สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร :: โปรไฟล์

KM Blog ของ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร

บล็อก

ชื่อ บล็อก : >> เทคนิคการเลื้องไก่ไข่ต้นทุนต่ำ
เนื้อหา บล็อก :

        เทคนิคการเลี้ยงไก่ไข่ต้นทุนต่ำ

เรียบเรียง และนำเสนอโดย  นายอดิศักดิ์  มาหา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร

                                 ---------------------------------------------------

                   อาชีพหลักคือการทำนา อาชีพเสริมเลี้ยงไก่ไข่ ตามโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ ๘๔  พรรษา เพราะนอกจากจะได้ไข่ไว้บริโภคภายในครัวเรือนแล้ว  ยังสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้ครัวเรือนที่ดำเนินการ  ณ บ้านสีสุก หมู่ที่ ๕ ตำบลดู่ลาด   อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร  เรียบเรียงโดย นายอดิศักดิ์  มาหา  พัฒนากรผู้รับผิดชอบตำบล   

ปัญหาของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ (ครัวเรือนต้นแบบ)  มาจากอาหารไก่ไข่ ที่ครัวเรือนไม่สามารถผลิตเองได้ นอกนั้น มาจากไก่มีการเจ็บป่วย ไก่ตายโดยที่ยังไม่มีการระบาดของโรคบางครั้งเกิดจากไก่มีอาการแพ้กลิ่นเหม็นแพ้แอมโมเนียจากมูลไก่เอง  ปัญหาของมูลไก่โดยทั่วไป คือ เกิดกลิ่นเหม็นออกมารบกวนสุขภาพของไก่และคนเลี้ยง และมูลไก่ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน ทำให้เกษตรกรต้องเพิ่มต้นทุนค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหา เช่นค่ายาในการรักษาไก่ ค่าวัคซีนในการป้องกัน ค่าอาหาร ค่าพันธุ์ไก่ ฯลฯ ก็เป็นต้นทุนที่สูงอยู่แล้ว แนวทางการแก้ไข  ต้องทำให้ผลผลิตสูงขึ้น   และลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิต  อย่างเช่น ต้นทุนด้านค่าอาหาร แต่ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ แต่เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค ที่ไม่ได้เกิดจากโรคระบาด การใช้แนวทางการป้องกัน การจัดการระบบสุขาภิบาลของโรงเรือน 

          การเลี้ยงไก่ไข่สามารถทำการเลี้ยงได้  ๒ วิธี

 

๑. การเลี้ยงแบบขังรวม เป็นการเลี้ยงไก่แบบเลี้ยงรวมกันในโรงเรือนขนาดใหญ่ และรองพื้นด้วยวัสดุรองพื้น วิธีนี้เป็นที่สนใจจากผู้เลี้ยงในปัจจุบันอย่างมาก  โรงเรือน และอุปกรณ์ในการเลี้ยงไก่ไข่  ต้องแข็งแรง  กันแดด  กันฝน กันลมได้  และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ดูแลวัสดุรองพื้นอย่าให้แฉะหรือแข็งเป็นแผ่น หรือมีกลิ่นเหม็นของแก๊สแอมโมเนีย ต้องคุ้ยและพลิกกลับอย่างสม่ำเสมอ

 

๒. การเลี้ยงแบบกรงตับ  เป็นกรงใส่ไก่ไข่ที่มีทั้งแบบชั้นเดียว  และหลายชั้นซ้อนกันเป็นที่นิยมมาก ชั้นเดียว  ๒  ด้าน  ด้านละ  ๖  ช่อง  ชุดหนึ่งเลี้ยงได้  ๑๒  ตัว  ติดตั้งอุปกรณ์ให้น้ำให้อาหารแบบกะทัดรัด  ส่วนใหญ่จะเป็นไก่สาว เป็นวิธีที่ผู้เลี้ยงไก่เป็นอาชีพหรือเพื่อการค้านิยมกันมาก เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยงดูไก่เล็กหรือไก่รุ่น นอกจากนี้โรงเรือนก็สร้างไว้เฉพาะกับไก่ไข่เท่านั้น แต่การเลี้ยงไก่วิธีนี้ต้องลงทุนสูง ผู้เลี้ยงจะต้องรู้จักฟาร์มที่ผลิตไก่สาวเป็นอย่างดี ต้องสอบถามถึงประวัติของฝูงไก่สาวที่นำมาเลี้ยงเสมอ เพราะช่วงที่ไก่ยังเป็นลูกไก่และไก่รุ่นผู้เลี้ยงไม่สามารถรู้ประวัติของฝูงไก่สาวที่จะนำมาเลี้ยงได้

 การจัดการอาหารและน้ำสำหรับไก่ไข่

๑) การจัดการน้ำ

๑.๑ ไก่ไข่ที่อายุ ๓  เดือนขึ้นไป ต้องการน้ำประมาณ ๑.๕ - ๒ ลิตร/๑๐ ตัว/วัน หากขาดน้ำในช่วงกำลังให้ไข่ เพียง ๓-๔ ชั่วโมง จะทำให้ไข่ฟองเล็กน้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเชื้อโรคปนเปื้อนและใช้ไคโตชาน     มิกซ์ฟีด  ละลายน้ำในรางหรือถังให้ไก่กิน  โดยใช้อัตรา ๑ ซีซี.น้ำ ๒ ลิตร  ป้องกันเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับน้ำ กระตุ้นการกินอาหาร

๑.๒. การจัดการอาหารไก่ไข่ อาหารไก่ไข่ ในช่วงเริ่มให้ไข่ เปอร์เซ็นต์โปรตีน ประมาณ ๑๕ - ๑๖ %  ซึ่งมีทั้งอาหารป่น อาหารอัดเม็ด หัวอาหารสำหรับผสมเอง ความต้องการอาหารของไก่ อายุ ๓ เดือนขึ้นไป ประมาณ ๑ กิโลกรัม /๑๐ ตัว/วัน ปัญหาที่เกิดจากอาหารบางครั้งคือ การปนเปื้อนเชื้อราในอาหาร ที่เรียกว่า สารอัฟลาท๊อกซิน นอกจากนั้นในวัตถุดิบอาหารสัตว์บางครั้งอาจมีสารพิษตกค้างจากสารเคมีที่ใช้ เช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช  ซึ่งปะปนในอาหารสัตว์  เมื่อสัตว์กินเข้าไป จะทำให้ตับถูกทำลาย หรือเป็นมะเร็งที่ตับได้ อาการนไก่สามารถสังเกตได้ว่าไก่จะถ่ายเหลวหรือท้องเสีย วิธีป้องกันแก้ไขโดย ใช้ สเม็คไทต์ผง ผสมร่วมกับอาหารไก่ เพียง  ๓ % ของอาหาร จะช่วยแก้ไขปัญหาสารพิษที่ปนเปื้อนกับอาหารได้ ช่วยจับตรึงแอมโมเนียและกลิ่นเหม็นตั้งแต่ในระบบลำไส้ เมื่อไก่ถ่ายออกมากลิ่นเหม็นจะน้อยลง

 

๒) การจัดการด้านสุขาภิบาล

๒.๑. การกำจัดกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ตามพื้นคอก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ไก่มีอาการหายใจลำบาก หน้าบวม ร้อนแดง ตาอักเสบ น้ำมูก น้ำตาไหลและมีอาการคัน เกาจนเป็นแผลทำให้เกิดการติดเชื้อและตายในที่สุด  หากเป็นไก่ไข่แบบเลี้ยงรวมบนพื้น สามารถใช้สเม็คไทต์ ผง หว่านลงบนวัสดุรองพื้น โดยในระยะไก่โตอาจหว่านโรย ทุก ๕ - ๗ วัน ช่วงเช้า-เย็น  ไก่ไข่แบบกรงตับให้ใช้สเม็คไทต์ผง หว่าน โรยบางๆ ทับลงบนมูลไก่ที่พื้นคอก  กลิ่นเหม็นจะถูกดูดซับ จากนั้นประมาณ ๕-๑๐  นาที กลิ่นเหม็นจะหายไป

๒.๒. การหว่านโรยสเม็คไทต์ผง บนมูลไก่บนลานตากแห้ง หรือหว่านโรยบางๆ ในเล้าไก่ ช่วยลดปัญหาไรไก่ พยาธิ รวมทั้งแมลงวันให้น้อยลง เนื่องจากสเม็คไทต์ เป็นสารจากการระเบิดตัวของหินภูเขาไฟ ซึ่งสามารถกำจัดไรไก่และพยาธิ  ทำให้ไรไก่และพยาธิไม่สามารถระบาดได้และลดลง จนหมดไป

      สรุปการลดต้นทุนในการเลี้ยงไก่

 

๑). เลือกสถานที่ให้เหมาะสมในการทำโรงเรือนที่จะเลี้ยงไก่  อย่าให้โรงเรือนถูกแดดจ้า ให้มีลมพัดผ่าน   มีการระบายอากาศที่ดี หากอากาศไม่ดี ร้อนจัด จะทำให้ไก่สุขภาพไม่ดี และจะไม่ออกไข่
          ๒). เมื่อได้รับไก่แล้ว แล้วนำไปเข้าเล้าที่สร้างไว้ เตรียมถังน้ำใส่น้ำผสมวิตามิน แก้ความเครียดให้ไก่กิน หลังจากนำไก่เข้าเล้า ประมาณ ๕  นาที่  เพื่อลดอาการเครียดในกานเดินทาง
          ๓). ให้อาหาร  ๒ ครั้งต่อวัน ครั้งแรกประมาณตี ๔ ครั้งที่ ๒ ประมาณบ่ายโมง ส่วนถังน้ำใส่ให้ไก่กินทั้งวัน และต้องล้างรางน้ำทุกวันในตอนเย็น ส่วนรางอาหารนี้ก็ต้องทำความสะอาดวันเว้นวัน

 

 

๔)  การเก็บไข่ เก็บวันละ ๑ ครั้ง ประมาณ เวลา  ๑๒.๐๐ น. ( ไก่ สามารถจะเก็บไข่ไก่ได้วันละ ๙๐% ของจำนวนไก่ที่เลี้ยง  เป็นเวลา ๑๕ เดือน หลังจากนั้นไก่จะออกไข่น้อยลงเหลือเก็บต่ำกว่า  ๕๐ ก็ให้จับขายเป็นไก่เนื้อต่อไป

 

 

๕) ควรให้อาหารจำพวกพืชผักสีเขียว ให้ไก่กิน ช่วงเวลาประมาณ  ๑๕ ๑๖ นาฬิกาเพื่อลดต้นทุนในการซื้ออาหาร

 

๖) ให้เอาใจใส่ในการเลี้ยง สังเกตพฤติกรรมของไก่ ให้เป็นกิจวัตรและอย่างต่อเนื่อง หากพบไก่มีอาการผิดปกติจะได้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันเวลา จะช่วยลดต้นทุนในการ รักษาอาการของไก่ได้

 



คำสำคัญ(Keyword):
โดย นายอดิศักดิ์ มาหา
 

ความคิดเห็นต่อบล็อกนี้

 Page [1]  

ยังไม่มีความคิดเห็นใน บล็อกนี่
 Page [1]  

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION