ประไพ :: โปรไฟล์

KM Blog

  บันทึกงานล่าสุด

 Page| Next | Last 


๗ สี ช่วยชาวบ้าน

๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นายชุมพล สุกใส นายอำเภอพระแสง ให้การต้อนรับ นายวงศศิริ พรหมชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาเป็นประธานในพิธีส่งมอบบ้านและเครื่องอุปโภค โครงการ “๗ สี ช่วยชาวบ้าน” ณ บ้านนายกิตติ รัตนพันธ์ บ้านสามพัน หมู่ที่ ๑ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยรับมอบจากผู้แทนสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗ และส่งมอบบ้านให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา จำนวน ๑๐ หลัง โดยนายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการอำเภอและทีมงานสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพระแสง เป็นผู้ประสานงาน เตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม

โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (279)
สร้าง: 29 ก.ค. 2554 14:27 แก้ไข: 29 ก.ค. 2554 14:27


สรุปบทเรียนพอเพียงที่สามพัน
คำสำคัญ:บ้านสามพัน

 

ชื่อ – นามสกุล นางประไพ กรายแก้ว
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก 0-7725-0075
ชื่อเรื่อง   “ การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ  84 พรรษา”
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำเร็จเกี่ยวกับ การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ตุลาคม 2553 – กันยายน 2554
สถานที่เกิดเหตุการณ์ บ้านสามพัน  หมู่ที่ 1  ตำบลไทรขึง   อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เนื้อเรื่อง
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง“พออยู่ พอกิน”บ้านสามพัน หมู่ที่๑ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติตน แก่พสกนิกรชาวไทยในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ไปถึงระดับรัฐ พระองค์ทรงเน้นย้ำแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ตลอดจน   ใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการดำเนินชีวิต
ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การพัฒนาหมู่บ้านอย่าง
ยั่งยืนและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ครัวเรือนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน บ้านสามพัน  หมู่ที่ 1 ตำบลไทรขึง       อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป้าหมายดำเนินการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของอำเภอพระแสง ระดับ พออยู่ พอกิน ตามเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย (23 ตัวชี้วัด)       ได้น้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยพื้นฐานคือ การพึ่งตนเองเป็นหลัก พิจารณาถึงความพอดี พอเหมาะ พอควร เน้นการสร้างความสามัคคีในหมู่บ้าน การเอื้ออาทร และการประนีประนอม
          วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาหมู่บ้าน ให้มีระบบการบริหารจัดการชุมชน
          กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้แทนครอบครัวพัฒนา บ้านสามพัน หมู่ที่ ๑ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 30 คน
วิธีการดำเนินงาน/ขั้นตอน
คณะกรรมการพัฒนาอำเภอได้คัดเลือกบ้านสามพัน หมู่ที่ ๑ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัด     สุราษฎร์ธานี เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา กรมการพัฒนาชุมชน ปี ๕๔
          พัฒนากรตำบลไทรขึง จัดประชาคมราษฎร เพื่อชี้แจงโครงการหมู่บ้านพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามเกณฑ์กระทรวงมหาดไทย โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา เวทีช่วยกันกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ ดังนี้
          ๑. มีความตั้งใจปฏิบัติตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินชีวิตทางสายกลาง
                   - ยึดหลักประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในทุกด้าน ลด ละ เลิกความฟุ่มเฟือยในการดำรงชีวิต
                   - ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ อย่างน้อย ๑๐ อย่าง
                   - ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ โดยขวนขวายหาความรู้ ให้เกิดรายได้เพิ่มพูนจนถึงขั้นพอเพียง
          ๒. เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
          ๓. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่วร้ายให้หมดสิ้นไป
          ๔. มีความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน
          ๕. มีความตั้งใจจดบันทึกสมุดบันชี รายรับ-รายจ่ายของครัวเรือน อย่างสม่ำเสมอพร้อมช่วยกันขยายผล
          ๖. วางแผนชีวิต ทำกิจกรรมเป็นต้นแบบ พร้อมช่วยกันขยายผล
          ๗. จัดการความรู้
หลังจากนั้นเวทีได้คัดเลือก แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ จำนวน ๗ คน ดังนี้
๑.      นายสายันต์ ศรีเทพ            ประธาน
๒.      นายณรงค์ สุดจิตร             รองประธาน
๓.      นายประหยัด พรหมแก้ว       เลขานุการ
๔.      นางวิภา อรุณ                  ผู้ช่วยเลขานุการ
๕.      นางสุนีย์ พุทธสุขา              เหรัญญิก
๖.      นายจำรัส พัฒน์ฉิม             ผู้ช่วยเหรัญญิก
๗.      นายสมพร ประทุมเพชร        ประชาสัมพันธ์
ซึ่งมาจากตัวแทนเขตการปกครองของหมู่บ้าน ผู้นำ อช.กลุ่มองค์กรต่างๆ ในหมู่บ้าน         มีหน้าที่ พัฒนาครอบครัว เป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นกรรมการศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านสามพัน
กรรมการดำเนินการรับสมัครสมาชิกเข้าร่วมโครงการ โดยกรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์มจำนวน ๓๐ คน หลังจากนั้น พัฒนากรนัดประชุมพูดคุยทำความเข้าใจ การพัฒนาครอบครัวตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการร่วมกันทำความดี ด้วยใจด้วยพลังศรัทธาของพี่น้องบ้านสามพันเพื่อถวายในหลวง และก่อนเสร็จสิ้นภารกิจวันนี้ เวทีช่วยกันคัดเลือกกิจกรรมสาธิตที่น่าสนใจและอยากจะทำได้ ๕ กิจกรรม ตามลำดับความสำคัญ ดังนี้
๑.      การทำปุ๋ยหมักชีวภาพคุณภาพสูง
๒.      การทำดอกไม้จากการบูร
๓.      การทำน้ำยาอเนกประสงค์
๔.      การปลูกผักไร้ดิน
๕.      การทำแปลงสาธิตการปลูกผัก
หลังจากนั้น พัฒนาการตำบลไทรขึง นำข้อมูลต่างๆที่ได้รวบรวมมาเขียนโครงการ เสนอพิจารณา และอนุมัติตามลำดับ
จังหวัดจัดประชุมแกนนำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง หมู่บ้านละ ๓ คน คือ นายสมชาย หอมประกอบผู้ใหญ่บ้าน นายสายันต์ ศรีเทพ และนายประหยัด พรหมแก้วและพัฒนากร ๑ คน คือนางประไพ กรายแก้ว ณ โรงแรมนิภาการ์เด้นท์ ๓ วัน เพื่อติดอาวุธมาขยายผลดำเนินการในหมู่บ้าน ต่อไป
การลงมือปฏิบัติการ KICK OFF
โครงการ ๘๔ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสุราษฎร์เมืองคนดี ทำดีถวายพ่อหลวง
ในวัน ดี เดย์ (D-DAY) ๑๙ มกราคม ๒๕๕๔
จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำหนดดำเนินงาน โครงการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นราชสักการะ
แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔   โครงการ ๘๔ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงสุราษฎร์เมืองคนดี ทำดีถวายพ่อหลวง โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาหมู่บ้านตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใช้เป็นแบบและศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสามพัน หมู่ที่ ๑ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์          จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ทำบันทึกข้อตกลง การขับเคลื่อนโครงการ (MOU) เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๔ และกำหนดลงมือปฏิบัติการ (KICK OFF) โครงการพร้อมกันทั้งจังหวัด๘๔ หมู่บ้าน ในวัน (D-DAY) ๑๙ มกราคม ๒๕๕๔
          ในการ KICK OFF ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยดำเนินการใน ๓ รูปแบบ ดังนี้
๑. พิธียืนยันว่าสมัครใจ ทำดีเพื่อพ่อหลวง
          - จัดสถานที่
          - ผู้ใหญ่บ้านกล่าวนำประกาศปณิธานต่อพระบรมฉายาลักษณ์
          - ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมกัน
๒. การค้นหาความดีของชุมชน
          - การสำรวจทุนทางสังคม“กระบวนการค้นหาความดีด้วยความชื่นชม”
ควบคู่กับการสำรวจประวัติศาสตร์ชุมชน การสำรวจทุนทางสังคมก็เป็นกระบวนการหนึ่งที่ชุมชนมีความสุขกับการค้นหาร่วมกัน เป็นการดำเนินงานค้นหาสิ่งที่ดีงามในชุมชน ความดีที่ชุมชนค้นหามีหลายระดับ ทั้งที่เป็นความดีระดับบุคคล ความดีของกลุ่มองค์กรชุมชน ความดีงามของชุมชนโดยภาพรวมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “การค้นหาความดีด้วยความชื่นชม” เป็นเครื่องมือสร้างความสุขไปพร้อมกับกระบวนการทำงานค้นหาความดีของชุมชนท้องถิ่น 
๓. แผนชีวิต ธรรมนูญชีวิต
          - จัดเวทีให้ครัวเรือนเป้าหมายศึกษาข้อมูลครัวเรือนตนเอง สำรวจตนเอง เพื่อเตรียมข้อมูลไว้สำหรับการวิเคราะห์ ตนเองและครัวเรือน เพื่อจัดทำแผนที่ชีวิต
          - เพื่อเป็นการเปิดตัว แผนที่ชีวิต เพื่อจะใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาครัวเรือนต้นแบบ และชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นความดีถวายในหลวง
          พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนักวิชาการ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด        สุราษฎร์ธานี นายอำเภอพระแสงและหัวหน้าส่วนราชการอำเภอพระแสง ร่วมปฏิบัติการ KICK OFF โดยมีนางประไพ กรายแก้ว นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ พัฒนากรตำบลไทรขึงร่วมกับแกนนำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้การต้อนรับคณะผู้มาเยือน
ดำเนินการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมชุมชน
กิจกรรมส่งเสริมครอบครัวพัฒนาในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “พออยู่ พอกิน”
๑. ประชุมเชิงปฏิบัติการ/สัมมนา ให้การเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ๑ วัน ดำเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตร และแกนนำครัวเรือนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านนิคมฯ๑ หมู่ที่ ๕ ตำบลไทรขึง เครือข่ายปี ๒๕๕๓ นำผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพด มาร่วมเป็นพี่เลี้ยงในวันเปิดการฝึกอบรม เตรียมความพร้อมแกนนำชุมชนด้วย โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
พิธีเปิดการฝึกอบรม บรรยายให้ความรู้ แนวคิดเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย
เรือโทครรชิต บุญสิทธิ์ นายอำเภอพระแสง พบปะชาวบ้านแนะนำแนวทางการการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๓๖ แผนที่ชีวิติของพ่อ
1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก "ปัญญา" และ "ความกล้าหาญ"
3. "เพื่อนใหม่" คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน "เพื่อนเก่า"/"มิตร" คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือ ธรรมะปีละเล่ม
5. ปฏิบัติต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
6. พูดคำว่า "ขอบคุณ" ให้มากๆ
7. รักษา "ความลับ" ให้เป็น
8. ประเมินคุณค่าของการให้ "อภัย" ให้สูง
9. ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่าเป็นจริง
11. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนักคิดเสมอว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
13. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟท์
14. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
15. อย่าหยิ่งหากจะกล่าวว่า "ขอโทษ"
16. อย่าอายหากจะบอกใครว่า "ไม่รู้"
17. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบลื่นตลอดทาง
18. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป
19. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
20. คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
21. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อน คือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี
22. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยซักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด
23. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
24. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราพูด
25. เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จ กับล้มเหลว
26. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งนั้น
27. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
28. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ (อย่าใจร้อน)
29. ระลึกถึงความตาย วันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีให้
30. ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดหมด
31. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ
32. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด
33. ดาวและเดือนที่อยู่สูง อยากได้ต้องปีน "บันไดสูง"
34. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
35. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม
36. ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่สำคัญในการดำรงชีวิต ขอพระองค์ทรงพระเจริญค่ะ
ความพอเพียง ถ้าเราไม่รู้จักพอ ก็ไม่พอเพียง เมื่อไรเรารู้จักพอนั่นแหละถึงจะพอเพียง ยกตัวอย่าง มีคนซื้อรถคันละสองแสนมาขับ พอเห็นคนอื่นขับคันละล้าน ก็อยากขับบ้าง ก็เลยขายคันเก่า ซื้อคันใหม่คันละล้านกว่ามาขับ พอเขาถามว่าเป็นไงขับรถคันละล้านรู้สึกอย่างไรบ้าง เขาไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรก็เลยบอกว่า “ขับเหมือนรถเลย”
ถ้ามีแบงก์ใหญ่   ให้แลกเป็นแบงก์ย่อย ราคาน้อยๆ จะได้จ่ายทีละน้อย เก็บไว้ใช้ระยะยาว    อย่าอยากได้ตลอดเวลา ความสุขอยู่ที่ตัวเราเอง ถ้าเรากำจัดกิเลสได้ก็จะมีความสุข
ทำอย่างไรก็แล้วแต่ อย่าตามกระแสให้มากแรง ท่านทีมีลูกฝึกให้รู้จักประหยัด หัดเก็บฝาก     ไปเรื่อยๆ จนเป็นนิสัยที่ดี ถ้าประพฤติไม่ดี นานๆไปจะกลายเป็นสันดานไม่ดี
คนจนอยู่อย่างคนรวยจะจน คนรวยอยู่อย่างคนจนจะรวย ลองทำตัวเป็นคนจนก็จะรวย      อย่างน้อยความฟุ้งเฟ้อจะไม่มี จำทำให้มีความสุข
ของในตู้เย็นกินให้หมด อย่าทิ้ง อย่าปล่อยให้เป็นสุสาน มองจากสิ่งเล็กๆ จะกลายเป็นสิ่งดี
อุทาหรก่อนจบ ครอบครัวหนึ่งอาชีพทำสวน พ่อแม่มีลูก 2 คนไม่เคยพาลูกไปสวนเลย ส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญาตรี ที่กรุงเทพฯ อยู่มาวันหนึ่งพ่อได้ตายจากไป แม่ก็ชวนลูกไปดูแลสวน ลูกก็ไม่ไป ต่อมาแม่ก็ได้ตายจากไปอีกคน สุดท้ายลูกก็ไปถามผู้ใหญ่บ้านว่า สวนของผมอยู่ที่ใหน? จบแล้วค่ะ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... และรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน
          การทำบัญชีครัวเรือน โดยนางอุไรวัน พุฒทอง ประธาน กพสต.ไทรขึง ผู้มีประสบการณ์ในการทำบัญชีครัวเรือน หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านนิคมฯ๑ ตำบลไทรขึง ได้นำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง สร้างแรงจูงใจในการจัดทำบัญชีครัวเรือน แนะนำวิธีการตั้งแต่ต้น โดยใช้สมุดปกแข็งและไม้บรรทัด แจกคนละเล่ม มาตีเส้นเป็นแบบฟอร์มการทำบัญชีรายรับ รายจ่ายอย่างง่าย เพื่อจะได้รูปแบบที่เหมือนกัน ใช้ได้อย่างยั่งยืน และฝากขยายผลไปแนะนำต่อครัวเรือนข้างบ้าน หรือญาติสนิท ๑ ต่อ ๓ ครัวเรือน
นายสุรศักดิ์ ปรัศเมธีกุล (ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไทรขึง) การครองรักครองเรือน สร้างสุขบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง บทบาทหน้าที่ของครอบครัว ต่อการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน บรรยายให้เห็นถึงสภาพปัญหา ผลกระทบ และเป้าหมายของการพัฒนาของหมู่บ้าน เป็นงานสำคัญที่ต้องให้ประชาชน มีส่วนร่วมและหน้าที่ในฐานส่วนหนึ่ง ของชุมชน ที่ต้องเป็นหลักในการพัฒนาร่วมกับหน่วยงานรัฐและภาคีการพัฒนาต่าง แบ่งกลุ่มระดมสมองวิเคราะห์บทบาท ในการเป็นแกนนำในการพัฒนาหมู่บ้าน ต้องทำอะไรบ้าง
นายสงวน มงคลศรีพันเลิศ ตัวอย่างการดำเนินชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่ประสบความสำเร็จและ การประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม นำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ไปปฏิบัติใช้ ในชีวิตประจำวัน
นางประไพ กรายแก้ว นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพระแสง สร้างการเรียนรู้เกณฑ์การประเมินวิธีการประเมิน และผู้รับผิดชอบสร้างการมีส่วนร่วม ในการประเมิน ตัวชีวัด ๖x๒ รวมทั้ง ตัวชี้วัด หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ๔ ด้าน ๒๓ ตัวชี้วัด ของกรมการพัฒนาชุมชน ตัวชี้วัดความสุขมวลรวมชุมชน (GVH) และมอบหมายภารกิจเตรียมความพร้อมศึกษาดูงาน แบ่งกลุ่ม มอบหมายประเด็นการดูงาน ตามตัวชี้วัด 4 ด้าน แจกสมุดเตรียมไว้บันทึกข้อมูลคนละเล่ม
ศึกษาดูงาน กิจกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ ๒ ตำบลสาคู อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี เดินทางโดยรถยนต์จำนวน ๕ คันเตรียมความพร้อมออกเดินทางเวลา ๐๙.๐๐ น.ถึงศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โดยคุณนำพล ฉิมเรือง เจ้าของบ้าน นำเสนอ อธิบายแนวทางวิธีการ พัฒนาหมู่บ้านต้นแบบ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงได้ให้ความรู้ตามฐานการเรียนรู้ เพื่อสร้างการยอมรับแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและให้กลุ่มเป้าหมายการศึกษาดูงานเรียนรู้กิจกรรม นำวิธีการพัฒนาที่ไปดูงานกลับมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละครัวเรือน
ศึกษาดูงานกิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองปราบหมู่ที่๓ ต.คลองปราบ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ๑.ศึกษาจุดเด่นการดำเนินวิถีชีวิต ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง๒.กระบวนการแนวทางการพัฒนา๓.การบริหารจัดการชุมชน ๔.การบริหารกิจกรรม กลับจากดูงานจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อจัดการความรู้เป็นรายประเด็นว่าได้ศึกษาเรื่องอะไร มีวัตถุประสงค์อะไร มีผลสำเร็จเป็นประโยชน์อย่างไรมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไรถ้าจะพัฒนาปรับประยุกต์ใช้จะต้องทำอะไรบ้างวิทยากร สรุปให้เห็นถึงหลักการการจัดการความรู้ประกอบด้วยขั้นตอนในการกำหนดเป้าหมายความรู้การค้นหาความรู้ วิธีการแลกเปลี่ยนสรุป ทบทวนวิธีการทำงานที่ประสบผลสำเร็จและการนำความรู้ไปใช้ในรูปแบบต่างๆ
กลับมาจากการศึกษาดูงาน กิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านคลองปราบ หมู่ที่๓    ต.คลองปราบ อ.บ้านนาสาร ระหว่างเดินทางกลับ แกนนำบอกว่า อยากได้ ๆ ทำอย่างไรบ้านเราจะมีแปลงผักไร้ดินแบบนี้บ้าง พัฒนากรก็เข้าใจอยู่หรอกว่า ธรรมชาติของคนชอบความสะดวกสบาย ไม่ต้องดายหญ้าให้เหนื่อยแรง เท่าแต่เดินมาดูความเจริญเติบโตของผัก รอวันเก็บกิน มันก็น่าสนใจ แต่เมื่อมองดูในรายละเอียดแล้ว กว่าจะมาเป็นผักไร้ดินที่กินได้ต้องเรียนรู้ให้มากว่านี้ ถ้าสนใจจริงๆ พัฒนากรก็จะจัดให้ หลังจากนั้นก็ได้ขอสนับสนุนวิทยากรจากศูนย์พืชสวน สุราษฎร์ธานี มาสาธิตแนะนำการปลูกผักไร้ดิน ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านคุณนำพล ฉิมเรือง ตำบลสาคู อำเภอพระแสง และได้นำเสนอคณะกรรมการศูนย์เศรษฐกิจชุมชนครบวงจร อำเภอพระแสง เพื่อรับสมัครสมาชิกเข้าอบรม ๓๐ คน ๑ วันโดยไม่ใช้งบประมาณ
นายชาญศิลป์ จันทรเสน นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างการมีส่วนร่วมกิจกรรมการจัดการความรู้ ประเมินผลการพัฒนาหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ประชุมเชิงปฏิบัติการตัวแทนครอบครัวพัฒนา ติดตามประเมินผลรวบรวมข้อมูล
-          ตัวชีวัด ๖x๒
-          ตัวชี้วัด หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ๔ ด้าน ๒๓ ตัวชี้วัด
-          ตัวชี้วัดความสุขมวลรวมชุมชน (GVH)
สร้างความมั่นใจ ในการพัฒนาหมู่บ้าน ประเมินการวัดความสุขมวลรวมชุมชน(Gross Village Happiness : GVH)
กิจกรรมเพื่อสร้างรายได้ โดย กศน.พระแสง การสาธิตทำผลิตภัณฑ์จากการบูร โดยร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันอธิบายความสำคัญ ประโยชน์ ช่องทางการตลาด วิธีการทำ สาธิตการทำผลิตภัณฑ์ จากการบูรรูปแบบต่างๆเรียนรู้วิธีการทำผลิตภัณฑ์จากการบูรหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มรายได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยฝึกปฏิบัติ ทำได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ผู้สูงอายุก็ดีและให้ชวนลูกหลานผู้สนใจมาร่วมด้วย ทำได้ไม่ยาก สนุกมากค่ะ
กิจกรรมเพื่อลดรายจ่าย โดยนายสมพร ประทุมเพชร หมอดินอาสา พัฒนากรนำทุนชุมชนมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ให้บรรยายและสาธิตสาธิตตามขั้นตอนการทำปุ๋ยชีวภาพ วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการทำปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยแห้ง ปุ๋ยน้ำ ออร์โมนผลไม้ สารไล่แมลง ส่งเสริมให้ราษฎรผลิตปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ปลอดภัย ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยปรับปรุงสภาพของดินเพิ่มผลผลิต นำไปสู่การจัดตั้งกลุ่ม ขยายเพิ่มช่องทางการตลาด พัฒนาการบริหารจัดการกลุ่ม จัดทำเป็นฐานการเรียนรู้ของหมู่บ้าน
นายกุลประพัทธ์ โกละกะ วิทยากรให้ความรู้อธิบายความสำคัญเรื่องการจัดทำแผนชีวิต สร้างความเข้าใจความสำคัญของการทำบัญชีครัวเรือน การวางแผนชีวิตของตนเอง ครอบครัวอย่างรอบคอบ ฝึกปฏิบัติการจัดทำบัญชีครัวเรือนและเครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลศักยภาพของบุคคล ครัวเรือนและชุมชน นำบทเรียนจากการดูงานมาเป็นแนวทางในการ พัฒนาตนเอง ครอบครัวและชุมชน ต่อด้วยความรู้เรื่องกระบวนการแผนชุมชน ทบทวนแผนชีวิตแผนครัวเรือน นำแผนชุมชนของหมู่บ้าน มาวิเคราะห์ ปรับแผนชุมชนโดยมีกิจกรรมการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  การทำแผนปฏิบัติงานของครัวเรือนโดย แบ่งกลุ่มให้คิดงานที่จะทำในครัวเรือนเพื่อทำ ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาครัวเรือนเป็นจุดเรียนรู้ตัวอย่าง ต้องทำอะไรบ้าง จัดลำดับความสำคัญของานแต่ละงานต้องทำอะไรก่อนหลังแต่ละกิจกรรม จะต้องทำเมื่อไหร่ การเชื่องโยงกิจกรรมในหมู่บ้าน ต่อเติมเสริมกันได้ หรือไม่อย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ในแต่ละกิจกรรม จัดทำเป็นแผนปฏิบัติการในรอบปี
นายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการอำเภอพระแสง บรรยายให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย เรื่องการบริหารจัดการชุมชน วิเคราะห์เชื่อมโยงทุนกับภูมิปัญญาและกิจกรรมที่ทำ ในหมู่บ้านกับทรัพยากรที่มีอยู่ในหมู่บ้านมาวิเคราะห์/ทบทวน/ปรับแผนสู่การปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงว่าจะต้อง พัฒนาต่อเติมเสริมกันได้หรือไม่อย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ในแต่ละกิจกรรม เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาหมู่บ้าน
นายชะเวง ปลัดอำเภอ รับผิดชอบตำบลไทรขึง มาบรรยายประกอบสื่อเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข เรียนรู้และปลูกฝังระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และการตั้งปณิธานทำดีเพื่อพ่อ ต่อยอดทีมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงพร้อมใจกันนำป้ายคำขวัญ เดินรณรงค์เชิญชวนให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา
พต.ท.หม่อมหลวงพัฒนจักร จักรพันธ์ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระแสง บรรยายประกอบสื่อเรื่อง การสร้างความสมานฉันท์สามัคคีของหมู่บ้าน แบ่งกลุ่มย่อยฝึกปฏิบัติเรียนรู้และปลูกฝังสร้างความสมานฉันท์สามัคคีในหมู่บ้าน เรียนรู้ร่วมกันจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการในรอบปี สรุปผลการดำเนินงาน ฝากภารกิจแกนนำในการพัฒนาหมู่บ้าน
                การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านสามพันมีการประชุมติดตามความก้าวหน้า   ทุกวันที่ ๗ ของเดือน วิทยากรหมู่บ้านที่ผ่านการอบรมจากจังหวัดได้ทำงาน การเยี่ยมบ้านครัวเรือนแกนนำเศรษฐกิจพอเพียง ตรวจการทำบันชีครัวเรือน แผนชีวิต กิจกรรมพัฒนาลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยพัฒนากรตำบลไทรขึงร่วมกับกรรมการขับเคลื่อนหมู่เศรษฐกิจพอเพียง ครัวเรือนชอบให้เราไปดูความก้าวหน้า เขาจะนำผลงานมาอวด มีของฝากพัฒนากรกลับบ้านเป็นประจำ ก็ดีค่ะเพราะเป็นของดีๆทั้งนั้น มั่นใจปลอดภัยแน่นอน แต่ก็เกรงใจจริงๆ ไม่รับก็ไม่ได้ ไปบ่อยก็ไม่ดี ไม่ไปก็มาตาม ถ้าไปบ่อยรับรองพัฒนากรอ้วนหมีพีมันแน่ เพราะไปทีกินได้เป็นสัปดาห์
กิจกรรมเพื่อขยายผลการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ได้กระตุ้นให้ มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการประกอบอาชีพและรายงานผลความก้าวหน้าทุกวันที่ ๗ ของเดือน พัฒนากรก็ชวนเกษตรไปบ้าง ปศุสัตว์ไปบ้าง กศน. หรือนายกอบต.บ้าง เพื่อบูรณาการ ความร่วมมือ หรือสนับสนุนงบประมาณได้ตรงตามความต้องการ
กิจกรรมขยายผลที่น่าพอใจตอนนี้ มีการปลูกผักสวนครัว ทุกครัวเรือน ที่เหลือกินก็นำไปวางขายที่ร้านในชุมชน ถ้ามากไปก็ส่งตลาดนัดในหมู่บ้านตำบลซึ่งมีตลาดนัดทุกวัน การทำน้ำยาอเนกประสงค์ การทำสบู่ การใช้สมุนไพรในครัวเรือน เช่นทำยาสีฟัน ยาบรรเทาหวัด เป็นต้น การเลี้ยงปลาในปล้องบ่อ การเผาถ่านด้วยถังน้ำมัน การทำแก๊สชีวภาพใช้ในครัวเรือน การปลูกผักกางมุ้ง การเลี้ยงปลาบ่อพลาสติก การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงหมูพื้นเมือง การทำปุ๋ยชีวภาพและสารไล่แมลงใช้เอง การทำน้ำส้มควันไม้ การปลูกป่า การอนุรักษ์แหล่งน้ำ การปล่อยพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำสาธารณะ เวทีกระบวนการแผนชุมชนสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนได้ดีน่าพอใจ ทุกกิจกรรมเป็นการเรียนรู้และใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า มีการสรุปองค์ความรู้เผยแพร่ที่ศูนย์เรียนรู้ของหมู่บ้าน และที่สำคัญทุกคนมีความสุขกับกับกิจกรรมที่ทำ ถ้ารู้จักเพียงพอ ก็พอเพียง
ขุมความรู้ (Knowledge Assets)
          1. กำหนดหมู่บ้านเป้าหมาย
          2. การค้นหาข้อมูล รวบรวมข้อมูล วางแผนเตรียมความพร้อมในการทำงาน ประสานภาคี แกนนำหมู่บ้านเป้าหมาย ประชุมทำความเข้าใจกับทีมงาน มอบหมายภารกิจรับผิดชอบ กำหนดเป้าหมายร่วมกัน
          3. ค้นหาแหล่งเรียนรู้ และวิทยากรที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ชุมชนเลือกได้
          4. การเชื่อมโยงกิจกรรม และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ทั้งในระดับแกนนำชุมชนและประชาชนในหมู่บ้าน เครือข่ายการพัฒนา ก่อให้เกิดการประสานงาน ความร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
          5. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
          6. ประสานหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าร่วมให้ความรู้ในเวทีประชาคม เพื่อเป็นแนวร่วม การส่งเสริม สนับสนุนงบประมาณ
          7. สนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน
          8. จัดเวทีคัดเลือกแกนนำชุมชน และวิทยากรหมู่บ้าน เข้าฝึกอบรมแกนนำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ๘๔ พรรษา ปี 2554 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดขึ้น ทั้ง ๓ หลักสูตร
          9. รับสมัครผู้แทนครอบครัวพัฒนาต้นแบบ จำนวน 30 ครัวเรือน
          10. กิจกรรมเพื่อขยายผลการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ได้กระตุ้นให้ มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการประกอบอาชีพและรายงานผลความก้าวหน้าทุกวันที่ ๗ ของเดือน
          11. การส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โดยใช้กลุ่มสตรีอาสาพัฒนา เป็นแกนนำการจัดตั้ง
          12. หมู่บ้านมีการบันทึกภูมิปัญญากิจกรรมในหมู่บ้าน เพื่อถ่ายทอดสู่คนในชุมชน โดยจัดทำแผ่นป้ายข้อมูลถ่ายทอดองค์ความรู้
          13. ร่วมกำหนดแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
          14. เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ติชม สอดแทรกความรู้ ติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะ
          15. ใช้วิทยากรหมู่บ้าน ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสารให้ประชาชนรับรู้ เกิดการตื่นตัวที่จะนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตของตนเอง
          16. ทำแผนที่หมู่บ้านและป้ายข้อมูลครัวเรือนแกนนำติดไว้ที่ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้าน เพื่อติดตามความก้าวหน้า
แก่นความรู้ (Core Competency)
          1. การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
          2. การประสานงาน
          3. บูรณาการสนับสนุนการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
          4. การส่งเสริม ติดตาม ประเมินผล
          5. การประชาสัมพันธ์
กลยุทธ์ในการทำงาน
          1. การส่งเสริม สนับสนุน สร้างความเข้าใจ การดำเนินชีวิต และการเห็นคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
-          แกนนำชุมชนทำงานเป็น ในเรื่องการจัดการกลุ่ม การผลิต การตลาด สามารถดำรงชีวิต และทำธุรกิจในชุมชนได้อย่างปกติสุขและยั่งยืน
-          การรวมกลุ่มเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ขาย ให้สามารถพึ่งพาซึ่งกันและกันได้
-          สืบสานวัฒนธรรม และตำนานศิลปะท้องถิ่นนำมาเป็นจุดขาย
-          ประชาสัมพันธ์โครงการ ประสานกลุ่มองค์กรในชุมชน
2. จัดประชาคมทุกเดือนเพื่อค้นหาทุนชุมชน จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค พร้อมทั้งนำ
แผนชุมชนมากำหนดประเด็นการพัฒนาตามลำดับความจำเป็นเร่งด่วน และนำไปสู่การปฏิบัติ
3. การจัดหาวิทยากร เป็นตัวช่วยที่สำคัญมาก ในการเตรียมชุมชนที่ดี วิทยากรต้องเป็น
บุคคลที่มีความรู้ ประสบการณ์ มีทักษะด้านเศรษฐกิจพอเพียง มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ
4. การคัดเลือกกรรมการขับเคลื่อนโครงการของหมู่บ้าน เพื่อเป็นตัวช่วยพัฒนากรที่ดี
โดยเฉพาะผู้นำ อช. ประธานสตรี หรือเป็นบุคคลที่ยอมรับของชุมชน วิสัยทัศน์ มีทักษะ ด้านเศรษฐกิจพอเพียง และที่สำคัญต้องมีจิตสาธารณะ
5.      การรับสมัครครัวเรือนแกนนำ ที่สำคัญต้องใจรักสมัครด้วยตนเอง แล้วไม่มีปัญหา อย่าง
อื่นค่อยว่ากัน
                6. ถอดองค์ความรู้ เผยแพร่ สร้างฐานการเรียนรู้ และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ของชุมชน
                7. ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำบัญชีครัวเรือน ขยายผลให้ทั่วทั้งหมู่บ้านปรับทัศนคติลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยันขันแข็ง
                8.เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ติชม สอดแทรกความรู้ ติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะ
9. สรุปบทเรียน รายงานผลตามลำดับขั้น
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
          1. เทคนิคการมีส่วนร่วมและการพึ่งตนเอง  
          2.  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
          3.  ทำแผนชีวิต
          4.  การสร้างภาคีการพัฒนาและเครือข่าย
          5. แนวทางการประเมินความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน/ชุมชน (Gross Village Happiness: GVH)กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
          6.ทฤษฎีของการจูงใจ (Theories of Motivation)
          7.ทฤษฎีกระบวนการ (Process Theories) 
          8.ทฤษฎีความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์(Maslow’s Hierarchical Theory of Motivation)
          9.ทฤษฎีภาวะผู้นำ (Leadership Theories)

 


โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (780)
สร้าง: 22 ก.ค. 2554 15:25 แก้ไข: 22 ก.ค. 2554 15:44


เข้าพรรษากันเถอะ

 

ทำบุญเข้าพรรษากับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
 
วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดช่วงฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น
          "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี เรียกว่า "ปุริมพรรษา"
          ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เรียกว่า "ปัจฉิมพรรษา" เว้นแต่มีกิจธุระคือเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรียกว่า "สัตตาหะ" หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด
อย่าง ไรก็ตาม แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของพระภิกษุ แต่แกนนำและชาวบ้านหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านนิคมฯ๑ หมู่ที่ ๕ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญรักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่น ๆ พอถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ถวายเครื่องสักการบูชา ดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น พร้อมฟังเทศน์ ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บาง คนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่าง ๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น

ร่วมทำบุญ อุทิศทาน ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว

ตกแต่งเทียน นางรำงามอย่างไทย ตั้งใจจริงๆค่ะ

 
 
แกนนำหมู่บ้าน ผู้นำอช. พัฒนากร ครู นักเรียน นายก อบต.ร่วมกันปลูกต้นไม้ และข้าวไร่ ในแปลงสาธิตของหมู่บ้าน

โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (448)
สร้าง: 21 ก.ค. 2554 13:36 แก้ไข: 21 ก.ค. 2554 13:36


คนดี มีศีล๕
คำสำคัญ:คนดีมีศีล๕

 

 
โครงการเมืองคนดีมีศีล 5
อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนโครงการเมืองคนดีมีศีล 5 ตามแผนพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ เป็นคนดี มีศีลธรรม โดยการปฏิบัติ และรักษาศีล5 ให้เป็นพื้นฐานของชีวิต เริ่มดำเนินการโดยอำเภอพระแสง คัดเลือกกลุ่มผู้สนใจเข้าร่วมโครงการจากหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง บ้านนิคมฯ1ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหมู่บ้านนำร่อง จำนวน 25 คน ไปสัมมนาแกนนำทางศาสนา ณ โรงแรมร้อยเกาะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมคัดเลือกคณะกรรมการชมรมเมืองคนดีมีศีล 5 จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายสุนทร ชูทองคำ และนางอุไรวัน พุฒทอง เป็นกรรมการตัวแทนของอำเภอพระแสง และมีการประชุมขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมขยายผลสร้างเครือข่ายผู้รักษาศีล5 ในหมู่บ้าน ตำบล นิมนต์พระมาเทศนาและฉันท์ภัตตาหารเพล ที่ศาลาประชุมหมู่บ้านทุกวันที่ 5 ของเดือน รับสมัครสมาชิกชมรม เมืองคนดีมีศีล 5 อำเภอพระแสง ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 126 คน และมีการเผยแพร่การจัดกิจกรรมทางศาสนาตามประเพณีท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
เอาล่ะทีนี้จะพูดถึงอานิสงส์ของศีล อันเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเป็นคนดี   หลายคนรู้จักดีแล้วล่ะ ว่าศีล 5 ข้อมีอะไรบ้าง   หรือเวลาเราไปรับศีลรับพรที่พระท่านให้ตามวัด เราคงได้ยินบ่อย เห็นขอกันมากมาย แล้วลองดูว่าพอกลับมาสุดท้าย ศีลที่เรารับไปเหลือกี่ข้อ
            บางคนก็อาจสงสัยอีกนั่นแหละ ว่าศีล 5 เรารับแล้ว พอนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เราใช้ได้จริงหรือ รึว่าเขารับเป็นพิธีไปอย่างนั้น   ทำแล้วได้อะไร  
            เคยได้ยินใช่ไม๊  ที่คนมักบอกว่า "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" หรือ "ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว" หลายคนคงได้ยินบ่อย  และบางคนอาจเติมต่อว่า  "ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป"
            ถ้าคนไม่ได้มองอย่างลึกซึ้ง หรือมองไกลๆ มองแต่ผลเฉพาะหน้า ก็อาจจะบอกได้อย่างนั้น ยกตัวอย่าง เช่น โจรขโมยสร้อยทองมาเส้นหนึ่ง  ตำรวจจับไม่ได้ ก็นำสร้อยทองนั้นไปขาย ได้เงินมาเสพสุข ถ้าเรามองแค่นี้ นั่นก็จะเห็นแค่ความสุขจากความชั่วในขณะนั้นๆ แต่ไม่ได้มองผลต่อมาเลยว่าเป็นอย่างไร  
            ทางการได้ประกาศจับ โจรคนนั้น แม้จะหนีได้ ก็อยู่ไม่สุข ต้องอยู่อย่างระหวาดระแวง เงินที่ได้มาง่ายๆ ก็ใช้หมดไปง่ายๆ  หาความสุขไม่ได้เลย 
             หรือคนที่เป็นชู้ กับภรรยา สามีคนอื่น หรือเอาแค่ง่ายๆก็ได้  เป็นกิ๊กกับแฟนชาวบ้าน  คิดดูแค่เนี้ยะ  คนที่ทำและรู้เห็นเป็นใจเนี่ย อยู่อย่างเป็นสุขรึเปล่า จริงอยู่อาจจะสุขแค่ตอนนั้น แต่ระยะยาว ต้องคอยระวัง กลัวเขาจับได้ ต้องหาข้ออ้างสารพัดมาโกหกอีก  มันก็ไม่สุขอยู่ดี     เป็นต้น
            การทำกรรมดีหรือกรรมชั่วขึ้นมาสักอย่าง ก็เหมือนกับเราปลูกต้นไม้  ต้องใช้เวลาเพาะบ่ม บางต้นต้องปลูกใช้เวลานานกว่าจะให้ผล บางต้นปลูกแป๊บเดียวเหมือนไม้ล้มลุก ไม่กี่เดือนก็ให้ผล ขึ้นอยู่กับกรรม หรือสิ่งที่เราทำในขณะนั้นๆ    
          ที่นี้เรามาดูอานิสงส์ของศีล 5 
              ข้อที่1. เว้นจากการฆ่า ทำร้าย(ปาณาติปาตา เวรมณี)   :  ผู้เว้นได้จะเป็นผู้มีอายุยืน มีโรคน้อย   เหตุนั้นเพราะอะไร   นั่นก็เพราะเมื่อเว้นได้ เวรย่อมไม่มี ศัตรูย่อมน้อย ไม่ต้องระแวดระวังกลัวใครมาทำร้าย สุขภาพจิตก็เลยดี   สุขภาพกายก็ย่อมดีตาม
              ข้อที่2.  เว้นจากการฉ้อโกง ลักขโมย(อทินนาทานา เวรมณี) : ผู้ใดเว้นได้ทรัพย์ตั้งอยู่ได้นาน ไม่พลัดพรากจากภัยทั้งหลาย  ถึงของหายก็มีโอกาสได้กลับคืนมาก    เหตุนั้นเพราะอะไร เหตุนั้นก็เพราะว่า คนที่ไม่ฉ้อโกง ลักขโมย ก็จะหาทรัพย์มาอย่างสุจริต  เมื่อหามาโดยชอบ โดยปัญญา ความสามารถ และ ความเพียร  สิ่งที่ได้มา ก็อยู่ได้นาน เพราะเห็นคุณค่าของทรัพย์ที่ตนหามาได้  
ไม่ต้องกลัวใคร ภูมิใจในทรัพย์ของตนเอง
              ข้อที่3.  เว้นจากการประพฤติผิดประเวณี(กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี) : คือเว้นจากการประพฤตินอกใจต่างๆ ไม่พรากเมียชาวบ้าน หรือลูกชาวบ้านเขามาแย่งแฟนเขา เป็นกิ๊กกับเขา อย่างนี้เป็นต้น   คนที่เว้นได้ จะเป็นผู้ที่โชคดีในความรัก  เจอคนก็จะเจอคนที่ดี มีความจริงใจต่อเรา   ไม่ต้องช้ำรักเพราะอกหัก หรือเจ็บเพราะความรักน้อย   เหตุนั้นเพราะอะไร นั่นก็เพราะ เมื่อจริงใจ และซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง นั่นหมายถึงว่า เขาได้รับความจริงใจ เขาย่อมจริงใจตอบ  ไม่ต้องกังวลว่า เขาจะจับได้ไหม หรือ สับรางดีหรือเปล่า    
              ข้อที่4.  เว้นจากการพูดโกหก วาจาว่าร้าย  ส่อเสียด เพ้อเจ้อ(มุสาวาทา เวรมณี): คนที่ทำได้จะพูดแล้วศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่น่าเชื่อถือ 
              ข้อที่ 5.  เว้นจากการเสพเครื่องมึนเมา และอบายมุขทั้งหลาย ที่ทำให้ขาดสติ(สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี) : จะทำให้เป็นคนมีปัญญาดี มีสติ  ไม่หลงลืม    
             ส่วนอานิสงส์จะเร็วช้าขึ้นอยู่กับว่า ปฏิบัติแบบไหน แบบหย่อนๆ ผลที่ได้ก็หย่อนๆ แบบจริงจัง ผลที่ได้ย่อมเป็นจริงตาม นอกจากนั้นยังอาศัย กรรมอื่นๆเป็นสิ่งประกอบอีกด้วย  
การถือศีล 5 และยึดมั่นในศีลธรรมจรรยา นั้น ก็เป็นสิ่งที่เราควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตของเรา นั่นเอง ศีลทั้ง 5 ข้อ เป็นพื้นฐานของการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบและการประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
เพราะจะทำให้ชีวิตเรา มีความสุข และสมหวัง หรือหากเราต้องเจอกับปัญหาหรืออุปสรรคที่หนักหนาในชีวิต ก็จะทำให้เรามีสติและรอบคอบในการแก้ปัญหาเหล่านั้น ให้ผ่านพ้นไป และทำให้เราได้ใช้ปัญญาในการทำงาน และสร้างความก้าวหน้าให้กับชีวิตและครอบครัวของเรา ได้อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถนะค่ะ                                     
ผู้บันทึกความรู้ ชื่อ-สกุล นางประไพ กรายแก้ว ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สถานที่ติดต่อ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 077-250075

 


โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (735)
สร้าง: 21 ก.ค. 2554 11:54 แก้ไข: 21 ก.ค. 2554 11:54


ประชุมร่วมเคลียร์หนี้ กทบ.ออมทรัพย์ฯ
คำสำคัญ:เคลียร์หนี้

 

๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนางสาวอภิญญา ทองมา                  เจ้าหน้าที่กองทุนหมู่บ้านอำเภอพระแสง และนางประไพ กรายแก้ว พัฒนากรตำบลอิปัน ประชุมร่วมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และสมาชิกผู้ค้างชำระเงิน   บ้านโพธิ์บาย หมู่ที่ ๒ ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อ   บันทึกข้อตกลงหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมีลูกหนี้ค้างชำระกลุ่มออมทรัพย์ฯจำนวน ๘ ราย เป็นเงิน ๗.๓๐๐ บาท กองทุน  หมู่บ้าน จำนวน ๒๓ ราย เป็นเงิน ๒๔๓,๕๐๐ บาท ทำบันทึกข้อตกลงชำระหนี้กับคณะกรรมการ จำนวน ๒๐ ราย ที่เหลือ ๓ รายได้ย้ายบ้านออกนอกพื้นที่ซึ่งจะได้ติดตามดำเนินการตามกระบวนการต่อไป สำหรับผู้ที่มาทำสัญญารับสภาพหนี้วันนี้ ผู้ใหญ่จำลองค้ำประกันให้ทุกราย เป็นอย่างนี้ สบายใจได้รับรองว่าเคลียร์แน่นอนค่ะ

โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (444)
สร้าง: 21 ก.ค. 2554 11:15 แก้ไข: 21 ก.ค. 2554 11:22


เยี่ยมบ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสามพัน
คำสำคัญ:เศรษฐกิจพอเพียง

 

๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นายอนันต์ ชูจันทร์ นักวิชาการ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด        สุราษฎร์ธานี นำทีมประเมินหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ปี ๒๕๕๔ มาประเมินหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ๘๔ พรรษาบ้านสามพัน หมู่ที่ ๑ ตำบลไทรขึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนางประไพ กรายแก้ว พัฒนากรตำบลไทรขึง พร้อมด้วยแกนนำหมู่บ้าน พาเยี่ยมชมกิจกรรมของหมู่บ้าน ครัวเรือนแกนนำ และแนะนำให้สนับสนุนครัวเรือนแกนนำขยายผลไปยังครัวเรือนทุกครัวในหมู่บ้านต่อไป
เยี่ยมชมกิจกรรมกลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพ
ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างทำ/ใช้/บริโภคในครัวเรือน

โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (363)
สร้าง: 21 ก.ค. 2554 11:06 แก้ไข: 21 ก.ค. 2554 11:06


การจัดสวัสดิการชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่การผลิต

 

 
๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นางประไพ กรายแก้ว นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ พร้อมด้วย นายประเวศน์ ราชพิบูลย์ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมจัดเวทีประชาคมทบทวนการจัดสวัสดิการ “โครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต สู่มิติการจัดสวัสดิการชุมชน” ณ ที่ทำการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านนิคมฯ๑ หมู่ที่ ๕ อำเภอพระแสง โดยมีนายถวิล เขียวสวัสดิ์ ประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ คณะกรรมการ และสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เข้าร่วมเวทีจำนวน ๔๐ คน

โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (372)
สร้าง: 21 ก.ค. 2554 10:53 แก้ไข: 21 ก.ค. 2554 10:53


ผักกางมุ้งลุงรินทร์
คำสำคัญ:ผักกางมุ้ง

 

ผักกางมุ้งลุงรินทร์
 
 
 
 
อุปกรณ์
๑.      ตาข่ายสีฟ้า
๒.      ไม้ไผ่หรือท่อ PVC
๓.      ถาดหลุมพลาสติกสำหรับเพาะเมล็ด
๔.      เมล็ดพันธุ์ผัก
๕.      พิมพ์ยางพลาสติกเจาะรู
วิธีทำมุ้ง ๒ แบบ
๑.      ปลูกบนดิน ทำโครงไม้ไผ่ ใช้ตาข่ายคลุม
๒.      ปลูกในพิมพ์ยางยกเป็นโรงเรือนใช้ตาข่ายคลุม
วิธีปลูก
๑.      นำดินผสมปุ๋ยหมักบรรจุในกระบะเพาะชำ
๒.      นำเมล็ดผักปลูกหลุมละ ๒ เมล็ด
๓.      รดน้ำทุกวัน ครบ๗ วันนำไปปลูกในแปลง
การดูแลรักษา
๑.      ฉีดพ่นด้วยฮอร์โมนและปุ๋ยน้ำชีวภาพ
๒.      รดน้ำทุกวัน
๓.      พอต้นผักโตเก็บกินได้เรื่อยๆ เหลือกินแบ่งปันข้างบ้าน ญาติพี่น้อง
ประโยชน์
๑.      ปลอดสารพิษ
๒.      ประหยัด
๓.      ผักสด อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ
บันทึกองค์ความรู้ โดย ประไพ กรายแก้ว นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

 

 

ปลูกบนดินทำโครงไม้ไผ่ใช้ตาข่ายคลุม

กระบะเพาะชำ

เตรียมดินผสมปุ๋ยหมักนำต้นกล้าปลูกในแปลง


โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (837)
สร้าง: 14 ก.ค. 2554 15:55 แก้ไข: 14 ก.ค. 2554 15:55


เริ่มต้นชีวิตใหม่เศรษฐกิจพอเพียง
คำสำคัญ:มอบบ้าน

๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔ พลอากาศเอกอนุพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้แทนพระองค์ฯ กิจกรรมเริ่มต้นชีวิตใหม่เศรษฐกิจพอเพียง ผู้ประสบอุทกภัยได้รับประทานบ้านถาวร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย  ณ  บ้านนางนิสา สอนทอง  ๑๘/๑ หมู่ที่ ๘ ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัด      สุราษฎร์ธานี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงานและหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ นายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการอำเภอพระแสงเป็นพิธีกร นางประไพ กรายแก้ว พัฒนากรสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพระแสง ถ่ายภาพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงาน

นายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการอำเภอพระแสง เป็นพิธีกร

ผู้แทนพระองค์ฯร่วมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้แทนพระองค์ฯสาธิตการปลูกผักสวนครัว

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีสาธิตการปลูกผักบุ้ง

เสร็จภารกิจเข้าแถวส่งผู้แทนพระองค์ฯ


โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (444)
สร้าง: 14 ก.ค. 2554 15:15 แก้ไข: 14 ก.ค. 2554 15:15


เชิญร่วมบริจาคเงินสมทบทุนบูรณะปรับปรุงวัดสามพัน(เนื่องจากอุทกภัย)
คำสำคัญ:เชิญร่วมบริจาคเงินสมทบทุนบูรณะวัด

เชิญร่วมบริจาคเงิน

บริจาคเงินได้ทุกวันค่ะ

ปรับพื้นที่แล้วดูดีขึ้นค่ะ

          ๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ นายสมชาย หอมประกอบ ผู้ใหญ่บ้านสามพัน นางประไพ กรายแก้ว พัฒนากร ร่วมกับคณะกรรมการวัดสามพัน เชิญร่วมบริจาคเงินสมทบทุนบูรณะปรับปรุงวัดสามพัน(เนื่องจากอุทกภัย) ขณะนี้อยู่ในขั้นปรัปภูมิทัศน์ ให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิม ก่อนประสบภัย ใช้ดินถม ๕๐๐ คันรถสิบล้อ หิน ๑๐ พ่วง หลังจากนี้จะดำเนินการสร้างกุฏิ ๕ หลังและส้วมฯลฯ ช่วยกันพัฒนาต่อไป


โดย ประไพ ความคิดเห็น (0) | ดู (356)
สร้าง: 08 มิ.ย. 2554 15:55 แก้ไข: 08 มิ.ย. 2554 15:55
 Page| Next | Last 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION