สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท :: โปรไฟล์

บล็อก

ชื่อ บล็อก : การบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
เนื้อหา บล็อก :

 


เป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ/ความสำเร็จเกี่ยวกับ การบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้านของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2548

สถานที่เกิดเหตุ  บ้านวัดพระแก้ว หมู่ที่ 10 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท

เนื้อเรื่อง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2548  จังหวัดชัยนาทได้สั่งแต่งตั้งข้าพเจ้า ซึ่งขณะนั้น ดำรงตำแหน่ง พัฒนาการอำเภอหันคา มาดำรงตำแหน่งพัฒนาการอำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ซึ่งอำเภอสรรคบุรี มีเขตการปกครองจำนวน 8 ตำบล 92 หมู่บ้าน และทุกหมู่บ้านได้รับการสนับสนุนดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน ๆละ 1 ล้านบาทครบถ้วนทุกหมู่บ้าน เมื่อข้าพเจ้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอสรรคบุรี  จึงได้ทำการศึกษาข้อมูลต่างๆ ของอำภอ ทั่งในเรื่องกลุ่ม องค์กร ผู้นำ สภาพพื้นที่ ฯลฯ ที่จำเป็นต้องใช้ในการวางแผนการปฏิบัติงาน และการกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ที่สอดคล้องกับสภาพและสถานการณ์ของอำเภอ แต่แล้วเมื่อได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน(กทบ.) ซึ่งข้าพเจ้าได้ให้ความสำคัญและสนในเป็นพิเศษเนื่องจากพัฒนาการอำเภอดำรงตำแหน่งเป็น เลขานุการคณะอนุกรรมการสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนระดับอำเภอด้วย จึงพบว่าในการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านของอำเภอสรรคบุรี มีข้อน่าสนใจหลายประการ อาทิ

1.       ในการเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้าน กองทุนละ 100,000 บาท อำเภอสรรคบุรีได้รับ

การเพิ่มทุน(ระดับ AAA) รวม 3 กองทุนเท่านั้น จาก 92 กองทุนซึ่งน้อยที่สุดของทุกอำเภอ ในขณะที่มีจำนวนกองทุนมากเป็นอันที่ 2 ของจังหวัดรองจากอำเภอหันคา ซึ่งขณะนั้นมีกองทุนหมู่บ้านจำนวน 99 กองทุน แต่ได้รับการเพิ่มทุน(ระดับ AAA) จำนวน 30 กองทุน

2.       มีกรณีร้องเรียนการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านค่อนข้างมาก โดยสรุปสามารถแยก

ประเภทการร้องเรียนได้ 3 กรณี คือ

            สมาชิกกองทุนร้องเรียนกรรมการ

            กรรมการร้องเรียนกรรมการ

            สมาชิกร้องเรียนสมาชิก

สำหรับกรณีบ้านวัดพระแก้ว จากการตรวจสอบและนัดประชุมคณะกรรมการกองทุน และ

หมู่บ้านสมาชิกกองทุน พบว่า

1.       บัญชีที่ 1 บัญชีกองทุนหมู่บ้านเงินขาดบัญชีประมาณ 400,000 บาท

2.       บัญชีที่ 2 บัญชีกองทุนหมู่บ้าน(เงินออม)เงินขาดบัญชีประมาณ 60,000 บาท

3.       บัญชีที่ 3 บัญชีกองทุนหมู่บ้าน(ขยายวงเงิน) เงินไม่ขาดบัญชีซึ่งเป็นเงินที่กองทุนขยาย

วงเงินกับธนาคาร ธกส. สาขาสรรคบุรี

                   จากประเด็นการตรวจสอบโดยละเอียด ประกอบกับเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่มีและจากการประชุมคณะกรรมการและสมาชิกกองทุนฯ ได้ข้อสรุปว่า

1.       ประธานคณะกรรมการกองทุนได้ยอมรับว่านำเงินที่ขาดบัญชีนั้นไปใช้ประโยชน์จริงโดย

ที่สมาชิกไม่ทราบ โดยใช้เทคนิคการขอยืม(อ้าง) ชื่อสมาชิกเป็นผู้กู้จำนวนประมาณ 20 กว่าราย แต่นำเงินที่ได้มาลงทุนในกลุ่มปุ๋ยอินทรีชีวภาพ ซึ่งมิได้มีเจตนานำไปใช้จ่ายส่วนตัว หรือจักโกงแต่ประการใด เนื่องจากสมาชิกกองทุนหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิกกลุ่มปุ๋ยอินทรีชีวภาพอยู่แล้ว เป็นการเสริมกิจกรรมของกลุ่ม เนื่องจากทุนของกลุ่มนั้น ได้นำไปใช้กับเครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ถึง 2 เครื่อง ซึ่งมีราคาแพงทำให้ขาดทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

2.       ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ประธานกรรมการกองทุน ทำหนังสือรับสภาพหนี้ โดยกำหนด

จำนวนเงินที่จะทยอยชำระคืน และระยะเวลาที่ชัดเจน ทั้ง 2 บัญชี

                   ภายใต้หนังสือรับสภาพหนี้ ดังกล่าว ประธานฯได้นำโฉนดที่ดินของตนมาเป็นหลักประกันด้วย ต่อมาเมื่อถึง เวลาการชำระเงินคือในงวดที่ 1 ปรากฏว่าประธานฯ ไม่ยินยอมชำระเงินแต่อย่างใด โดยคณะกรรมการและสมาชิกได้พยายามติดตามเรื่อยมา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จวบจนเวลาได้ล่วงเลยเนิ่นนาน มาพอสมควรแล้ว ประกอบกับได้มีหนังสือแจ้งกับประธานกองทุนทางไปรษณีย์ ตอบรับหลายฉบับ ก็ไม่ทีผลความก้าวหน้าแก่ประการใด จึงได้ดำเนินการจัดประชุมสมาชิกขึ้น และลงมติให้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับประธานกองทุนฯ โดยให้เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีจากส่วนของผลกำไรกองทุนหมู่บ้าน โดยมีคำพิพากษาจากศาลให้ยึดทรัพย์(โฉนดที่ดิน) และขายทอดตลาดเพื่อนำมาใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านต่อไป

                   บันทึกขุมความรู้ (Knowledge Assets)

                   การดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องใด ต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีความชัดเจนในข้อระเบียบกฎหมายต่างๆ ให้กระจ่าง ประกอบกับการใช้กฎหมายในการแก้ไขปัญหา นั้น ควรเป็นวิธีการสุดท้าย ที่จะใช้แก้ปัญหา ควรใช้ระบบประชาสังคมเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาก่อน อีกประการหนึ่งในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ มีความแตกต่างกันในเนื้อหาสาระและรายละเอียด ตลอดจนที่มาและการเป็นเจ้าของเงิน นั้นคือ

1.       ความเสียหายที่เกิดขึ้นในบัญชี 1 (เงินล้าน) เจ้าของเงินคือผู้เสียหาย คือ สทบ. ดังนั้น ผู้

ฟ้องคดีจะต้องรับมอบอำนาจจาก สทบ. ก่อน (ยังไม่ได้เป็นนิติบุคคล)

2.       ความเสียหายที่เกิดขึ้นในบัญชี 2 (เงินออม) เจ้าของเงิน คือ สมาชิกกองทุนผู้มีเงินออม

กับกองทุน ดังนั้น การฟ้องร้องทำได้ 2 วิธี คือ สมาชิกทุกคนต่างคนต่างฟ้องร้อง หรือสมาชิกทุกคนมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้ฟ้องร้องแทน

3.       ความเสียหาย(ถ้ามี) เกิดขึ้นในบัญชีที่ 3 (ขยายวงเงิน) ซึ่งมีธนาคารผู้ให้ขยายวงเงินเป็น

เจ้าของเงิน  ดังนั้น การฟ้องร้องจึงเป็นเรื่องของธนาคารแบคณะกรรมการผู้กู้และผู้ค้ำประกันเอง จึงไม่เกี่ยวกับสมาชิก

                   แก่นความรู้ (Core competency)

1.       การฟ้องร้องดำเนินคดี ถ้าประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน  ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีหน้าที่

ในการบริหารจัดการกองทุนหมู่บ้าน ตามระเบียบ กทบ. นั้น สามารถฟ้องร้องได้ทั้งทางแพ่ง และทางอาญา แต่กรณีฟ้องคดีอาญา จะต้องฟ้องร้อง(แจ้งความ) ดำเนินคดีภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้การกระทำนั้น

2.       กรณีการจัดทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ต่อกัน ไม่สามารถฟ้องร้องทางอาญาได้ เนื่องจาก

หนังสือรับสภาพหนี้นั้น กลายสภาพเป็นหนังสือสัญญาไปแล้วโดยเข้าข่ายคดีแพ่งและพานิชย์ผู้ยอมรับสภาพหนี้ จึงไม่เข้าข่ายจัดโกงตามประมวลกฎหมายอาญา

3.       กรณีการจัดทำหนังสือรับสภาพหนี้/ประนอมหนี้ ต้องให้มีการค้ำประกัน ไม่ว่าเป็นบุคคล

หรือทรัพย์สิน ตามจำนวนที่สมควรและคุ้มค่ามูลหนี้เพื่อสามารถบังคับคดีได้ กรณีเพิกเฉย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่กองทุน

 

 

 

กลยุทธ์ในการทำงาน

1.       กลยุทธ์ในการทำงาน หลักการสำคัญคือต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบและรอบด้าน

2.       ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่องระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งสองฝ่าย

3.       ใช้หลักการกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

4.       ยึดระเบียบ กฎหมาย อย่างเคร่งครัดในการแก้ปัญหา

5.       การฟ้องร้องดำเนินคดีเป็นวิธีสุดท้าย เมื่อหมดทางเลือก

กฎระเบียบ /แนวคิด/ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง

1.       แนวคิด/หลักการกระบวนการมีส่วนร่วม

2.       ระเบียบคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน

 

ชื่อผู้บันทึกความรู้ นายชุติยันต์  วัจนะรัตน์ 

 

link ที่เกี่ยวข้อง :  ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาทุนชุมชน

คำสำคัญ(Keyword):
กองทุนหมู่บ้าน,ปัญหากองทุนหมู่บ้าน
 

ความคิดเห็นต่อบล็อกนี้

 Page [1]  

ยังไม่มีความคิดเห็นใน บล็อกนี่
 Page [1]  

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ชั้น 5 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.10210
โทรศัพท์ 0 - 2141 -6047
© Copyright กรมการพัฒนาชุมชน. All Rights Reserved.2009 Powered By ECGATES SOLUTION