พัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี :: โปรไฟล์

บล็อก

ชื่อ บล็อก : เทคนิคการจัดทำและจัดการสื่อความรู้ศูนย์เรียนรู้ชุมชน
เนื้อหา บล็อก :

 

     เทคนิคการจัดทำและจัดการสื่อความรู้ศูนย์เรียนรู้ชุมชน     

ในปี พ.ศ. 2553  จังหวัดสิงห์บุรี   ได้อนุมัติงบประมาณโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2553  ของจังหวัดสิงห์บุรี    ให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี  ดำเนินงานโครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน จำนวนเงิน 550,000 บาท (ห้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)     บ้านวังกะจับ  หมู่ที่ 1  ตำบลคอทราย  อำเภอค่ายบางระจัน  จังหวัดสิงห์บุรี   กิจกรรมตามโครงการประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารศูนย์เรียนรู้ชุมชน  การทำมุมการเรียนรู้ต่าง ๆ  ได้แก่  มุมเรียนรู้การทำน้ำปลา  มุมเรียนรู้ด้านการประหยัดพลังงาน ปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ชุมชน  ปรับปรุงแปลงสมุนไพร  ปรับระบบนิเวศน์บ่อเลี้ยงปลา ปลูกหญ้าแฝก พร้อมการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ทางเข้าศูนย์เรียนรู้ชุมชน ป้ายแปลงนาเกษตรปลอดภัย  ป้ายบ้านเกษตรทฤษฎีใหม่  การจัดทำบอร์ดนิทรรศการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ข้อมูลข่าวสารความรู้ของชุมชน และการจัดทำเอกสารบันทึกภูมิปัญญาการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ชุมชน

 

                                กิจกรรมการจัดทำเอกสารบันทึกภูมิปัญญาการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้ชุมชน มีงบประมาณในการดำเนินงาน  จำนวน 45,000 บาท  ให้จัดทำเอกสารจำนวน  1,000 เล่ม  กำหนดดำเนินงานระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน 2553  และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี  ได้มอบหมายให้ข้าพเจ้าซึ่งเป็นพัฒนาการผู้ประสานงานตำบลคอทราย และเป็นนักจัดการความรู้ของศูนย์เรียนรู้ชุมชน  เป็นผู้เรียบเรียงเนื้อหาและจัดทำรูปเล่ม   ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำหนังสือมาก่อน    ที่ผ่านมาเคยทำแต่เอกสารถอดบทเรียนกิจกรรมโครงการตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน  เอกสารประกวดผลงานกิจกรรมต่าง ๆ ของหมู่บ้าน/ตำบล  เอกสารประกวดผลงานกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม เอกสารประกอบการฝึกอบรม  และแผ่นพับประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ OTOP  ของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ เท่านั้น  แจกไปแล้วคนรับแจกจะไม่เอาหนังสือของเราไปทิ้ง  ทำอย่างไรที่จะเขียนหนังสือออกมาแล้วภาคีพัฒนาที่ร่วมกันขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ชุมชน  ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย  เมื่อพิจารณาไตร่ตรองรอบด้านแล้ว  ถ้าจะทำหนังสือให้ออกมาดูดี  มีคุณค่า ข้าพเจ้าทำงานคนเดียวไม่ได้แน่นอน  ต้องมีการแสวงหาและสร้างทีมงานในการจัดทำสื่อการเรียนรู้ของศูนย์เรียนชุมชนแห่งนี้  

 

  ผลจากการประชุมปรึกษาหารือกันได้แนวทางในการจัดทำหนังสือ สรุปประเด็นได้ดังนี้    ข้าพเจ้า จึงได้ขอให้ประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชน ประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษา เพื่อหาทีมงานมาร่วมคิด ร่วมกันจัดทำหนังสือ และหาคำตอบในประเด็นคำถามต่าง ๆ  ที่มีอยู่ในใจ 

 

-  กลุ่มเป้าหมายรอง คือ ส่วนราชการต่าง ๆ

      2.   หนังสือเล่มนี้ชื่อ บันทึกภูมิปัญญา ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบนรากฐานเศรษฐกิจพอเพียงบ้านวังกะจับ    

3.       เนื้อหาในหนังสือควรประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไปของหมู่บ้าน กิจกรรมที่โดดเด่นและสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้ชุมชน คณะกรรมการ/ที่ปรึกษาศูนย์ฯ   ข้อมูลปราชญ์ชาวบ้าน   ทีมนักจัดการความรู้  และองค์ความรู้/ภูมิปัญญา

4. รูเล่มของหนังสือต้องกะทัดรัด เนื้อหาไม่มากจนเกินไป  มีสีสัน มีภาพประกอบให้เห็นขั้นตอนชัดเจน  ไม่ควรใช้ภาษาทางวิชาการมากนัก เพราะลูกค้าหลักของเราคือชาวบ้าน เห็นหนังสือที่เป็นวิชาการ เล่ม หนา ๆ  แล้วไม่ค่อยอยากอ่าน

5.       จุดขายของหนังสือ  คือ องค์ความรู้/ภูมิปัญญา  เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา คือ คนในชุมชน และคนที่มาศึกษาดูงาน ซึ่งก็คือชาวบ้านหรือผู้นำชุมชน  องค์ความรู้ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ สนใจ   คือ เรื่องของการทำมาหากิน  การประกอบอาชีพ  การทำของกิน ของใช้ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในชีวิตประจำวัน  ซึ่งองค์ความรู้/ภูมิปัญญาของบ้านวังกะจับมีมากมาย  แต่เราถูกจำกัดด้วยงบประมาณ  หนังสือเล่มนี้ มีเพียง 40 หน้า (รวมปกหน้า ปกหลัง) ที่ประชุมจึงเลือก     องค์ความรู้/ภูมิปัญญามาบันทึกไว้เพียง 9 เรื่องที่น่าสนใจและเป็นจุดขายของบ้านวังกะจับ   ดังนี้

1.       การทำน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลงและช่วยย่อยสลายซังข้าว

2.       การทำเตาเผาถ่าน 200 ลิตร เพื่อผลิตถ่านคุณภาพสูงและน้ำส้มควันไม้

3.       การทำนาบัวฉัตรบูชาพระ

4.       การทำสวนไผ่หวานเลี้ยง ช่วยเศรษฐกิจชุมชน

5.       การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

6.       การทำสบู่ถ่านไม้ไผ่สมุนไพร

7.       การทำน้ำปลา

8.       การทำขี้ผึ้งสมุนไพร

9.  การหาปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยเบ็ดตกปลา

6.       องค์ความรู้ที่เคยบันทึกไว้เดิมให้นำมาใช้ได้เลย ส่วนที่ต้องบันทึกเพิ่มให้นักจัดการความรู้  บันทึกองค์ความรู้เบื้องต้นก่อน   แล้วให้พัฒนากรดำเนินการจัดการความรู้เพิ่มเติม

7.       เมื่อได้ข้อมูลต่าง ๆ  ครบถ้วนให้พัฒนากรจัดทำรูปเล่มให้คณะกรรมการ/ทีมนักจัดการความรู้ช่วยตรวจสอบอีกครั้งก่อนส่งพิมพ์

8.       หลังจากได้รับหนังสือแล้ว ต้องมีการต่อยอดต่อ เพราะมีอีกหลายองค์ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชน และเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ยังไม่ได้ถูกบันทึกเผยแพร่  ครั้งนี้จังหวัดสิงห์บุรีสนับสนุนงบประมาณให้ในการจัดพิมพ์ แต่ครั้งต่อไปเราคงต้องหาทุนเอง  จึงกำหนดแนวทางร่วมกันว่า หนังสือเล่มนี้ เราจะแจกเป็นเอกสารเผยแพร่  แต่ขอบริจาคตามศรัทรา  และจัดทำทะเบียนคุม

      การรับเงินบริจาค  ทะเบียนคุมการแจกหนังสือ  เพื่อให้ทราบว่าหนังสือที่เราทำมา ได้รับการเผยแพร่ไปที่ใดบ้าง  ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการศูนย์ฯ  ทำกล่องรับบริจาค ทำป้ายประชาสัมพันธ์

     เอกสารเผยแพร่ บริจาคตามศรัทธา   และให้คณะกรรมการศูนย์ฯ  พูดถึงวัตถุประสงค์และความจำเป็น ที่ศูนย์ฯ ต้องขอบริจาคทุกครั้งที่มีคนมาศึกษาดูงาน

 

 

 

       การพิมพ์ต้นฉบับหนังสือทุกอย่างเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว   เหลือแต่หน้าปกกับ คำนำ ซึ่งข้าพเจ้าถือว่าหน้าปกของหนังสือเป็นสิ่งสำคัญ  เพราะถ้าปกหนังสือทำออกมาแล้วดูดี  สวยงาม  สื่อความหมายสอดคล้องกับชื่อหนังสือ ก็จะทำให้หนังสือน่าสนใจ  ใครเห็นก็อยากหยิบเอาไปอ่าน ประกอบกับ คำนำถ้าสามารถบอกถึงความเป็นมาของการจัดทำหนังสือ เนื้อหาสาระของหนังสือโดยสรุป  รวมทั้งความคาดหวังของผู้จัดทำ  ที่กำชับเข้าใจง่ายก็จะเป็นการดึงดูดให้ผู้อ่านสนใจติดตามอ่านหนังสือในเล่มต่อไป  รวมทั้งการขอบคุณผู้มีอุปการคุณ   กล่าวขอบคุณอย่างไร  ถึงจะทำให้ภาคีพัฒนาที่ทำงานร่วมกับเรา ก็เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ชุมชนด้วย  และสามารถใช้หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานร่วมกันได้   

 

      จากประเด็นต่าง ๆ  จะเห็นว่า การจัดทำปกหนังสือและคำนำไม่ใช่เรื่องง่าย  ข้าพเจ้า ทำออกมาแล้ว

 

 ก็ยังไม่ถูกใจ  เลยต้องพึ่งที่ปรึกษา โดยขอให้พัฒนาการอำเภอค่ายบางระจัน  ช่วยออกแบบปก และขอให้หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี  เป็นผู้เขียนคำนำ   นอกจากนี้ที่ปรึกษาทั้งสองท่าน ยังช่วยตรวจทานเนื้อหา/รูปเล่ม ของหนังสือให้อีกด้วย  ทำให้หนังสือที่ทำออกมาได้ตามที่คาดหวัง 

            เมื่อได้หนังสือที่จัดพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว  ได้มีการส่งมอบหนังสือให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี  จำนวน 100  เล่ม  สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอค่ายบางระจัน  จำนวน 100  เล่ม ส่วนที่เหลือมอบให้ศูนย์เรียนรู้ชุมชนฯ  จำนวน 800  เล่ม  และเมื่อวันที่  19  กรกฎาคม  2553  ได้มีการประชุมคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ชุมชนบนรากฐานเศรษฐกิจพอเพียงและที่ปรึกษา  เพื่อทบทวนการดำเนินงานและกำหนดแผนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชนให้เป็นศูนย์รับฝาก/จำหน่ายสินค้าชุมชนและศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านดนตรีไทย หลังจากนั้น ได้มีการประเมินความสำเร็จในการจัดทำหนังสือ บันทึกภูมิปัญญา ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบนรากฐานเศรษฐกิจพอเพียง บ้านวังกะจับ   โดยสอบถามความคิดเห็นของคณะกรรมการฯ  เกี่ยวกับหนังสือที่พิมพ์เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่า รูปเล่มของหนังสือสวยดี  มีสีสันน่าอ่าน   แต่รูปภาพกรรมการและนักจัดการความรู้ มีมากเกินไป มีข้อมูลบางอย่างผิดพลาด(เล็กน้อย)   ส่วนเนื้อหาข้างในมีสาระที่เป็นประโยชน์  คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่น่าจะให้ความสนใจ

  

           ข้าพเจ้าขอให้คณะกรรมการศูนย์ฯ  ทำทะเบียนคุมการแจกหนังสือโดยให้ผู้ที่รับหนังสือเขียนชื่อ/ที่อยู่ และจำนวนเล่มที่รับไป  เพื่อให้ศูนย์ฯ มีข้อมูลว่าหนังสือบันทึกภูมิปัญญาฯ  ได้มีการเผยแพร่ไปที่ใดบ้าง   และจัดทำกล่องรับบริจาค ติดป้าย เอกสารเผยแพร่ บริจาคตามศรัทรา  วางไว้ใกล้ ๆ กับหนังสือ  ซึ่งคณะกรรมการศูนย์ฯ  ต้องมีการประชาสัมพันธ์ ถึงประโยชน์ของหนังสือ  และวัตถุประสงค์/สาเหตุที่เราต้องขอบริจาค ทุกครั้งที่มีคนมาศึกษาดูงาน ณ ศูนย์เรียนร้ฯ   และให้เหรัญญิกศูนย์ทำบัญชีการรับเงินบริจาคไว้ด้วย  โดยให้เริ่มดำเนินการในวันที่ 22 กรกฎาคม 2553  ที่จะมีผู้นำชุมชนจากจังหวัดเพชรบูรณ์มาดูงานที่ศูนย์ฯ ของเรา   ซึ่งในวันนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าร่วมต้อนรับฯ ด้วย   เพราะต้องไปเข้ารับการอบรมหลักสูตรวิทยากรจัดทำบัญชีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง  แต่จะมาติดตามผลการดำเนินงานวันหลัง  

              ต่อมาในวันที่ 23  กรกฎาคม  2553   ข้าพเจ้า ได้เข้าไปสอบถามคณะกรรมการศูนย์ฯ  หลายคนพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า เมื่อวันที่ 22  กรกฎาคม  2553  มีผู้นำชุมชนจากจังหวัดเพชรบูรณ์ สนใจและรับหนังสือของเรา ไปหลายคน บางคนเอาไปสองเล่ม ก็มี   ลุงยุ้ย  ปานทอง(ปราชญ์ชาวบ้านประจำศูนย์เรียนรู้ชุมชน)  เล่าว่า  ตอนแรกมีคนสนใจหยิบไปอ่านช่วงการบรรยายสรุป ประมาณ 2-3  คน หลังจาก ลุงยุ้ย  ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดทำหนังสือ และการขอต่อยอด มีหลายคนสนใจมารับหนังสือ และบอกต่อ ๆ กัน ว่า หนังสือเล่มนี้ดี  มีสาระ  อ่านแล้วเอาไปทำได้เลย  คราวนี้  เลยมาหยิบหนังสือและบริจาคเงินใส่กล่องกันใหญ่เลย  บางคนใส่  10  บาท 20  บาท  บางคนใส่100 บาท ก็มี รวมแล้วได้รับเงินบริจาค จำนวน 1,302.-  บาท (หนึ่งพันสามร้อยสองบาทถ้วน)  ตอนนี้ทำบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว 

  มีหลายคนบ่นว่าเสียดายในเล่มไม่มีการบันทึกการทำน้ำสมุนไพรไว้    ถ้าทำใหม่อย่าลืมบันทึกการทำ 

น้ำสมุนไพรไว้ด้วยนะ ข้าพเจ้าบอกว่า ถ้าคนที่เขารับหนังสือเราไปแล้ว  เขาพูดหรือ แนะนำอะไรไว้ ให้จดบันทึกไว้ด้วย   ถ้ามีโอกาสทำใหม่เราจะได้เอาคำแนะนำเหล่านั้นมาพัฒนาการจัดทำหนังสือของเราให้ดีกว่าเดิม

ผู้ใหญ่น้ำทิพย์  เหมือนม่วง  ประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนฯ  บอกว่า ดีใจ  ที่หนังสือ

ของเรา ทำออกมาแล้ว คนอื่นสนใจ  แถมได้ เงินต่อยอดอีก   ถึงแม้เงินที่ได้จะได้น้อยกว่าต้นทุนที่จังหวัดสนับสนุนให้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีการต่อยอดเลย     เพราะเคยเห็นบางที่เวลาเราไปศึกษาดูงาน คนที่ไปดูงาน

ด้วยกันพอรับเอกสารของที่ดูงาน ซึ่งเป็นเอกสารแจกฟรีแล้ว  ยังไม่ทันขึ้นรถ  ก็ทิ้งเอกสารแล้ว   แต่หนังสือของเรา เขาไม่มีทิ้งนะ  ให้ลงชื่อรับหนังสือก็ยังต่อแถวลงชื่อรับหนังสือและบริจาคเงินให้  ถือว่าหนังสือของเราใช้ได้ทำแล้วมีคนสนใจ  นำไปใช้ประโยชน์ได้

                                นี่คืออีกหนึ่งความสำเร็จเล็ก    ของการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ชุมชน   ซึ่งข้าพเจ้ามีความรู้สึก อิ่มอก อิ่มใจ มีความสุข  และมีความยินดีกับความสำเร็จที่เป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ชุมชนแห่งนี้   การที่เราใช้กระบวนการเรียนรู้การมีส่วนร่วม ตามหลักการของกรมการพัฒนาชุมชนชน แล้วทำให้ชาวบ้านรู้จักคิด รู้จักเก็บข้อมูล  รู้จักบริหารจัดการ จนเกิดความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ   แล้วมีการแบ่งปันภูมิปัญญา ที่ทำให้เขามีความสุข มีความภาคภูมิใจ  นั่น คือ คุณค่าแท้ของความสำเร็จในการพัฒนาชุมชน ตามบทบาทของพัฒนากร

บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)

-          การทำงานต้องมีความสนใจ ชอบ พอใจ รัก ที่จะทำงานนั้นจริง ๆ  และมีความตั้งใจที่จะทำงาน

ให้ดี  มีคุณภาพ

-          การทำงานแบบมีส่วนร่วม ทำให้เกิดการเรียนรู้ เกิดการพัฒนาและความรู้สึกเป็นเจ้าของ

-          การแสวงหาและสร้างทีมงานในการจัดทำสื่อความรู้

-          การเกาะติดการทำงานและการติดตามผลการดำเนินงาน

-          คุณค่าแท้ของงาน ตามบทบาทของพัฒนากร

-          การจัดทำสื่อความรู้ของศูนย์เรียนรู้ชุมชน

-          การบริหารจัดการสื่อความรู้ของศูนย์เรียนรู้ชุมชน

-          การบันทึกและการเก็บข้อมูลเพื่อการพัฒนาสื่อความรู้ของศูนย์เรียนรู้ชุมชน

-          ข้อผิดพลาดที่ควรระวังในการจัดทำสื่อความรู้ของศูนย์เรียนรู้ชุมชน

แก่นความรู้ (Core Competency)

-          กระบวนการมีส่วนร่วม

-          แนวทางการจัดทำสื่อความรู้

-          การแสวงหาและสร้างทีมงาน

-          ข้อผิดพลาดที่ควรระวังในการจัดทำสื่อความรู้

-          การบริหารจัดการสื่อความรู้

-          การติดตามประเมินผล

-          การจัดเก็บข้อมูลเพื่อการพัฒนา

-          คุณค่าแท้ของงาน

กลยุทธ์ในการทำงาน

1.       กระบวนการมีส่วนร่วม

ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม โดยเริ่มให้คณะกรรมการ/ที่ปรึกษาศูนย์เรียนรู้ชุมชน และทีม

นักจัดการความรู้  มีส่วนร่วมตั้งแต่

1.1    ร่วมคิด  ร่วมตัดสินใจ โดยใช้เวทีประชุมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการคิดชื่อหนังสือ

       การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย หรือลูกค้า การออกแบบเนื้อหา/รูปเล่มของหนังสือ และเลือก

       องค์ความรู้/ ภูมิปัญญาที่จะนำมาเผยแพร่

1.2    การร่วมทำ  โดยการร่วมรวบรวมข้อมูล/บันทึกองค์ความรู้  และจัดทำรูปเล่ม

1.3    ร่วมตรวจสอบ ให้มีการตรวจสอบการต้นฉบับสื่อก่อนมีการผลิตสื่อความรู้

 

 ลุงยุ้ย บอกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง เราน่าจะมีทุนทำหนังสือกันต่อได้อีก แล้วเล่าต่อว่า 

 

             งานนี้ ถ้าไม่คิดอะไรมาก  ข้าพเจ้าทำเพียงคนเดียวก็สามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะก่อนที่จะทำโครงการเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ   เราได้มีการพูดคุยถึงแนวทางการทำหนังสือกับคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ชุมชนไว้บ้างแล้ว  แต่ข้าพเจ้าอยากให้งานที่ทำนั้นออกมาดี  เงินงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนสามารถใช้ได้อย่างคุ้มค่า  และชาวบ้านได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง  จึงเกิดประเด็นคำถามที่อยู่ในใจมากมาย  เช่น งบประมาณที่จังหวัดจัดสรรให้มาทำอย่างไรถึงจะต่อยอดได้อีก  หนังสือเล่มนี้จะใช้ชื่ออะไรดี   ทำอย่างไรคนในชุมชนและศูนย์เรียนรู้ชุมชนถึงจะได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้   เนื้อหาในหนังสือควรเป็นลักษณะใด กลุ่มเป้าหมายที่เราอยากให้อ่านหนังสือเล่มนี้คือใคร  ทำอย่างไรหนังสือเล่มนี้ถึงจะมีคุณค่าและน่าสนใจ   

 

 โดยให้ทีมนักจัดการความรู้และคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ชุมชน รวบรวมข้อมูล/องค์ความรู้ต่าง ๆ มาให้แล้ว  

เมื่อได้แนวทางในการจัดทำหนังสือที่ชัดเจนแล้ว ข้าพเจ้าหาแนวร่วมในการจัดทำรูปเล่ม

                  สิ่งที่เป็นข้อผิดพลาด ในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ คือ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ทำหน้าปก  คำนำ และเนื้อหาในเล่ม เสร็จเรียบร้อยแล้ว  ข้าพเจ้าต้องรีบส่งต้นฉบับให้โรงพิมพ์ ดำเนินการจัดพิมพ์เพื่อให้ทันต่อการส่งมอบงานตามสัญญาจ้างโดยไม่ได้นำต้นฉบับให้ทางคณะกรรมการศูนย์เรียนรู้ชุมชน ได้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งพิมพ์   จึงทำให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในหนังสือ เช่น อายุของปราชญ์ชาวบ้านบางคน ภาพกิจกรรมที่มีภาพซ้ำกัน  เป็นต้น  

คำสำคัญ(Keyword):
 

ความคิดเห็นต่อบล็อกนี้

 Page [1]  

ยังไม่มีความคิดเห็นใน บล็อกนี่
 Page [1]  

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION