สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


การส่งเสริมการตรวจสุขภาพกองทุนชุมชน
คำสำคัญ:ตรวจสุขภาพกองทุนชุมชน กองทุนชุมชน ส่งเสริม

 

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ – สกุล        นายสังวาร สีหากุ
ตำแหน่ง        นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง
เบอร์โทรศัพท์    08-0733-2220
 
ชื่อเรื่อง           การส่งเสริมการตรวจสุขภาพกองชุมชน
 
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำคัญเกี่ยวกับ    การสร้างหลักการมีส่วนร่วมของกองทุนชุมชน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2555
                   สถานที่เหตุการณ์ หมู่บ้านโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน บ้านคำแมด หมู่ที่ 2 ตำบลคำแมด
อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
                   เนื้อหา เนื้อเรื่อง เป็นการตรวจสุขภาพทางการเงินของหมู่บ้านที่ได้รับงบประมาณโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน บ้านคำแมด หมู่ที่ ๒ ตำบลคำแมด ซึ่งได้รับประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ จำนวนเงินทุน ๒๘๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันมีเงินทุน จำนวน ๒๘๔,๗๖๘ บาท
                   ผู้เข้าร่วมประชุมในการตรวจสุขภาพทางการเงิน ประกอบด้วยคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน จำนวน ๙ คน
                   รูปแบบในการประเมินผลการตรวจสุขภาพทางการเงินของหมู่บ้านโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนใช้สมุดตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นหลัก เริ่มต้นเป็นการพูดเพื่อสร้างความเป็นกันเองกับคณะกรรมการ และอธิบายสร้างความรู้ ความเข้าใจในวัตถุประสงค์และเกณฑ์การตรวจสุขภาพทางการเงิน จำนวน ๙ ข้อ ๒๔ ตัวชี้วัดย่อย
                   ร่วมกับคณะกรรมการ กข.คจ. ดำเนินการตรวจสุขภาพในแต่ละตัวชี้วัด พร้อมกับพูดคุยสร้างบรรยากาศเหมือนเป็นการไปสนับสนุนการบริหารจัดการของคณะกรรมการ เพื่อไม่ให้คณะกรรมการอึดอัดใจ    เหมือนกระทำความผิด ต้องได้รับการลงโทษ เมื่อดำเนินการตรวจสุขภาพทางการเงินจนครบ ทั้ง ๒๔ ตัวชี้วัด ได้ร่วมกันสรุปผลการตรวจสุขภาพฯและร่วมกันกำหนดแผนการดำเนินงานของกองทุน กข.คจ. เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของสมาชิก
                  
ขุมความรู้
๑.      กำหนดหมู่บ้านเป้าหมายในการตรวจสุขภาพกองทุน
๒.      กำหนดนัดหมายกับคณะกรรมการในการตรวจสุขภาพ
๓.      การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินของกองทุน
แก่นความรู้
๑.      ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าของการตรวจสุขภาพกองทุน
๒.      การมีส่วนร่วมผู้เข้าร่วมของคณะกรรมการและสมาชิก
๓.      สร้างบรรยากาศความเป็นกันเองระหว่างผู้ตรวจสุขภาพและคณะกรรมการ
๔.      การร่วมมือกันกำหนดทิศทาง/แผนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาล
 
 
************** 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (465)
สร้าง: 02 ก.ค. 2555 15:07 แก้ไข: 02 ก.ค. 2555 15:07


OTOP ซำสูง มุ่งสู่ตลาดสากล
คำสำคัญ:otop ซำสูง ตลาดสากล

 

แบบบันทึกความรู้

          ชื่อ - สกุล                นางปราณี    ภูตรี
ตำแหน่ง                   เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน
สังกัด                       สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง   จังหวัดขอนแก่น
เบอร์โทร                   ๐ – ๔๓๒๑ -๖๑๔๕
ชื่อเรื่อง                    OTOP ซำสูง มุ่งสู่ตลาดสากล
แก้ปัญหาเกี่ยวกับ         การตลาดสินค้า OTOP
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ      ๓๐  พฤษภาคม ๒๕๕๕
สถานที่                     อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เนื้อเรื่อง
OTOP ซำสูง มุ่งสู่ตลาดสากล
                    หลายคน..ไม่ใช่สิ ทุกคน..รู้จัก OTOP จำได้ว่าชั่ว ๑ ศรรษตวรรต OTOP ไทย ไปได้สวย.. ไกลด้วย นั่น ต้องปรบมือให้คนในชุมชน ซึ่งเป็นรากหญ้าโดยแท้ ขุดค้น ร่วมคิด ร่วมเรียนรู้ อย่างสร้างสรรค์ จากวัตถุดิบ หรือสิ่งของพื้นๆ หรือแม้แต่ ของเศษ ของเหลือใช้ ของใช้แล้ว นำมาประยุกต์ ปรุงแต่ง ทำให้เป็นสินค้า OTOP เพิ่มมูลค่า สร้างงาน สร้างรายได้ ให้คนในชุมชน ได้ลืมตาอ้าปาก หายเจ็บ หายจน ก็ทำให้หลายกลุ่ม หลายผู้ประกอบการ   ถูกอก ถูกใจ ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้รับ  ผู้ฝาก เมื่อนำไปเป็นของขวัญ   ของกำนัล มีมากมาย หลายประเภท ทุกหมู่บ้านทุกตำบล ในเมืองไทย จนได้ชื่อว่า “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” แต่ ข้อเท็จจริงแล้ว ในหนึ่งตำบลมีมากกว่าหนึ่งค่ะ เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่า นี่คือภูมิปัญญาแปลงเป็นตัวเงินได้   ปัญหาที่ตามมาติดๆ คือสินค้าล้นตลาด “ แต่”    
                   เราชาวอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น เป็นอำเภอเล็กๆ ของขอนแก่น ก็มีผลิตภัณฑ์ OTOP ผลงานชาวบ้านคูคำ หมู่ที่ ๒ ตำบลคูคำ   ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ นั่นคือ   “น้ำปลาร้าปรุงรส” เป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมกันแพร่หลายสำหรับชาวอีสานบ้านเรา 
                   พี่บัวไข สีดาน้อย  เป็นแกนนำ ผู้ก่อตั้ง  พี่เขาเล่าว่า กลยุทธ์ที่ผลิตแล้วขายได้เรื่อยๆ เริ่มต้นที่เราคัดเลือกเอาผลิตภัณฑ์ปลาร้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของชาวอีสาน หากเรานำปลาร้ามาต้ม ปรุงรสให้แซ่บ นัว ใส่ใจความสะอาด ถูกหลักอนามัย บรรจุในขวดพร้อมกินพร้อมใช้ทันที ให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวก สบายในการบริโภค 
 
บันทึกขุมความรู้
๑.      ประชุมคณะกรรมการกลุ่ม วางระเบียบ กติกา เบื้องต้น
๒.      นำเข้าที่ประชุมสมาชิกตกลงร่วมกัน
๓.      ระดมทุน
๔.      วางแผนการปฏิบัติ พร้อมการดำเนินการตามแผน
๕.      หมั่นประชุมกันเป็นประจำ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา และพบปะพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกันเอง
แก่นความรู้
๑.      การมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรมกลุ่ม
๒.      ความเป็นเจ้าของ
๓.      จิตสำนึกแบบพอเพียง
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฏี ที่เกี่ยวข้อง
๑.      การมีส่วนร่วม
๒.      เศรษฐกิจพอเพียง
 
 
 

***************


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (442)
สร้าง: 02 ก.ค. 2555 15:01 แก้ไข: 02 ก.ค. 2555 15:02


ทีมปฏิบัติการตำบลโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ
คำสำคัญ:แก้จน แก้ไขปัญหาความยากจน ทีมปฏิบัติการ

แบบบันทึกองค์ความรู้
 
ื่อ-สกุล นางสาวกนกอร สุนทรพิทักษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง โทรศัพท์ ๐ ๔๓๒๑ ๙๐๙๔
 
ชื่อเรื่อง ทีมปฏิบัติการตำบลโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ
 
บันทึกเมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๕
สถานที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
 
เนื้อเรื่อง กระทรวงมหาดไทย กำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นโครงการลดความเลื่อมล้ำด้านรายได้ด้วยการขจัดความยากจนในชนบทและได้จัดทำยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจนให้สามารถพึ่งพาตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์หรือปรัชญาของกระทรวงมหาดไทยในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนกระทรวงมหาดไทยโครงการลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้การขจัดความยากจนในชนบท ทางอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น จึงได้แต่งตั้งทีมปฏิบัติการตำบลการแก้ไขปัญหาความยากจน (ทีมเคาะประตู) ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ นายก อบต. พัฒนากร เกษตรตำบล สาธารณสุขตำบล ครู กศน. ตำบล กำนัน ผู้นำ อช.ชาย และหญิง ผู้นำสตรี
การดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจน ปี ๒๕๕๕ อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น โดยการนำของ นายภูมิจิตร ศรีวงษ์ราช นายอำเภอซำสูง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอซำสูง (ศจพ.อ.ซำสูง) และนางศรีสุรางค์ ฤทธิ์คล้าย พัฒนาการอำเภอซำสูง ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะทำงาน ศจพ.อ.ซำสูง อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น มีเป้าหมายที่จะลดจำนวนครัวเรือนยากจนเป้าหมายที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ.
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
มีขั้นตอนการเตรียมตัวเองอย่างไร ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ มีขั้นตอนการเตรียมตัวเอง ดังนี้ ๑. ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ๒. ศึกษารายละเอียดกรอบแนวทางในการดำเนินงาน ๓. ศึกษารายละเอียดข้อมูลครัวเรือนเป้าหมาย ๔. วางแผนการดำเนินงาน 
มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการนั้น มีขั้นตอนในการดำเนินการ ดังนี้ ๑. ทบทวนคำสั่ง ศจพ.ระดับอำเภอ ให้เป็นปัจจุบัน และมีองค์ประกอบจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถบูรณาการงบประมาณ โครงการ/กิจกรรม เพื่อให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนได้ ๒. ดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนปี ๒๕๕๕ โดยเข้าตรวจสอบฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนเป้าหมายที่ตกเกณฑ์ จปฐ. พร้อมทำการสำรวจ ศักยภาพครัวเรือน ซึ่งในปี ๒๕๕๕ อำเภอซำสูงใช้ฐานครัวเรือนเป้าหมายที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ปี ๒๕๕๔ จำนวน ๑ ครัวเรือน ซึ่งอำเภอได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการตำบล(เคาะประตูบ้าน) โดยประกอบด้วยพัฒนากรประจำตำบล เกษตรประจำตำบล สาธารณสุขประจำตำบล กศน.ประจำตำบล นักพัฒนาชุมชน ผู้นำ อช. และ อช. ดำเนินการคัดกรองครัวเรือนเป้าหมาย โดยเวทีประชาคม ๓. ชุดปฏิบัติการประจำตำบล (เคาะประตู) ออกไปตรวจเยี่ยมครัวเรือนเป้าหมายที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ปี ๒๕๕๔ โดยจัดประชุมประชาคมให้ความรู้ในการดำเนินชีวิต ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แก่ครัวเรือนเป้าหมาย พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนเป้าหมาย และทำการคัดกรองครัวเรือนเป้าหมาย ซึ่งอำเภอซำสูง สามารถแยกครัวเรือนเป้าหมายได้เพียง ๑ ประเภท คือ ครัวเรือนที่ไม่มีศักยภาพ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสงเคราะห์ โดยได้ประสานการขอรับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต่อไป ๔. ติดตามประเมินผลการยกระดับรายได้
แก่นความรู้ (เทคนิคสำคัญของความสำเร็จ) ในการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการนั้น มีเทคนิคสำคัญใน การดำเนินงานคือ เทคนิคการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพราะในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ใช้หลักการมีส่วนร่วมของภาคี ซึ่งประกอบด้วย ภาคประชาชน ภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
มีกลยุทธ์ในการทำงานอย่างไร กลยุทธ์ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ใช้หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วมของภาคี ซึ่งประกอบด้วย ภาคประชาชน ภาคราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น โดยอาศัยคำสั่ง ศจพ. ระดับอำเภอ เป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการทำงาน ซึ่งคำสั่งดังกล่าว มีองค์ประกอบจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถบูรณาการงบประมาณ โครงการ/กิจกรรม เพื่อให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนได้ การใช้เทคนิค “หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม” ส่งผลให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
*************************

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (470)
สร้าง: 02 ก.ค. 2555 14:45 แก้ไข: 02 ก.ค. 2555 14:45


การใช้หลักปรัชญาเศษฐกิจพอเพียงสู่การวัดความสุขมวลรวมชุมชน
คำสำคัญ:ความสุขมวลรวม เศรษฐกิจพอเพียง วัดความสุข

 

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ – สกุล        นางศรีสุรางค์ ฤทธิ์คล้าย
ตำแหน่ง                   นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ (พัฒนาการอำเภอ)
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เบอร์โทรศัพท์    ๐๘๕-๐๕๓๓๓๐๐
ชื่อเรื่อง           การใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การวัดความสุขมวลรวมชุมชน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำคัญเกี่ยวกับ    การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ   พ.ศ. ๒๕๕๕
                   สถานที่ดำเนินการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน/ชุมชน บ้านคูคำ หมู่ที่ ๒ ตำบลคูคำ   อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น (หมู่บ้านขยายผลการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ)
                   เนื้อเรื่อง เป็นการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน ครั้งที่ ๑ ก่อนการพัฒนาเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ โดยมีองค์ประกอบตัวชี้วัด ๖ องค์ประกอบ ๒๒ ตัวชี้วัด องค์ปรกอบที่ ๑ การมีสุขภาวะ จำนวน ๓ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๒ เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งเป็นธรรม จำนวน ๓ ตัว องค์ประกอบที่ ๓ ครอบครัวอบอุ่น จำนวน ๓ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๔ ชุมชนมีการบริหารจัดการชุมชนดี จำนวน ๕ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๕ การมีสภาพแวดล้อมดีมีระบบนิเวศที่สมดุล จำนวน ๔ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๖ เป็นชุมชนประชาธิปไตยมี ธรรมาภิบาล จำนวน ๔ ตัวชี้วัด
                   ครัวเรือนที่เข้าร่วมเวทีประเมินความสุขมวลรวม คือครัวเรือนต้นแบบ ๓๐ ครัวเรือน เป็นการประเมินความสุขโดยนำเอาแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก
                   รูปแบบการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน เริ่มแรกวิทยากรกระบวนการสลับหมุนเวียนเล่าประสบการณ์/ความสุขภายในครัวเรือนของแต่ละคนให้ครัวเรือนผู้เข้ารับการประเมินได้เป็นข้อคิด/ตัวอย่าง
สองสร้างความรู้ ความเข้าใจในองค์ประกอบของแต่ละตัวชี้วัด อันดับสามให้เวทีประชาคมร่วมกันกำหนดเกณฑ์ตัวชี้วัดใช้วัดในแต่ละตัวชี้วัด จำนวน ๒๒ ตัวชี้วัด และค่าคะแนนที่ใช้วัดความสุข  อันดับสี่ ให้ที่ประชุมร่วมกันกำหนดรูปแบบในการประเมินความสุขมวลรวม (การประเมินแบบรายบุคคลและหาค่าเฉลี่ยความสุขมวลรวม/การประเมินโดยใช้มติที่ประชุมยกมือให้คะแนนความสุขและหาค่าเฉลี่ยมวลรวมในแต่ละตัวชี้วัด /ประเมินโดยใช้มติที่ประชุมกำหนดค่าคะแนนรวมของแต่ละตัวชี้วัด)
                  
 
ขุดความรู้
๑.      กำหนดหมู่บ้านเป้าหมายในการประเมินความสุขมวลรวม
๒.      วิทยากรกระบวนการร่วมกันทำความเข้าใจในการประเมินความสุขมวลรวม
๓.      กำหนดบทบาทหน้าที่ของวิทยากรกระบวนการของแต่ละคน
๔.      เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งดีในชีวิตของครัวเรือน
แก่นความรู้
๑.      ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจของการประเมินความสุขมวลรวม
๒.      การมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมเวทีประเมินความสุขในการกำหนดเกณฑ์ที่ใช้วัดในแต่ละองค์ประกอบ
๓.      เวทีประชาคมใช้รูปแบบเวทีประชาธิปไตยเคารพซึ่งกันและกันมีสิทธิออกเสียงเท่าเทียมกันในแสดงออกและให้ค่าคะแนนของการประมวลความสุข
ข้อพึงระมัดระวังในการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน ต้องปราศจากการชี้นำ ต้องให้ผู้เข้าร่วมเวทีแสดงออกทางความคิดได้อย่างอิสระ
 
îîîîîîîîî
 
 
 
 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (665)
สร้าง: 02 ก.ค. 2555 14:34 แก้ไข: 02 ก.ค. 2555 14:34


เลี้ยงกบในบ่อดิน
คำสำคัญ:เลี้ยงกบในบ่อดิน:แก้จน

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
**************************
ชื่อ – สกุล                : นายปรเมศวร์ ยอดป้องเทศ
ตำแหน่ง                  : นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                      : สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เบอร์โทรศัพท์           : 0850004099
ชื่อเรื่อง                   : เลี้ยงกบในบ่อดิน แนวทางแก้จนของบ้านเรา
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ/ ความสำเร็จเกี่ยวกับ       :      การทำงานกับชีวิตจริงของข้าพเจ้า
 
 
จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของข้าพเจ้าในอดีตมักจะได้ยินคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยเฉพาะจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันที่เคารพรักของปวงชนชาวไทยทุกคน ข้าพเจ้าก็ไม่ค่อยเข้าใจมากนัก จึงมักจะคิดเสมอว่า “ทำไมต้องเศรษฐกิจพอเพียง” จึงได้สนใจ ศึกษา จนเข้าใจคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” และนำไปปรับใช้กับงานพัฒนาชุมชน งานที่รับผิดชอบ และปรับใช้กับชีวิตประจำวันของข้าพเจ้า จนเกิดผลดีกับข้าพเจ้าและครอบครัว โดยเฉพาะการประกอบอาชีพของชาวบ้านที่พบเห็น และน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เช่นการเลี้ยงกบในบ่อดิน
 
ความเป็นมาของการเลี้ยงกบในหมู่บ้าน
บ้านสว่าง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตําบลห้วยเตย อําเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น สภาพพื้นที่เป็นที่ราบ พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมกับการเกษตร ราษฎรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ใช้ที่ดินที่ถือครองในการประกอบอาชีพทางการเกษตร อาชีพหลักคือการทํานาซึ่งดําเนินการมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษจนถึงรุ่นปัจจุบัน
          การประกอบอาชีพทํานาในพื้นที่นี้อาศัยนํ้าฝนเพียงอย่างเดียวบางปีมีปริมาณนํ้าฝนพอเหมาะนาข้าวให้ผลผลิตดีทําให้ราษฎรมีรายได้เพียงพอต่อการดํารงชีพในครอบครัว แต่บางปีเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานหรือมีปริมาณนํ้าฝนมากเกินไปทําให้เกิดนํ้าท่วมในช่วงฤดูทํานาทําให้นาข้าวได้รับความเสียหายเป็นจํานวนมาก      
         เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติดังกล่าวมีรายได้จากการประกอบอาชีพทํานาไม่เพียงพอกับรายจ่าย ทั้งที่เป็นรายจ่ายในครอบครัวและการประกอบอาชีพ ส่งผลให้เกษตรกรต้องกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบเพื่อใช่จ่ายในครอบครัว ทําให้เกิดเป็นหนี้สินที่เพิ่มพูน
           ในปีพ.ศ.
2549 ราษฎรในหมู่บ้านหลายคนได้ เดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงซึ่งอยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียง และพบว่าราษฎรในหมู่บ้านดังกล่าวได้ประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้แก่ครอบครัวโดยการเลี้ยงกบ จึงเกิดความสนใจเรียนรู้ในขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงกบ และนําความรู้ดังกล่าวกลับมาเผยแพร่แก่ผู้สนใจในหมู่บ้าน
           การเลี้ยงกบในหมู่บ้านในระยะแรก ราษฎรได้ขุดบ่อดินในนาข้าวเพื่อเลี้ยงกบเป็นการจําลองพื้นที่เลี้ยงกบให้ใกล้เคียงกับสภาพธรรมชาติมากที่สุด หลังจากสิ้นสุดฤดูทํานา ราษฎรที่เลี้ยงกบเห็นว่าระยะทางจากบ้านเรือนไปถึงนาข้าวอยู่ห่างไกล เกิดความไม่สะดวกในการดูแลกบจํานวนมากที่เลี้ยงไว้จึงได้เปลี่ยนพื้นที่จากการเลี้ยงกบในนาข้าวมาเป็นการเลี้ยงกบในบ่อดินในบริเวณบ้าน และได้เปลี่ยนแปลงลักษณะของบ่อเลี้ยงกบ เนื่องจากบ่อดินไม่สามารถขังนํ้าไว้ได้นานโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง จะมีปริมาณนํ้าซึมลงไปใต้ผิวดินเป็นจํานวนมาก ราษฎรจึงได้นําแผ่นพลาสติกมาปูรองพื้นดินในบ่อเลี้ยงกบเพื่อทําให้ปริมาณนํ้าคงที่ตลอดทั้งปี
            การดําเนินการเลี้ยงกบในบ่อดินบริเวณบ้านในปัจจุบัน มีราษฎรในหมู่บ้านดําเนินการเลี้ยงกบในบริเวณบ้าน จํานวน 30 ครัวเรือน และได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีนางกิติยาภรณ์ โพธิ์ศรี เป็นประธาน
 
ขั้นตอนการเลี้ยงกบ
           ผู้สนใจที่จะเลี้ยงกบควรทําความเข้าใจในลักษณะของสายพันธุ์กบ การเตรียมบ่อสําหรับเลี้ยงกบ ลักษณะอาหารของกบ ปัญหาและศัตรูในการเลี้ยงกบ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
 
ลักษณะของกบแต่ละสายพันธุ์
           กบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งนํ้า มีระบบหายใจได้ 2 ทาง คือทางปอดและทางผิวหนังจึงทําให้กบสามารถอยู่ในนํ้าได้นาน แต่ส่วนใหญ่กบมักจะชอบอาศัยอยู่บนพื้นดินมากว่าอยู่ในน้ำ กบเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและสามารถเลี้ยงได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย
           พันธุ์กบที่นิยมเลี้ยงกันมากในประเทศไทย ได้แก่ กบนา กบจาน และกบบลูฟร์อก
          กบนา เป็นกบขนาดกลาง ลําตัวสีนํ้าตาลปนดํา ด้านบนของขามีแถบสีนํ้าตาลใต้คางมีจุดสีดํา ขนาดลําตัวเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 4 นิ้ว และนํ้าหนักโดยเฉลี่ย 6 ตัว ต่อกิโลกรัม
         กบจาน เป็นกบขนาดใหญ่สีนํ้าตาลปนเขียวริมฝีปากมีลายพาดสีจางๆ ใต้คางมีจุดหรือลายสีเทา ช่วงขามีขนาดใหญ่และอวบอ้วน ขนาดลําตัวเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 5 นิ้ว และนํ้าหนักโดยเฉลี่ย 4 ตัวต่อกิโลกรัม
           กบบลูฟร์อก เป็นกบขนาดใหญ่ที่สุด มีถิ่นกําเนิดในแถบแอฟริกา ผิวหนัง บริเวณหลังขรุขระ ลําตัวมีจุดสีนํ้าตาล ขาหลังมีลายขวาง ใต้คางมีสีเหลือง ขนาดลําตัวเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 8 นิ้ว และนํ้าหนักโดยเฉลี่ย 3 ตัวต่อกิโลกรัม
 
วิธีการเลี้ยงกบ
          พันธุ์กบที่นํามาเลี้ยง อาจจะนํามาจากไข้กบหรือลูกอ๊อดที่มีอยู่ในหนองนํ้าตามธรรมชาติหรือซื้อมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงกบ กบที่ได้กินอาหารสมบูรณ์จะมีขนาดโตเต็มที่เมื่ออายุครบ 3 เดือน นํ้าหนักตัวประมาณ 2 – 3 ขีด ผู้เลี้ยงกบต้องหมั่นเอาใจใส่ดูแลคัดแยกกบที่มีขนาดแตกต่างกันออกจากกัน

การเตรียมบ่อเลี้ยงกบ
         การจัดเตรียมพื้นที่ในการเลี้ยงกบ ผู้เลี้ยงกบสามารถเลือกได้หลายวิธีตามสภาพและความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น เลี้ยงกบในบ่อดิน เลี้ยงกบในบ่อคอนกรีต เลี้ยงกบในคอนโดโดยใช่ยางนอกของรถยนต์นํามาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ เลี้ยงกบในนาข้าว เป็นต้น ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการเตรียมบ่อดินเพื่อเลี้ยงกบ ซึ่งมีรายละเอียดโดยสังเขป ดังนี้
          1. ขุดบ่อดินขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร เมื่อขุดบ่อดินเสร็จควรปูพื้นบริเวณก้นบ่อด้วยแผ่นพลาสติกเพื่อกันนํ้าซึมลงในดิน และถมดินบนแผ่นพลาสติกเพื่อให้เกิดที่ดินในบ่อ สัดส่วนระหว่างพื้นที่ที่เป็นนํ้าและดินควรมีความเหมาะสมต่อธรรมชาติของกบ
          2. นําวัสดุที่มีความทึบแสง เช่น สังกะสี ผ้าเขียวทึบ หรือ กระดานฟิวเจอร์บอร์ด เป็นต้น กั้นบริเวณรอบ ๆ บ่อดิน เพื่อป้องกันไม่ให้กบมองเห็นสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งจะมีผลให้กบกินอาหารได้ดี
          3. นําปูนขาวประมาณครึ่งกิโลกรัม โรยให้ทั่วบริเวณพื้นที่รอบบ่อเพื่อฆ่าเชื้อโรคและป้องกันศัตรูของกบ
          4. ก่อนนํากบใส่ลงในบ่อดิน ให้โรยปูนขาวลงในบ่อดิน แช่นํ้าทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในนํ้า
          5. จํานวนกบที่เหมาะสม คือ 80 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตร ดังนั้นเมื่อขุดบ่อดิน
ดังกล่าวแล้วเสร็จ สามารถเลี้ยงกบได้ 1,200 ตัว

อาหารของกบ
          อาหารสําหรับกบเล็กหรือลูกอ๊อด ควรใช่ตะไคร่นํ้า และรําละเอียดต้มปนกับปลาสับ เมื่อลูกอ๊อดโตเป็นลูกกบ ควรใช้ปลาสับคลุกรําละเอียด และควรให้ไส้เดือนเป็นอาหารเสริมบางครั้ง และเมื่อลูกกบมีลําตัวยาวประมาณ 2 นิ้ว ควรจัดหาอาหารเสริม เช่น ไส้เดือนแมลง อาหารปลาดุก และอาหารเสริมซึ่งทําจากสารหมักจุลินทรีย์และผลไม้ประเภทกล้วยนํ้าว้าและมะละกอสุก คลุกกับอาหารปลาดุก
          วิธีการให้อาหารกบ ในช่วงที่กบมีขนาดเล็ก ควรโปรยอาหารกบให้ทั่วพื้นที่ในบ่อ เพื่อให้กบทุกตัวสามารถกินอาหารได้อย่างสะดวก หากให้อาหารไม่ทั่วจะมีผลทําให้กบเจริญเติบโตไม่เท่ากันและจะทําให้เกิดปัญหาในการเลี้ยงกบตามมาภายหลัง

 
ปัญหาและศัตรูของกบ
          โดยธรรมชาติของกบ ในช่วงที่กบยังเล็กอยู่กบมักจะกินกันเอง กบตัวใหญ่จะกินกบตัวเล็ก ดังนั้นควรแยกกบที่มีขนาดต่างกันอยู่คนละบ่อ
          เมื่อกบโตขึ้นก็จะพบปัญหา ดังนี้กบเป็นแผลที่ปากเนื่องจากกบจะกระโดดชนขอบบ่อหรือผนังบ่อ หรือลําไส้ทะลุเพราะกบกระแทกกับพื้นบ่อที่ไม่เรียบ  ปัญหาดังกล่าวส่วนใหญ่จะพบในการเลี้ยงกบในบ่อคอนกรีต 
           ปัญหาอื่นๆ ที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ กบกระโดดหนีเพราะพื้นที่ในการเลี้ยงกบแน่นเกินไป กบติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดโรคขาแดง และกบท่องอืดเนื่องจากกินอาหารมากเกินไป
         ศัตรูที่สําคัญที่เป็นปัญหาในการเลี้ยงกบ ได้แก่ นก งูหรือแมลงมีพิษรบกวนเพราะสัตว์ดังกล่าวสามารถเข้ามาทําร้ายหรือกินกบที่เลี้ยงไว้ในบ่อได้ตลอดเวลา ดังนั้นผู้เลี้ยงกบต้องหาวิธีการป้องกันตั้งแต่เริ่มต้นขุดบ่อดิน

 
ประโยชน์ในการเลี้ยงกบ
          การเลี้ยงกบมีประโยชน์มากมาย กบที่มีชีวิตช่วยทําลายแมลงศัตรูพืช เนื้อกบนอกจากจะใ ช้เป็นอาหารในครอบครัวและสามารถนําไปจําหน่ายเพื่อ เพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว หนังกบตากแห้งสามารถนําไปทอดเพื่อเป็นอาหารว่างหรือนําไปทํากระเป๋า 

 
บทสรุป
          กบเป็นสัตว์เศรษฐกิจพื้นบ้านที่น่าสนใจอีกประเภทหนึ่ง ณ วันนี้ชาวบ้านสว่าง ตําบลห้วยเตย อําเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น ได้ดําเนินการเลี้ยงกบในบ่อดินประสบผลสําเร็จไปแล้วหลายครัวเรือน และบางครัวเรือนที่ประสบความล่มเหลวแต่ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการนําบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีตมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงการเลี้ยงกบในบ่อดินให้เกิดความสําเร็จต่อไป
          อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านสว่างมีความตั้งใจที่จะทําให้การเลี้ยงกบในบ่อดินเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมทุกครอบครัวทั่วทั้งหมู่บ้านในอนาคต
อันใกล้นี้....โอ๊บ โอ๊บ โอ๊บ
 


 
 
        
 
********************
 


 
 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (2552)
สร้าง: 25 พ.ค. 2554 11:07 แก้ไข: 25 พ.ค. 2554 11:07


เข็มทิศพัฒนา
คำสำคัญ:เข็มทิศพัฒนา:เศรษฐกิจพอเพียง

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
 
 
 
ชื่อ – นามสกุล                              นางปราณี ภูตรี
ตำแหน่ง                                      เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน
สังกัด                                         สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก           ๐-๔๓๒๑-๙๐๙๔
ชื่อเรื่อง                                                เข็มทิศพัฒนา
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ              การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิพพอเพียง    
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ                     ปี พ.ศ. ๒๕๕๔
สถานที่เกิดเหตุการณ์                       อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เนื้อเรื่อง                                        เข็มทิศพัฒนา
          การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ คือการจัดการพัฒนาให้คนในหมู่บ้านมีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงและอยู่ดี มีสุข ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาในการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง 
ขุมความรู้
1.      เริ่มต้นที่จัดทำฐานข้อมูลชุมชนทุกหมวดหมู่เพื่อนำมาวิเคราะห์และพร้อมวางแผนการพัฒนา
2.      ทำงานพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน ที่เป็นภาคีการพัฒนา 
3.      พร้อมค้นหาแกนนำ โดยใช้เวทีประชาคมเป็นผู้คัดเลือก คุณสมบัติคือหัวไวใจสู้
4.      เน้นแกนนำเป็นกลไกในการขับเคลื่อน และนำการเปลี่ยนแปลง เป็นต้นแบบครอบครัวพัฒนา
5.      ใช้แผนชีวิตของครอบครัวพัฒนาต้นแบบเป็นโจทย์ในการพัฒนา
6.      เน้นให้เกิดอย่างจริงจัง คือ “บัญชี รับ-จ่ายครัวเรือน” เพราะเป็นเข็มทิศในการพัฒนา
7.      หมั่นเยี่ยมเยือนครัวเรือนพัฒนา โดยใช้แผนชีวิตเป็นเครืองให้ครอบครัวพัฒนาต้นแบบได้นำเสนอผลงานของครอบครัวตัวเอง
8.      ขยายผลสู่ครอบครัวอื่นๆ โดยใช้ครอบครัวต้นแบบเป็นพี่เลี้ยง ให้ครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน
-2-
 
9.      พัฒนาโดยการกระจายการบริหาร จัดแบ่งออก เป็น “คุ้ม” ในรูปแบบกรรมการคุ้ม
10. จัดทำฐานการเรียนรู้ของชุมชนพร้อมสถิติข้อมูลเป็นศูนยืกลางการเรียนรู้ของชุมชน
11. ประเมินผล/ ถอดบทเรียนการพัฒนา
กลยุทธ์
1.      เสริมสร้างความสมานฉันท์สามัคคี ส่งเสริมประชาธิปไตย
2.      สร้างกระบวนการมีส่วนร่วม
แก่นความรู้
เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ความรู้ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
1.      แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2.      หลักการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้
3.      หลักการมีส่วนร่วม
 
 
 
………………………………………………………………..

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (310)
สร้าง: 25 พ.ค. 2554 10:54 แก้ไข: 25 พ.ค. 2554 10:54


คนซำสูงไม่ทอดทิ้งกัน
คำสำคัญ:คนซำสูงไม่ทิ้งกัน:ยากจน:คนจน

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
ชื่อ-นามสกุล    :         นางสาวจิตตวดี   นกพะเนาว์
ตำแหน่ง         :         นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             :         สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เบอร์โทรศัพท์   :         ๐-๔๓-๒๑๙-๐๙๔
ชื่อเรื่อง                    :         คนซำสูงไม่ทอดทิ้งกัน 
ความสำเร็จเกี่ยวกับการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนอำเภอซำสูง
สถานที่เกิดเหตุการณ์    อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓
เนื้อเรื่อง        
กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน โดยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน เป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหาความยากจน ในระดับพื้นที่ภายใต้โครงสร้างของ ศูนย์ปฏิบัติการขจัดปัญหาความยากจน และพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงมหาดไทย (ศจพ.มท.)”โดยหลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจน ได้น้อมนำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” และ “หลักการบริหารจัดการเชิงพื้นที่” มาเป็นแนวทางการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วน เพื่อบูรณาการภารกิจของส่วนราชการ ระบบข้อมูล แผน และงบประมาณ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมุ่งเน้นไปที่ครัวเรือนยากจน และหมู่บ้าน ชุมชนเป้าหมาย
อำเภอซำสูง โดยการนำของนายอำเภอไกรสร กองฉลาดได้นำนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนฯ มาปรับกระบวนการทำงาน เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนราชการในอำเภอซำสูง ให้เป็นการดำเนินงานในรูปแบบของ “ทีมงานอำเภอ” ดังนั้น  อำเภอซำสูงจึงได้จัดทำโครงการ“คนซำสูง ไม่ทอดทิ้งกัน” เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการบูรณาการ การปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาความยากจน ในเชิงพื้นที่ของอำเภอ เพื่อความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติงาน จึงได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการ คนค้น คนจน” เพื่อปฏิบัติการในพื้นที่ภายใต้กรอบที่กำหนด คือ
          ๑.แต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการขจัดปัญหาความยากจนฯ
          ๒. วางแผนการปฏิบัติงานฯ  จัดทำโครงการ “คนซำสูง ไม่ทอดทิ้งกัน” เพื่อบูรณาการ การทำงานบาทบาทหน้าที่ และพันธกิจ ของทุกภาคส่วนราชการ โดยยึดเป้าหมาย “คน”  “พื้นที่”เป้าหมายเดียวกัน
๓. ปฏิบัติการขจัดความยากจน
๔.  ติดตามประเมินผลการปฏิบัติการฯ
หลักการทำงานของทุกภาคส่วน คือ เน้นขจัดปัญหา และความต้องการที่แท้จริง, เน้นการพึ่งตนเอง /พออยู่ พอกิน, เงื่อนไขการพัฒนาตนเองของครัวเรือน,จัดทำบัญชี รับ-จ่าย ของครัวเรือน, ห้ามใช้ปุ๋ยเคมี ในการทำการเกษตร, มีการออมทรัพย์และออมทรัพย์เพิ่มขึ้น, พัฒนาตนเอง สู่การมีรายได้เพิ่มขึ้นจากทุนที่ได้รับการสนับสนุน,ปลอดยาเสพติด /การพนัน และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของหมู่บ้าน
ทิศทางการบูรณาการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ
อำเภอซำสูง ได้ประชุมทีมงาน จัดทำบันทึกการลงนามให้สัตยาบันในการขจัดความยากจน ระหว่างนายอำเภอ กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทุกตำบล นายกเทศมนตรี กำนัน ทุกตำบล และร่วมกันกำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือ โดยหลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจน คือ ยึด “คน”เป็นศูนย์กลางการพัฒนา พัฒนา “ชุมชน” ในลักษณะองค์รวม ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงให้หลักการสำคัญที่ว่า “เราช่วยเขา เพื่อให้เขาสามารถช่วยตนเองได้”เป็นหลักให้ความช่วยเหลือ พิจารณาความต้องการ และความเป็นไปได้ในการให้ความช่วยเหลือ โดยเน้นให้ครัวเรือนเป้าหมายน้อมนำ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”เป็นหลักในการดำรงชีวิต ตามศักยภาพที่ตนมี และตามภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่
ครัวเรือนยากจนโครงการ “คนซำสูง ไม่ทอดทิ้งกัน” จำนวน ๑๗๓ ครัวเรือน แยกเป็น
๑. ต.กระนวน ๓๐ ครัวเรือน (นายสิงห์ ชินพะวอ ครัวเรือนยากจนต้นแบบ)
๒. ต.คำแมด ๒๓ ครัวเรือน (นางบุญเลิศ จันละคร ครัวเรือนยากจนต้นแบบ)
๓. ต.คูคำ ๔๐ ครัวเรือน (นางจันศรี เผ้าหอม ครัวเรือนยากจนต้นแบบ)
๔. ต.บ้านโนน ๔๔ ครัวเรือน  (นางสาวหนูเล็ก โนนทิง ครัวเรือนยากจนต้นแบบ)
๕. ต.ห้วยเตย ๓๖ ครัวเรือน (นายคำเผย ป้องเรือ ครัวเรือนยากจนต้นแบบ)
 
 
ข้อเสนอแนะและข้อพึงระวัง
          ๑.ในการค้นหาครัวเรือนยากจน คณะทำงานต้องร่วมกับคณะกรรมการคุ้มดำเนินการค้นหาผ่านการประชาคม เพื่อให้ได้ครัวเรือนยากจนที่ประสบปัญหา และต้องการความช่วยเหลือจริง
          ๒.คณะทำงานปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความยากจน มาจากทุกภาคส่วน จำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้ความเข้าใจและความร่วมแรงร่วมใจกันในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย การทำงานกับบุคคลที่หลากหลายเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน
 
 
 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
          -ปัญหาคือ
          ๑.ครัวเรือนยากจนบางครัวเรือน รอรับการช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียว ไม่มีการช่วยเหลือตนเอง
          ๒.ผู้เกี่ยวข้องขาดการมีส่วนร่วม
          ๓.ครัวเรือนยากจนส่วนใหญ่ เป็นผู้สูงอายุ พิการ และคนป่วย ทำให้ยากในการพัฒนา
          ๔.ครัวเรือนยากจนยังขาดความรู้ความเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
          -วิธีการแก้ปัญหาพัฒนางาน
          ๑.กระตุ้นให้ครัวเรือนยากจน พึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ครัวเรือนยากจนถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
          ๒.สร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมแก่ทีมงาน
 
          - ความรู้สึกของผู้เล่า/สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานนี้
* การทำงานเป็นทีม งานย่อมสำเร็จได้ ปัญหาใด ๆ ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานถ้าทีมงาน 
เข้มแข็งทุกคนในทีมหรือส่วนใหญ่ในทีมให้ความร่วมมือกัน ปัญหาที่ผ่านเข้ามาก็เป็นเพียงแค่บทพิสูจน์เท่านั้น
* การมีความเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนร่วมงาน/ภาคีการพัฒนา เราก็จะได้รับความร่วมมือตอบ
แก่นความรู้ (Core Competency)
-          ในการขอมติในเรื่องใด ๆ การจัดเวทีประชาคมเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด
-          การวางแผนการปฏิบัติงาน
-          การติดตามประเมินผล
กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.การวางแผนการปฏิบัติงาน
เพื่อจัดทำกรอบการดำเนินงาน กำหนดทิศทางการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  บูรณาการการทำงานบทบาทหน้าที่ และพันธกิจ ของทุกภาคส่วนราชการ โดยยึด “คน”  “พื้นที่” เป้าหมายเดียวกัน กำหนด คณะทำงานปฏิบัติการ “คนค้น คนจน” โดยศูนย์ปฏิบัติการขจัดปัญหาความยากจน และพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมู่บ้าน (ศจพ.ม.) ตำบล(ศจพ.ต.) ร่วมกับ คณะกรรมการคุ้ม ในการค้นหาคนจน โดยกระบวนการเวทีประชาคม 
๒.การติดตามประเมินผล
คณะทำงานปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความยากจนฯ ทุกระดับ (ศจพ.ม./ศจพ.ต.(ทต.)/ศจพ.อ.)ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ และ เยี่ยมเยือน สร้างขวัญกำลังใจ รายงานผลการดำเนินงานทุกเดือน เพื่อประเมินสถานการณ์ ความเคลื่อนไหว ปัญหา อุปสรรค รายงานผลให้คณะทำงานทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานต่อไป
กฎระเบียบ/แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 
-          หลักการพัฒนาชุมชน
-          กระบวนการทำงานพัฒนาชุมชน
-          การทำงานเป็นทีม
 
 
 
 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (511)
สร้าง: 25 พ.ค. 2554 10:42 แก้ไข: 25 พ.ค. 2554 10:42
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION