สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


เทคนิคการประเมินความ “อยู่เย็น เป็นสุข” หรือความสุขมวลรวม (Gross Village Happiness) ของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
คำสำคัญ:GVH ความสุขมวลรวม


ชื่อ-นามสกุล     นางสาวกนกอร   สุนทรพิทักษ์
ตำแหน่ง   นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด    สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก   ๐๘๙-๖๑๙๗๖๖๓
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ กระบวนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๗

สถานที่เกิดเหตุการณ์ บ้านคู หมู่ที่ ๑ ตำบลคูคำ อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น

 

เนื้อเรื่อง         

กรมการพัฒนาชุมชน ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชนบทมีวิถีชีวิตบนความพอประมาณ ดำเนินชีวิตบนพื้นฐานความมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งภายในและภายนอก โดยการใช้ความรู้อย่างมีเหตุผลคู่กับคุณธรรมเป็นเงื่อนไขในการดำเนินชีวิตโดยดำเนินการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
 

บ้านคู ตำบลคูคำ ได้รับงบประมาณรักษาและพัฒนาคุณภาพความเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น ระดับพออยู่ พอกิน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ได้ดำเนินการพัฒนาหมู่บ้านเพื่อไปสู่เป้าหมายสำคัญของการพัฒนา คือความ “อยู่เย็น เป็นสุข” ของคนในหมู่บ้าน เมื่อดำเนินการตามโครงการสิ้นสุดแล้ว ได้มีการประเมินผลการพัฒนาหมู่บ้านแบบมีส่วนร่วมตามเกณฑ์ชี้วัด ๔ ด้าน ๒๓ ตัวชี้วัด และสรุปบทเรียนบันทึกผลการพัฒนาหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดการติดตามประเมินผลการพัฒนาหมู่บ้านไปสู่เป้าหมายที่เลือกคือ การสร้างความอยู่เย็น เป็นสุข ของชุมชนในภาพรวม สำนักงานพัฒนาชุมชนร่วมกับแกนนำการพัฒนาหมู่บ้านคู  ได้จัดเวทีการประเมินความสุขมวลรวมของชุมชน (Gross Village Happiness) บ้านคู  หมู่ที่ ๑ ตำบลคูคำ อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น

 

กระบวนการวัดความสุขมวลรวมบ้านคู  มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

๑) บุคคลเป้าหมายประกอบด้วยตัวแทนครัวเรือนในหมู่บ้าน จำนวน ๓๐ คน ประกอบด้วย  ผู้นำชุมชนประธานกลุ่มต่าง ๆ ในหมู่บ้าน   ครอบครัวพัฒนา    คณะกรรมการหมู่บ้าน
๒) วิทยากรกระบวนการคือ พัฒนากรประจำตำบล และมีพัฒนากรคนอื่น ๆ เป็นผู้ช่วยในการเอื้ออำนวย
๓) ขั้นตอนการดำเนินงานการวัดความสุขมวลรวม

๓.๑ สร้างความสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและมีบรรยากาศแบบสบาย ๆ

๓.๒ การนำเข้าสู่บทเรียน ชี้แจงวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดความสุขมวลรวม

๓.๓ ให้ที่ประชุมเลือกวิธีการลงประชามติ ที่ประชุมเลือกวิธีการยกมือ

๓.๔ ให้ผู้เข้าร่วมเวทียกมือในประเด็นประเด็นต่างๆ โดยวิทยากรพยายามกระตุ้นให้ผู้ร่วมเวทีได้คิดและเค้นความสุขในเรื่องต่าง ๆ โดยพัฒนากรคนอื่นๆ ช่วยนับผู้ที่ยกมือตามหมวดหมู่ของความสุขมวลรวม

๓.๕ วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมเวทีจำนวน ๓๐ คน ให้คะแนนความสุขในแต่ละองค์ประกอบ ๖ องค์ประกอบ มีค่าคะแนน ๑-๕ คะแนน โดยให้แต่ละคนยกมือให้ค่าคะแนนทีละองค์ประกอบจนครบ ๖ องค์ประกอบ

๓.๖ วิทยากรสรุปค่าคะแนนแล้วเปรียบเทียบกับสภาพความอยู่เย็นเป็นสุข ตามเกณฑ์ที่กรมกำหนด

๓.๗ เวทีร่วมกันวิเคราะห์ องค์ประกอบที่มีค่าคะแนนต่ำเพื่อจะได้วางแผนพัฒนาหมู่บ้านให้ดีขึ้นต่อไป
 

จากเวทีการวัดความสุขมวลรวมของหมู่บ้านคู  มีประเด็นที่เป็นข้อสรุปร่วมกันดังนี้

๑. การวัดความสุขมวลรวมของชุมชนนั้น จะต้องสร้างบรรยากาศในเวทีการวัด (เวทีประชาคม) มีความสุขด้วยให้เกิดบรรยากาศสบาย ๆ

๒. การวัดความสุขมวลรวมเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากผู้นำชุมชนดำเนินการเองได้

๓. ความสุขมวลรวมมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ตามสภาวะแวดล้อมของชุมชนที่มีการเปลี่ยนแปลง
๔. ชุมชนควรมีการประชาคมวัดความสุขอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง

๕. การวัดความสุขมวลรวมของชุมชนจะเกิดประโยชน์มากหากชุมชนได้ร่วมกันวิเคราะห์องค์ ประกอบที่เป็นความจริงที่มีค่าคะแนนต่ำหรือมีค่าคะแนนลดลงเพื่อนำมาวางแผน แก้ไขปัญหา

๖. กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนมีผลต่อความเที่ยงตรงของค่าคะแนนความสุขมวลรวมที่วัดได้
 
ข้อสังเกต
๑.  วิทยากรกระบวนการจะต้องแสดงบทบาทของผู้เอื้ออำนวยกระตุ้นให้ผู้ร่วมเวทีประชาคมคิดไม่ชี้นำ
๒.  วิทยากรกระบวนการต้องเข้าใจองค์ประกอบของแต่ละตัวชี้วัดให้ลึกซึ้งครบถ้วนทุกประเด็น
๓.  การให้ค่าคะแนนแต่ละครั้งผู้ให้คะแนนต้องมีอิสระในการตัดสินใจไม่ถูกกดดันหรือครอบงำจากผู้เข้าร่วมเวทีประชาคม
กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.  การสร้างบรรยากาศความเป็นกันเองและความไว้วางใจซึ่งกันและกันในเวทีประชาคม
๒.  การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์กระตุ้นความคิดให้กับชุมชน
๓.  ใช้หลักประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม
๔.  มีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
 
กฎระเบียบแนวคิดทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง
๑.  แนวคิดการ “การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน”

๒.  ตัวชี้วัดความ “อยู่เย็น เป็นสุข” ของชุมชนหรือความสุขมวลรวมชุมชน (Gross Village Happiness) ของกรมการพัฒนาชุมชน


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (27)
สร้าง: 26 ก.ค. 2557 20:52 แก้ไข: 26 ก.ค. 2557 20:52


การจัดกิจกรรมคลินิกแก้จน
คำสำคัญ:คลีนิกแก้จน

 
ชื่อ – สกุล        นายสังวาร สีหากุ

ตำแหน่ง                   นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง
เบอร์โทรศัพท์    08-0733-2220
ชื่อเรื่อง           การจัดกิจกรรมคลินิกแก้จน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำคัญเกี่ยวกับ    การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๗
สถานที่เหตุการณ์ หอประชุมอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น

                   กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ด้วยการขจัดความยากจนในชนบท เป็นงานสำคัญตามอุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนโครงการการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ ใน ๔ กระบวนการ :    ชี้เป้าชีวิต จัดทำเข็มทิศชีวิต บริหารจัดการชีวิต และดูแลชีวิต โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน ๓๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖

                   อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น มีครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ๓๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ จำนวน ๓๐ ครัวเรือน ที่จะต้องได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนดังกล่าวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีรายได้ผ่านเกณฑ์ความจำเป็นเพื่อฐาน (จปฐ.) ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ในการดำเนินงานตามนโยบายโครงการการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ       อำเภอซำสูง ได้บูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน และได้มอบหมายให้ นายสังวาร สีหากุ ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ เป็นผู้รับผิดชอบประสานการจัดกิจกรรมคลินิกแก้จน   ซึ่งผู้รับผิดชอบได้ประสานชุมชนเป็นแกนนำหลักในการดำเนินงานจักกิจกรรมคลินิกแก้จน (ผู้นำชุมชน กลุ่มองค์กร เครือข่าย ชุมชน) โดยเรียนเชิญผู้นำชุมชนในแต่ละหมู่บ้าน ผู้นำกองทุนหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ผู้นำกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ผู้นำกองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน มาร่วมเวทีประชาคมพูดคุย ทำความเข้าใจ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม กระบวนการเรียนรู้ ในการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ ผลสรุปจากการจัดเวทีประชาคม ทั้ง ๒ ครั้ง ได้ข้อสรุปรูปแบบการจัดกิจกรรมคลินิกแก้จน ประกอบด้วย การเสวนาพูดคุยกองทุนหมู่บ้านกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ประเด็นการเข้าถึงแหล่งเงินของครัวเรือนยากจนที่ไม่มีหลักประกัน,ประเด็นการจัดสวัสดิการให้กับครัวเรือนยากจน การจัดนิทรรศการอาชีพทางเลือก,การจัดนิทรรศการแหล่งเงินทุนชุมชน,การสาธิตอาชีพทางเลือก จำนวน ๘ ฐานอาชีพ การจำหน่ายผลิตทางการเกษตรของครัวเรือนยากจน และจัดแสดงสินค้า มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ให้ผู้นำชุมชน ชุมชน กองทุนชุมชน รับผิดชอบในแต่ละส่วนอย่างชัดเจน โดยมีภารราชการคอยส่งเสริมสนับสนุนการทำงาน และทุกภาคส่วนให้การสนับสนุน

                   กิจกรรมคลินิกแก้จน เป็นกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาความยากจน มุ่งเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ ลดรายงาน เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของหมู่บ้าน การจัดสวัสดิการให้กับครัวเรือนยากจน ภาคส่วนที่มีส่วนสำคัญ คือ หมู่บ้าน/ชุมชน ในการบริหารจัดการปัญหาความยากจนของหมู่บ้าน

ภาคส่วนราชการต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ที่จะจัดการปัญหาความยากจนของหมู่บ้าน โดยมีการบูรณาการการทำงานกับกองทุนชุมชนทีมีอยู่ในหมู่บ้าน ตำบล และจะต้องมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบให้ทุกคนได้แสดงออกและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

การบันทึกขุมความรู้

๑.      การสำรวจข้อมูลร่วมกัน

๒.      การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน

๓.      การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินของแต่ละหน่วยงาน

๔.      กระบวนการมีส่วนร่วม

๕.      กระบวนการเรียนรู้

๖.      ประชุมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน

๗.      คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานในระดับต่าง ๆ ที่ชัดเจน

๘.      แผนปฏิบัติการ/แผนงานโครงการที่ให้ความช่วยเหลือ

แก่นความรู้

๑.      กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาความยากจนของหมู่บ้าน

๒.      กระบวนการเรียนรู้ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความยากจนของหมู่บ้าน

๓.      การบูรณาการกระบวนการทำงาน งบประมาณ ของหน่วยงานภาคีการพัฒนา

๔.      แผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย

๕.      คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน

๖.      เวทีเสวนา/พูดคุย

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (28)
สร้าง: 26 ก.ค. 2557 20:49 แก้ไข: 26 ก.ค. 2557 20:49


การขับเคลื่อนการจำหน่ายสินค้าOTOPอำเภอซำสูง
คำสำคัญ:otop

 
ชื่อ – สกุล        นางปราณี ภูตรี

ตำแหน่ง                   เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน

สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง
เบอร์โทรศัพท์    08-99329505
ชื่อเรื่อง           การขับเคลื่อนการจำหน่ายสินค้าOTOPอำเภอซำสูง
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำคัญเกี่ยวกับ    การขับเคลื่อน”ชุมชนนักขาย สไตส์ขอนแก่น”
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๗

สถานที่เหตุการณ์   อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น

                   กรมการพัฒนาชุมชน  มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคง โดยส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เชื่อมโยงไปสู่การดำเนินงานโครงการ OTOP ซึ่งในฐานะที่กรมการพัฒนาชุมชนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดำเนินการส่งเสริม การดำเนินงาน OTOP ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา OTOP โดยการดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงจากท้องถิ่นสู่สากลในการพัฒนา คุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเป็นรากฐานเศรษฐกิจ ของประเทศ ซึ่งเริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนระดับฐานรากในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ ในท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างพลังการพึ่งตนเองและ ช่วยเหลือกันของชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพทั้งในระดับบุคคล ระดับครัวเรือน ระดับกลุ่ม ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มอาชีพต่างๆ ให้มีความสามารถในการบริหารจัดการตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่น สามารถพัฒนา ต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต่อไป

          สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ในฐานะหน่วยงานเลขานุการ คณะอนุกรรมการ นตผ.อำเภอ ซึ่งได้มีการพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้านการผลิต การบริหารจัดการ การบริหารเครือข่าย OTOP ในระดับตำบล อำเภอแล้ว ต้องให้ความสำคัญใน การส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้า OTOP” ซึ่งต้องมีการบูรณาการแผนพัฒนา / บูรณาการงบประมาณกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด อำเภอ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การส่งเสริม สนับสนุนช่องทางการตลาดให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของอำเภอซำสูง ให้มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เป็นกอบเป็นกำ ชึ่งมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้

 
 
 

         ๑ ทบทวนคณะอนุกรรมการ นตผ.อำเภอ และมีการประชุม/กำหนดแผนการส่งเสริม สนับสนุนการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP ที่ชัดเจน

          ๒. ประชุมสร้างความเข้าใจกับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

         ๓.ประสาน/ประชาสัมพันธ์/บูรณาการแผนการขับเคลื่อนการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP

ในระดับตำบล อำเภอ จังหวัดและต่างจังหวัด กับหน่วยงานในระดับตำบล อำเภอ จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

          ๓. แจ้ง/ประสาน กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP นำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายตามงาน/กิจกรรม ทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัดและต่างจังหวัด

          ๔. สรุปผลการดำเนินงาน นำเสนอต่อ คณะกรรมการ นตผ.อำเภอ    

 

         ๕. คณะอนุกรรมการ นตผ.อำเภอ ให้ความสำคัญในการกำหนดแผนการส่งเสริม สนับสนุนการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP ที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม

          ๖. กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีขวัญ กำลังใจ และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP

         ๗. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการบูรณาการแผนพัฒนาและบูรณาการงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP อย่างต่อเนื่องและจริงจัง

          ๘. มีการสร้างกระแส ด้วยการประชาสัมพันธ์การจัดงาน/กิจกรรม เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP

ทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ฯลฯ

          ๙. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมกันส่งเสริมการตลาดเชิงรุกในระดับตำบล อำเภอ อย่างต่อเนื่องและจริงจัง

          ๑๐. สินค้า OTOP ได้รับการยอมรับมากขึ้น
กลยุทธ์ในการทำงาน

          ๑. ศึกษาคู่มือ หลักการตลาดสินค้า OTOP ให้เข้าใจ และมีความชัดเจน

          ๒. ทบทวนคณะกรรมการ นตผ.อำเภอ และมอบหมายหน้าที่ ความรับผิดชอบให้ชัดเจน

          ๓. ประชุมชี้แจง สร้างความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้เข้าใจและมีความชัดเจน

          ๔. กำหนดแผนการเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้า OTOP ให้ชัดเจน เป็นรูปธรรม

          ๕. การประสานความร่วมมือ/แผนงาน/งบประมาณ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

          ๖. ผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญด้านการเพิ่มรายได้แก่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่อง เป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้

          ๗. สร้างกระแส ด้วยการประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง

กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

          ๑. คู่มือการดำเนินโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

          ๒. กระบวนการแผนชุมชน

          ๓. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
          ๔. หลักการมีส่วนร่วมของชุมชน

          ๕.การส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP

          ๖.การเสริมสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ (KBO)
 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (54)
สร้าง: 26 ก.ค. 2557 20:46 แก้ไข: 26 ก.ค. 2557 20:46


การสร้างความมั่นคงของทุนชุมชน
คำสำคัญ:ทุนชุมชน


Change my profileชื่อเรื่อง                   การสร้างความมั่นคงของทุนชุมชน
ชื่อเจ้าของเรื่อง         นายปรีชา วิถีเทพ
ตำแหน่ง                  พัฒนาการอำเภอซำสูง

                   อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น มีการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตรวมทั้งสิ้น 26 กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มที่จัดอยู่ในประเภทที่ 2 เสียส่วนใหญ่ มิได้ดำเนินงานตามรูปแบบของกรมการพัฒนาชุมชน 100 % อาจเกิดปัญหาจากการขาดความรู้ความเข้าใจ ในแนวทางในการดำเนินงานที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยได้ติดตามการดำเนินงานของกลุ่ม หรือบางกลุ่มอาจมีปัญหาในการดำเนินงานภายในกลุ่ม ดังนั่น เพื่อให้การดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอำเภอซำสูง ได้มีการดำเนินงานที่ถูกต้องกับแนวทาง วิธีการ หลักการพัฒนาชุมชน กระผมได้ดำเนินการดังนี้

1.       ดำเนินการสำรวจข้อมูลการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ภายในอำเภอซำสูงทุกกลุ่ม ว่าแต่ละกลุ่มมีแนวทางในการดำเนินงานอย่างไร ผลการดำเนินงาน การบริหารจัดการ กิจกรรมเครือข่าย การจัดสรรผลกำไร ระบบบัญชี การประชุม ทะเบียนกลุ่ม ในเบื้องต้น เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนปฏิบัติงานต่อไป

2.       ประชุมคณะกรรมการบริกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตทุกกลุ่ม เพื่อให้ทราบถึงแนวทาง วิธีการดำเนินงาน ว่าถูกต้องตามแนวทางของกรมหรือไม่ และให้รู้ถึงปัญหาในการดำเนินงาน และร่วมกันแก้ไขปัญหา

3.       แต่งตั้งทีมงานตรวจสุขภาพของกองทุนกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อให้ดำเนินการออกไปติดตาม ตรวจการดำเนินงานแต่ละกลุ่มตามตัวชี้วัด ว่าตัวใดที่มีปัญหา จะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ร่วมกันวางแผนปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน

4.       ดำเนินการฝึกอบรมให้ความรู้แก่คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เพื่อให้คณะกรรมารบริหารฯ มีความรู้ความเข้าในหลักการ แนวทางดำเนินงานของกรมการพัฒนาชุมชนและนำไปปรับแนวทางของกลุ่มตนเอง เช่น คณะกรรมการ การประชุม การจัดทำบัญชี การทำทะเบียน การจัดทำสัญญา การปรับปรุงแก้ไขระเบียบของกลุ่มออมทรัพย์ การปิดงบดุล การจัดสรรผลกำไร การจัดทำกิจกรรมเครือข่าย ฯลฯ

5.       ให้ทีมงานตรวจสุขภาพดำเนินการออกติดตามการดำเนินงานหลังจากการฝึกอบรมไปแล้ว ว่ากลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตได้มีการปรับปรุงแก้ไข สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นปัญหา ไม่ถูกต้องกับแนวทางการดำเนินงานของกรมการพัฒนาชุมชน ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

6.       จัดให้มีการประกวดกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น เพื่อเป็นการยกย่องชมเชย สร้างขวัญและกำลังใจ และเพื่อเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตต้นแบบ ที่สามารถให้กลุ่มอื่น ๆ ได้ดูเป็นตัวอย่างปรับปรุงกลุ่มของตนเอง

7.       สนับสนุนให้กลุ่มออมทรัพย์มีกิจกรรมเครือข่ายต่อยอดการดำเนินงาน เพื่อเป็นการให้การสนับสนุนสมาชิกกลุ่ม ให้ได้รับการบริการได้ทั่วถึง

          จากการที่ได้ดำเนินการสนับสนุนการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตของอำเภอซำสูง กลุ่มออมทรัพย์ ได้ให้ความร่วมมือพัฒนาปรับปรุงเป็นอย่างดี บางเรื่องกลุ่มยังขาดความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และยากที่จะเข้าใจ เช่น การจัดทำระบบบัญชีตามแนวทางของกรมฯ การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน การมุ่งแต่ผลกำไร การจัดสวัสดิการชุมชน ดังนั้น การดำเนินงานจะให้เป็นไปตามแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน และเจ้าหน้าที่ต้องหมั่นออกติดตามให้คำแนะนำเป็นประจำอยู่เสมอ   สุดท้ายนี้ คาดว่ากลุ่มออมทรัพย์ทุกกลุ่มในอำเภอซำสูง จะเป็นกลุ่มออมทรัพย์ที่มีความเข้มแข็ง ดำเนินการถูกต้อง สมารถสนับสนุนช่วยเหลือสมาชิกได้อย่างแท้จริง


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (22)
สร้าง: 26 ก.ค. 2557 20:43 แก้ไข: 26 ก.ค. 2557 20:43


การเพิ่มยอดจำหน่ายสิ้นค้า Otop
คำสำคัญ:otop



Change my profileชื่อเรื่อง           การเพิ่มยอดจำหน่ายสิ้นค้า Otop

ชื่อเจ้าของเรื่อง         นายปรีชา วิถีเทพ

ตำแหน่ง                  พัฒนาการอำเภอซำสูง

กรมการพัฒนาชุมชน ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มและชุมชน จังหวัดขอนแก่นได้จำทำโครงการ “ชุมชนนักขาย สไตรล์ พช.” ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มสร้างสรรค์ของจังหวัดขอนแก่น   โดยได้มีการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่รับผิดชอบงาน OTop และพัฒนาการอำเภอทุกอำเภอ รวมจำนวนทั้งสิ้น 80 คน พร้อมทั้งได้มีการทัศนศึกษาดูงาน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี และ การแสดงและจำหน่ายสินค้า ณ เมืองสะหวันณะเขต สาธารณรัฐประชาชนลาว เพื่อนำความรู้มาปรับปรุงใช้ในการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน OTop ในพื้นที่อำเภอซำสูง และเพิ่มยอดจำหน่าย รายได้ของกลุ่ม ข้าพเจ้าในฐานะพัฒนาการอำเภอ ได้ดำเนินการหลังจากได้ดำเนินการฝึกกอบรม ดังนี้

1.       สำรวจ รวบรวมข้อมูลกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้า  OTop . ในเขตรับผิดชอบอำเภอซำสูง จำนวน 33 กลุ่ม เพื่อดูข้อมูลด้านการผลิต การบริหารจัดการกลุ่ม การเงิน การบัญชี ทุนดำเนินงาน การสนับสนุนการดำเนินงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การแสดงและจำหน่ายสินค้า รายได้ของกลุ่ม

2.       ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้รู้ถึงแนวทางในการดำเนินงาน การบริหารจัดการ การเงิน การจำหน่าย ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน และร่วมกันแก้ไขปัญหา วางแผนปฏิบัติงาน การเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในเทศกาลงานต่าง ๆ เอกสารเผยแพร่ จำทำสินค้าตัวอย่าง Website

3.       ประสานงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการฝึกอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน ในด้านการผลิต การขอมาตรฐานสินค้าชุมชน การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ การจัดทำบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามดึงดูดใจ เทคนิคการขายสินค้าที่ดี 
4.       ดำเนินการฝึกอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ผลิต เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เทคนิคการขาย และจัดทัศนศึกษานอกสถานที่เพื่อดูงานกลุ่มที่ประสบความสำเร็จ

5.       สนับสนุนให้กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้มีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า ในงานเทศกาลต่าง ๆ

6.       ประสานงานขอความร่วมมือการหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนสินค้าของกลุ่ม เช่นการจำหน่ายกระเช้าสินค้า การจำหน่ายอาหารว่างในการฝึกอบรม การรับสินค้าจำหน่าย 

                    จากการที่ได้ดำเนินการ ในระยะช่วงสั้น ๆ ประมาณ 2 เดือน การวัดผลความสำเร็จของงาน อาจจะยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนนัก แต่คาดว่า ผลจากการดำเนินการน่าจะส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน ของอำเภอซำสูง ได้มีการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของกลุ่มให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งในด้านการบริหารจัดการของกลุ่ม การเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าให้ได้ตามเป้าหมายตามตัวชี้วัดของอำเภอและจังหวัด ประมาณ 35 ล้านกว่าบาทต่อปี และถ้าได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีหน่วยงานต่าง ๆ ให้การสนับสนุน กลุ่มผู้ผลิตผลิตพันธ์ชุมชนจะมีความเข้มแข็ง สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (48)
สร้าง: 26 ก.ค. 2557 20:38 แก้ไข: 26 ก.ค. 2557 20:38


การส่งเสริมการตรวจสุขภาพกองทุนชุมชน
คำสำคัญ:ตรวจสุขภาพกองทุนชุมชน กองทุนชุมชน ส่งเสริม

 

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ – สกุล        นายสังวาร สีหากุ
ตำแหน่ง        นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง
เบอร์โทรศัพท์    08-0733-2220
 
ชื่อเรื่อง           การส่งเสริมการตรวจสุขภาพกองชุมชน
 
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำคัญเกี่ยวกับ    การสร้างหลักการมีส่วนร่วมของกองทุนชุมชน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2555
                   สถานที่เหตุการณ์ หมู่บ้านโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน บ้านคำแมด หมู่ที่ 2 ตำบลคำแมด
อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
                   เนื้อหา เนื้อเรื่อง เป็นการตรวจสุขภาพทางการเงินของหมู่บ้านที่ได้รับงบประมาณโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน บ้านคำแมด หมู่ที่ ๒ ตำบลคำแมด ซึ่งได้รับประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ จำนวนเงินทุน ๒๘๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันมีเงินทุน จำนวน ๒๘๔,๗๖๘ บาท
                   ผู้เข้าร่วมประชุมในการตรวจสุขภาพทางการเงิน ประกอบด้วยคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน จำนวน ๙ คน
                   รูปแบบในการประเมินผลการตรวจสุขภาพทางการเงินของหมู่บ้านโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนใช้สมุดตรวจสุขภาพเงินทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นหลัก เริ่มต้นเป็นการพูดเพื่อสร้างความเป็นกันเองกับคณะกรรมการ และอธิบายสร้างความรู้ ความเข้าใจในวัตถุประสงค์และเกณฑ์การตรวจสุขภาพทางการเงิน จำนวน ๙ ข้อ ๒๔ ตัวชี้วัดย่อย
                   ร่วมกับคณะกรรมการ กข.คจ. ดำเนินการตรวจสุขภาพในแต่ละตัวชี้วัด พร้อมกับพูดคุยสร้างบรรยากาศเหมือนเป็นการไปสนับสนุนการบริหารจัดการของคณะกรรมการ เพื่อไม่ให้คณะกรรมการอึดอัดใจ    เหมือนกระทำความผิด ต้องได้รับการลงโทษ เมื่อดำเนินการตรวจสุขภาพทางการเงินจนครบ ทั้ง ๒๔ ตัวชี้วัด ได้ร่วมกันสรุปผลการตรวจสุขภาพฯและร่วมกันกำหนดแผนการดำเนินงานของกองทุน กข.คจ. เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของสมาชิก
                  
ขุมความรู้
๑.      กำหนดหมู่บ้านเป้าหมายในการตรวจสุขภาพกองทุน
๒.      กำหนดนัดหมายกับคณะกรรมการในการตรวจสุขภาพ
๓.      การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดำเนินของกองทุน
แก่นความรู้
๑.      ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าของการตรวจสุขภาพกองทุน
๒.      การมีส่วนร่วมผู้เข้าร่วมของคณะกรรมการและสมาชิก
๓.      สร้างบรรยากาศความเป็นกันเองระหว่างผู้ตรวจสุขภาพและคณะกรรมการ
๔.      การร่วมมือกันกำหนดทิศทาง/แผนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาล
 
 
************** 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (479)
สร้าง: 02 ก.ค. 2555 15:07 แก้ไข: 02 ก.ค. 2555 15:07


OTOP ซำสูง มุ่งสู่ตลาดสากล
คำสำคัญ:otop ซำสูง ตลาดสากล

 

แบบบันทึกความรู้

          ชื่อ - สกุล                นางปราณี    ภูตรี
ตำแหน่ง                   เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน
สังกัด                       สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง   จังหวัดขอนแก่น
เบอร์โทร                   ๐ – ๔๓๒๑ -๖๑๔๕
ชื่อเรื่อง                    OTOP ซำสูง มุ่งสู่ตลาดสากล
แก้ปัญหาเกี่ยวกับ         การตลาดสินค้า OTOP
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ      ๓๐  พฤษภาคม ๒๕๕๕
สถานที่                     อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เนื้อเรื่อง
OTOP ซำสูง มุ่งสู่ตลาดสากล
                    หลายคน..ไม่ใช่สิ ทุกคน..รู้จัก OTOP จำได้ว่าชั่ว ๑ ศรรษตวรรต OTOP ไทย ไปได้สวย.. ไกลด้วย นั่น ต้องปรบมือให้คนในชุมชน ซึ่งเป็นรากหญ้าโดยแท้ ขุดค้น ร่วมคิด ร่วมเรียนรู้ อย่างสร้างสรรค์ จากวัตถุดิบ หรือสิ่งของพื้นๆ หรือแม้แต่ ของเศษ ของเหลือใช้ ของใช้แล้ว นำมาประยุกต์ ปรุงแต่ง ทำให้เป็นสินค้า OTOP เพิ่มมูลค่า สร้างงาน สร้างรายได้ ให้คนในชุมชน ได้ลืมตาอ้าปาก หายเจ็บ หายจน ก็ทำให้หลายกลุ่ม หลายผู้ประกอบการ   ถูกอก ถูกใจ ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้รับ  ผู้ฝาก เมื่อนำไปเป็นของขวัญ   ของกำนัล มีมากมาย หลายประเภท ทุกหมู่บ้านทุกตำบล ในเมืองไทย จนได้ชื่อว่า “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” แต่ ข้อเท็จจริงแล้ว ในหนึ่งตำบลมีมากกว่าหนึ่งค่ะ เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่า นี่คือภูมิปัญญาแปลงเป็นตัวเงินได้   ปัญหาที่ตามมาติดๆ คือสินค้าล้นตลาด “ แต่”    
                   เราชาวอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น เป็นอำเภอเล็กๆ ของขอนแก่น ก็มีผลิตภัณฑ์ OTOP ผลงานชาวบ้านคูคำ หมู่ที่ ๒ ตำบลคูคำ   ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ นั่นคือ   “น้ำปลาร้าปรุงรส” เป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมกันแพร่หลายสำหรับชาวอีสานบ้านเรา 
                   พี่บัวไข สีดาน้อย  เป็นแกนนำ ผู้ก่อตั้ง  พี่เขาเล่าว่า กลยุทธ์ที่ผลิตแล้วขายได้เรื่อยๆ เริ่มต้นที่เราคัดเลือกเอาผลิตภัณฑ์ปลาร้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของชาวอีสาน หากเรานำปลาร้ามาต้ม ปรุงรสให้แซ่บ นัว ใส่ใจความสะอาด ถูกหลักอนามัย บรรจุในขวดพร้อมกินพร้อมใช้ทันที ให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวก สบายในการบริโภค 
 
บันทึกขุมความรู้
๑.      ประชุมคณะกรรมการกลุ่ม วางระเบียบ กติกา เบื้องต้น
๒.      นำเข้าที่ประชุมสมาชิกตกลงร่วมกัน
๓.      ระดมทุน
๔.      วางแผนการปฏิบัติ พร้อมการดำเนินการตามแผน
๕.      หมั่นประชุมกันเป็นประจำ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา และพบปะพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกันเอง
แก่นความรู้
๑.      การมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรมกลุ่ม
๒.      ความเป็นเจ้าของ
๓.      จิตสำนึกแบบพอเพียง
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฏี ที่เกี่ยวข้อง
๑.      การมีส่วนร่วม
๒.      เศรษฐกิจพอเพียง
 
 
 

***************


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (467)
สร้าง: 02 ก.ค. 2555 15:01 แก้ไข: 02 ก.ค. 2555 15:02


ทีมปฏิบัติการตำบลโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ
คำสำคัญ:แก้จน แก้ไขปัญหาความยากจน ทีมปฏิบัติการ

แบบบันทึกองค์ความรู้
 
ื่อ-สกุล นางสาวกนกอร สุนทรพิทักษ์ ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง โทรศัพท์ ๐ ๔๓๒๑ ๙๐๙๔
 
ชื่อเรื่อง ทีมปฏิบัติการตำบลโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ
 
บันทึกเมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๕
สถานที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
 
เนื้อเรื่อง กระทรวงมหาดไทย กำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นโครงการลดความเลื่อมล้ำด้านรายได้ด้วยการขจัดความยากจนในชนบทและได้จัดทำยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๙ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจนให้สามารถพึ่งพาตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์หรือปรัชญาของกระทรวงมหาดไทยในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนกระทรวงมหาดไทยโครงการลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้การขจัดความยากจนในชนบท ทางอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น จึงได้แต่งตั้งทีมปฏิบัติการตำบลการแก้ไขปัญหาความยากจน (ทีมเคาะประตู) ประกอบด้วย ปลัดอำเภอ นายก อบต. พัฒนากร เกษตรตำบล สาธารณสุขตำบล ครู กศน. ตำบล กำนัน ผู้นำ อช.ชาย และหญิง ผู้นำสตรี
การดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจน ปี ๒๕๕๕ อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น โดยการนำของ นายภูมิจิตร ศรีวงษ์ราช นายอำเภอซำสูง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอซำสูง (ศจพ.อ.ซำสูง) และนางศรีสุรางค์ ฤทธิ์คล้าย พัฒนาการอำเภอซำสูง ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะทำงาน ศจพ.อ.ซำสูง อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น มีเป้าหมายที่จะลดจำนวนครัวเรือนยากจนเป้าหมายที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ.
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
มีขั้นตอนการเตรียมตัวเองอย่างไร ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ มีขั้นตอนการเตรียมตัวเอง ดังนี้ ๑. ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ๒. ศึกษารายละเอียดกรอบแนวทางในการดำเนินงาน ๓. ศึกษารายละเอียดข้อมูลครัวเรือนเป้าหมาย ๔. วางแผนการดำเนินงาน 
มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการนั้น มีขั้นตอนในการดำเนินการ ดังนี้ ๑. ทบทวนคำสั่ง ศจพ.ระดับอำเภอ ให้เป็นปัจจุบัน และมีองค์ประกอบจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถบูรณาการงบประมาณ โครงการ/กิจกรรม เพื่อให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนได้ ๒. ดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนปี ๒๕๕๕ โดยเข้าตรวจสอบฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนเป้าหมายที่ตกเกณฑ์ จปฐ. พร้อมทำการสำรวจ ศักยภาพครัวเรือน ซึ่งในปี ๒๕๕๕ อำเภอซำสูงใช้ฐานครัวเรือนเป้าหมายที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ปี ๒๕๕๔ จำนวน ๑ ครัวเรือน ซึ่งอำเภอได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการตำบล(เคาะประตูบ้าน) โดยประกอบด้วยพัฒนากรประจำตำบล เกษตรประจำตำบล สาธารณสุขประจำตำบล กศน.ประจำตำบล นักพัฒนาชุมชน ผู้นำ อช. และ อช. ดำเนินการคัดกรองครัวเรือนเป้าหมาย โดยเวทีประชาคม ๓. ชุดปฏิบัติการประจำตำบล (เคาะประตู) ออกไปตรวจเยี่ยมครัวเรือนเป้าหมายที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ปี ๒๕๕๔ โดยจัดประชุมประชาคมให้ความรู้ในการดำเนินชีวิต ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แก่ครัวเรือนเป้าหมาย พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนเป้าหมาย และทำการคัดกรองครัวเรือนเป้าหมาย ซึ่งอำเภอซำสูง สามารถแยกครัวเรือนเป้าหมายได้เพียง ๑ ประเภท คือ ครัวเรือนที่ไม่มีศักยภาพ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสงเคราะห์ โดยได้ประสานการขอรับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต่อไป ๔. ติดตามประเมินผลการยกระดับรายได้
แก่นความรู้ (เทคนิคสำคัญของความสำเร็จ) ในการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการนั้น มีเทคนิคสำคัญใน การดำเนินงานคือ เทคนิคการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพราะในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ใช้หลักการมีส่วนร่วมของภาคี ซึ่งประกอบด้วย ภาคประชาชน ภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
มีกลยุทธ์ในการทำงานอย่างไร กลยุทธ์ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ใช้หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วมของภาคี ซึ่งประกอบด้วย ภาคประชาชน ภาคราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น โดยอาศัยคำสั่ง ศจพ. ระดับอำเภอ เป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการทำงาน ซึ่งคำสั่งดังกล่าว มีองค์ประกอบจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถบูรณาการงบประมาณ โครงการ/กิจกรรม เพื่อให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจนได้ การใช้เทคนิค “หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม” ส่งผลให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
*************************

 


โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (542)
สร้าง: 02 ก.ค. 2555 14:45 แก้ไข: 02 ก.ค. 2555 14:45


การใช้หลักปรัชญาเศษฐกิจพอเพียงสู่การวัดความสุขมวลรวมชุมชน
คำสำคัญ:ความสุขมวลรวม เศรษฐกิจพอเพียง วัดความสุข

 

แบบบันทึกองค์ความรู้

ชื่อ – สกุล        นางศรีสุรางค์ ฤทธิ์คล้าย
ตำแหน่ง                   นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ (พัฒนาการอำเภอ)
สังกัด             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เบอร์โทรศัพท์    ๐๘๕-๐๕๓๓๓๐๐
ชื่อเรื่อง           การใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การวัดความสุขมวลรวมชุมชน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำคัญเกี่ยวกับ    การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ   พ.ศ. ๒๕๕๕
                   สถานที่ดำเนินการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน/ชุมชน บ้านคูคำ หมู่ที่ ๒ ตำบลคูคำ   อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น (หมู่บ้านขยายผลการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ)
                   เนื้อเรื่อง เป็นการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน ครั้งที่ ๑ ก่อนการพัฒนาเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ โดยมีองค์ประกอบตัวชี้วัด ๖ องค์ประกอบ ๒๒ ตัวชี้วัด องค์ปรกอบที่ ๑ การมีสุขภาวะ จำนวน ๓ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๒ เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งเป็นธรรม จำนวน ๓ ตัว องค์ประกอบที่ ๓ ครอบครัวอบอุ่น จำนวน ๓ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๔ ชุมชนมีการบริหารจัดการชุมชนดี จำนวน ๕ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๕ การมีสภาพแวดล้อมดีมีระบบนิเวศที่สมดุล จำนวน ๔ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๖ เป็นชุมชนประชาธิปไตยมี ธรรมาภิบาล จำนวน ๔ ตัวชี้วัด
                   ครัวเรือนที่เข้าร่วมเวทีประเมินความสุขมวลรวม คือครัวเรือนต้นแบบ ๓๐ ครัวเรือน เป็นการประเมินความสุขโดยนำเอาแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก
                   รูปแบบการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน เริ่มแรกวิทยากรกระบวนการสลับหมุนเวียนเล่าประสบการณ์/ความสุขภายในครัวเรือนของแต่ละคนให้ครัวเรือนผู้เข้ารับการประเมินได้เป็นข้อคิด/ตัวอย่าง
สองสร้างความรู้ ความเข้าใจในองค์ประกอบของแต่ละตัวชี้วัด อันดับสามให้เวทีประชาคมร่วมกันกำหนดเกณฑ์ตัวชี้วัดใช้วัดในแต่ละตัวชี้วัด จำนวน ๒๒ ตัวชี้วัด และค่าคะแนนที่ใช้วัดความสุข  อันดับสี่ ให้ที่ประชุมร่วมกันกำหนดรูปแบบในการประเมินความสุขมวลรวม (การประเมินแบบรายบุคคลและหาค่าเฉลี่ยความสุขมวลรวม/การประเมินโดยใช้มติที่ประชุมยกมือให้คะแนนความสุขและหาค่าเฉลี่ยมวลรวมในแต่ละตัวชี้วัด /ประเมินโดยใช้มติที่ประชุมกำหนดค่าคะแนนรวมของแต่ละตัวชี้วัด)
                  
 
ขุดความรู้
๑.      กำหนดหมู่บ้านเป้าหมายในการประเมินความสุขมวลรวม
๒.      วิทยากรกระบวนการร่วมกันทำความเข้าใจในการประเมินความสุขมวลรวม
๓.      กำหนดบทบาทหน้าที่ของวิทยากรกระบวนการของแต่ละคน
๔.      เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งดีในชีวิตของครัวเรือน
แก่นความรู้
๑.      ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจของการประเมินความสุขมวลรวม
๒.      การมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมเวทีประเมินความสุขในการกำหนดเกณฑ์ที่ใช้วัดในแต่ละองค์ประกอบ
๓.      เวทีประชาคมใช้รูปแบบเวทีประชาธิปไตยเคารพซึ่งกันและกันมีสิทธิออกเสียงเท่าเทียมกันในแสดงออกและให้ค่าคะแนนของการประมวลความสุข
ข้อพึงระมัดระวังในการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน ต้องปราศจากการชี้นำ ต้องให้ผู้เข้าร่วมเวทีแสดงออกทางความคิดได้อย่างอิสระ
 
îîîîîîîîî
 
 
 
 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (710)
สร้าง: 02 ก.ค. 2555 14:34 แก้ไข: 02 ก.ค. 2555 14:34


เลี้ยงกบในบ่อดิน
คำสำคัญ:เลี้ยงกบในบ่อดิน:แก้จน

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
**************************
ชื่อ – สกุล                : นายปรเมศวร์ ยอดป้องเทศ
ตำแหน่ง                  : นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด                      : สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
เบอร์โทรศัพท์           : 0850004099
ชื่อเรื่อง                   : เลี้ยงกบในบ่อดิน แนวทางแก้จนของบ้านเรา
เป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ/ ความสำเร็จเกี่ยวกับ       :      การทำงานกับชีวิตจริงของข้าพเจ้า
 
 
จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของข้าพเจ้าในอดีตมักจะได้ยินคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยเฉพาะจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันที่เคารพรักของปวงชนชาวไทยทุกคน ข้าพเจ้าก็ไม่ค่อยเข้าใจมากนัก จึงมักจะคิดเสมอว่า “ทำไมต้องเศรษฐกิจพอเพียง” จึงได้สนใจ ศึกษา จนเข้าใจคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” และนำไปปรับใช้กับงานพัฒนาชุมชน งานที่รับผิดชอบ และปรับใช้กับชีวิตประจำวันของข้าพเจ้า จนเกิดผลดีกับข้าพเจ้าและครอบครัว โดยเฉพาะการประกอบอาชีพของชาวบ้านที่พบเห็น และน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เช่นการเลี้ยงกบในบ่อดิน
 
ความเป็นมาของการเลี้ยงกบในหมู่บ้าน
บ้านสว่าง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตําบลห้วยเตย อําเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น สภาพพื้นที่เป็นที่ราบ พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมกับการเกษตร ราษฎรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ใช้ที่ดินที่ถือครองในการประกอบอาชีพทางการเกษตร อาชีพหลักคือการทํานาซึ่งดําเนินการมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษจนถึงรุ่นปัจจุบัน
          การประกอบอาชีพทํานาในพื้นที่นี้อาศัยนํ้าฝนเพียงอย่างเดียวบางปีมีปริมาณนํ้าฝนพอเหมาะนาข้าวให้ผลผลิตดีทําให้ราษฎรมีรายได้เพียงพอต่อการดํารงชีพในครอบครัว แต่บางปีเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานหรือมีปริมาณนํ้าฝนมากเกินไปทําให้เกิดนํ้าท่วมในช่วงฤดูทํานาทําให้นาข้าวได้รับความเสียหายเป็นจํานวนมาก      
         เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติดังกล่าวมีรายได้จากการประกอบอาชีพทํานาไม่เพียงพอกับรายจ่าย ทั้งที่เป็นรายจ่ายในครอบครัวและการประกอบอาชีพ ส่งผลให้เกษตรกรต้องกู้เงินทั้งในระบบและนอกระบบเพื่อใช่จ่ายในครอบครัว ทําให้เกิดเป็นหนี้สินที่เพิ่มพูน
           ในปีพ.ศ.
2549 ราษฎรในหมู่บ้านหลายคนได้ เดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงซึ่งอยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียง และพบว่าราษฎรในหมู่บ้านดังกล่าวได้ประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้แก่ครอบครัวโดยการเลี้ยงกบ จึงเกิดความสนใจเรียนรู้ในขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงกบ และนําความรู้ดังกล่าวกลับมาเผยแพร่แก่ผู้สนใจในหมู่บ้าน
           การเลี้ยงกบในหมู่บ้านในระยะแรก ราษฎรได้ขุดบ่อดินในนาข้าวเพื่อเลี้ยงกบเป็นการจําลองพื้นที่เลี้ยงกบให้ใกล้เคียงกับสภาพธรรมชาติมากที่สุด หลังจากสิ้นสุดฤดูทํานา ราษฎรที่เลี้ยงกบเห็นว่าระยะทางจากบ้านเรือนไปถึงนาข้าวอยู่ห่างไกล เกิดความไม่สะดวกในการดูแลกบจํานวนมากที่เลี้ยงไว้จึงได้เปลี่ยนพื้นที่จากการเลี้ยงกบในนาข้าวมาเป็นการเลี้ยงกบในบ่อดินในบริเวณบ้าน และได้เปลี่ยนแปลงลักษณะของบ่อเลี้ยงกบ เนื่องจากบ่อดินไม่สามารถขังนํ้าไว้ได้นานโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง จะมีปริมาณนํ้าซึมลงไปใต้ผิวดินเป็นจํานวนมาก ราษฎรจึงได้นําแผ่นพลาสติกมาปูรองพื้นดินในบ่อเลี้ยงกบเพื่อทําให้ปริมาณนํ้าคงที่ตลอดทั้งปี
            การดําเนินการเลี้ยงกบในบ่อดินบริเวณบ้านในปัจจุบัน มีราษฎรในหมู่บ้านดําเนินการเลี้ยงกบในบริเวณบ้าน จํานวน 30 ครัวเรือน และได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีนางกิติยาภรณ์ โพธิ์ศรี เป็นประธาน
 
ขั้นตอนการเลี้ยงกบ
           ผู้สนใจที่จะเลี้ยงกบควรทําความเข้าใจในลักษณะของสายพันธุ์กบ การเตรียมบ่อสําหรับเลี้ยงกบ ลักษณะอาหารของกบ ปัญหาและศัตรูในการเลี้ยงกบ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
 
ลักษณะของกบแต่ละสายพันธุ์
           กบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งนํ้า มีระบบหายใจได้ 2 ทาง คือทางปอดและทางผิวหนังจึงทําให้กบสามารถอยู่ในนํ้าได้นาน แต่ส่วนใหญ่กบมักจะชอบอาศัยอยู่บนพื้นดินมากว่าอยู่ในน้ำ กบเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและสามารถเลี้ยงได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย
           พันธุ์กบที่นิยมเลี้ยงกันมากในประเทศไทย ได้แก่ กบนา กบจาน และกบบลูฟร์อก
          กบนา เป็นกบขนาดกลาง ลําตัวสีนํ้าตาลปนดํา ด้านบนของขามีแถบสีนํ้าตาลใต้คางมีจุดสีดํา ขนาดลําตัวเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 4 นิ้ว และนํ้าหนักโดยเฉลี่ย 6 ตัว ต่อกิโลกรัม
         กบจาน เป็นกบขนาดใหญ่สีนํ้าตาลปนเขียวริมฝีปากมีลายพาดสีจางๆ ใต้คางมีจุดหรือลายสีเทา ช่วงขามีขนาดใหญ่และอวบอ้วน ขนาดลําตัวเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 5 นิ้ว และนํ้าหนักโดยเฉลี่ย 4 ตัวต่อกิโลกรัม
           กบบลูฟร์อก เป็นกบขนาดใหญ่ที่สุด มีถิ่นกําเนิดในแถบแอฟริกา ผิวหนัง บริเวณหลังขรุขระ ลําตัวมีจุดสีนํ้าตาล ขาหลังมีลายขวาง ใต้คางมีสีเหลือง ขนาดลําตัวเมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 8 นิ้ว และนํ้าหนักโดยเฉลี่ย 3 ตัวต่อกิโลกรัม
 
วิธีการเลี้ยงกบ
          พันธุ์กบที่นํามาเลี้ยง อาจจะนํามาจากไข้กบหรือลูกอ๊อดที่มีอยู่ในหนองนํ้าตามธรรมชาติหรือซื้อมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงกบ กบที่ได้กินอาหารสมบูรณ์จะมีขนาดโตเต็มที่เมื่ออายุครบ 3 เดือน นํ้าหนักตัวประมาณ 2 – 3 ขีด ผู้เลี้ยงกบต้องหมั่นเอาใจใส่ดูแลคัดแยกกบที่มีขนาดแตกต่างกันออกจากกัน

การเตรียมบ่อเลี้ยงกบ
         การจัดเตรียมพื้นที่ในการเลี้ยงกบ ผู้เลี้ยงกบสามารถเลือกได้หลายวิธีตามสภาพและความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น เลี้ยงกบในบ่อดิน เลี้ยงกบในบ่อคอนกรีต เลี้ยงกบในคอนโดโดยใช่ยางนอกของรถยนต์นํามาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ เลี้ยงกบในนาข้าว เป็นต้น ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการเตรียมบ่อดินเพื่อเลี้ยงกบ ซึ่งมีรายละเอียดโดยสังเขป ดังนี้
          1. ขุดบ่อดินขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร เมื่อขุดบ่อดินเสร็จควรปูพื้นบริเวณก้นบ่อด้วยแผ่นพลาสติกเพื่อกันนํ้าซึมลงในดิน และถมดินบนแผ่นพลาสติกเพื่อให้เกิดที่ดินในบ่อ สัดส่วนระหว่างพื้นที่ที่เป็นนํ้าและดินควรมีความเหมาะสมต่อธรรมชาติของกบ
          2. นําวัสดุที่มีความทึบแสง เช่น สังกะสี ผ้าเขียวทึบ หรือ กระดานฟิวเจอร์บอร์ด เป็นต้น กั้นบริเวณรอบ ๆ บ่อดิน เพื่อป้องกันไม่ให้กบมองเห็นสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งจะมีผลให้กบกินอาหารได้ดี
          3. นําปูนขาวประมาณครึ่งกิโลกรัม โรยให้ทั่วบริเวณพื้นที่รอบบ่อเพื่อฆ่าเชื้อโรคและป้องกันศัตรูของกบ
          4. ก่อนนํากบใส่ลงในบ่อดิน ให้โรยปูนขาวลงในบ่อดิน แช่นํ้าทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในนํ้า
          5. จํานวนกบที่เหมาะสม คือ 80 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตร ดังนั้นเมื่อขุดบ่อดิน
ดังกล่าวแล้วเสร็จ สามารถเลี้ยงกบได้ 1,200 ตัว

อาหารของกบ
          อาหารสําหรับกบเล็กหรือลูกอ๊อด ควรใช่ตะไคร่นํ้า และรําละเอียดต้มปนกับปลาสับ เมื่อลูกอ๊อดโตเป็นลูกกบ ควรใช้ปลาสับคลุกรําละเอียด และควรให้ไส้เดือนเป็นอาหารเสริมบางครั้ง และเมื่อลูกกบมีลําตัวยาวประมาณ 2 นิ้ว ควรจัดหาอาหารเสริม เช่น ไส้เดือนแมลง อาหารปลาดุก และอาหารเสริมซึ่งทําจากสารหมักจุลินทรีย์และผลไม้ประเภทกล้วยนํ้าว้าและมะละกอสุก คลุกกับอาหารปลาดุก
          วิธีการให้อาหารกบ ในช่วงที่กบมีขนาดเล็ก ควรโปรยอาหารกบให้ทั่วพื้นที่ในบ่อ เพื่อให้กบทุกตัวสามารถกินอาหารได้อย่างสะดวก หากให้อาหารไม่ทั่วจะมีผลทําให้กบเจริญเติบโตไม่เท่ากันและจะทําให้เกิดปัญหาในการเลี้ยงกบตามมาภายหลัง

 
ปัญหาและศัตรูของกบ
          โดยธรรมชาติของกบ ในช่วงที่กบยังเล็กอยู่กบมักจะกินกันเอง กบตัวใหญ่จะกินกบตัวเล็ก ดังนั้นควรแยกกบที่มีขนาดต่างกันอยู่คนละบ่อ
          เมื่อกบโตขึ้นก็จะพบปัญหา ดังนี้กบเป็นแผลที่ปากเนื่องจากกบจะกระโดดชนขอบบ่อหรือผนังบ่อ หรือลําไส้ทะลุเพราะกบกระแทกกับพื้นบ่อที่ไม่เรียบ  ปัญหาดังกล่าวส่วนใหญ่จะพบในการเลี้ยงกบในบ่อคอนกรีต 
           ปัญหาอื่นๆ ที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ กบกระโดดหนีเพราะพื้นที่ในการเลี้ยงกบแน่นเกินไป กบติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดโรคขาแดง และกบท่องอืดเนื่องจากกินอาหารมากเกินไป
         ศัตรูที่สําคัญที่เป็นปัญหาในการเลี้ยงกบ ได้แก่ นก งูหรือแมลงมีพิษรบกวนเพราะสัตว์ดังกล่าวสามารถเข้ามาทําร้ายหรือกินกบที่เลี้ยงไว้ในบ่อได้ตลอดเวลา ดังนั้นผู้เลี้ยงกบต้องหาวิธีการป้องกันตั้งแต่เริ่มต้นขุดบ่อดิน

 
ประโยชน์ในการเลี้ยงกบ
          การเลี้ยงกบมีประโยชน์มากมาย กบที่มีชีวิตช่วยทําลายแมลงศัตรูพืช เนื้อกบนอกจากจะใ ช้เป็นอาหารในครอบครัวและสามารถนําไปจําหน่ายเพื่อ เพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว หนังกบตากแห้งสามารถนําไปทอดเพื่อเป็นอาหารว่างหรือนําไปทํากระเป๋า 

 
บทสรุป
          กบเป็นสัตว์เศรษฐกิจพื้นบ้านที่น่าสนใจอีกประเภทหนึ่ง ณ วันนี้ชาวบ้านสว่าง ตําบลห้วยเตย อําเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น ได้ดําเนินการเลี้ยงกบในบ่อดินประสบผลสําเร็จไปแล้วหลายครัวเรือน และบางครัวเรือนที่ประสบความล่มเหลวแต่ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการนําบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีตมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงการเลี้ยงกบในบ่อดินให้เกิดความสําเร็จต่อไป
          อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านสว่างมีความตั้งใจที่จะทําให้การเลี้ยงกบในบ่อดินเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมทุกครอบครัวทั่วทั้งหมู่บ้านในอนาคต
อันใกล้นี้....โอ๊บ โอ๊บ โอ๊บ
 


 
 
        
 
********************
 


 
 

โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอซำสูง ความคิดเห็น (0) | ดู (3053)
สร้าง: 25 พ.ค. 2554 11:07 แก้ไข: 25 พ.ค. 2554 11:07
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION