สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบำเหน็จณรงค์ :: โปรไฟล์

บล็อก

ชื่อ บล็อก : การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน(พลังงานบนดิน)
เนื้อหา บล็อก :

 

แบบบันทึกองค์ความรู้

 
ชื่อ – นามสกุล                               นายสิทธิชัย พรทิพย์พิทักษ์
ตำแหน่ง                                      พัฒนาการอำเภอบำเหน็จณรงค์
สังกัด                                         สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบำเหน็จณรงค์
เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก            ๐๘-๑๙๓๔-๘๒๐๑
ชื่อเรื่อง                                       การจัดการสิ่งแวดล้อม(พลังงานบนดิน)
เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ                การใช้พลังงานทดแทน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ                      มีนาคม ๒๕๕๔
สถานที่เกิดเหตุการณ์                       บ้านทุ่งโป่ง หมู่ที่ ๓ ตำบลโคกเริงรมย์
เนื้อเรื่อง
          กระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้เกิดการแข่งขันกันสะสมทุน แต่ละประเทศเร่งการผลิตเพื่อส่งออกสินด้านอุตสาหกรรม  รวมทั้งการเพิ่มจำนวนประชากรอย่างต่อเนื่อง   ทำให้ความต้องการพลังงานภายในประเทศสูงขึ้นโดยตลอดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอัตราการใช้พลังงานในประเทศไทย เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 13 ต่อปี และมีแนวโน้มว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไปในอัตราสูง
          ด้วยเหตุนี้ความต้องการพลังงานจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับแหล่งพลังงานภายในประเทศมีจำกัด    จึงจำต้องอาศัยการนำเข้าเป็นจำนวนมากทำให้สัดส่วนการพึ่งพาจากต่างประเทศสูงกว่าร้อยละ ๖๐ เมื่อเทียบกับการใช้พลังงานทั่วทั้งประเทศ คิดเป็นเงินตราต่างประเทศที่สูญเสียไปกว่าปีละ ๑๕๕,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นการสำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ ในประเทศไม่เพียงแต่จะใช้เงินลงทุนสูงมากเท่านั้น   แต่ยังทำให้เราต้องสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าจำนวนมหาศาล อันอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย
          ก๊าซชีวภาพ หรือ ไบโอก๊าซ คือก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือก๊าซที่เกิดจากการหมักของมูลสัตว์ หรือสารอินทรีย์ต่าง ๆ ถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ก๊าซที่ได้ประกอบด้วย ก๊าซมีเทน 50-60% คาร์บอนไดออกไซด์ 25-30 % ไนโตรเจน 2-7 %ไฮโดรเจน 1-5 % ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และก๊าซอื่น ๆเล็กน้อย ก๊าซมีเทนมีมากที่สุด มีคุณสมบัติไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และติดไฟได้
การก่อเกิด... 
          นายสมบัติ จัดโพธิ์ ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนตำบลโคกเริงรมย์ บ้านเลขที่ ๒๓ บ้านทุ่งโป่ง หมู่ที่ ๓ ตำบลโคกเริงรมย์ อำเภอบำเหน็จณรงค์   จังหวัดชัยภูมิ เป็นแกนนำขับเคลื่อนดำเนินวิถีชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยประกอบอาชีพทำไร่มันสำประหลัง ไร่อ้อย เลี้ยงสัตว์ ได้แก่ เป็ดเทศ จำนวน ๓๐ ตัว ไก่พื้นพันธุ์เมือง จำนวน ๘๐ ตัว ไก่ไข่ จำนวน ๑๐ ตัว โคเนื้อ จำนวน ๖ ตัว สุกรแม่พันธุ์ ๘ ตัว เพื่อขายลูกสุกร และเลี้ยงสุกรรุ่น จำนวน ๒๐ ตัวไว้ขายเป็นอาชีพเสริม การเลี้ยงสุกรจำนวนมากย่อมทำให้มูลสุกรมีมาก จึงขุดบ่อเก็บไว้ เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นในช่วงฤดูฝน เมื่อเต็มบ่อจะนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้เป็นปุ๋ยอ้อย มันสำประหลัง ตลอดจนผักสวนครัวปลูกไว้บริโภคภายในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่าย เหลือแจกจ่ายญาติ พี่น้อง และคนในชุมชน
บ้านโปร่งมีชัย หมู่ที่ ๗ ตำบลโคกเริงรมย์    ได้รับงบประมาณกิจกรรมตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี ๒๕๕๔ โครงการหมู่บ้านพัฒนาตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ระดับพออยู่ พอกิน งบประมาณ   ๑๒๐,๓๒๐   บาท   โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบำเหน็จณรงค์   ได้คัดเลือกผู้แทนครอบครัวพัฒนา จำนวน ๓๐ คน ประชุมเชิงปฏิบัติการและศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้ภาคเหนือ อำเภอเมือง โครงการพระราชดำริห้วยฮ้องไคร้ และโครงการพระราชดำริดอยอ่างข่าง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปศึกษาดูงานกลับมาได้นายสมบัติจัดโพธิ์ ปรึกษาหารือกันกับสมาชิกในครอบครัว ซึ่งส่วนมากมีความเห็นตรงกันว่าเรามีวัตถุดิบ(มูลสัตว์)จำนวนมากควรจะใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด จึงมีแนวความคิดทำบ่อก๊าซชีวภาพมูลสุกร โดยข้าพเจ้า นายสิทธิชัย พรทิพย์พิทักษ์ พัฒนาการอำเภอ เป็นที่ปรึกษาเพราะมีความเชี่ยวชาญ
          ปัญหาของครอบครัวจะซื้อก๊าซธรรมชาติ และฟืนในการประกอบอาหาร ทำให้ป่าไม้ถูกทำลาย และมีผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานราชการ และชุมชนได้ออกกฎระเบียบการรักษาป่าชุมชน ทำให้ชาวบ้านขาดแคลนไม้ทำฟืน ขณะเดียวกันก๊าซหุงต้มปรับราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงขึ้น จึงเริ่มเห็นความสำคัญของพลังงานทดแทน 
          นายศักดิชัย ทองชำนาญ ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ตำบลบ้านตาล ซึ่งเป็นช่างปูน สร้างบ้านดิน และมีความรู้การทำบ่อก๊าซบ้าง    แต่ไม่เคยทำ เมื่อมาช่วยทำบ่อแรกซึ่งเป็นบ่อของนายสมบัติ จัดโพธิ์ ปัญหาแรกที่เกิด คือ การขุดดินไม่ได้ขนาดลึกตามแบบ เนื่องจากชั้นล่างของดินเป็นหินแผ่นไม่สามารถขุดให้ลึก ๒.๕ เมตร ทำให้การเจาะท่อเติมมูลสุกร ระยะห่างจากพื้นก้นบ่อแค่ ๑๐ เซนติเมตร เมื่อเติมมูลสุกรทำให้เติมยากเพราะมูลสุกรจะปิดช่องปากท่อ ต้องใช้ไม้ดันมูลสุกรลง จึงวิพากษ์วิจารณ์กันเพื่อเป็นบทเรียนในการสร้างบ่อก๊าซต่อไป 
          เนื่องจากสภาพเดิม นายสมบัติ จัดโพธิ์   ขุดหลุมบ่อเกลอะ โดยใช้ท่อซีเมนต์ขนาด ๘๐ เซนติเมตร ลึก ๒ เมตร ข้าพเจ้าจึงแนะนำให้สร้างบ่อก๊าซแบบท่อซีเมนต์ สามารถประหยัดงบประมาณโดยใช้วัสดุเดิมที่มีอยู่และก่อสร้างเพิ่มตามแบบมาตรฐานได้ เมื่อสร้างเสร็จพักบ่อให้แห้งจึงเติมมูลสุกรหมักได้ประมาณ ๒๔ วัน จึงสามารถนำก๊าชมาใช้ได้

วัสดุในการทำบ่อก๊าซชีวภาพ

. ทรายหยาบ จำนวน ๑ ลูกบาศก์เมตร
. ปูนซีเมนต์ จำนวน ๓ ถุง
. หินเบอร์ ๓/๔    จำนวน ๑/๒ ลูกบาศก์เมตร
. อิฐบล็อก จำนวน ๔ ก้อน

. เหล็ก ๓ หุน จำนวน ๑  เส้น

. ท่อใยหิน หรือท่อพีวีซี ขนาด ๔ นิ้ว ยาว ๒ เมตร
. ท่อซีเมนต์ ขนาด ๘๐ ซม.            จำนวน ๑๐ ท่อ
. ท่อซีเมนต์ ขนาด ๑ ม.      จำนวน ๒ ท่อ
. ท่อพีวีซี  ขนาด ๔ หุน   (ใช้ตามความยาวที่ต่อไปที่เตาแก๊ส)
๑๐. ท่อเหล็ก  ขนาด ๖ หุน   ยาว ๒ ม.
๑๑. แผ่นเหล็ก ขนาด ๑.๒๐x ๒.๔๘ ม.หนา ๑.๖ มม. จำนวน ๑.๕ แผ่น
๑๒. น้ำยากันซึม จำนวน ๑ ลิตร 
๑๓. ๑๔. วาล์วปิดเปิด จำนวน ๒  ตัว
๑๕. ข้อต่อ กาว และอื่นๆ
๑๖. สายยางเสริมใย ขนาด ๒ หุน ยาว ๔ ม.
๑๗.สายรัด จำนวน ๔ อัน
๑๘.แผ่นซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๘๐ ม.
๑๙.ลวดเชื่อมเหล็กขนาด ๒.๖ ซม.
๒๐.สีกันสนิม จำนวน ๑/๔ แกลลอน
ขั้นตอนการทำบ่อก๊าซ (ควรเลือกพื้นที่ไม่ห่างจากคอกสัตว์และห้องครัวมากเกินไป)
๑. ขุดดินขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๙ ม.ลึก ๒.๕ ม. ๑ หลุม และ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๙ ม.ลึก ๑.๕ ม. ๑ หลุม(รองรับกากมูลสุกรที่ผลิตก๊าซแล้ว)
๒. วางท่อซีเมนต์ขนาด ๐.๘๐ ม.ลงในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ จำนวน ๕ ท่อ และ ๓ ท่อ(บ่อเก็บกาก)
๓. เจาะรูที่ท่อซีเมนต์ท่อที่ ๒ ขนาด ๔ นิ้ว ต่อท่อพีวีซีขนาด ๔ นิ้วกับท่อซีเมนต์ (ที่เทมูลสัตว์) โดยให้ท่อเอียง ประมาณ ๔๕ องศา    
๔. ด้านตรงข้ามของท่อซีเมนต์ ให้เจาะรูป ขนาด ๔   นิ้ว
๕. ฉาบด้านข้างในท่อซีเมนต์ (ผสมน้ำยากันซึมใส่ด้วย)
๖. วางท่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ ม. จำนวน ๒ ท่อ โดยวางบนพื้นระดับดินเดิม ฉาบปูนซีเมนต์ทั้งข้างนอกและข้างในโดยผสมน้ำยากันซึมแล้วขัดมันเพื่อกันน้ำซึม แล้ววางท่อขาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด ๐.๘๐ ม. จำนวน ๒ ท่อ เว้นระยะห่างพอสมควร ฉาบปูนซีเมนต์ทั้งข้างนอกและข้างในโดยผสมน้ำยากันซึมแล้วขัดมันเพื่อกันน้ำซึม บริเวณช่องว่างระหว่างท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ขนาด ๑ ม.และ ๐.๘๐ ม.ไว้สวมถังเหล็กที่เชื่อมเป็นทรงกระบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๘๘ ม.สูง ๑.๒๐ ม.ด้านบนเชื่อมแผ่นเหล็กปิดและเจาะรูสวมท่อเหล็กขนาด ๔ หุน ใส่ท่อพีวีซี ขนาด 4 หุน แล้วใส่ท่อพีวีซี ขนาด 6 หุน ครอบอีกชั้นหนึ่ง และให้ใส่น้ำไว้ตลอด เพื่อตรวจสอบการรั่วของก๊าซ
๗. ด้านที่เจาะตงข้ามท่อเติม ต่อท่อพีวีซี ขนาด ๔ นิ้ว ไปยังท่อกลม ขนาด ๘๐ ซม. เพื่อเก็บกากมูลสัตว์ที่ถูกดันออกมา (ใช้ท่อกลมได้ ปรับได้ตามความเหมาะสม)
. ทิ้งบ่อไว้ให้ปูนแห้ง   จากนั้นเติมมูลสัตว์ ที่เป็นมูลสด  ผสมน้ำ ๑:๑   จนได้ระดับที่ต้องการใช้เวลาประมาณ ๒๔ วัน จะเกิดการหมักสมบูรณ์ เปิดวาล์วแก๊ส นำไปใช้ประโยชน์ได้
. เติมมูลสัตว์สด ผสมน้ำทุกวัน ครั้งละ ๑ ถัง (๒๐ ลิตร)
หลักปฏิบัติและดูแลบ่อแก๊สชีวภาพ
           
. เมือเปิดใช้ก๊าซแล้วต้องเติมมูลสัตว์ทุกวัน ครั้งละ ๑ ถัง (มูลสัตว์สดผสมน้ำ ๑:๑) 
            ๒. ห้ามใส่หรือทิ้งสารเคมี เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน คลอรีน เพราะจะทำให้จุลินทรีย์ตาย
ประโยชน์จากก๊าซชีวภาพ
 ๑.ด้านพลังงาน ก๊าซชีวภาพจุดไฟติด และให้ความร้อน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้หุงต้มอาหาร จุดตะเกียงให้แสงสว่าง   ใช้กกลูกสัตว์ เครื่องทำน้ำอุ่น เตาอบผลผลิตทางการเกษตร เชื้อเพลิงแทนน้ำมันเครื่องยนต์ผลิตกระแสไฟฟ้า
 ๒.ด้านการป้องกันและการรักษาสิ่งแวดล้อม การนำมูลสัตว์ไปหมักจะถูกย่อยสลายทำให้กลิ่นและไข่แมลงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในมูลสัตว์ถูกทำลายทำให้ลดมลภาวะการระบาดของแมลงและกลิ่นได้
 ๓.ให้ปุ๋ยอินทรีย์ในการฟื้นฟูสภาพดิน กากจากบ่อล้นประกอบด้วยธาตุอาหารพืชพวกไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโปแตสเซี่ยมที่เป็นประโยชน์กับพืชและที่อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที อีกทั้งกากบ่อล้นยังทำให้โครงสร้างดินเกาะตัวกันได้ดีขึ้น มีผลทำให้อินทรีย์อินทรียวัตถุคงสภาพในดินได้นาน   ซึ่งดีกว่าการใช้อินทรียวัตถุในรูปอื่น ๆ
 ๔.ลดปริมาณโรคพืชและการระบาดของวัชพืช การหมักสภาพแบบไร้อากาศ ทำให้ปริมาณของเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของโรคพืชบางชนิดลดลงได้ และยังมีส่วนในการทำลายความงอกของเมล็ดวัชพืช เมื่อนำมูลสัตว์ที่ได้จากการหมักไปใช้แล้วไม่ก่อให้เกิดการระบาดของวัชพืช
 
บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)
๑.     การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน
๒.     การรู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
๓.     ขั้นตอนการทำบ่อก๊าซและเทคนิคการสร้างบ่อก๊าซชีวภาพ
๔.     เทคนิคการดูแลบ่อก๊าซ
๕.     ประโยชน์ของก๊าซชีวภาพ
แก่นความรู้ (Core Competency)
๑.     การให้ความรู้ชุมชน(ศึกษาดูงาน)
๒.     บริบทสังคม(เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา)
๓.     ความพึงพอใจ
๔.     ความสามัคคี
กลยุทธ์ในการทำงาน
๑.     การให้ความรู้
      โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว การบอกกล่าว หรือแนะนำให้ชุมชนหันมาสนใจในพลังงานทดแทนดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่ากับที่ได้ไปดูของจริง ได้เห็น ได้สัมผัส ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าคลำดู )  
๒.     บริบทของสังคม
      ก่อนการดำเนินกิจกรรมใดๆ สิ่งสำคัญที่สุด คือ เราต้องรู้ถึง สภาพสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ปัญหา ความต้องการต่างๆ ของชุมชน ซึ่งต้องอาศัยการแสวงหาความรู้ เช่น  เข้าไปพูดคุย คลุกคลีกับคนในพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลความต้องการจริงๆ ของชุมชน  และเมื่อดำเนินการแล้วต้องติดตามสนับสนุน เป็นที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่องอย่างจริงใจ หรือแม้แต่ชุมชนเกิดปัญหาขณะดำเนินการ เจ้าหน้าที่ก็พร้อมให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา ไม่เลือกแม้จะเป็นเวลากลางคืน เพราะเมื่อชุมชนเกิดความรัก และศรัทธาในตัวเจ้าหน้าที่ ชุมชนจะรวมกันเป็นพลังเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมให้สำเร็จ ทำให้เกิดการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม สามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของชุมชน
๓. ความพึงพอใจ
      สามารถนำวัตถุดิบที่มีอยู่ภายในครัวเรือนมาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการจัดบริเวณบ้านให้สะอาด ขจัดกลิ่นเหม็นแล้ว ที่เห็นได้ชัดเจน คือ ประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ พึ่งพาตนเองด้านพลังงานอย่างยั่งยืน "  ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างภาคภูมิใจ
 
๔. ความสามัคคี
     สภาพทางสังคมของชุมชนชนบทที่ยังคงไว้ และยังเห็นกันอยู่อย่างสม่ำเสมอ คือ การบอกกล่าวกันไปช่วยงาน (ลงแขก) โดยไม่ต้องจ้างวานเป็นเงินทอง ต่างพร้อมใจกันไปช่วยงานอย่างเต็มใจ 
กฎระเบียบ แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง
1. แผนอนุรักษ์พลังงานช่วงปี ๒๕๕๑-๒๕๕๔  ของกระทรวงพลังงาน
2.ทฤษฎีเบื้องต้นของระบบก๊าซชีวภาพ
3. ทฤษฎีการเกิดก๊าซชีวภาพ
 
 
คำสำคัญ(Keyword):
 

ความคิดเห็นต่อบล็อกนี้

 Page [1]  

30 ก.ย. 2554 07:15 น.
มีประโยชน์สำหรับผู้เลี้ยงสุกรและโค

 Page [1]  

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION