒๕๕๓
สถานที่เกิดเหตุการณ์                        สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เนื้อเรื่อง                               
                                 ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓   ราวเดือนมีนาคม ได้มีหนังสือจากนายสุพัน พลเต้า ซึ่งดำรง        ตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น ว่า ได้ดำเนินการจัดเก็บเงินยืมตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน          ( กข.คจ.) โดยมีสมาชิกครัวเรือนขอกู้ทั้งหมด ๓๖ ครัวเรือน เป็นเงิน ๒๘๐,๐๐๐ บาท (สองแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) ได้ดำเนินการแจ้งให้สมาชิกนำเงินมาชำระคืนให้กับคณะกรรมการฯ ระหว่างเดือน สิงหาคม ๒๕๔๗ นั้น สมาชิกนำเงินมาชำระเพียง ๑๐๙,๘๐๐ บาท (หนึ่งแสนเก้าพันแปดร้อยบาทถ้วน) ซึ่งยังค้างชำระ๓๒ ราย เป็นเงินคงค้างทั้งสิ้น จำนวน ๑๗๐,๒๐๐   บาท (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสองร้อยบาทถ้วน) ดังนั้นสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ได้มอบหมายให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการชำระเงินคืนของบ้านเวียงแก้ว หมู่ที่ ๒ ตำบลหนองกุงใหญ่  โดยหาแนวทางแก้ไขตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ ๒๕๓๖ และฉบับแก้ไข พ.ศ. ๒๕๓๙
                                ดังนั้น ข้าพเจ้า นางนงคราญ ฟองชารี ในฐานะพัฒนากรประจำตำบล ได้เข้าร่วมประชุมในการหาแนวทางแก้ไขหนี้ค้างชำระ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ น  ณ   ศาลากลางบ้านเวียงแก้ว หมู่ที่ ๒ และได้บันทึกข้อความเรียน พัฒนาการอำเภอกระนวน เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน ได้ดังนี้
                                สรุปผลการประชุมเพื่อติดตามผลการแก้ไขหนี้ค้างชำระ ตามโครงการ กข.คจ. บ้านเวียงแก้ว หมู่ที่ ๒ มีผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการ กข.คจ. และสมาชิกผู้ที่ค้างชำระเงินยืมตามโครงการฯ  และข้าพเจ้า พร้อมทีมงานพัฒนาชุมชน รวมทั้งสิ้น ๓๗ คน มีใจความสรุปได้ดังนี้
                                ในการประชุมในวันนั้นมีประเด็นในการติดตามดังนี้
๑.      ตรวจสอบความถูกต้องของสัญญาการยืมเงิน 
๒.    ตรวจสอบสมุดบัญชีลูกหนี้รายตัว และประวัติการชำระเงิน
 
 
 
 
   - ๒ -
ได้ข้อสรุป ดังต่อไปนี้
                             ๑. สัญญาการกู้ยืม ได้ทำเพียง ๒ ชุด (ชุดที่ ๑ เก็บไว้ที่อำเภอ และชุดที่ ๒ เก็บไว้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน) ซึ่งสมาชิกไม่ได้เก็บสัญญาดังกล่าวไว้
                            ๒. การจัดทำบัญชีลูกหนี้รายตัวและบัญชีที่เกี่ยวข้อง ไม่ถูกต้องและไม่เป็นปัจจุบัน จนทำให้เกิดความไม่ชัดเจนทุกคนในที่ประชุมจึงได้ลงความเห็นว่า ให้ทางสำนักงานพัฒนาชุมชนร่วมตรวจสอบบัญชีคุมลูกหนี้รายตัว และยอดเงินที่ได้ชำระไปบางส่วนนั้น อยู่ครบถ้วนหรือไม่
เมื่อวันที่ ๒๒ เดือนเมษายน ๒๕๕๓ ข้าพเจ้าพร้อมด้วย นายเกียยู อาวัชนาการ และ       นางกัญญาพร โพธิ์ศรีอุ่น ได้ออกไปหาแนวทางในการแก้ไขกรณีดังกล่าว สรุปผลการประชุมได้ดังนี้
๑.                  จำนวนเงินที่ขาดบางส่วนได้อยู่กับผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการทำงาน ชุดเดิม จำนวน ๘๖,๔๐๐ บาท (แปดหมื่นหกพันสี่ร้อยบาทถ้วน) 
๒.                ให้คณะกรรมการชุดปัจจุบันทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้ที่ยังค้างชำระให้กับคณะกรรมการชุดใหม่ เพื่อจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตรงตามระเบียบต่อไป
๓.     กำหนดวันในการนัดชำระเงินยืม     ให้ชัดเจน โดยมีรายละเอียดการนัดชำระ ดังนี้
        งวดที่ ๑ ภายในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม      ๒๕๕๓ 
        งวดที่ ๒ ภายในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ 
        งวดที่ ๓ ภายในวันที่ ๑๕ มีนาคม         ๒๕๕๔ และ
        งวดที่ ๔ ภายในวันที่ ๑๕ มิถุนายน       ๒๕๕๔
                                จึงได้ทำความเข้าใจกับสมาชิก ว่าในการประชุมในวันนี้ให้ถือเป็นที่สุดในการขอผ่อนชำระหนี้ตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน หากเลยกำหนดชำระแล้ว ทางคณะกรรมการจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สมาชิกทุกคนเห็นพร้อมและเสนอเพิ่มเติมว่าหากไม่ชำระหนี้ส่วนนี้แล้ว จะไม่ให้กู้ยืมเงินตามโครงการต่าง ๆ ที่มีอยู่ในหมูบ้านเลย
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-                   ทบทวนบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ
-                   การจัดเวทีประชาคมร่วมแก้ไขปัญหา
-                   การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
-                   ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๓๖ ฉบับแก้ไข พ.ศ. ๒๕๓๙   ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๓
แก่นความรู้ (Core Competencies)
-                   ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา 
-                   หาแนวทางการแก้ไขปัญหา
-                   จัดเวทีประชาคมหาหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
-                   การมีส่วนร่วม
- ๓ -
กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.      ศึกษา วิเคราะห์ปัญหา 
       ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่บ้าน  กรรมการกองทุน และสมาชิกกองทุน ต้อง
ร่วมมือกันในการศึกษาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องมีการยอมรับความจริง และยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาของทุกคน เพื่อทุกคนจะได้ยอมรับในปัญหาร่วมกันค้นหา วิเคราะห์ว่าสาเหตุเกิดจากสิ่งใด
                           ๒.   หาแนวทางการแก้ไขปัญหา
                                 เมื่อหาสาเหตุได้แล้ว   หาแนวทางการปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหานั้นๆ และต้องเคารพในกติกาและปฏิบัติตามมติของที่ประชุม อย่างเคร่งครัด 
๓.   จัดเวทีประชาคมหาหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
        ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหานั้นๆ ต้องมีการจัดเวทีประชาคมระหว่างผู้ที่มีส่วน
เกี่ยวข้อง เช่น ประธาน(ผู้ใหญ่บ้าน)   กรรมการ และสมาชิกผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีคนกลางเป็นผู้ดำเนินงาน(สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ)   และต้องให้ทุกคนออกความคิดเห็น และสรุปผลแนวทางแก้ไขปัญหาได้ 
๔.     การมีส่วนร่วม
ในการจัดเวทีประชาคม ผู้ประสานงานหรือตัวแทนองค์กรอื่น  ควรมีเคล็บลับในการทำงาน
แบบมีส่วนร่วม ดังนี้
๑)     สร้างทีม เพื่อบ่งบอกถึงความเข้มแข็งของหมู่บ้าน
๒)    สร้างศรัทธา กลับคืนมาให้ตนเองและหมู่บ้าน
๓)    สร้างความพร้อมของหมู่บ้าน บนพื้นฐานของความเสียสละตนเองเพื่อส่วนร่วม
๔)    เป็นผู้ประสานงานที่ดี
๕)    ยึดหลักและเชื่อมั่นในแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
๑. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๓๖
๒. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๙
๓. ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๕๓

โดย lสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ความคิดเห็น (0) | ดู (427)
สร้าง: 25 พ.ค. 2554 15:47 แก้ไข: 25 พ.ค. 2554 15:47


กข.คจ.
คำสำคัญ:กข.คจ. ยืมไม่มีดอกเบี้ย

 

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ นามสกุล     นางนิตยากร ทอดทอง
ตำแหน่ง                นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                     สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เบอร์โทรศัพท์      ๐๘๖-๒๓๓๑๒๙๓
ชื่อเรื่อง                  การแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ            การสร้างความเข้าใจแก่กลุ่มเป้าหมายตามโครงการแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน อำเภอกระนวน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ                      ระหว่าง ปี ๒๕๔๓ - ๒๕๕๔
สถานที่เกิดเหตุการณ์                        สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน
เนื้อเรื่อง
                                ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ตามมติเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ จำนวน ๑๑,๖๐๘ หมู่บ้าน และเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๐ จำนวน ๒๘,๐๓๘ หมู่บ้าน รวม ๓๙,๖๔๖ หมู่บ้าน เพื่อกระจายโอกาสให้ คนยากจนในครัวเรือนที่มีรายต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ได้มีแหล่งเงินทุนในระดับหมู่บ้าน สำหรับยืมไปประกอบอาชีพ หรือขยายกิจการอาชีพของตน เพื่อเพิ่มรายได้ให้พ้นเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยสนับสนุนงบประมาณจัดตั้งเป็นเงินตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนระดับหมู่บ้าน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว โดยควบคุมดูแลและตรวจสอบการใช้เงินดังกล่าวให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตั้งงบประมาณและระเบียบของทางราชการ
                                เพื่อให้การดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงมีการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๓๖ และ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๙ และล่าสุดพ.ศ. ๒๕๕๓
                                ปี ๒๕๕๓ อำเภอกระนวนมีหมู่บ้านที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน จำนวนทั้งสิ้น ๔๑ หมู่บ้าน ได้รับสนับสนุนจากงบปกติจำนวน ๑๔ หมู่บ้าน งบถ่ายโอน กข.คจ. จำนวน ๒ หมู่บ้าน งบมิยาซาวา(เศรษฐกิจชุมชน) จำนวน ๕ หมู่บ้าน งบพิเศษตามมติ ครม. จำนวน ๒๐ หมู่บ้าน
                                ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๕๓ ว่าด้วยโครงสร้างการบริหารและบทบาทหน้าที่ ข้อ ๗ ให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ. มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแล และตรวจสอบการใช้เงินโครงการดังกล่าวให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตั้งงบประมาณและระเบียบของทางราชการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของพัฒนากร อยู่ในหมวด ๕ การส่งเสริม สนับสนุน การติดตามการรายงาน ข้อ ๒๔ ให้พัฒนากรผู้รับผิดชอบประจำตำบลทำหน้าที่ดำเนินตามโครงการ กข.คจ. ดังนี้
(๑)   ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ในการบริหารจัดการแก่คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน และเครือข่ายหมู่บ้าน กข.คจ.
(๒)ส่งเสริมสนับสนุน การประกอบอาชีพของครัวเรือนเป้าหมาย
(๓) สนับสนุนการจัดทำระบบข้อมูลและเอกสารบัญชี
(๔) ติดตาม ตรวจสอบ กำกับดูแล เงินโครงการ กข.คจ.ของหมู่บ้าน
(๕) รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ กข.คจ.
(๖)   ปฏิบัติงานอื่นตามที่พัฒนาการอำเภอมอบหมาย
ในปี ๒๕๕๓ บ้านกุดจาน หมู่ที่ ๔ ตำบลน้ำอ้อม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ
ตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน มาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ ดำเนินการให้ครัวเรือนเป้าหมายยืมเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า ๖ ครั้ง ใน ๒ ถึง ๓ ปีแรกครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินเป็นครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และในรอบการยืมเงินรอบที่ ๔ และ ๕ ของการดำเนินงาน ประมาณปี ๒๕๔๘ ครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินเป็นครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน แต่ในรอบการยืมเงินรอบที่ ๖ ประมาณปี ๒๕๕๐ ครัวเรือนเป้าหมายซึ่งต้องเป็นครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ในบ้านกุดจานนั้นไม่มี เนื่องจากไม่มีครัวเรือนตกเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน ข้อรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี   
ประธานกรรมการหมู่บ้านซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ กข.คจ. บ้านกุดจาน
ขณะนั้น จึงขอคำแนะนำเพื่อให้การดำเนินงาน กข.คจ.บ้านกุดจาน เกิดประโยชน์แก่ชาวบ้านมากที่สุด พัฒนากรประจำตำบลจึงได้ให้ข้อเสนอแนะว่า หากครัวเรือนเป้าหมาย กข.คจ.ในหมู่บ้านกุดจานตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ไม่มีครัวเรือนใดตกเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน ให้คณะกรรมการ กจ.คจ. ประชุมเพื่อหาข้อสรุปในการสรรหาครัวเรือนเป้าหมายที่จะสามารถยืงเงิน ตาม โครงการ กข.คจ. ได้ 
ข้อสรุปจากมติการประชุมคณะกรรมการ กจ.คจ.บ้านกุดจาน เพื่อให้ครัวเรือนเป้าหมาย มี
ความหมายใกล้เคียงและไม่ให้การดำเนินงาน กข.คจ.บ้านกุดจาน ขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน คณะกรรมการ กข.คจ. บ้านกุดจาน จึงให้คำนิยามของครัวเรือนเป้าหมายที่สามารถยืมเงิน กข.คจ. ได้นั้น ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ เป็นครัวเรือนที่มีรายได้น้อยหมายถึงหาเงินได้น้อยมีรายได้มาก เป็นครัวเรือนที่มีอาชีพรับจ้าง เป็นครัวเรือนที่ไม่มีที่ทำกิน และทุกครัวเรือนเป้าหมายต้องผ่านการรับรองว่าเหมาะที่จะเป็นครัวเรือนเป้าหมายจากเวทีประชาคมของหมู่บ้าน บ้านกุดจานจึงได้มีครัวเรือนเป้าหมายสำหรับการดำเนินงานโครงการ กข.คจ. และดำเนินงานเป็นต้นมา
                                ในรอบการยืมเงินครั้งล่าสุด ประมาณ ปี ๒๕๕๓ คณะกรรมการ กข.คจ. ได้ดำเนินการจัดทำเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงินเพื่อโอนเงิน กข.คจ.ให้ครัวเรือนเป้าหมาย ยืมตามลำดับ ตามขั้นตอนของการดำเนินงาน กข.คจ. ปรากฎว่าได้รับการท้วงติงว่า ในบ้านกุดจานไม่มีครัวเรือนตกเกณฑ์ข้อรายได้ตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) แล้ว การยืมเงินนั้นให้ดำเนินการบูรณาการกับกองทุนหมู่บ้าน โดยให้คณะกรรมการ กข.คจ.ดำเนินการให้กองทุนหมู่บ้านกู้ยืมตามระเบียบของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อให้กองทุน กข.คจ.เพิ่มมากขึ้น
                                ในการดำเนินการดังกล่าว ได้คำทักท้วงจากคณะกรรมการ กข.คจ.บ้านกุดจาน ว่า ในเมื่อ เงิน กข.คจ. มีคณะกรรมการ กข.คจ.บริหารงานอยู่และได้รับการแต่งตั้งถูกต้องตามระเบียบฯ ทำไหมจึงไม่มีความสามารถในการบริหารเงิน กข.คจ.เอง ทำไหม ต้องเอาเงิน กข.คจ. ซึ่งให้ครัวเรือนเป้าหมายยืม และครัวเรือนเป้าหมายน่าจะเป็นครัวเรือนที่มีรายได้น้อย แม้ไม่ต้องเกณฑ์ จปฐ. ก็เป็นครัวเรือนที่เวทีประชาคมหมู่บ้านรับรองว่าเป็นครัวเรือนที่มีรายได้น้อยหมาะสมที่จะเป็นครัวเรือนเป้าหมายในการยืมเงิน กข.คจ. และเป้าหมายของการยืมเงิน กข.คจ. คือไม่มีการคิดดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งในการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านตามระเบียบฯจะมีการคิดดอกเบี้ยกับผู้กู้ ซึ่งเป้าหมายแตกต่างกัน
                                แต่การทักท้วงดังกล่าว ไม่เป็นผล คณะกรรมการหมู่บ้านจึงต้องเขียนรายงานการประชุมให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านกู้เงิน กข.คจ.ไปให้สมาชิกกองทุนกู้ตามระเบียบกองทุนหมู่บ้านต่อไป
                                จากการดำเนินงานดังกล่าว ข้าพเจ้ามีความเห็นว่ากองทุนทุกกองทุนในหมู่บ้าน ควรมีตัดตนเป็นของตนเอง เช่นในการดำเนินงาน กข.คจ. ก็คือการดำเนินงาน กข.คจ. ไม่ควรนำวงเงินไม่ว่าจากโครงการใดๆมาบวกรวมกัน ในการบูรณาการกองทุนภายในหมู่บ้าน น่าจะหมายถึงการใช้หลักการบริหารที่คล้ายกัน คือในรูปแบบของคณะกรรมการ การจัดทำบัญชี การทำงบดุลประจำปี หรือการจัดทำเอกสารในการกู้ หรือการยืม การติดตาม การให้คำแนะนำในการดำเนินงาน โดยทุกกองทุนใช้ที่ทำการกลุ่มที่เดียวกัน แต่การจัดทำบัญชีก็ควรเป็นของแต่ละกองทุน 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
-          ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๓๖ และ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๙ และล่าสุดพ.ศ. ๒๕๕๓
-          การจัดเวทีประชาคม
-          การให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการ กข.คจ.
แก่นความรู้ (Core Competencies)
-          ศึกษาปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
-          ความเชื่อมั่นในเวทีประชาคมของชาวบ้าน
-          การปฏิบัติตามคำแนะนำหรือตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ 
กลยุทธ์ในการทำงาน
๑. ศึกษาปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขปัญหา 
การทำงานในพื้นที่ โดยเฉพาะกับกองทุนหรือกลุ่ม องค์กร ที่มีเงินทุนเป็นองค์ประกอบ 
จำต้องศึกษาระเบียบ ข้อปฎิบัติ และแนวทาง อย่างชัดเจน เมื่อเกิดปัญหาต้องวิเคราะห์ว่าสาเหตุมาจากเรื่องใด แก้ไขได้หรือไม่ ขัดต่อระเบียบหรือไม่ สามารถให้คำปรึกษาและชี้แนะแนวทาง เพื่อให้การดำเนินงานใดๆเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาวบ้านได้
๒. ความเชื่อมั่นในเวทีประชาคมของชาวบ้าน
เจ้าหน้าที่ควรมีความเชื่อมั่นในคณะกรรมการ หรือต้องลดความรู้สึกว่ารู้มากกว่าชาวบ้าน
เพื่อให้มีความเชื่อมั่นและศรัทธาในแนวคิด หรือความคิดของชาวบ้านบ้าง โดยเฉพาะแนวคิดหรือแนวทางการแก้ไขของชาวบ้านที่ออกมาในรูปของการจัดประชุมจากเสียงส่วนใหญ่ในเวทีประชาคมของชาวบ้าน ชาวบ้านผู้อยู่ในพื้นที่ เขาต้องรู้ข้อมูลดีกว่าคนนอกหมู่บ้านอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะยอมรับได้หรือไม่ว่า ชาวบ้านก็แก้ไขปัญหาเองได้
๓. การปฏิบัติตามคำแนะนำหรือตามความต้องการของเจ้าหน้าที่
ชาวบ้านที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของราชการ มีความพร้อมและย่อมต้องทำตามคำแนะนำ
หรือคำสั่งของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว หากเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ได้ชาวบ้านก็พร้อมที่จะไม่ทำ โดยชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกในองค์กรของเราเองนั้นไม่เคยคิดในแง่ลบเลยว่า การปฏิบัติตามนั้นเป็นการปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกต้องหรือเป็นการปฏิบัติตามความต้องการ(ตามใจคิด)ของเจ้าหน้าที่
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
-          ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๓๖
-          ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๙ 
-          ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. ๒๕๕๓

โดย lสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอกระนวน ความคิดเห็น (0) | ดู (616)
สร้าง: 25 พ.ค. 2554 10:28 แก้ไข: 25 พ.ค. 2554 10:28
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION