สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม :: โปรไฟล์

บล็อก

ชื่อ บล็อก : ข้าวหอมมะลิอินทรีย์
เนื้อหา บล็อก :

 

แบบบันทึกองค์ความรู้
ภูมิปัญญาการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์

ชื่อ – สกุล นางศิริวรรณ บุษบา
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองศรีสะเกษ
ชื่อเรื่อง การผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์
..........................................................................................................................................
การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรของโลกมีผลทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบการทำการเกษตรในการผลิตอาหารให้มากเพียงพอต่อความต้องการด้านบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเกษตรกรรมแบบใหม่หรือเกษตรกรรมเคมี จะมุ่งเน้นด้านการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อการแข่งขันเป็นหลัก มิได้คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อผู้บริโภค สังคมและสิ่งแวดล้อม การใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมากเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับดินในการเร่งอัตราการเจริญเติบโตของพืช การใช้สารเคมีควบคุมและกำจัดศัตรูพืช การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรค แมลง และศัตรูพืช ก่อให้เกิดสารพิษปนเปื้อนอยู่ในบริเวณทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารเคมีส่วนใหญ่จะสลายค่อนข้างช้าและคงสภาพอยู่ในสภาพแวดล้อมเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูกพืชสำหรับเพื่อการบริโภค และสารเคมียังมีผลให้สมบัติบางประการของดินเสื่อมโทรมลง ระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตในดินสูญเสียความสมดุล ศัตรูพืชหลายชนิดมีความต้านทานหรือดื้อต่อสารเคมีและสามารถปรับตัวให้มีชีวิตอยู่รอดได้
เกษตรอินทรีย์เป็นระบบการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม รักษาสมดุลของธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีระบบการจัดการนิเวศวิทยาที่คล้ายคลึงกับธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการใช้สารสังเคราะห์ ที่อาจก่อให้เกิดมลพิษในสภาพแวดล้อม รวมถึงการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ด้วย ในปัจจุบันความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์มีเพิ่มมากขึ้นในตลาดโลก จากข้อดีของสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัยต่อการบริโภค ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิต และลดการนำเข้าสารเคมีเกษตรจากต่างประเทศ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศกำลังพัฒนาในตลาดโลก ประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่สร้างรายได้สำคัญให้กับประเทศจึงควรต้องส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์และกำหนดมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยกำหนดเป็นนโยบายเกษตรอินทรีย์ของรัฐบาลที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันดำเนินการให้บรรลุผลต่อไป

 


ข้าวอินทรีย์ คือ ข้าวที่ได้จากการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นวิธีการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด หรือสารสังเคราะห์ต่างๆ และปุ๋ยเคมีในทุกขั้นตอนการผลิต โดยเกษตรกรสามารถใช้วัสดุจากธรรมชาติ และสารสกัดต่างๆจากพืชที่ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม ทำให้ผลผลิตข้าวมีคุณภาพดี
คนไทยรับประทานข้าวเป็นอาหารหลักมาช้านาน ข้าวไทยมีมากมายหลายชนิดให้เลือกรับประทานตามความชอบของแต่ละบุคคล แต่มีข้าวไทยชนิดหนึ่งที่หลายคนอาจจะคิดว่าหา รับประทานยาก เพราะเนื่องด้วยราคาข้าวหอมมะลิมักจะถูกมองว่าอยู่ในกลุ่มผู้มีฐานะและร้านอาหารหรูหราเท่านั้น ซึ่งข้าวชนิดนี้ถูกขนานนามว่า ข้าวหอมมะลิ ที่ถือได้ว่ามีคุณค่าสารอาหารและคุณค่าทางเมล็ดข้าว โดยเฉพาะข้าวทีเกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างลูกของข้าวจ้าวหอมนิล กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 เมื่อหุงสุกเมล็ดข้าวมีความนุ่มและมีกลิ่นหอม คุณสมบัติพิเศษคือ มีโปรตีนสูงและยังประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก สังกะสี ทองแดง แคลเซี่ยม โพแทสเซี่ยม และวิตามินบีหลายชนิด โดยการบริโภคข้าวไทยในปัจจุบันคนไทยอาจไม่เคยรู้และไม่เคยทราบว่าคนไทยบริโภคข้าวโดยเฉลี่ย 100 กิโลกรัมต่อคนต่อปี

ขั้นตอนการผลิตข้าวอินทรีย์
1. พื้นที่ปลูก หากเป็นพื้นที่ใช้สารเคมีมาก่อนควรตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างในดิน
2. พันธุ์ข้าว มีคุณภาพดีเช่นพันธุ์ข้าวดอกมะลิ 105 ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม เจริญเติบโตและผลผลิตดี
3. เมล็ดพันธุ์ ได้จากการปลูกโดยวิธีเกษตรอินทรีย์ ไม่คลุกเมล็ดด้วยสารเคมี เมล็ดสะอาดปราศจากโรคแมลง และสิ่งเจือปนต่าง ๆ
4. การเตรียมดิน ไถดะไถแปร ตากแดดไม่ใช้สารควบคุมวัชพืช
5. วิธีปลูก สภาพพื้นที่และการใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม ปลูกโดยวิธีปักดำและหว่านข้าวแห้งเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุด
6. การจัดการดิน ไม่เผาฟางข้าวและควรไถกลบเพื่อตอซังเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน
7. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก, ปุ๋ยหมัก, และปุ๋ยพืชสด เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ควรใช้อินทรียวัตถุ ที่หาได้ง่ายในพื้นที่ ที่ทำเองในพื้นที่นาหรือบริเวณบ้าน
8. การจัดการน้ำ ตามระยะเวลาเจริญเติบโตของต้นข้าว
9. จัดระบบการปลูกพืชในนาข้าว ปลูกพืชหมุนเวียนโดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว
10. การควบคุมวัชพืช โดยการเตรียมดินอย่างดี
11. การควบคุมศัตรูพืช ใช้พันธุ์ต้านทาน กำหนดช่วงปลูกที่เหมาะสม ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์และระยะปลูกที่เหมาะสมและการปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรชีวิต เพื่อลดการระบาดของศัตรูพืชในนาข้าว
12. การเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรเก็บเกี่ยวในระยะพลับพลึงเป็นช่วงที่เหมาะสม และนวดลดความชื้นทำความสะอาดเมล็ด


13. การเก็บรักษาผลผลิต แยกจากข้าวธรรมดา ตากแดด ลดความชื้นเมล็ดข้าวเปลือกให้ต่ำกว่า 14 เปอร์เซ็นต์ และเก็บรักษาไว้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ในยุ้งฉางเฉพาะไม่ปะปนกับข้าวธรรมดา เก็บข้าวอินทรีย์ในรูปของข้าวเปลือก แปรสภาพเป็นข้าวกล้องหรือข้าวสารตามที่ต้องการ
14. การแปรสภาพข้าว จากข้าวเปลือกอินทรีย์เป็นข้าวสาร โดยใช้เครื่องสีสำหรับการสีข้าวอินทรีย์โดยเฉพาะ
15. การบรรจุหีบห่อ บรรจุในถุงพลาสติกขนาด 1 – 5 กิโลกรัม โดยใช้วิธีอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเฉื่อย หรือสูญญากาศ
ผลที่เกิดขึ้นจริง
ผลที่เกิดขึ้นจริง
- รายได้เพิ่มขึ้น
- สุขภาพประชาชนดีขึ้น
- ลดปัญหามลพิษในอากาศ/ในดิน
- ลดสารเคมีตกค้างในผลผลิต
ขุมความรู้
- เอกสารชุด องค์ความรู้ กลุ่มเศรษฐกิจชุมชนครบวงจร จังหวัดศรีสะเกษ ของกลุ่มเกษตรทิพย์ บ้านอุ่มแสง หมู่ที่ 7 ตำบลดู่ อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
- กลุ่มผลิตข้าวกล้องงอก บ้านกลาง หมู่ที่ 4 ตำบลโพนค้อ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
สรุป
การผลิตข้าวอินทรีย์มีขั้นตอนการผลิตที่เป็นระบบและต้องพร้อมที่จะถูกตรวจสอบการปฏิบัติและคุณภาพผลผลิต ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องมีการปฏิบัติ ดูแลไร่นาอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูการผลิตและเกษตรกรควรหาความรู้ เทคนิควิธีการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลาดข้าวอินทรีย์ส่วนใหญ่เป็นตลาดต่างประเทศ การผลิตข้าวอินทรีย์จึงต้องมีการตรวจสอบรับรองระบบการผลิต ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มาตรการกำกับดูแล ตรวจสอบคุณภาพและการรับรองผลผลิตข้าวอินทรีย์ เป็นการกำกับดูแลให้การผลิตข้าวอินทรีย์ในทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานทั้งระบบการผลิตและคุณภาพของผลผลิต เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าข้าวอินทรีย์ที่วางขายหรือผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากว่าเป็น อินทรีย์นั้นเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ที่แท้จริงในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค
 

คำสำคัญ(Keyword):
หอมมะลิ
 

ความคิดเห็นต่อบล็อกนี้

 Page [1]  

ยังไม่มีความคิดเห็นใน บล็อกนี่
 Page [1]  

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION