สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอรัตนบุรี :: โปรไฟล์

KM Blog ของ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอรัตนบุรี

บล็อก

ชื่อ บล็อก : การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลจปฐ.
เนื้อหา บล็อก :

 

แบบบันทึกความรู้            
ชื่อ-นามสกุล นางสาวิตรี โพธิ์อ่อน
ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ รักษาราชการแทนพัฒนาการอำเภอรัตนบุรี
สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอรัตนบุรี
เบอร์โทรศัพท์ ที่ติดต่อได้สะดวก 0844789862
ชื่อเรื่อง ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การให้บริการการใช้ประโยชน์จากข้อมูลจปฐ.และกชช.2ค
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ กันยายน 2553
สถานที่เกิดเหตุการณ์ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
เนื้อเรื่อง
     “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่า จะขอข้อมูลจปฐ.บ้านนี้ ตำบลนี้ได้ที่นี่รึเปล่าคะ” ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้หญิงท่านหนึ่งเอ่ยถามดิฉัน ซึ่งรับหน้าที่เป็นพัฒนากรที่รับผิดชอบงานด้านข้อมูลการพัฒนาชนบทอยู่บนสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอรัตนบุรีขณะนั้น “ค่ะ ไม่ทราบว่าท่านผอ.ต้องการข้อมูลจปฐ.เกี่ยวกับด้านไหนคะ และจะนำไปใช้ประกอบการจัดทำผลงานวิชาการหรือนำไปใช้เรื่องอะไรไม่ทราบคะ ที่เรียนถามอย่างนี้เพราะต้องการทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงจะได้จัดการพิมพ์แบบสรุปรายงานที่ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ท่านผอ.จะนำไปใช้ประโยชน์น่ะค่ะ” ลงทุนอธิบายเสียยืดยาวเพราะทุกครั้งที่มีคนเข้ามาขอใช้บริการพิมพ์สรุปจปฐ.ไม่ได้แจ้งวัตถุประสงค์การนำไปใช้ทำให้ได้ข้อมูลไปไม่ตรงกับความต้องการหรือเกิดความล่าช้าในการบริการเพราะพิมพ์สรุปให้ไม่ถูกต้องใช้ประโยชน์ไม่ได้ต้องกลับมาที่สพอ.รัตนบุรีอีกครั้ง ทำให้เสียเวลาทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ท่านผอ.เลยแจ้งให้ทราบว่าต้องการข้อมูลภาพรวมของหมู่บ้านสามหมู่บ้านที่อยู่ในเขตบริการในความรับผิดชอบของโรงเรียน และรายชื่อครัวเรือนที่ตกเกณฑ์จปฐ.เรื่องรายได้ของสามหมู่บ้านนี้เพื่อนำไปประกอบการจัดทำผลงานวิชาการของโรงเรียน จึงได้สั่งพิมพ์สรุปจปฐ.๒รายหมู่บ้านและพิมพ์รายชื่อครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ข้อรายได้ ข้อ ๓๐ ของทั้ง ๓ หมู่บ้านในตำบลดอนแรดให้ท่านผอ.โรงเรียนท่านนั้น ได้ข้อมูลตรงตามความต้องการไปและมีความสุขทั้งสองฝ่ายคือทั้งฝ่ายผู้ให้บริการและผู้รับบริการ
          หลายวันต่อมามีอดีตพัฒนากร ซึ่งทำงานให้กับชุมชนในฐานะประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับตำบลแกและเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนของอบต.ดอนแรดมาขอข้อมูลจปฐ.อีก ก้อได้ให้บริการไปอย่างเต็มใจเหมือนเดิม แต่หลังจากสอบถามผู้มารับบริการว่าทำไมไม่ไปขอข้อมูลที่อบต.ซึ่งอยู่ใกล้กว่า สะดวกกว่าและไม่ต้องเดินทางมาไกลโดยเฉพาะตำบลดอนแรดถือว่าสิ้นเปลืองเวลาในการเดินทางไปกลับเพื่อมาขอข้อมูลแค่สรุปผลจปฐ.๒ จำนวน ๓ หน้าถือว่าไม่คุ้มค่าในการเดินทางเท่าไหร่ ในยุคน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพงในยุคโลกาภิวัฒน์เช่นนี้  ก้อได้รับทราบข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบข้อมูลของอบต.หลายแห่งอ้างว่าไม่สามารถให้บริการข้อมูลได้ ไม่มีโปรแกรมและไม่มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่จะให้บริการได้ จึงกลับมานั่งคิดว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร ในฐานะเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบงานด้านข้อมูลจปฐและกชช.๒ค มาตลอดเจ็ดปี ยังเห็นผู้มาขอใช้บริการข้อมูลที่เดินทางมาไกลจากพื้นที่ตำบลต่างๆสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอต้องเสียเวลา ค่าน้ำมันรถมาที่อำเภอ และหากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบข้อมูลไม่อยู่บางทีก้อไม่ได้ข้อมูลกลับไปต้องเสียเวลามาอีกรอบ ทั้งๆที่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกวันนี้มีความพร้อมทุกด้าน งบประมาณ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ ทำไมจึงไม่สามารถให้บริการข้อมูลจปฐ.ซึ่งอบต.เองได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดเก็บและบันทึกข้อมูลเป็นประจำทุกปี ต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่ไหนกันแน่ จึงนำเสนอแนวความคิดนี้แก่ผู้บังคับบัญชา ว่าหลังจากที่เราได้จัดเก็บและบันทึกข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลจปฐ.และกชช.๒ค ประจำปีแล้วน่าจะมีการฝึกอบรมการใช้ประโยชน์ข้อมูลจปฐ.และกชช.๒ค ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบข้อมูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง อบต. ๑๒ แห่งและเทศบาลตำบล ๑ แห่ง รวมทั้งผนวกเอาเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาคีที่มักจะมาขอใช้บริการข้อมูลจากสพอ.รัตนบุรีเป็นประจำเสมอ อันได้แก่ สำนักงานเกษตรอำเภอ,สาธารณสุขอำเภอ,กศน. เป็นต้น ส่วนปกครองอำเภอถือว่าอยู่ใกล้กันนิดเดียวสามารถให้บริการกันได้ทุกเวลา ซึ่งหน่วยงานต่างๆที่กล่าวมาเป็นหน่วยงานที่น่าจะได้เรียนรู้การใช้โปรแกรมเพื่อใช้ประโยชน์ในการสั่งพิมพ์รายงานข้อมูลจปฐ.และข้อมูลกชช.๒ค ประจำปี เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาตำบลประจำปี การนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในกระบวรการคัดสรรพื้นที่ การดำเนินกิจกรรมโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์ตามยุทธศาตร์ของกรมฯที่ได้สั่งการผ่านนโยบายการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ หากข้อมูลจปฐและกชช.๒ค มีความถูกต้องน่าเชื่อถือได้ก้อถือว่าเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนคนรากหญ้าที่จะได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและเป็นการแก้ไขปัญหา แบบ “เกาถูกที่คัน” ไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาตามความต้องการของผู้ให้งบประมาณหรือผู้ดำเนินโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากบนลงล่างแบบเดิมๆที่เคยปฏิบัติกันมา
          เมื่อได้นำเสนอรายละเอียดโครงการ วิธีการดำเนินงาน เป้าหมาย ผลลัพธ์และผลผลิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบและบันทึกเสนอขออนุมัติท่านนายอำเภอดำเนินการ เมื่อได้รับอนุมัติก้อดำเนินการทันทีโดยได้แจ้งประสานให้อบต.และหน่วยงานภาคีคัดเลือกบุคคลที่มีพื้นฐานด้านไอทีและสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้เข้าร่วมการอบรมโดยให้นำอุปกรณ์คือ โน้ตบุคและสายไฟมาเอง เพราะโครงการนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด ส่วนอาหารว่างก้อใช้งบประมาณส่วนตัวเล็กน้อยในการซื้อขนมปัง กาแฟมาเพิ่ม สถานที่คือขอใช้ห้องประชุมอำเภอ ขออนุญาตใช้เครื่องฉายโปรเจคเตอร์และจอของอำเภอเป็นอุปกรณ์ในการถ่ายทอดของวิทยากร ซึ่งได้เตรียมความพร้อมสื่อการสอนโดยการไรท์โปรแกรมบันทึกและประมวลผลข้อมูลจปฐ.และกชช.๒ค รวมทั้งสำเนาข้อมูลจปฐ.และข้อมุลกชช.๒คปีล่าสุดให้พร้อม ตัวอย่างการจัดทำทะเบียนผู้มาใช้บริการข้อมูลจปฐ.และกชช.๒ค และแบบรายงานการใช้ประโยชน์จากข้อมูลจปฐ.และกชช.๒ค ประจำเดือน ฯลฯ และดำเนินการอบรมครึ่งวันโดยพยายามใช้เวลาในการบรรยายและทดสอบปฏิบัติการใช้งานโปรแกรมให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเข้าใจและปฏิบัติตามได้จริง หากมีปัญหาจาการใช้งานโปรแกรม การออกรายงานต่างๆก้อสามารถสอบถามกันได้ในห้องอบรม รวมทั้งสุดท้ายได้เพิ่มเติมการใช้งานโปรแกรมสไกพ์ (Skype)และ msn แชท และทีมวิวเวอร์เพื่อประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารผ่านเน็ตอย่างรวดเร็วในกรณีที่เกิดปัญหาในการใช้งานโปรแกรมโดยไม่ต้องยกเครื่องหรือยกหูโทรศัพท์ถามซึ่งการได้เห็นข้อมูลหน้าจอเครื่องที่มีปัญหาจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าการฟังคำอธิบายทางโทรศัพท์และประหยัดเวลาในการยกเครื่องมาที่อำเภอ
          เมื่อสิ้นสุดการอบรมก้อได้มีการกระตุ้นผู้รับผิดชอบในการให้บริการข้อมูลจปฐ.และกชช.๒ค ด้วยการขอความร่วมมือในการส่งรายงานการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเป็นประจำทุกเดือน จนกว่าจะมีการจัดเก็บและบันทึกข้อมูลในรอบปีใหม่ และหลังจากสังเกตจากการรายงานการใช้ประโยชน์ข้อมูลจปฐ.และกชช.๒ค ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรอบปีที่ผ่านมา และผลจากการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามการใช้ประโยชน์จากข้อมูลจปฐ.ปละข้อมูล กชช.๒ค ของศูนย์สารสนเทศที่ส่งมาให้ทุกอบต.สำรวจก้อคิดว่าการทำงานเชิงรุกด้วยการนำสื่อเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ในการทำงานน่าจะให้ผลในการนำข้อมูลจปฐ.และข้อมูลกชช.๒คไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางกว่าที่เป็นอยู่ต่อไปในอนาคต
 
 
 
ขุมความรู้
          พัฒนากรจะต้องหูไว ตาไวและทันสมัยต่อเหตุการณ์และสามารถหยิบฉวยความรู้มาพัฒนางานของตัวเองได้อยู่เสมอ และประการสำคัญ การถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เพื่อให้บุคคลและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เป็นการพัฒนางานในหน้าทีที่ต้องอาศัยใจอาสาในการทำงาน
 
กลยุทธ์ในการทำงาน
1. การเตรียมตัวเอกสาร/ข้อมูล/สื่อและเครื่องมือของวิทยากรและคัดเลือกผู้เข้ารับการอบรมให้พร้อม
2. ประสานหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเอื้ออำนวยและมีจิตใจในการให้บริการความรู้อย่างเต็มที่
3. นำสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำงาน สร้างความรวดเร็ว
และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ได้
4. บูรณาการการทำงานร่วมกับ อปท.ในการจัดระบบข้อมูล,กระบวนการส่งเสริมประชาคมเพื่อทบทวน
แผนชุมชนโดยต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
กฎระเบียบ/แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2536 เห็นชอบและอนุมัติให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กับการพัฒนาชนบท นำข้อมูล จปฐ. ไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาชนบทในทุกระดับ การกำหนด
นโยบายแนวทางปฏิบัติรวมทั้งการอนุมัติโครงการและติดตามผลการพัฒนาชนบท
********************
 
 
 
คำสำคัญ(Keyword):
จปฐ.และกชช.2ค
 

ความคิดเห็นต่อบล็อกนี้

 Page [1]  

ยังไม่มีความคิดเห็นใน บล็อกนี่
 Page [1]  

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION